วันเวลาปัจจุบัน 26 ก.ย. 2020, 23:14  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 6 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ก.ค. 2020, 06:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5984


 ข้อมูลส่วนตัว


คุณพิเศษที่บังเกิดขึ้นด้วยอานุภาพแห่งสมถะในก่อนแต่สมาธิ
หรือภายหลัง หรือในขณะนั้น ชื่อว่า สมาธิวิปผารฤทธิ์(ฤทธิ์ที่แผ่สมาธิไป)
ข้อนี้ สมคำที่ท่านพระธรรมเสนาบดีสารีบุตรกล่าวไว้ดังนี้ว่า
"สภาวะที่ละนิวรณ์ทั้งหลายย่อมสำเร็จได้ด้วย ปฐมฌาน เหตุนั้น
จึงชื่อว่า สมาธิวิปผารฤทธิ์ ฯลฯ สภาวะที่ละอากิญจัญญายตนสัญญา
ย่อมสำเร็จได้ด้วยเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ

เหตุนั้นจึงชื่อว่า สมาธิวิปผารฤทธิ์ ได้แก่ สมาธิวิปผารฤทธิ์
สมาธิของท่านพระสารีบุตร สมาธิวิปผารฤทธิ์ของท่านพระสัญชีวะ
สมาธิวิปผารฤทธิ์ของท่านพระชานุโกณฑัญญะ สมาธิวิปผารฤทธิ์ของนางอุตตรา
สมาธิวิปผารฤทธิของสามาวดีอุบาสิกา"

เล่าเรื่องนางอุตตรา ก็นางอุตตราอุบาสิกา
เป็นธิดาของปุณณกเศรษฐี หญิงแพศยาชิ่อว่า สิริมา
ถูกความริษยาครอบงำ เอาน้ำมันเดือด ๆ ทั้งกระทะรดศีรษะนาง
นางอุตตราเข้าเมตตาฌานทันที น้ำมันได้ไหลเหมือนหยาดน้ำ
ไหลจากใบบัว นี้ก็เป็นสมาธิวิปผารฤทธิ์ของนาง อุตตรานั้น
ก็ควรเล่าความพิสดาร

https://84000.org/tipitaka/attha/attha. ... 5&i=27&p=3

https://84000.org/one/4/05.html

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ก.ค. 2020, 09:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5984


 ข้อมูลส่วนตัว




e8d2a2cd4f72e846c4b36523766deca496c07e3c.gif
e8d2a2cd4f72e846c4b36523766deca496c07e3c.gif [ 15.39 KiB | เปิดดู 452 ครั้ง ]
เล่าเรื่องสมาธิวิปผารฤทธิ์ของท่านพระสารีบุตร
ในบรรดาท่านเหล่านั้น เมื่อครั้งท่าน พระสารีบุตร อยู่ที่วิหารชื่อว่า
กโปตกันทระกับพระมหาโมคคัลลานเถระ มีเกสาที่ปลงใหม่นั่งอยู่กลางแจ้ง
ในคืนเดือนหงาย มียักษ์ร้ายตนหนึ่ง แม้ยักษ์สหายห้ามอยู่
ก็ได้ตีที่ศีรษะ เสียงตีได้ดังเหมือนฟ้าผ่าในเวลายักษ์ตีนั้น
พระเถระเข้าสมาบัติแนบแน่น ครั้งนั้น ท่านมิได้มีอาพาธอะไร ๆ เลยด้วย

การตีนั้น นี้เป็นสมาธิวิปผารฤทธิ์ของท่านพระสารีบุตรนั้น
ก็เรื่องมีมาในอุทานนั้นเทียว.

https://84000.org/tipitaka/pitaka2/v.ph ... 618&Z=2661

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ก.ค. 2020, 10:35 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ก.ค. 2020, 13:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 2048

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


ลุงหมาน เขียน:
เล่าเรื่องสมาธิวิปผารฤทธิ์ของท่านพระสารีบุตร
ในบรรดาท่านเหล่านั้น เมื่อครั้งท่าน พระสารีบุตร อยู่ที่วิหารชื่อว่า
กโปตกันทระกับพระมหาโมคคัลลานเถระ มีเกสาที่ปลงใหม่นั่งอยู่กลางแจ้ง
ในคืนเดือนหงาย มียักษ์ร้ายตนหนึ่ง แม้ยักษ์สหายห้ามอยู่
ก็ได้ตีที่ศีรษะ เสียงตีได้ดังเหมือนฟ้าผ่าในเวลายักษ์ตีนั้น
พระเถระเข้าสมาบัติแนบแน่น ครั้งนั้น ท่านมิได้มีอาพาธอะไร ๆ เลยด้วย

การตีนั้น นี้เป็นสมาธิวิปผารฤทธิ์ของท่านพระสารีบุตรนั้น
ก็เรื่องมีมาในอุทานนั้นเทียว.

https://84000.org/tipitaka/pitaka2/v.ph ... 618&Z=2661



[๙๕] ท่านพระมหาโมคคัลลานะ ได้เห็นยักษ์นั้นประหารที่ศีรษะแห่ง
ท่านพระสารีบุตร ด้วยจักษุเพียงดังทิพย์อันบริสุทธิ์ล่วงจักษุของมนุษย์ แล้วเข้าไป
หาท่านพระสารีบุตร ครั้นแล้วได้ถามท่านพระสารีบุตรว่า ดูกรอาวุโส ท่านพึง
อดทนได้หรือ พึงยังอัตภาพให้เป็นไปได้หรือ ทุกข์อะไรๆ ไม่มีหรือ ท่านพระ-
*สารีบุตรตอบว่า ดูกรอาวุโสโมคคัลลานะ ผมพึงอดทนได้ พึงยังอัตภาพให้เป็น
ไปได้ แต่บนศีรษะของผมมีทุกข์หน่อยหนึ่ง ฯ

...................................

สา. ดูกรอาวุโสโมคคัลลานะ น่าอัศจรรย์ ไม่เคยมีมาแล้ว ท่านมหา-
*โมคคัลลานะมีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก ที่เห็นยักษ์ ส่วนผมไม่เห็นแม้ซึ่งปีศาจ
ผู้เล่นฝุ่นในบัดนี้ ฯ
.........................


[๙๖] พระผู้มีพระภาคได้ทรงสดับการเจรจาปราศรัยเห็นปานนี้ แห่งท่าน
มหานาคทั้งสองนั้น ด้วยโสตธาตุอันเป็นทิพย์อันบริสุทธิ์ล่วงโสตธาตุของมนุษย์
ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนี้แล้ว ได้ทรงเปล่งอุทานนี้ในเวลา
นี้ว่า


" จิตของผู้ใดเปรียบด้วยภูเขาหิน ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว ไม่กำหนัด
ในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด ไม่โกรธเคืองในอารมณ์
เป็นที่ทั้งแห่งการโกรธเคือง จิตของผู้ใดอบรมแล้วอย่างนี้
ทุกข์จักถึงผู้นั้นแต่ที่ไหน ฯ"

tongue


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 ส.ค. 2020, 07:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5984


 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณครับโลกสวย :b8:

เล่าเรื่องสมาธิวิปผารฤทธิ์ท่านพระขาณุโกณฑัญญเถระ
ฝ่ายพระขาณุโกณฑัญญเถระ เป็นผู้มากด้วยการเข้าสมาบัติ
ตามปรกติทีเดียวท่านนั่งเข้าฌานสมาบัติแนบแน่นในเวลากลางคืนที่ป่าแห่งหนึ่ง
พวกโจร ๕๐๐ ลักห่อทรัพย์ไปอยู่คิดว่า เวลานี้ไม่มีพวกติดตามพวกเรา
ต้องการพัก จึงวางห่อทรัพย์ลง สำคัญว่า"นี้ตอไม้" จึงวางห่อทรัพย์ทั้งหมด
ไว้บนตัวของพระเถระนั้นเอง

เมื่อโจรนั้นพักผ่อนแล้ว กำลังจะไป เวลาหยิบของทีแรก ก็พอดีพระเถระออกจากสมาบัติ
ตามที่กำหนดกาลเอาไว้ พวกมันเห็นการเตลื่อนไหวของพระเถระ
ก็เกิดการตกใจร้องขึ้น พระเถระพูดว่า"อย่ากลัวเลยอุบาสกทั้งหลาย ฉันเป็นพระภิกษุ"

โจรเหล่านั้นมาไหว้แล้วบวชด้วยความเลื่อมใส อันมีใยพระเถระ
ได้บรรลุอรหัตตผลพร้อมด้วยปฏิสัมภิทา พระเถระถูกของ ๕๐๐ ชิ้นทับตัวไม่มีอาพาธเลย
นี้เป็นสมาธิวิปผารฤทธิ์ในเรื่องนี้

https://84000.org/tipitaka/attha/attha. ... &i=18&p=10

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 ส.ค. 2020, 11:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5984


 ข้อมูลส่วนตัว


เล่าเรื่องสมาธิวิปผารฤทธิ์ของท่านพระสัญชีวะเถระ

พระเถระกล่าวถึงความไม่มีความปรารถนาในอภิญญาทั้งหลายด้วยตนเอง
แต่พระเถระบรรลุบารมีในสาวกปารมิญาณ.
คนเลี้ยงโคเป็นต้นเข้าใจว่า พระสัญชีวเถระผู้เข้า
นิโรธเป็นอัครสาวกที่สองของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า
กกุสันธะ มรณภาพเสียแล้ว จึงลากเอาหญ้าและฟืนเป็นต้นก่อ
ไฟเผา แม้เพียงอังสะที่จีวรของพระเถระก็ไม่ไหม้ นี้เป็นฤทธิ์ที่แผ่ไปด้วยสมาธิ.
สมดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า

ดูก่อนมารผู้ลามก ก็สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระนามว่ากกุสันธะ เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรง
อุบัติขึ้นในโลก ดูก่อนมารผู้ลามก พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระนามว่ากกุสันธะ ผู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าได้มี
สาวกคู่หนึ่งชื่อว่าวิธุระและสัญชีวะเป็นคู่เจริญเลิศ สาวกทั้ง
หลายของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่ากกุสันธะผู้เป็นพระ
อรหันตสัมมาพุทธเจ้า ไม่มีสาวกใดๆ จะเสมอเหมือนด้วยท่านวิธุระ
ในการแสดงธรรม ด้วยปริยายนี้ ท่านวิธุระจึงมีชื่อว่า วิธุโร.


ส่วนท่านสัญชีวะไปสู่ป่าบ้าง ไปสู่โคนต้นไม้บ้าง ไป
สู่เรือนว่างบ้าง ย่อมเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธโดยไม่ยากเลย.
ดูก่อนมารผู้ลามก เรื่องเคยมีมาแล้ว ท่านสัญชีวะนั่ง
เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ ณ โคนไม้แห่งหนึ่ง พวกคนเลี้ยงโค
เลี้ยงปศุสัตว์ ชาวนา นักท่องเที่ยวได้เห็นท่านสัญชีวะเข้า
สัญญาเวทยิตนิโรธ ณ โคนไม้แห่งหนึ่ง ครั้นเห็นแล้วก็คิดว่า
น่าอัศจรรย์จริงหนอ พ่อคุณเอ๋ย ไม่เคยมีมาแล้ว สมณะนี้นั่ง
มรณภาพ พวกเราช่วยกันเผาเถิด.


ลำดับนั้น คนเลี้ยงโค คนเลี้ยงปศุสัตว์ ชาวนา นักท่องเที่ยวจึง
ลากหญ้าพืชโคมัย แล้วสุมบนกายของท่านสัญชีวะ จุดไฟกลับไป.


ลำดับนั้น ท่านพระสัญชีวะโดยราตรีนั้นล่วงไปออกจาก
สมาบัติสลัดจีวร นุ่งในตอนเช้าถือบาตรและจีวรเข้าไปบ้าน
เพื่อบิณฑบาต คนเลี้ยงโค คนเลี้ยงปศุสัตว์ ชาวนา นักท่อง
เที่ยวเห็นท่านสัญชีวบิณฑบาต จึงคิดว่า น่าอัศจรรย์จริง
พ่อคุณเอ๋ย ไม่เคยมีมาแล้ว พระสมณะนี้นั่งมรณภาพ ท่านฟื้นขึ้นมาแล้ว.
โดยปริยายนี้แล ท่านสัญชีวะจึงมีชื่อว่า สญชีโว๘- ด้วยประการฉะนี้แล.

https://84000.org/tipitaka/attha/attha. ... &i=679&p=2

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 6 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 11 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร