วันเวลาปัจจุบัน 27 ก.ย. 2020, 15:15  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ก.ย. 2020, 05:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3908


 ข้อมูลส่วนตัว


เหวี่ยงไปแรง...

มันก็กลับมาแรง

นี่เป็นกฎแห่งกรรม

ที่ต้องระวังสังวร

#ท่านพุทธทาสภิกขุ









...ผู้ที่มาบวชที่วัดญาณฯ ถ้าอยากจะปฏิบัติ ก็มักจะไปอยู่ศึกษากับ ครูบาอาจารย์กัน ส่วนพวกที่บวชชั่วคราว ก็ไม่ได้ตั้งใจจะปฏิบัติ ก็ไม่ค่อยชอบขึ้นมา

เพราะข้างบนนี้มันกันดารพอสมควร ไฟฟ้าก็ไม่มี น้ําก็ต้องอาศัยน้ําฝนรองใส่แท้งก์ ต้องใช้อย่างประหยัดเพราะมีไม่มาก มีแท้งก์อยู่ ๒–๓ ลูกต่อหนึ่งกุฏิ ถ้าต้องการสรงน้ําให้จุใจ ช่วงตอนเช้าเวลาลงไปข้างล่างก่อนจะออกบิณฑบาต ก็สรงที่ข้างล่างก็ได้ เพราะมีน้ําประปา มีไฟฟ้า ที่ข้างบนนี้สมัยก่อนเวลาสรงน้ําก็ต้องประหยัดๆ หน่อยสัก ๔–๕ ขัน พอทําความสะอาดร่างกายก็พอแล้ว เพราะไม่มีที่เก็บน้ําเยอะ .
........................................
มหาเศรษฐีที่แท้จริง หน้า163
ธรรมะบนเขา ณ เขาชีโอน
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี









#เห็นภายใน

ญาติโยมนี่เป็นแม่ชีก็ดี พราหมโณก็ดี นุ่งขาวห่มขาวไปจำศีลกัน จิตใจมันตกต่ำ อ้าว!!! ใส่ชุดลายมาแล้วบัดนี้ มาถึงแล้วก็เป็นชุดขาว ถ้าแม่ชีจิตใจดำอำมหิต ศีลมันไม่ดี ใส่ชุดดำมาเลย ถ้ามันต่ำลงไปกว่านั้น เอาแหละมันจะตกต่ำลงไปแล้วบัดนี้ เครื่องนุ่งเครื่องห่มขาดกระรุ่งกระริ่ง มันจะต่ำลงไปอย่างนี้ จิตใจของคน ตกต่ำลงไปจริงๆ มันเป็นสัตว์เดรัจฉานมาเลย ตรงนี้แหละเห็นไหม เวลาโกรธเกลียดเคียดแค้นไม่เป็นมนุษย์เสียแล้ว เป็นยักษ์ เป็นมารแล้ว มันเป็นสัตว์ จิตตกต่ำ จิตของคนจะตกลงไปอย่างนี้ ตกลง เป็นสุนัข เป็นโคกระบือ ตกลงไปจริงๆ ลงไปเป็นงู ต่ำลงไปจริงๆ ไม่มีขาเลย คนเราทุกคนระวังให้ดี ตรงนี้แหละ!!! ระบบจิตมันตกต่ำเป็นอย่างนี้....

แม้เป็นพระก็ดี บางองค์นั่นน่ะ บวชได้ซะนาน ๓๐ กว่า ๔๐ กว่าพรรษานั่นแหละ ก็ยังเป็นกระบืออยู่นั่น!!! ไม่ได้เป็นพระเลย ดูนะจิตของพระฝึกมามันตกถึงขนาดนั้น ระดับจิตของพระบางท่านพอเห็นท่านนอนอยู่ ก็ดูว่าเป็นโยมอยู่ ตอนเช้าอาตมาก็ไปเคาะท่านว่า จิตตกมากเหลือเกินไปบำเพ็ญมา ท่านยอมทันที ทำไมทำให้จิตตกมาก “ผมยอมตายแล้วล่ะไปไม่ไหวแล้ว” ท่านบอกอย่างนี้ จิตตกต่ำเป็นสัตว์เดรัจฉาน

ฉะนั้น จิตดวงเดียวนี่เปลี่ยนแปลงได้มากที่สุดทีเดียว ยกให้ดีที่สุดก็ทำได้ ทำความสะอาดมัน มันมีหลายระดับถึงขนาดนี้ ฉะนั้น...เราจะดูกันตรงนี้ได้เลยว่าใครเป็นอะไร แต่ไม่อยากให้คนหลง บางวัดใช่ไหม ไปเปิดกรรมเปิดอะไร หลงว่าชาตินั้นชาตินี้ ใครเกิดที่นู่นที่นี่ เราอย่าเพิ่งไปหลงงมงายเสียดีกว่า แต่มันมีจริงนะ ว่าคนนี้เกิดเป็นอะไรมา เดี๋ยวนี้มันอยู่ชั้นไหน มันก็ดูได้

ทุกวันนี้อาตมาปิดรายการแล้ว เพราะหลงปู่แหวนท่านห้าม หลวงปู่เทสก์ หลวงปู่ขาว ห้าม เรื่องนี้อาตมาไม่เปิด ถ้าเปิดแล้ววัดไม่มีที่นั่งที่อยู่ ไม่เปิดเรื่องอย่างนี้เพราะโลกมันหลง หลงเรื่องอย่างนี้ เหตุฉะนั้น อาตมาก็เลยเฉยๆ ทุกวันนี้เห็นอยู่ แต่เฉยๆ ไม่บอก บางคนชอบถาม ท่านอาจารย์ผมเป็นอะไรมา ฉันเป็นอะไรมา ไปถึงวัดบอกด้วยสิ ... ไม่บอก ให้รีบปฏิบัติ บอกแค่นี้ทุกวันนี้ “ญาติโยมก็สามารถบรรลุธรรมได้...ให้ปฏิบัติ”

#ธรรมเปลี่ยนโลก
หลวงพ่อพระอาจารย์เปลี่ยน ปญฺญาปทีโป











หากให้ทาน รักษาศีล บำเพ็ญภาวนา แล้วกิเลสไม่ได้ลดลง มีความยึดติดถือมั่นในตัวตนแน่นหนา ก็แสดงว่าทำผิดแล้ว

หรือพูดให้ถูกต้องกว่านั้นก็คือ

"ทำผิดในสิ่งที่ถูก"

ความดีนั้น หากทำไม่ถูก วางใจไม่เป็น มันก็เป็นโทษแก่ตนเองได้

ท่านอาจารย์พุทธทาสจึงเตือนเสมอว่า

"ระวังอย่าให้ความดีกัดเจ้าของ"

โอวาทธรรม
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล









ขนาดร่างกายเรา. มันยังพลัดพรากจากไป. แล้วจะไปห่วงทำไมนอกกาย.

หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร









#วันไหนถ้าประมาท_ก็แปลว่าไม่ดี

ถ้าไม่ประมาท ทำแต่กรรมดี วันนั้นดีหมด มืดกับสว่าง ไม่เคยทำอะไรให้คน
มีแต่คน ขี้เกียจ ก็คือคน ขี้โลภ ก็คือคน

#วันนี่มีแต่มืดกับแจ้ง

24 ชั่วโมง ทำอะไรคนไม่ได้ นี่โลกนิยม ธรรมไม่นิยม ไม่มีวันนั้น วันนี้

#วันไหนไม่ประมาททำแต่กรรมดีวันนั้นดีตลอด

วันนี้หมู่เพื่อนจะมาสวดให้ผม(หลวงปู่) หมู่เพื่อนก็ว่ากันไปซิ เรา (หลวงปู่) ไม่ได้ปรุงขึ้น ผม(หลวงปู่) สวดอยู่ทุกวันๆอยู่นี้

(ครูบาอาจารย์จุดเทียนครับหลวงปู่)

#พิธีผมไม่เอา

จุด เทียนก็จุดเอา ผมไม่มีพิธี เวลาฉันท์ไม่เห็นมีพิธี จะมาทำพิธี วงศ์ปฏิบัติท่านไม่มีตั้งแต่ไหนมา

#เดี๋ยวนี้มีเรื่องโลกมาเกี่ยวข้อง

วันนั้น วันนี้ วันนี้วันเกิด วันนั้นวันครบรอบ วันนั้น วันเกิดมันทำอะไรให้คนล่ะ
เอาไปคิดดูซิ 24 ชั่วโมงทำอะไรให้คน กินข้าวก็คือคน ขี้เกียจก็คือคน วันหนึ่ง 24 ชั่วโมงนั้น เนี่ย

#พระพุทธเจ้าท่านว่าไม่มีวันนั้นดีวันนี้ดี
#ไม่มีวันนี้ฤกษ์ดีไม่มีวันนั้นยามดีไม่มี

มีแต่คน แล้วทีนี้สังขารร่างกายก็ไม่ฟังคน ฉันแก่ลงนะเธอ ยังบอกผมแก่แล้วนะ ผมแก่ไปทุกวันๆ นั้น ธรรมไม่มีแก่ ไม่เอาความสัตย์ความจริง ซื่อสัตย์สุจริตเป็นเลิศฐาน

#มนุษย์ให้ได้ศีล5นะ

ผู้มีศีลเเท้เป็นผู้หมดเวรหมดภัย นั่นฟังแต่ว่าศีลแท้ รักษาให้บริสุทธิ์เถิด หมดเวรหมดภัยนั่น หลวงปู่มั่นท่านว่า

___
วันนี้อันนี้หมู่เพื่อนเจตนาดี ญาติโยม
ก็คิดกันอย่างนั้น หมู่เพื่อนอยากสวดมนต์ถวาย ก็สวด ท่านไม่สวด ผม(หลวงปู่) ว่าสวดเอาเองอยู่ ผม(หลวงปู่) สวดเอาทุกวันๆ ศีลผมก็รักษามาตามกำลังของผม สติปัญญารักษามาตลอด

#คนประมาทคือคนตาย

ตายไปทุกวันนั่นแหละ คนไม่ประมาท เป็นคนสร้างแต่กรรมดีนั้นถูกต้อง อย่าไปสร้างสิ่งที่ชั่ว ที่เป็นโทษ

หลวงปู่มั่นว่า ดีใดไม่มีโทษ ดีนั้นดีประเสริฐดีเลิศ กินเหล้าก็ดี แต่มีโทษ เล่นการพนันก็ดี เเต่มีโทษมีแต่เรื่องยุ่งเหยิงวุ่นวาย

พระพุทธเจ้าท่านว่า ดีใดไม่มีโทษ เที่ยวกลางคืนก็ดี มีแต่หาเรื่องราว โทษนั้น ทางสายไหน ทำคนให้ต่ำนั้น

#พระพุทธเจ้ารู้ดีรู้ชั่วรู้จริงๆ

ไม่ใช่ธรรมดา รู้หมด จิตพ้นจากอำนาจกิเลสหมดแล้ว กลายเป็นธาตุกายสิทธิ์ดังที่เราเห็นพระบรมสารีริกธาตุ อัฐิธาตุพระอรหันต์นั้น กระดูกกลายเป็นแก้วเลยจะหามาจากไหน

#ก็สร้างเอาสิเราไม่สร้างเราก็ไม่เป็น

ไม่เกี่ยวกับพระสงฆ์องค์เจ้า สร้างจิตดวงเดียวให้ดีแค่นั้น ฆราวาสเป็นคนจริง ศีล 5 ได้เลิศที่สุด นอกนั้นช่วยอะไรไม่ได้

สีเลนะ สุคติง ยันตินั้น รักษาให้สมบูรณ์แล้ว เวลาตายก็มีความสุข เพราะไม่มีเวร ไม่มีภัยในใจ

ความเอาเปรียบเอารัดก็ไม่มี คนดูถูกดูแคลนไม่มี จิตดวงนี้ชำระเสร็จหมดืสังวรระวังทุกวันๆ ไม่ให้เกิดขึ้น ไม่มีอะไรที่จะพาให้เราเศร้าหมอง

#ชีวิตนี้ถ้าเรานึกถึงธรรมะคำสอนของพระพุทธเจ้าท่านสอนไว้พอ

ดีมีแต่เรื่องจริง ท่านไม่บังคับใคร ใครอยากดี นำไปปฏิบัติเถิด ดีหมด ไม่มีใครจะไม่ดี แต่ทำให้พอ เพราะอำนาจกิเลสมันมากมายก่ายกอง

หัวใจเราหัวใจท่าน จะชำระให้หมดโทษมลทินไม่ธรรมดา ถ้าไม่มีศรัทธา ไม่มีความเชื่อมั่น เสร็จหมด

#เราจึงทำฝึกจิตฝึกใจของเรา

น้อมนำธรรมของพระพุทธเจ้า มาสู่หัวใจของเรา แล้วก้าวเดิน ระวังสังวรบาป ธรรมของฆราวาสก็บอกแล้ว สัจจะ
ความซื่อสัตย์สุจริต

#เดี๋ยวให้เราก้าวขึ้นศีล5

นิพพุติง ยันติ ถึงนิพพานเหมือนกันหมด
ไม่ใช่พูดนะ เราไปทำไม่ใช่ง่ายๆ ท่าน
จึงเทียบให้ว่า คนตกนรกเท่าขนโค คนขึ้นสวรรค์ เท่าเขาโค นั่นดูสิ เขาโค กับ ขนโค

#โอ้คนตกนรกเท่าขนโค
#คนขึ้นสวรรค์นิพพานเท่าเขาโค

ก็ดูทุกวันนี้ คนมีความซื่อสัตย์สุจริต มีมากไหมล่ะ ล้มเหลวๆๆๆ รู้จักความล้มเหลว

#เราก็ตั้งขึ้นมาสิธรรมก็มีอยู่แล้ว

สายทางก้าวเดิน พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชอบแล้ว ขึ้นชื่อว่ากิเลส มีแต่หลอกล่อให้ล้มเหลว ทำให้เราผิดหวัง ทำให้เราเป็นทุกข์

#เรื่องกิเลสล้วนๆๆๆหมด

ธรรมไม่มีล้มเหลว น้อมเข้ามารู้เอง รวมสงบลงไปแล้ว สว่างจ้าเป็นสมาธิ สันทิษฐิโก ไม่ต้องไปถามใคร รสชาติของธรรมเป็นยังไง รสแห่งธรรม ชนะรสทั้งปวงเลิศหมด รสลิ้นปาก ที่ โลกนิยม เป็นแค่นั้นแหละ

#พวกเราน้อมเอาธรรมของพระพุทธเจ้าไปปฎิบัติ

ตามธรรมของฆราวาสเราก็ดี เป็นคนจริง เป็นคนซื่อสัตย์พอ เอาตรงนี้ให้ได้ ถ้าไม่ได้เราจะเอาอะไร

ไม่ซื่อสัตย์แล้ว ทำงานก็ล้มเหลวๆ ล้มละลายๆ นี่ท่านสอนพระสงฆ์ ไม่ต้องแล้วธรรมวินัยของเลิศของประเสริฐคุ้มครองป้องกันหมด

#ถ้าปฏิบัติตามสายทางนั้นแล้วเป็นสุคโต

จิตนั้นกว่าจะคลายออกมา นักปราชญ์ท่านว่ารอดตายนี้ จะมาเอาดื้อๆ มาเอาง่ายๆ ลองไปแก้ดู ไปชำระความขี้เกียจมักง่ายดู

#ลองดูอันที่พูดนี้พูดง่ายกว่าทำ

พูดนี้ง่ายแหม๋ อยากมีความสุขนั้น ไม่เอาไหนเลย มีความสุขได้ยังไง ไม่เดินตามสายทางของพระพุทธเจ้า

สายทางของพระพุทธเจ้า คือ สายทางเดินของชีวิตนั้น แล้วเป็นแนวทางของจิตที่จะดำเนิน ไปด้วยความปลอดภัยนั้น แนวทางเเห่งชีวิตยกขึ้นมาได้เลย

#ขยันหมั่นเพียรในหน้าที่การงานที่เห็นว่าเป็นประโยชน์

ถ้าเป็นโทษอย่าทำนั่น ไปไหนหลวงปู่ก็พูด บุญไม่ต้องเสียเงิน ยกจิตตรงนี้มาชำระ ให้มีหลักมีเกณฑ์นั่น หลวงปู่มั่นท่านว่า ได้สมบัติทั้งปวง ไม่ประเสริฐเท่าได้ตน เพราะตนเป็นบ่อเกิดเเห่งสมบัติทั้งปวงนั้น ชัดเจนมาก

#เนี่ยพากันมาท่านเจตนามาสวดมนต์ให้หลวงปู่

ไม่เท่าไรหรอก อย่างมากก็ถึงวันตาย ก็แล้วแต่พระสงฆ์ท่านจะทำ เราไม่ได้คิดขึ้น จบแค่นี้พอ


#โอวาทธรรมคำสอนพ่อแม่ครูอาจารย์
#หลวงปู่ปรีดา #หลวงปู่ทุย #ฉนฺทกโร
#วัดป่าดานวิเวก
พระธรรมเทศนา ก่อนสวดมนต์บูชาธาตุขันธ์หลวงปู่ ๓ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๓ (เย็น) เนื่องในโอกาสหลวงปู่เจริญอายุวัฒนมงคล ๘๘ ปี ๖๘ พรรษา
๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๓















#เล่าเรื่องภาวนาให้หลวงปู่เสาร์ฟัง

ㆍท่านบอกว่า เร่งเข้า ๆ ๆㆍ
เมื่อหลวงพ่อไปเล่าเรื่องภาวนาให้ท่านฟัง ถ้าสิ่งใดที่มันถูกต้อง ท่านบอกว่า เร่งเข้า ๆ ๆ แล้วจะไม่อธิบาย

แต่ถ้าหากว่ามันไม่ถูกต้อง เช่น อย่างใครทำสมาธิภาวนามาแล้ว มันคล้าย ๆ กับว่าพอจิตสว่าง รู้เห็นนิมิตขึ้นมา แล้วก็น้อมเอานิมิตเข้ามา

พอนิมิตเข้ามาถึงตัวถึงใจแล้ว มันรู้สึกว่าอึดอัดใจเหมือนหัวใจถูกบีบ แล้ว สมาธิที่สว่างก็มืดไปเลย

#อันนี้ท่านบอกว่าอย่าทำอย่างนั้น_มันไม่ถูกต้อง

เมื่อเกิดนิมิตขึ้นมา ถ้าหากไปเล่าให้อาจารย์องค์ใดฟัง ถ้าท่านแนะนำว่าให้น้อมให้เอานิมิตนั้นเข้ามาหาตัว อันนี้
เป็นการสอนผิด

แต่ถ้าท่านผู้ใดพอไปบอกว่า ภาวนาเห็นนิมิต ก็แนะนำให้กำหนดรู้จิตเฉยอยู่ คล้าย ๆ กับว่าไม่สนใจกับนิมิตนั้น แล้วนิมิตนั้นจะแสดงปฏิกิริยาเปลี่ยนแปลงไปในแง่ต่าง ๆ

#เมื่อเรามีสติสัมปชัญญะดี_มีสมาธิมั่นคง

เราจะอาศัยความเปลี่ยนแปลงของมโนภาพอันเป็นของนิมิตนั้น เป็นเครื่องเตือนใจให้เรารู้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา

#นิมิตที่เปลี่ยนแปลง_เป็นปฏิภาคนิมิต

ถ้าหากว่านิมิตที่ปรากฏแล้วมันหยุดนิ่ง ไม่ไหวติง ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ บางทีสมาธิของเรามันแน่วแน่ ความทรงจำมันฝังลึกลงไปในส่วนลึกของจิตไปถึงจิตใต้สำนึก

เมื่อออกจากที่นั่งสมาธิมาแล้ว เราไม่ได้นึกถึง เหมือนกับคล้าย ๆ มองเห็นนิมิตนั้นอยู่ นึกถึงมันก็เห็น ไม่นึกถึงมันก็เห็น มันติดตาติตใจอยู่อย่างนั้น อันนี้เรียกว่า อุคคหนิมิต

ว่ากันง่าย ๆ ถ้าจิตของเรามองเพ่งอยู่ที่ภาพนิ่ง เป็นอุคคหนิมิต ถ้าจิตเพ่งรู้ความเปลี่ยนแปลงของนิมิตนั้น เป็นปฏิภาคนิมิต

#อุคคหนิมิตป็นสมาธิขั้นสมถกรรมฐาน #แต่ปฏิภาคนิมิตนั้นเป็นสมาธิขั้นวิปัสสนา

เพราะจิตกำหนดรู้ความปลี่ยนแปลง อันนี้ ถ้าหากว่าใครภาวนาได้นิมิตอย่างนี้ ไปเล่าให้ท่านอาจารย์เสาร์ฟัง ท่านจะบอกว่า เอ้อ! ดีแล้ว เร่งเข้า ๆ ๆ แต่ถ้าใครไปบอกว่า ในเมื่อเห็นนิมิตแล้ว ผมหรือดิฉันน้อมเข้ามาในจิตในใจ

แต่ทำไมเมื่อนิมิตเข้ามาถึงจิตถึงใจแล้ว จิตที่สว่างไสวปลอดโปร่ง รู้ ตื่น เบิกบาน มันมืดมิดลงไป แล้วเหมือนกับหัวใจถูกบีบ

หลังจากนั้น จิตของเราไม่เป็นตัวของตัวคล้าย ๆ กับว่าอำนาจสิ่งที่เข้ามานั้น มัน
ครอบไปหมด ถ้าไปเล่าให้ฟังอย่างนี้ ท่านจะบอกว่าทำอย่างนั้นมันไม่ถูกต้อง

#เมื่อเห็นนิมิตแล้วให้กำหนดรู้เฉย ๆ

อย่าน้อมเข้ามา ถ้าน้อมเข้ามาแล้ว นิมิตเข้ามาในตัว มันจะกลายเป็นการทรงวิญญาณ

อันนี้เป็นเคล็ดลับในการปฏิบัติ เพราะฉะนั้น ถ้าผู้ใดมาแนะนำเราว่า ทำสมาธิแล้วให้น้อมจิต ไปรับเอาอำนาจเบื้องบน หรือเห็นนิมิตแล้ว ให้น้อมเข้ามาในตัว อันนี้อย่าไปเอา มันไม่ถูกต้อง ในสายหลวงปู่เสาร์นี่ ท่านสอนให้ภาวนาพุทโธ

#หลวงปู่พุธ #ฐานิโย










เอาตน. เป็นที่รองรับการปฏิบัติ. ทั้งหมด. แต่อย่ายึดตน.

หลวงปู่จาม มหาปุญโญ









#ทำไมลูกภาวนาแล้ว_ลูกไม่เห็นสวรรค์_เห็นเทวดาบ้างเลย

ลูกเคยได้ยินว่า คนอื่น ๆ เขาว่าเขาเห็นกัน จำได้เลยว่า ตอนนั้นท่านพ่อหัวเราะ และถามลูกว่าอยากเห็นนักหรือ ลูกก็บอกว่า เปล่า และท่านพ่อก็สอนว่า...

#ไม่เห็นน่ะดีแล้ว

เพราะจุดประสงค์ของการภาวนา ก็คือ ทำให้จิตรวมเกิดความสงบ ซึ่งจะนำไป
สู่การเกิดปัญญา

#ท่านพ่อบอกว่า

ถ้าคนภาวนาแล้ว เห็นนรก สวรรค์ เทวดา ภูตผี ก็อาจจะทำให้หลงเพลิดเพลิน ติดไปกับสิ่งที่ตนเองเห็น ทำให้ไม่สามารถเข้าสู่ทางสงบได้

#องค์หลวงตามหาบัว #ญาณสัมปันโน









#เรื่องภาวนานิเด้อสำคัญ

แต่ก่อนอยู่กับครูบาอาจารย์ เวลาเจ็บเป็นเอ็นอุ่น นิดๆน่อยๆ เพิ่นสิบ่ยอมให่ฉันยา

#เพิ่นให่มานั่งพิจารณาในสกลกายของจะของ

นั่งพิจารณาเพ่งไปตั้งแต่ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง พิจารณาม่องที่เจ็บปวด ทีแรกกะจิตยังบ่นิ่ง นั่งใหม่ๆนิจั๊กแมนหยังมาไต่ตามตนตามโต

#แต่เพิ่นกะบ่ให่เอาใจใส่มัน
#ในที่สุดมันกะหายไปเอง

แต่ก่อนเพิ่นสิใซ่ธรรมโอสถ คือเอาธรรมรักษา นั่งสมาธิสู้กับมัน สู้กับความเจ็บ สู้กับกิเลส

#พระสมัยนี้เอาหมอโรงบาลเป็นที่พึ่ง ความอดทนบ่มี จั่งว่ากรรมฐานย้านตาย ..

#คติธรรม
#หลวงปู่บุญมา #คัมภีรธัมโม
#วัดป่าสีห์พนม อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร










"..อย่ามัวแต่ใช้บุญเก่า
จนลืมสร้างบุญใหม่

อย่าลืมนะ ชีวิตในสังสารวัฏ
นี้ ยังอีกยาวไกล บุญอยู่
เบื้องหลัง ความสุข และ
ความสำเร็จทั้งหลายในชีวิต.."

โอวาทธรรม
หลวงปู่อว้าน เขมโก








“วันนี้สุขภาพดี พรุ่งนี้อาจป่วยก็ได้
วันนี้ธุรกิจรุ่งโรจน์ พรุ่งนี้ธุรกิจอาจล้มละลาย
วันนี้ครอบครัวราบรื่น แต่พรุ่งนี้ครอบครัวอาจแตกแยก
ยังไม่ต้องพูดถึงคนรัก ที่วันนี้ยังอยู่ แต่พรุ่งนี้
อาจล้มหายตายจากไป

แต่ส่วนใหญ่แล้ว มักเพลิดเพลินในความสุข
จนประมาท มองไม่เห็นความเป็นอนิจจังของชีวิต
และโลก จึงไม่คิดเตรียมพร้อม จะตื่นตัวก็ต่อเมื่อ
ภัยมาประชิดตัว แต่ถึงตอนนั้น ก็อาจสายไปก็ได้”

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล










“ขอให้ทุกท่านกลับมาดูตัวเอง
ดูความบกพร่องของตัวเอง
เพื่อจะได้แก้ไขปรับปรุง
อันไหนมันไม่ดี ก็แก้ไข
สิ่งไหนมันดีแล้ว ก็ให้มันดียิ่งๆ ขึ้นไป
จะได้ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติธรรม
ไม่ใช่ผู้ที่ทำตามหัวใจตัวเอง”

หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม









"มองโลกในแง่ดี ก็หลอกตัวเอง
มองโลกในแง่ร้าย ก็หลอกตัวเอง
แท้จริง โลกไม่มีความดี และความเลวโดยตัวมันเอง

ความดี และความเลวของสิ่งใดๆ
อยู่ที่ใจไปแยกแยะ กำหนดนิยามตามความนิยม
แล้วสร้างความยึดถือไว้ โลกกลางๆ เลยถูกเหมา
เอาเป็นโลกที่น่าพอใจบ้าง ไม่น่าพอใจบ้าง
โดยที่มันไม่ได้รู้เรื่องใดๆ ด้วยเลย

เมื่อใดที่จิตว่าง มันจึงจะเห็นโลกทั้งหลาย
ไร้ความหมาย ด้วยประการทั้งปวง”

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต











“#พบเพื่อจาก #สัจธรรมแห่งชีวิต”

เราพบกันวันนี้ก็เพื่อพรากจากกันในวันหน้า ดังนั้นในขณะที่ยังมีโอกาส เราจึงควรทำดีต่อกัน เอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน สิ่งใดที่ควรทำ ไม่ควรผัดผ่อนหรือรั้งรอ แต่ให้รีบทำเสียแต่วันนี้ เพราะหากผัดผ่อนไปวันหน้า แน่ใจได้อย่างไรว่าวันนั้นจะมาถึง ภาษิตธิเบตกล่าวว่า “พรุ่งนี้กับชาติหน้า ไม่มีใครรู้ว่าอะไรจะมาก่อน” ใช่หรือไม่ว่า พ้นจากวันนี้ไปก็อาจเป็นชาติหน้าเลยก็ได้

นอกจากการทำความดีต่อกันเสียแต่วันนี้ เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียใจในวันหน้าเมื่อคนรักจากไปแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรลืมก็คือการเตรียมตัวเตรียมใจเพื่อรับมือกับความตายที่จะเกิดขึ้นกับเราเอง ในเมื่อเราทุกคนต้องตาย ก็ควรคิดถึงการตายดีด้วย อย่านึกถึงการอยู่ดีเท่านั้น เราจะตายดีได้ก็เพราะหมั่นทำความดี สร้างบุญกุศล จนมั่นใจในคุณค่าของชีวิตที่ผ่านมา อีกทั้งฝึกจิตอยู่เสมอ พร้อมจะปล่อยวางทุกอย่างเมื่อวาระสุดท้ายมาถึง ไม่มีสิ่งใดค้างคาใจ ไม่ว่าคนรัก ทรัพย์สมบัติ ความโกรธ หรือความรู้สึกผิด

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 15 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร