วันเวลาปัจจุบัน 07 มี.ค. 2021, 06:49  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 พ.ย. 2020, 06:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 4064


 ข้อมูลส่วนตัว


#นั่งภาวนานี้อย่าไปฆ่าร่างกาย
ต้องฆ่ากิเลส ถึงจะถูก

อย่านั่งเหมือนกบนั่งเฝ้าคูบัว
ต้องใช้สติ ต้องใช้ปัญญานำกิเลส

กิเลส ตัวสำคัญนะ กิเลส
ตัวน้อยตัวใหญ่

กิเลส ก็คือ ความอยากนั่นแหละ กิเลส
อยากน้อย ก็ กิเลสน้อย
อยากมาก ก็ กิเลสมาก

หลวงปู่ปั่น สมาหิโต
วัดป่าศิริดำรงวนาราม อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร









ความไม่สวยงามในร่างกายนี้ ผู้มีปัญญาเท่านั้นจึงจะรู้ เห็นตามความเป็นจริง ธรรมชาติเดิมของร่างกายแล้ว ไม่มีสิ่งใดเป็นของสวยงาม มีแต่สิ่งสกปรกโสโครก... ความสวยงามนั้นมีอยู่ที่กิเลส สังขาร โมหะ อวิชชา มีความเข้าใจผิด รูปนั้นจึงมีความสวยงาม รูปสวยงามเพราะความรัก รูปสวยงามเพราะความยินดี รูปสวยงามเพราะความใคร่ รูปสวยงามเพราะมีความกำหนัด ถ้าจิตไม่มีความรัก ความใคร่ ความกำหนัดแล้ว รูปนั้นจะไม่มีสิ่งใดเป็นของสวยงามเลย

หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ









"...ทรัพย์สินเงินทองที่เราหามาได้ สุดท้าย...ก็จากเราไปในวันที่เราหมดลมหายใจ

แต่ "บุญ" ที่เรากระทำมา จะติดตามเราไปทุกภพทุกชาติ..."

โอวาทธรรม
หลวงปู่อุ่นหล้า ฐิตธมฺโม









... การเจริญ..”สติ” นี้ท่านถือเป็น
ธรรมข้อแรก ที่ต้องเจริญให้ได้
และต้องเจริญตลอดเวลา
เจริญตั้งแต่ลืมตาขึ้นมา
จนถึงเวลานอนหลับ

.
ถ้าไม่มี..”สติ” แล้ว
สมาธิจะเกิดขึ้นมาไม่ได้

ถ้าไม่มีสมาธิ ปัญญาก็
ไม่สามารถเอาไปใช้ฆ่ากิเลสได้

เพราะ ..ไม่มีกำลังสู้กับกิเลส
จึงจำเป็นต้อง ..“เจริญสติก่อน”.
..................................
คัดลอกการแสดงธรรม
ธรรมะบนเขา26 / 11 / 60
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี










#อย่าส่งจิตใจไปอื่นนอกจากกายกับจิตให้เกินกว่าเหตุ

จะเสียเวลา ทั้งจะนำความกังวลเดือดร้อนมาเผาผลาญเราเปล่า ๆ และขอแนะนำย้ำอีกว่า.. อย่าแสวงหาสันติธรรม คือพระนิพพาน นอกไปจากกายกับจิต

#ปัจจุบันเป็นบ่อเกิดแห่งบุญแลบาป

อดีตอนาคตไม่ใช่บุญแลบาป และมิใช่บ่อเกิดแห่งบุญแลบาป ปัจจุบันนี้เองเป็นตัวบุญตัวบาป

เมื่อเรารักษาจิตให้อยู่ในปัจจุบัน ด้วยความมีสติแล้ว กิเลสบาปธรรมที่ไหนจะเลื่อนลอยมาครอบงำจิตให้เราได้รับความเดือดร้อนเล่า

#เหตุที่เราจะเดือดร้อนขุ่นมัว

ก็เพราะปล่อยจิตให้คว้าโน่นคว้านี่ ไม่อยู่เป็นสุข คือคว้าอดีต-อนาคต ซึ่งเหมือนน้ำลายถ่มทิ้งแล้ว คว้ากลับเข้ามาใส่ปากอีก ย่อมน่าสะอิดสะเอียนต่อลิ้นไม่น้อยเลย

อารมณ์หรือสิ่งที่ชั่วอะไรก็ตามที่ผ่านพ้นไปแล้ว เราก็รู้แล้วว่าไม่ดียังคว้ากลับคืนมาเผาจิต อันนี้ยิ่งร้ายกว่าน้ำลายที่ถ่มทิ้งเสียอีก เลยหาความเย็นไม่ได้เลย

#เราอยู่ดีกินดีอย่าหาเรื่องใส่เรา

เราต้องการจะให้ไฟดับ ต้องไสฟืนออก แล้วไฟจะค่อยดับเอง จิตถ้าได้เชื้อ คือ อดีต อนาคต เป็นปัจจุบันหนุนหรือส่งเสริมอยู่แล้ว ก็จะไปกันใหญ่ เหมือนไฟได้เชื้อฉะนั้น

ดังนั้น จึงควรรักษาจิตให้มีอารมณ์ที่ดี เป็นเครื่องดื่มโดยปัจจุบัน ก็นับวันจะสงบสบายคลายจากสิ่งที่เป็นข้าศึก จะมีแต่ความสงบสุขทุกอิริยาบถ จึงจะสมนามว่า ผู้ฉลาดทรมานจิตให้หายพยศได้

#อนึ่งสัตว์พยศเขายังทรมานได้

ธรรมดาจิตเมื่อมีกิเลสก็ต้องมีพยศ เราจะหักห้ามหรือทรมานให้จิตหายพยศไม่ได้ จะเรียกว่าคนฉลาดที่ตรงไหน

เมื่อเราทรมานจิตได้มากน้อยก็ชื่อว่าเป็นคนฉลาดโดยลำดับ จนถึงเรียกว่าเป็นคนฉลาดได้ยอดนักปราชญ์ เอวํ สวัสดี...

#หลวงตาพระมหาบัว #ญาณสัมปันโน เทศนาธรรม ณ วัดป่าบ้านตาด เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๙๙











"ลองลดความคาดหวังดูบ้าง
ยอมรับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น คุณจะพบว่า
จิตนิ่งขึ้น และดิ้นน้อยลง

จะว่าไปแล้ว ความทุกข์นั้น
มิได้มาจากไหน แต่มาจากใจ
ที่ดิ้นรนขัดขืน เพราะไม่ยอมรับความจริง
นั่นเอง"

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล









สักวันหนึ่ง เราอาจจะต้องอยู่ตามลำพัง
อยู่คนเดียวเราก็ฝึกหัดอยู่คนเดียวไปก่อน
อย่าไปหวังพึ่งอะไรจากใครให้มากจนเกินไป
หัดพึ่งตนเองที่เรียกว่า “อัตตา หิ อัตตโน นาโถ”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 13 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร