วันเวลาปัจจุบัน 07 มี.ค. 2021, 07:13  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 พ.ย. 2020, 15:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 4064


 ข้อมูลส่วนตัว


#แต่งแต่ตัวไม่แต่งจิต

แต่งเนื้อแต่งตัว...มันก็แก่ไป
เอาเพชรนิลจินดาประดับเข้าไป...มันก็แก่ไป
ทำผมสวยๆ...มันก็แก่ไป
แต่งเนื้อแต่งหนัง...มันก็ไม่สมหวัง
ทำไมไม่แต่งจิต!
แต่งจิตด้วยความสัตย์ความจริง
เป็นคนจริงด้วย ซื่อสัตย์ด้วย
นี่แหละคือธรรมของฆารวาส
ให้ถึงพร้อมด้วยความหมั่นเพียร ขยันทำงานทุกๆ อย่างที่เห็นว่าเป็นประโยชน์...

บุญไม่ต้องเสียเงิน ปรับปรุงจิตใจของเราให้ดี วันนึงให้เช็คดูว่า มีความจริงใจเท่าไหร่ มีความสะอาดเท่าไหร่ จิตดวงนี้ หรือมีแต่ความเจ็บปวด หรือมีแต่ความขี้โลภ หรือมีแต่ความทุกข์เพ้อเห่อเหิม สิ่งเหล่านี้เป็นโทษของจิตหมด

พระพุทธเจ้าทรงพระเมตตาสัตว์โลก พานำไปดัดแปลงแก้ไข จิตใจของเราจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง ถ้าจิตมีความเจริญรุ่งเรือง ทุกอย่างดีหมด...

ธรรมะคำสอน
หลวงปู่ทุย ฉนฺทกโร
วัดป่าดานวิเวก อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ
๓๑ ตค.๒๕๖๓











เรื่อง "กรรมหนักทำร้ายพระอรหันต์"

กรรมทำร้ายพระผู้ทรงธรรม

ปี ๒๕๒๙ พระคุณเจ้าหลวงปู่ชอบ ฐานสโม รับนิมนต์ไปเมตตาวัดแห่งหนึ่ง หลวงปู่ชอบเดินทางจากวัดป่าโคกมนไปพร้อมลูกศิษย์มีพระอาจารย์อานนท์เป็นหัวหน้าอุปัฏฐาก ไปพักอยู่วัดล้านขวด คืนนั้นท่านสนทนากับพระเณรญาติโยมจนดึกดื่นเที่ยงคืน

หลังจากพระเณรญาติโยมลากลับแล้วพระอาจารย์อานนท์นิมนต์หลวงปู่ชอบ พักผ่อนเพราะเห็นว่าดึกแล้ว หลวงปู่ชอบบอกเรายังไม่ง่วงนอน ท่านบอกพระเณรคืนนี้อย่าเพิ่งพากันนอนเร็วนัก ถ้าใครไม่ง่วงก็ให้อยู่เป็นเพื่อนเราถ้าใครง่วงก็ให้ไปนอนที่อื่นอย่ามานอนอยู่ที่นี่ ให้พากันดูฟืนดูไฟอย่าหลงหลับเพลินจนไม่รู้เรื่อง คำพูดของหลวงปู่ชอบในคืนนั้นพระเณรอุปัฏฐากไม่มีใครคิดเอะใจอะไรกัน พากันคิดกันว่าหลวงปู่ชอบให้ไปดับไฟธูปไฟเทียน

เวลาประมาณตีหนึ่ง พระอาจารย์อานนท์กางมุ้งให้องค์ท่านหลวงปู่ชอบ ระหว่างกำลังกางมุ้งอยู่นั้นพระอาจารย์อานนท์ เห็นผู้ชายสองคน เดินมาทางที่พักหลวงปู่ชอบ คิดว่าดึกป่านนี้แล้วยังมีคนมาหาหลวงปู่ชอบอยู่หรือ ทันใดนั้นผู้ชายสองคนนี้ได้จุดไฟใส่ท่อนไม้ที่พันผ้าอาบน้ำมัน แล้วขว้างคบไฟขึ้นไปบนหลังคากุฏิที่พักของหลวงปู่ชอบ แล้วพากันหนีไปทางฝั่งโรงเรียนที่อยู่ติดกับวัด

พระอาจารย์อานนท์ท่านบอกพระเณรให้พากันมาดับไฟที่กำลังลุกไหม้หลังคากุฏิหลวงปู่ชอบ พระอาจารย์อานนท์ ท่านเก็บผ้าครองของหลวงปู่ชอบมาถือไว้กับตัว เพราะเกรงบริขารขององค์ท่านจะถูกไฟไหม้ พระอาจารย์อานนท์ว่าหลวงปู่ชอบท่าน "นั่งยิ้ม" ดูพระเณรดับไฟไม่แสดงอาการตื่นเต้นใดๆ ออกมาให้เห็นเลย พระอาจารย์อานนท์ว่าพระเณรตอนนั้นพากันดับไฟยังกับลิงตื่นเพลิง ท่านอุ้มหลวงปู่ชอบฝ่าเปลวไฟลงจากกุฏิอย่างทุลักทุเล นิมนต์หลวงปู่ชอบนั่งพักที่รถเข็น ประมาณ ๑๐ นาทีเพลิงจึงสงบ

ที่พักของหลวงปู่ชอบถูกเผาไปครึ่งหลังไม่สามารถที่จะพักได้พระเณรอุปัฏฐากนิมนต์องค์ท่านหลวงปู่ชอบไปพักที่ศาลา โยมที่ติดตาหลวงปู่ชอบมาจากเมืองเลยนิมนต์องค์ท่านไปพักที่วัดแห่งหนึ่ง เพื่อความปลอดภัย หรือไม่ก็เดินทางกลับวัดป่าโคกมนในคืนนี้เลย หลวงปู่ชอบท่านบอกเราไม่กลับจะอยู่ที่นี่ก่อน คนมาทำร้ายเราเขาทำได้แค่นี้แหละ กรรมที่ทำ "จะสนองคืน" พวกเขาในปัจจุบัน

โยมบางคนโกรธแค้นผู้มาเผากุฏิหลวงปู่ชอบจะเอาเรื่องจนถึงที่สุด หลวงปู่ชอบเตือนสติท่านบอกเราผู้ถูกกระทำยังรู้จักอุเบกขาวางเฉยคนอื่นไม่ต้องมาแค้นเคืองแทนเราหรอก ใครทำอะไรไปบาปกรรมจะคืนเขาเอง กรรมจะเป็นผู้บงการผู้นั้นเอง ตำรวจถามองค์ท่านหลวงปู่ชอบ ท่านบอกเรื่องนี้เราไม่ติดใจ เรามาที่นี่เพื่อโปรดสัตว์ ไม่ได้มาหาเรื่องผู้หนึ่งผู้ใด หลวงปู่ชอบท่านพักอยู่ที่วัดล้านขวด ๓ คืน จึงเดินทางกลับมา วัดป่าโคกมน

หลังจากเหตุการณ์นี้ผ่านไปไม่ถึงปีหลวงพ่อโกเจ้าอาวาสวัดล้านขวด มากราบองค์ท่านหลวงปู่ชอบที่วัดป่าโคกมน หลวงพ่อโกกราบเรียนองค์ท่านหลวงปู่ชอบว่าหนึ่งใน ๒ คนที่ถูกจ้างมาให้ลอบเผากุฏิ ไปกินเหล้ากับเพื่อน พอเมาแล้วทะเลาะวิวาทกับเพื่อนในวงเหล้า ถูกเพื่อนในวงเหล้าเอามีดแทงตาย ถัดมาไม่นานชายอีกคนหนึ่งที่ร่วมกันเผากุฏิ ขับรถมอเตอร์ไซค์ล้มตายไปอีกคน พอทั้งสองนี้ตายไปในเวลาไล่เรียงกัน ผู้ที่จ้างวานคนทั้งสอง เกิดวิปลาสเป็นบ้า

หลวงพ่อโกบอก ชายผู้จ้างคนมาลอบทำร้ายหลวงปู่ชอบนี้ "เป็นบ้าหนัก" ถึงขั้นคุ้มคลั่งไม่ใส่เสื้อผ้า บาปกรรมทำกับพระอริยะสงฆ์ผู้ทรงธรรมเปิดปากให้พูดออกมาว่าจ้างคนมาลอบเผากุฏิหลวงปู่ชอบ คนทั้งหลายจึงรู้ว่า "ชายห่มเหลือง" คนนี้ คือคนที่อยู่เบื้องหลังว่าจ้างให้คนมาเผากุฏิ เพื่อหวังทำร้ายองค์ท่านหลวงปู่ชอบ ญาติพี่น้องจึงต้องจับมัดล่ามโซ่ไว้ใต้ถุนบ้าน สุดท้ายชายผู้นี้ได้กินยาเบื่อหนูปิดชีวิตความเป็นคนของตนเองไปจากโลก ผู้คนที่รู้เรื่องนี้ต่างสลดใจในกรรมของเขา

วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๓๓ หลวงปู่ชอบเดินทางไปที่วัดล้านขวดอีกครั้ง ตามคำนิมนต์ของหลวงพ่อโก องค์หลวงปู่พูดกลางพระและญาติโยมว่าคนทั้งสาม ตอนนี้อยู่ที่เดียวกับเทวทัตทั้งสามคนจะพ้นอเวจีหลังพระเทวทัต ฟังหลวงปู่ชอบแล้วสยองกรรมไปกับพวกเขา อเวจีขุมนี้ไม่เคยปราณีสุขให้กับสัตว์นรกตัวไหนเลย

เรื่องหลวงปู่ชอบฐานสโมถูกวางเพลิงที่พักเมื่อปี ๒๕๒๙ นี้เป็นเรื่องภายในที่ปิดกันไว้เพราะหลวงปู่ชอบท่านไม่ให้เปิดเผยในตอนนั้น เนื่องจากจะมีคนสร้างเวรกับอีกฝ่ายหนึ่ง เรื่องนี้เดิมทีจะไม่มีการลงในชีวประวัติขององค์ท่านหลวงปู่ชอบ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องภายในที่ซับซ้อนกับคนภายนอก ครูบาอาจารย์อุปัฏฐากองค์ท่านหลวงปู่ชอบรุ่นทายาทธรรม ให้นำเรื่องนี้มาเปิดเผยเพื่อเป็นคติคำสอนใจถึงการเบียดเบียนผู้ทรงธรรม กรรมนี้เป็นกรรมอะยัมภะทันตา ส่งผลเร็วในปัจจุบันโดยไม่ต้องรอชาติหน้าเรื่องนี้ผู้บันทึกเขียนเพื่อเป็นอุทาหรณ์เท่านั้นไม่มีเจตนาเป็นอย่างอื่นสำหรับผู้ที่สร้างกรรมกับท่านผู้ทรงธรรม

ที่มา: หนังสือ หลวงปู่ชอบ ฐานสโม
"พระอรหันต์ผู้ทรงฤทธิ์แห่งยุค"










.ถึงแม้จะได้สัมผัส เพียงชั่วขณะเดียว
แต่เป็นความสุขที่..
“พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ”

.พลิกจิตที่วุ่นวาย ว้าวุ่น
ให้เป็นจิตที่..นิ่งสงบ

.“ความวุ่นวายที่เกิดจาก
การต่อสู้ระหว่างกิเลสกับธรรม
จะหายไปหมดเลย”

. เวลาจิตสงบตัวลงไป
“จะเบาอกเบาใจ สุขใจ มหัศจรรย์ใจ”

.จะรู้ว่าของดีจริงๆไม่ได้อยู่ที่ไหน
“อยู่ที่จิตนี่เอง”.. ไม่ต้องไปเสียเวลาหาความสุขจากสิ่งต่างๆภายนอก.
...................................
จุลธรรมนำใจ 26 กัณฑ์ 427
ธรรมะบนเขา 7/8/2554
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต









" เมื่อเรารู้เข้าใจโลกธรรม
แล้ว เราไม่เข้าไปพัวพัน
เราไม่เข้าไปยึดไปหลง
ก็เรียกว่า อยู่เหนือโลก

พระพุทธเจ้ามาตรัสรู้
ก็มาตรัสรู้เรื่องโลกธรรมนี้

เมื่อพระองค์มาตรัสรู้แจ้ง
ตามสภาพความเป็นจริงแล้ว
ก็เห็นโทษเบื่อหน่าย
สละปล่อยวางได้
จนไม่เข้าไปยึดไปหลง

จิตใจสะอาดผ่องใส
อยู่เหนือโลก อยู่สูงกว่าโลก
จึงเรียกว่า โลกุตรธรรม "

โอวาทธรรม
หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี








#ปฏิบัติธรรม #ขอให้ตั้งใจทำจริง

คนจริงเท่านั้นที่จะพ้นทุกข์ได้
โลกนี้ ไม่มีอะไรแน่นอนสมหวัง

ควรระวังอย่าให้จิต ติดข้องยึดถือ
ความติดโลก พ้นโลก อยู่ที่จิต
อย่าหาที่อื่น ดูที่อื่น จะไม่มีวันเจอ

พระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร










#เอาสติจดจ่ออยู่กับกายกับใจทุกอิริยาบถ #นั่นแหละคือการภาวนา

....การภาวนานี้ มิใช่ท่านหมายเอาการเดินจงกรมตลอดวัน นั่งสมาธิตลอดคืน ความจริงแล้ว ท่านหมายเอาผู้ที่มีสติจดจ่ออยู่กายกับใจ ทุกอิริยาบถ ยืน เดิน นั่ง นอน เป็นประจำอยู่

การภาวนาไม่มีกาลมีเวลา เรียกว่า อกาลิโก เว้นเสียแต่นอนหลับ จะพูดจะคุยอยู่ก็เรียกว่าภาวนา ถ้ามีสติอยู่ เพราะสิ่งใด ถ้าเกี่ยวกับจิตใจ จัดว่าเป็นภาวนาทั้งนั้น

อย่างแสดงธรรมจัดเป็นภาวนา ผู้ที่นั่งฟังธรรมก็จัดว่าภาวนาเพราะตั้งใจฟัง เรียกว่าสัทธัมมัสสวนมัย สัทธัมมัสเทศนามัย ท่านก็จัดเข้าในภาวนาทั้งสิ้น ตกลงภาวนานี้ สร้างความไม่ประมาท คือพยายามสร้างสติ.

"หลวงปู่คำดี ปภาโส"










#พ่อขอแนะนำว่า
#ตัดสักกายทิฏฐิตัวเดียวลูกรัก

คือ อย่าสนใจในรูป รูปเราก็ดี รูปเขาก็ดีรูปวัตถุธาตุก็ดี ตัดกันเสียที เรื่องการเกิดเป็นมนุษย์ เป็นเทวดา เป็นพรหมเลิกกัน เราไม่ต้องการมันต่อไป เพราะว่ามันเป็นของไม่ดี เราไปนิพพานกันดี
กว่า

คำสอนโดย...หลวงพ่อฤๅษี (พระราชพรหมยาน) วัดท่าซุง











ความจริงในการบริโภคอาหารนั้น
แสดงความตายของสัตว์ทั้งหลาย
ที่เอารวมเลี้ยงธาตุขันธ์ของมนุษย์เรา
ถ้ากำหนดได้ก็จะเห็นว่า
ในท้องในไส้ของคนเราทุกคน
ในตัวของเรานี้เป็นป่าช้าใหญ่
ป่าช้าข้างนอก ยังไม่ใหญ่เท่าป่าช้า
ในท้องในไส้ ของคนเรา
สัตว์บกก็กินเข้าไป สัตว์น้ำก็กินเข้าไป
ใหญ่ที่สุดเท่าช้างก็กินลงไป
ฝังลงไปนี้ เก็บอยู่ที่นี่ไม่รู้ว่าอะไร
ต่อมิอะไร นับไม่ถ้วน
นี่แหละ ป่าช้าละ ป่าช้าผีดิบ
คือผียังเดินไปมาพูดจาปราศรัยได้
ยังไม่เป็นผีตาย ถ้าหมดลมเมื่อใดละก็เป็นผีตาย
มันยังมีลมหายใจอยู่ เรียกว่าป่าช้าผีดิบ

เมื่อเห็นป่าช้าผีดิบในท้องในไส้ในปาก
ในฟันตัวเองแล้ว การที่จะมายินดีพอใจ
ในการบริโภคอาหาร มันก็ไม่มี
เพราะที่บริโภคเข้าไป มันเป็นประเภท
เอาเนื้อสัตว์ทั้งหลายที่เขาตายแล้ว
มาเลี้ยงร่างกายของตัวเอง
ให้สืบชีวิตไปนิดหน่อยนั่นแหละ
อีกไม่นานมันก็ต้องตายเหมือนสัตว์ที่เราบริโภคเข้าไป

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร วัดถ้ำผาปล่อง










#ลอยของกูนั่นเองออกไปเสีย

ยึดถือสิ่งใดไว้ โดยความเป็นตัวกู ก็เอาไปลอยทะเลเสีย นี่จึงจะเรียกว่า เป็นการลอยกระทงชนิดที่ลึกซึ้ง ที่มีความหมายลึกซึ้ง ที่มีประโยชน์ลึกซึ้ง

เพราะถ้าลอยออกไปได้จริงๆแล้ว
จะทำให้บรรลุถึงนิพพาน

โดย ท่านพระพุทธทาสภิกขุ
ธรรมเทศนาวันลอยกระทง ๒๕๑๘









“ปฏิบัติตัวเองให้ดี ไม่ต้องรอพวงหรีด โลงแก้ว โลงทอง ไม่ต้องให้ใครมาอ่านประวัติ บวชมาเพื่อปฏิบัติให้ตัวเองพ้นทุกข์ไปเท่านั้น”

หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดป่าภูผาแดง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี
คัดจากหนังสือ “ธรรมลี เศรษฐีธรรม”










#ปฏิบัติพอเริ่มรู้เริ่มเข้าใจ

ให้ระวังตัว"มานะทิฐิ" ว่าคนอื่นดีไม่เท่าตัวเอง หมดขาดความเคารพ แม้ภายนอกจะดูอ่อนน้อม แต่จิตใจเย่อหยิ่ง มันเป็นจิตวิปลาส สัญญาวิปลาส...

หลวงปู่ท่อน ญาณธโร


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 13 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร