วันเวลาปัจจุบัน 05 ส.ค. 2020, 06:07  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.ค. 2020, 09:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3855


 ข้อมูลส่วนตัว


“คนที่มีทานภายในใจ
มีการสละเป็นนิสัยของใจ
ไปไหนไม่อดตาย
แม้จะมีไม่มากแต่ก็ไม่จน
เพราะอำนาจแห่งทานที่ตน
ให้ไปแล้วนั้นแล เป็นอานิสงส์
ตามรักษาผู้นั้น... ”

#พ่อแม่ครูอาจารย์_หลวงตามหาบัว








การทำจิตให้สงบ คือ การวางให้ "พอดี"
ตั้งใจเกินไปมาก ... มันก็เลยไป
ปล่อยเกินไป ... มันก็ไม่ถึง
เพราะ ขาดความพอดี

ธรรมดา จิต เป็นของไม่อยู่นิ่ง
เป็นของมีกิริยาไหวตัวอยู่เรื่อย
ฉะนั้น จิตใจของเราจึงไม่มีกำลัง

สิ่งที่รักษาสมาธินี้ไว้ได้ คือ "สติ"
สติ นี้เป็นธรรม เป็นสภาวธรรมอันหนึ่ง
ซึ่งให้ธรรมอันอื่นๆ ทั้งหลายเกิดขึ้น โดยพร้อมเรียง
ศีลก็ดี สมาธิก็ดี ปัญญาก็ดี … เมื่อมันกล้าขึ้นมา
มันก็ คือ "มรรค" นี่แหละ! คือ "หนทาง" ทางอื่นไม่มี

หลวงปู่ชา สุภัทโท








"#ธรรมะของพระพุทธองค์นี้ไม่ได้เลือกเชื้อชาติชนชั้นวรรณะนะ ไม่ว่าจะเป็นใครมาจากไหน ทั้งพระ ทั้งโยม ฆราวาส ญาติธรรม อุบาสก อุบาสิกา พุทธบริษัทสี่ สามารถรู้เห็นธรรมของพระพุทธองค์หมด รู้เท่ากัน #กิเลสก็กิเลสตัวเดียวกัน #ธรรมก็ธรรมเดียวกัน ฉะนั้นการที่จะบรรลุธรรม จึงเหมือนกันทุกประการ"

โอวาทธรรม
หลวงปู่ประสาร สุมโน
วัดป่าหนองไคร้ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร










"หมดลงแล้ว เรียกว่าตาย
มีเงิน มีทอง มีแก้วก็ตาย ละเสีย
จากเงินทองเหล่านั้น มีลูกสาวก็
ตายจากลูกสาว มีลูกชายก็ตาย
จากลูกชาย มีผัวมีเมียก็ตายจาก
ผัวจากเมีย มีพ่อมีแม่ก็ตายจาก
พ่อจากแม่ จะมีเงินหมื่อนเงินแสน
เงินล้านก็เป็นแค่ของกลางเท่านั้น
ที่มีอยู่ในโลก เราตายเสียแล้วก็
ทิ้งหมด ถ้าเมื่อเรายังไม่ตายจงมา
พากันสร้างบุญสร้างกุศลให้พอ
เมื่อเราตายไปแล้ว บุญนั้นก็จะได้
เป็นที่พึ่งของเรา สำคัญต้องรู้จัก
ก่อนว่าบุญนั้นคืออะไร.. "
#เราทำแต่เพียงทานเท่านั้นหรือ
#เราทำแต่เพียงศีลพอแล้วหรือ
#หรือว่าเราทำทั้งทาน_ศีลและภาวนา

#หลวงปู่ตื้อ_อจลธัมโม










หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ท่านบอกไว้ว่า #กรรมทางวาจามีร้ายแรงมาก การที่เราพูดใส่ร้าย หรือพูดไม่ดีจนทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน และเสียใจ หรือไปพูดทำลายความหวังต่าง ๆ ของเขาถ้ารู้ตัวให้หยุดเสีย ถ้าไม่หยุดหรือเลิกทำเสีย #กรรมไม่สนองแต่ในชาตินี้ #พอตายลงไปยังต้องไปใข้กรรมยังนรกตามขุมต่างๆอีก ท่านจะพูดและสอนศิษย์อยู่เสมอว่า "คนดีเขาไม่ตีใคร" ความหมายว่าคนดีไม่ตีใคร ไม่ใช่เอาไม้หรือของแข็ง ๆ ไปตีเขา แต่ท่านไม่ให้พูดจากไม่ดีด่าว่าใส่ร้ายทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนเสียหาย และทุกข์ใจ หลวงปู่บอกว่าคนดีเขาไม่ว่าใคร ถ้าแกไปว่าเขาแกก็จะเป็นคนไม่ดี...

หลวงปู่ดู่










พระพุทธเจ้าไม่ทรงส่งเสริมการทำอะไรใหญ่โตเพราะเป็นภาระ เสียเวลาและต้องเสียอะไรต่ออะไรมากมายทีเดียว สร้างวัดสร้างกุฏิก็เพียงได้อยู่ได้อาศัย สร้างศาลา ศาลาขนาดไหนจะพอดีกับการได้ใช้ประโยชน์ เป็นโรงฉัน เป็นสถานที่ศรัทธาญาติโยมมาบำเพ็ญกุศล นับตั้งแต่ถวายอาหารบิณฑบาต ฟังเทศน์ฟังธรรม อบรมจิตภาวนา ขนาดไหนพอดีก็ทำแค่นั้น

โอวาทธรรมหลวงปู่แบน ธนากโร
วัดดอยธรรมเจดีย์ จ.สกลนคร








ถ้าเราไม่รื้อถอน มันจะยึดมั่นถือมั่นอยู่นั่นแหละ ถ้าเรารื้อถอนมัน ก็จะปล่อยวางอย่างนั้นแหละ ข้อสำคัญให้ฝ่าฟันเวทนานั้น มอบกายถวายชีวิตต่อพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ "ร่างกายอันนี้ ข้าพเจ้าขอมอบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ข้าพเจ้าไม่ยึดไม่ถือ ขอแต่ว่าข้าพเจ้ารู้ธรรมเห็นธรรมเท่านั้น" เอาอย่างนี้

หลวงปู่บุญจันทร์ กมโล








...ความทุกข์เกิดจาก
การไปถือ ไปยึด ไปติด
ว่า..”เป็นของเรา”

ทั้งๆที่พระพุทธเจ้า
ก็ทรงสอนแล้วว่า..
“ไม่มีอะไรเป็นของเรา”

..เราบ้ากันไปเอง..
................................................
คัดลอกการสนทนาธรรม
ธรรมะบนเขา 3 / 4 / 2562
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี







กิเลสมันควบคุมเรา เราไม่รู้เขา เราก็อยู่ใต้อำนาจของกิเลส กิเลสจูงมาทางนี้ก็มาทางนี้ กิเลสจูงไปทั่วโลกก็ไปกับมันอย่างนั้น ทีนี้ถ้าเรารู้ว่าเราอยู่ที่ไหน ก็เท่ากันหมดทั่วโลก เมื่อไรจะรู้ล่ะทีนี้

ต้องโลกะวิทู รู้แจ้งโลก ไม่มีอะไรในโลก ไม่มีมาเลเซีย ไม่มีไทยเลย ไม่มีสิงคโปร์ ไม่มีอเมริกา อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส ไม่มี ไม่มีประเทศ ประเทศเป็นสมมติ คนทุกคนนี่มีขันธ์ 5 เหมือนกันหมด ก็สมมติเป็นขันธ์ 5 ทั้งนั้นแหละ ไม่ใช่เป็นคนประเทศไหน ไม่มี มันเป็นสมมติหมด

ถ้าจะลบสมมติได้ก็คือ ต้องรู้แจ้ง รู้แจ้งว่า โอ โลกนี้มันเป็นอย่างนี้เอง โลกและธรรมชาติ ที่เขาเรียกว่าคนชาตินั้นชาตินี้มันไม่ใช่ มีขันธ์ 5 เท่ากัน แน่ะ กำลังมาละความรู้ ร่างกายนี้ทุกข์เท่ากัน พระก็ทุกข์ โยมก็ทุกข์ ทุกข์เท่ากัน

หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป









#โอวาทธรรม
"ที่องค์หลวงปู่มั่น​ ภูริทัตโต​ ได้ให้
เป็นคติแก่หลวงปู่แหวน สุจิณโณ…
มรรคผลไม่ได้ขึ้นอยู่กับนิกาย
แต่มรรคผลขึ้นอยู่กับการปฏิบัติดี
ปฏิบัติชอบ ตามธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้า
ได้ทรงแนะนำสั่งสอนไว้แล้ว…"

#คำสอนหลวงปู่แหวน_สุจิณโณ
#วัดดอยแม่ปั๋ง_จังหวัดเชียงใหม่










แม้จะห้ามไว้เท่าไหร่ก็ไม่ฟัง เรื่องความตาย ถึงระยะมันก็จะต้องไปตามหน้าที่ของเขา พอมีเกิดมาแล้ว ก็หมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปตามเรื่อง คล้าย ๆ กับว่าพระอาทิตย์ พระจันทร์ มันก็ขึ้นของมันเอง ไม่ได้ไปพูดกับเขายาก มันก็ไปของเขาเอง เขาจะไปหรือไม่ไปเราไม่รับรู้ แต่เราเห็นคล้าย ๆ กับว่ามันไป ผลสุดท้ายมันก็หมดแสงไปเอง ก็อยู่ตลอด เราไม่ได้ไปยากกับมันสักครั้ง..

หลวงปู่ศรี มหาวีโร
เทศนา เรื่อง นิวรณ์ธรรม ๕











ถ้าอยากพ้นทุกข์จริงๆ เราอย่าไปอยากเฉยๆนะ เพียงแต่ความอยากอย่างเดียว ความปรารถนาอย่างเดียว ความต้องการอย่างเดียว มันไม่สามารถพ้นทุกข์ได้ มันไม่สำเร็จได้ มันจะต้องลงมือทำ ลงมือปฏิบัติ ลงมืออบรมสั่งสอนใจของเรา ให้มันรู้จักปล่อยวาง ให้มันรู้จักละ อย่าไปยึดมั่นถือมั่นในทุกข์ มันก็จะไม่เป็นทุกข์

โอวาทธรรมหลวงปู่คูณ สุเมโธ
วัดป่าภูทอง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี









ลักษณะของธรรมดา มันย่อมจะเป็นธรรมดาอยู่อย่างนั้น แต่คนเราจะฝืนธรรมดาไม่ได้หรอก ร่างกายจิตใจไม่อยากให้แก่ ไม่อยากให้เจ็บ ไม่อยากให้ตาย ไม่อยากให้เป็นโรคเป็นภัย ไม่อยากให้เป็นอะไร ร้อยอันพันอย่างหละที่เราต้องการ มันไม่อยู่กับความคิด ความปรารถนา ขึ้นอยู่กับเหตุคือการกระทำมาตั้งแต่เริ่มต้น ต้องคิดอย่างนั้น

หลวงปู่ศรี มหาวีโร







ถ้าในอันดับนั้น ใจของเรานี้ ละกิเลสบาปกรรม
ละสังโยชน์ คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา ลีลัพพตปรามาส
ได้เด็ดขาด มีความรักตั้งมั่นในคุณพระรัตนตรัย
ไม่คลอนแคลน "สามารถสละชีวิต" เพื่อ บูชาข้อวัตรปฏิบัติ
ตามหลักคำสอน ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ได้ไม่ย่อท้อ … ในช่วงนั้น กายของเราเป็นมนุษย์
แต่ ใจของเรา มันกลายเป็น "พระ"
เป็นพระอริยเจ้า ขั้นพระโสดาบัน

หลวงปู่แหวน สุจิณโณ







อาหารบางอย่างมดไม่ขึ้น วางไว้ไม่มีน้ำหล่อ มดก็ไม่ขึ้น นั่นไม่หมายความว่า ไม่มีมดในบริเวณนั้น มดนั้นมีอยู่ทุกแห่ง เพียงแต่ว่าจะปรากฏตัวออกมาให้เห็นมากน้อยเพียงไรหรือไม่เท่านั้น อาหารบางอย่างมดขึ้น บางอย่างมดไม่ขึ้น เหตุผลมีว่า เพราะอาหารบางอย่างมีกลิ่น ส่งกลิ่นออกไปนำมด มดไม่ได้เข้ามาเอง มดเข้ามาขึ้นอาหารเพราะถูกกลิ่นอาหารนั่นเองนำเข้ามา

เมื่อเปรียบกิเลสเหมือนมด มดไม่ขึ้นอาหารที่ไม่ส่งกลิ่นออกไปชักนำฉันใด กิเลสก็ไม่ได้เข้าห้อมล้อมปกคลุมใจที่ไม่ส่งออกไปชักนำฉันนั้น

ความคิดปรุงแต่ง เมื่อตาเห็นรูป หูได้ยินเสียง จมูกได้กลิ่น ลิ้นได้รส กายได้สัมผัส คือ การส่งใจออกไปชักนำกิเลสเข้ามาห้อมล้อมจิตใจ เหมือนอาหารที่ปรุงแต่งด้วยกลิ่นของความหวานออกไปชักนำมดมารุมขึ้นอาหาร

หยุดความคิดปรุงแต่งเมื่อตาเห็นรูป หูได้ยินเสียง จมูกได้กลิ่น ลิ้นได้รส กายได้สัมผัส กิเลสแม้มีอยู่เต็มโลก ก็ไม่เข้ามาห้อมล้อมใจ ใจย่อมผ่องใส สว่าง ห่างไกลความร้อนความมือของกิเลส

พระราชนิพนธ์ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
100ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช









"..หนทางมันมีอยู่ สวรรค์
นิพพานรออยู่ ขาดอยู่แต่
ผู้เอาจริง ให้รีบภาวนา
ดูที่ใจอย่าส่งออกนอก
ส่องดูที่ใจอย่างเดียว
ดูอะไร ๆ ก็ไม่เหมือนดูที่ใจ

เราพอใจ ชอบไม่ชอบ
มันก็อยู่ที่ใจ กายไม่เกี่ยว
กายมันก็เป็นของมันเช่น
นั้นแหละ เกิด แก่ เจ็บ ตาย

แต่ใจมันไม่เจ็บไม่ตายด้วย
ฉะนั้น ให้ดูที่ใจ
ไม่ต้องไปดูที่อื่น.."

โอวาทธรรม
หลวงปู่เพียร วิริโย










#ขอให้ฝึกภาวนาทุกวัน

เมื่อถึงเวลา.. ที่บุญวาสนาบารมีธรรมของเราแก่กล้า และเต็ม จิตใจของเราจะสงบรวมเป็นสมาธิ และได้ตาทิพย์เป็นพระโสดาบันสมปรารถนา …

เมื่อเราได้ตาทิพย์ได้เป็นพระโสดาบันแล้ว ก็จะรู้ได้ด้วยตนเองว่า

#บุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด_เหนือกว่าบุญทั้งปวง

นั่นก็คือ การภาวนาที่มีสติ ไม่เผลอนี่เอง.

พระธรรมเทศนา
#หลวงปู่ไม #อินทสิริ











#ตัวละครที่ต้องมีวันสิ้นสุดลง

พวกเราเป็นเหมือนตัวละคร มาเล่นละครกันในโรงละคร แล้วเขาก็กำหนดบทให้เราเล่นกัน มีบทให้พวกเราเล่นกัน คนนี้เป็นหญิงนะ คนนี้เป็นชาย คนนี้เป็นเด็ก คนนี้เป็นผู้ใหญ่ คนนี้เล่นเป็นพ่อ คนนี้เล่นเป็นแม่ คนนี้เล่นเป็นสามีเป็นภรรยา เป็นหมดทั้งนั้น เป็นบทละครเป็นตัวละคร

#ร่างกายนี้เป็นตัวละคร

แล้วพอร่างกายนี้ตาย เขาก็เอาออกจากโรงไป แล้วเขาก็มีตัวใหม่เข้ามาแทนอยู่เรื่อย เด็กที่เกิดใหม่ก็เป็นตัวละครใหม่ เด็กที่มาเกิดมาคลอด คลอดในเรื่องนี้ ก็ค่อยเจริญเติบโตขึ้นไปแล้วก็เริ่มแสดงบทบาทต่างๆ ไป ตัวละครเก่าก็ตาย ล้มหายตายจากไป ตัวละครใหม่ก็มาแทนที่ แต่ไม่ว่าจะมากันกี่ตัว เวลาไปก็ไม่มีใครเอาโรงละครไปด้วย

#ไม่มีใครเอาของที่ได้จากโรงละครนี้ติดตัวไปได้

มีสมบัติกี่หมื่นล้านแสนล้าน ก็เอาไปไม่ได้ มีตึกสูงกี่ชั้นก็เอาไปไม่ได้ มีอะไรทั้งหลายแหล่นี้ก็เอาไปไม่ได้ เพราะมันเป็นของโรงละคร ตัวละครนี้เป็นเหมือนลูกจ้าง เขาจ้างมาเล่นละครเท่านั้นเอง แล้วเขาก็ให้เงินเดือน ให้บ้านให้อะไรอยู่ไป แต่พองานจบ ละครจบ หรือบทของตัวละครจบ เขาก็เอาคืนไปหมด

#นี่แหละคือชีวิตของพวกเรา

อย่าไปจริงจังกับมันมากเลย จะทุกข์ไปเปล่าๆ ต้องคิดว่าเราเป็นตัวละคร เราแสดงบทต่างๆ กัน บางคนก็แสดงบทรวย ทำบุญก็มาแสดงบทรวย ทำบาปก็มาแสดงบทจน มาเป็นขอทาน มาเป็นคนยากจน คนทำบุญเขาก็ให้มาแสดงเป็นคนรวย คนโง่เขาก็ให้แสดงเป็นคนโง่ คนฉลาดเขาก็ให้ไปเป็นคนฉลาด

#กรรม_เป็นผู้จำแนกแยกสัตว์_ให้ไปเป็นอะไรกันต่างๆ

ทำไมทุกคนมาเกิดจึงไม่เหมือนกัน ก็มาจากมีดิน น้ำ ลม ไฟ เหมือนกัน ร่างกายมีอาการ ๓๒ เหมือนกัน แต่ใจผู้มาใช้ร่างกายนี้ ให้เป็นตัวละครนี้ไม่เหมือนกัน มีความรู้มีความสามารถไม่เหมือนกัน มีบุญมีบาปติดมาไม่เหมือนกัน จึงทำให้มาเป็นตัวละครชนิดต่างๆ กันไป

#แต่ไม่ว่าจะเป็นตัวละครชนิดไหนก็ตาม

จะรวยจะจนจะใหญ่จะเล็ก ก็เป็นตัวละครที่ต้องมีวันสิ้นสุดลง ละครนี้จะต้องหมด ตัวเล่นจะต้องจบ แต่โรงละครอาจจะไม่จบ เพราะโรงละครเป็นโรงละครที่ใหญ่ แต่ตัวเล่นนี้อาจจะเล่นไปตามบทตามบาท บางตัวก็อยู่บนเวทีได้นานหน่อย บางตัวก็อยู่ไม่นาน บางคนเกิดมาไม่กี่ปี เขาก็เอาออกจากโรงละครไป ตายไป ตายเร็วก็มี ตายช้าก็มี

#แต่ในที่สุดก็ต้องตายกันไปหมด

เกิดมาเท่าไหร่ก็ต้องตายกันเท่านั้น ไม่ใช่ว่าเกิด ๑๐๐ แล้วตาย ๕๐ นี้ไม่มี เกิด ๑๐๐ ก็ต้องตาย ๑๐๐ เกิด ๑๐๐๐ ก็ต้องตาย ๑๐๐๐ อันนี้เป็นกฎของธรรมชาติ สิ่งใดมีการเกิดแล้ว สิ่งนั้นก็ต้องมีการดับไปเป็นธรรมดา

#นี่คือปัญญาที่พวกเราต้องพยายามศึกษาให้มันฝังอยู่ในใจเรา

ไม่ให้เราหลงไม่ให้เราลืม เพราะว่าพอเราหลงปั๊บ เราจะคิดว่าร่างกายนี้เป็นตัวเราขึ้นมาทันที ไม่ได้คิดว่าเป็นตัวละคร เอาจริงเอาจังกับบทที่เราเล่นกัน คิดว่าเป็นของจริงของแท้

#ความจริงมันเป็นแค่บทละคร

ร่างกายก็เป็นเหมือนตัวละคร แล้วเดี๋ยวก็ต้องจบลงทุกตัวละคร ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า ไม่มีใครเป็นอะไรค้ำฟ้า เป็นได้ถึงเวลาของมัน วันหนึ่งก็ต้องมีการสิ้นสุดลง

ธรรมะหน้ากุฏิ
วันที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
#พระอาจารย์สุชาติ #อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี












#การแก้กรรมที่ได้ผลจริงๆ_ต้องแก้ที่ใจตนเอง

การแก้กรรม ตัดเคราะห์ ต่อชะตา ด้วยการเซ่นไหว้ บวงสรวง ทำพิธี ของหมู่นี่นั่น ในศาสนาพุทธของเฮา..บ่มีดอก

อิหยังต่างๆ ที่เกิดขึ้นแล้ว มันแก้บ่ได่ดอกเนาะ ขั่นสิแก้กรรม พระพุทธองค์เพิ้นทรงสอนวา ให้แก้ที่ใจจะของ แก้ที่การเฮ็ดจะของ ให้เฮ็ดโตใหม่ ให้มันดีขึ้น

#นั่นละคือการแก้กรรมที่เห็นผลอิหลี

บ่ต้องไปเสียเงินเสียทอง เสียเวลาไปทำพิธีเลย
___

….แปลความ

”การแก้กรรม ตัดเคราะห์ ต่อชะตา ด้วยการเซ่นไหว้ บวงสรวง ทำพิธี ของเหล่านี้นั้นในศาสนาพุทธของเรา ไม่มีหรอก

อะไรต่างๆที่เกิดขึ้นแล้ว มันแก้ไม่ได้หรอกนะ ถ้าจะแก้กรรมพระพุทธองค์ท่านทรงสอนว่า ให้แก้ที่ใจตัวเอง แก้ที่การกระทำตัวเอง ให้ทำตัวใหม่ให้มันดีขึ้น

นั่นแหละคือการแก้กรรมที่เห็นผลจริง ไม่ต้องไปเสียเงินเสียทอง เสียเวลาไปทำพิธีเลย”
___
เทศนาธรรมบรรยาย
#หลวงปู่จื่อ #พนฺธมุตฺโต










วันหนึ่งมีพระฝรั่ง ถามอาตมาว่า..

"ถ้าจะอธิบายพุทธศาสนาอย่างดี
ที่จะเข้าใจแก่นสารของพุทธศาสนา
จะใช้กี่คำที่จะอธิบายได้"

อาตมาบอกว่า.. "คำเดียวก็ได้ คือ ตื่น"

พระราชสุเมธาจารย์ (โรเบิร์ต สุเมโธ)


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 12 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร