วันเวลาปัจจุบัน 05 ส.ค. 2020, 05:35  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ก.ค. 2020, 07:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3855


 ข้อมูลส่วนตัว


การอุทิศบุญนี้ ก็ไม่ต้องใช้น้ำไม่ต้องกรวดน้ำ บุญไม่ใช่น้ำ เพราะเอาน้ำมาเป็นตัวอย่างของบุญว่า เวลาเราเทน้ำลงไปนี้เหมือนกับเราเทบุญลงไป ส่งบุญไป บุญเป็นเหมือนกระแสน้ำ ความจริงบุญก็คือ กระแสของความสุขที่เราส่งให้คนอื่นนั่นเอง เรียกว่า เป็นการอุทิศบุญ

หลวงพ่อสุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร จ.ชลบุรี
ธรรมะบนเขา ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๐









"คนโบราณท่านมีคติดี เวลาไปไหนมาไหนต้อง ๑.นิ่งได้ ๒.ทนได้ ๓.รอได้ ๔.ช้าได้ ๕.ดีได้

คนสมัยนี้...นิ่งไม่ได้ ปากไม่ดี ทนไม่ได้ อยู่ไม่ได้อีก รอก็ไม่ได้ ช้าก็ไม่ได้ จึงเอาดีกันไม่ค่อยจะได้ ในยุคสมัยใหม่ปัจจุบันนี้

สิ่งเหล่านี้มีความหมายมาก แต่ทุกคนไม่เคยคิด"

คำสอน
หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม








...เราคือใจ คือผู้รู้
ผู้รู้จะมีความสุข ก็ต่อเมื่อ ..
”ผู้รู้สงบ” ไม่วุ่นวาย ไม่ยึดติด
ไม่อยากได้สิ่งต่างๆในโลกนี้

.
ถ้ารู้อย่างนี้แล้ว จะได้รู้ว่า
งานของเราอยู่ที่ ..”การทำใจให้สงบ”

.
ตัดทุกสิ่งทุกอย่างด้วยไตรลักษณ์
ด้วยปัญญา ให้เห็นว่า
ทุกสิ่งทุกอย่างที่ใจไปเกี่ยวข้องด้วย
“เป็นไตรลักษณ์ทั้งนั้น”.
..........................................
จุลธรรมนำใจ 25 กัณฑ์ 424
ธรรมะบนเขา 8/5/2554
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี








เสียสละเวลา ถ้าไม่เสียสละเวลามา(ทำบุญ)ไม่ได้
ติดโน่นติดนี่อยู่ เวลาจะตายติดไหมล่ะ ไม่มีทางติดสักอย่าง
ทำไมเราทำคุณงามความดีเราติด ทำไมสละไม่ได้
เอ้าคิดดูซิ
.
โอวาทหลวงพ่อสมบูรณ์ 26 มิถุนายน 2563









ขึ้นชื่อว่า "กิเลส" แล้ว มันจะไม่ไว้หน้าใคร มันทำลายทั้งสิ้น
แก่นแท้ของธรรมะอยู่ที่ "สติ" เราเองเป็นผู้ทำจิตของตน ให้เศร้าหมอง ผู้อื่นช่วยไม่ได้ แม้พระพุทธเจ้าก็ช่วยไม่ได้ "ต้องทำเอง รู้เอง ถึงจะได้เอง"...วันนี้วันพระ เจริญสติ เจริญภาวนา ตามสมควร เพื่อลดละกิเลสและสะสมบุญบารมี...

#หลวงปู่สูนย์จันทวัณโณ







พวกเราต้องมีสติอยู่กับตัวตลอดนะ ไม่ว่าเวลา ยืน เดิน นั่ง นอน ทุกอิริยาบท ครูบาเคยมีอยู่ครั้งหนึ่ง เมื่ออายุประมาณ ๕๐ ปี เผลอลืมสติไปหน่อย “หลับลืมคิงไปหน๊อย” ไปรู้ตัวอีกทีอยู่ที่ศาลา ๙ ห้อง ที่นั่น จะมีคนคอยบันทึกบุญ บันทึกบาปอยู่ จะได้ขึ้นสวรรค์ หรือ ลงนรก ต้องมาดูตรงนี้ก่อน

ใครที่ทำบุญอะไรไว้ ไม่หาย - ไม่สูญ - ไม่บูด - ไม่เสีย ให้พากันรู้ไว้นะ ทำอะไรไว้...บันทึกไว้หมด!!!

ปกิณกธรรม
หลวงปู่ครูบาอินสม สุวีโร
วัดป่าธรรมสันติ อ.หางดง จ.เชียงใหม่
๒๑ กค.๒๕๖๓








#คนเราเกิดมาตามกรรม
พวกเราทุกคนนี่เป็นคนมีบุญเด้ ถึงได้เกิดเป็นมนุษย์ มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐ รู้จักดี รู้จักชั่ว รู้จักหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า พวกเรานี่โชคดีแค่ไหนแล้วที่ได้เกิดเป็นมนุษย์ และยังได้พบพระพุทธศาสนาอีก

พระพุทธเจ้าท่านวางหลักธรรมคำสอนให้พวกมนุษย์ได้ปฏิบัติตาม ถ้าผู้ที่ #ให้ทาน_รักษาศีล_ภาวนา เส้นทางนี้ก็จะไปสวรรค์, พรหมโลก,ไปเป็นมนุษย์สมบัติ ไม่ต้องไปลงที่ต่ำ แต่ถ้าพวกที่ทำความชั่วนี่ต้องได้ไปเกิดเป็น หมู หมา กา ไก่เป็นเปรต เป็นสัตว์นรก เป็นอสุรกาย ได้รับทุกขเวทนา

ให้ระลึกถึงพระพุทธเจ้าอยู่เสมอๆ พุทโธ ธัมโม สังโฆ แค่นี้ก็ประเสริฐสุดแล้ว ให้มีพุทโธในใจเราตลอด
#พระพุทธเจ้าเป็นคือผู้รู้_ผู้ตื่น_ผู้เบิกบาน
#ถ้าเรามีพุทโธในหัวใจเราตลอด
#เราก็สามารถจะเป็นผู้รู้_ผู้ตื่น_ผู้เบิกบานได้เหมือนกัน
หลวงปู่บุญทัน ฐิตสีโล
วัดเขาเจริญธรรม











#บทความ: ธรรมอันเกิดจากความประทับใจในหลวงพ่อพุทธทาส ของ พระครูใบฎีกามณเฑียร มณฺฑิโร (พระอาจารย์จ้อย หรือท่านจ้อย) แห่งสวนโมกขพลาราม

.
หลวงพ่อพุทธทาสเป็น พระผู้ปฏิบัติตามคำสอนของท่านอันแท้จริง (ละตัวตน)

.
มีอยู่ครั้งหนึ่ง รู้สึกว่าจะเป็นอาพาธครั้งล่าสุดของหลวงพ่อ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้เสด็จมาเยี่ยมโดยไม่ได้หมายกำหนดการที่จะเสด็จมา แต่พระองค์ก็มีเมตตาสูง ก็เลยแวะมาเยี่ยม ทางวัดจัดที่นั่งให้แทบไม่ทัน พระองค์ก็ประทับอย่างเรียบง่ายในที่นั่งของหลวงพ่อพุทธทาส แล้วท่านอาจารย์ก็ได้นั่งรถเข็นออกมาจากห้อง เพื่อมารับรองเจ้าพระคุณสมเด็จ

.
พวกเราทั้งหลายกำลังก้มกราบเจ้าพระคุณสมเด็จอยู่ สมเด็จก็ร้องห้ามหลวงพ่อพุทธทาสว่า ท่านเจ้าคุณไม่ต้องไหว้ ขณะพวกเรากำลังก้มกราบในครั้งที่ ๒ อยู่นั้น สิ่งที่ไม่ได้คาดฝันก็ปรากฎขึ้น รถเข็นสั่น โดยหลวงพ่อได้ลุกขึ้นยืนเพื่อจะได้นั่งก้มกราบ แสดงความเคารพอย่างอ่อนน้อม และได้กล่าวขอบพระคุณเจ้าพระคุณสมเด็จได้อย่างไพเราะและเหมาะสม ทั้งสองท่านได้แสดงให้เราเห็นการมีสัมมาคารวะซึ่งกันและกันอย่างน่าจดจำไม่รู้ลืม

.
หลวงพ่อพุทธทาสได้กราบเจ้าพระคุณสมเด็จในฐานะผู้ปกครองสงฆ์สูงสุด แต่ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จรับกราบตอบ ในฐานะหลวงพ่อพุทธทาสมีอาวุโสมากกว่า

.
อาตมาได้เห็นภาพนั้นรู้สึกประทับใจที่สุด ที่ท่านทั้งสองได้แสดงให้โลกทั้งโลกได้เห็นการเคารพกันตามลำดับ อาตมาคิดว่า โลกทั้งโลกคงจะสงบเย็นและเป็นประโยชน์มากกว่านี้ ถ้าทุกคนรู้จักการเคารพนอบน้อมต่อกัน
_______________________________
พระครูใบฎีกามณเฑียร มณฺฑิโร
๒๕ เมษายน ๒๕๕๗










" วันนึงคืนนึง
หาแต่สิ่งนั้นสิ่งนี้
หาแต่สิ่งบำรุงบำเรอ
ทางร่างกาย
ทางยศฐาบรรดาศักดิ์
ทางวัตถุข้าวของ

ก็เอาใจดวงนี้แหละ
ไปหานั่น
พอเอาใจดวงนี้
ไปทำงานอย่างอื่น
มันก็คุ้มครองตัวเองไม่ได้ "

โอวาทธรรม
หลวงพ่อวันชัย วิจิตโต










"..เราเห็นไหม โลกไหน
ก็ตามในเมืองไทยของเรานี่
ตายแล้วเอาวัตถุสิ่งของไป
เป็นสมบัติพึ่งเป็นพึ่งตายได้
ไม่เห็นมี ทิ้งเกลื่อน

นับตั้งแต่เศรษฐีลงมา
ถึงคนทุกข์ตะเข็ญใจ
สิ่งทั้งหลายทิ้งเกลื่อนทั้งหมด

เมื่อลมหายใจ
หมดจากร่างไปแล้ว
ร่างก็หมดความหมาย
สมบัติที่มีทั้งหลาย
หมดความหมาย

แต่เวลามีลมหายใจอยู่
ดิ้นเหมือนสิ่งนั้นจะพาเลย
ไปสวรรค์นิพพานไปอีกนู่นนะ

ความเลิศเลอของกิเลส
ที่มันหลอก เวลาตายแล้ว
กองกันอยู่ ไม่เห็น
ได้เรื่องได้ราวอะไร

เป็นอย่างนี้ จิตไม่มีที่พึ่ง.."

โอวาทธรรม
หลวงตาพระมหาบัว
ญาณสัมปันโน








" ที่พึ่งอันประเสริฐ​ของ​
จิต​ใจคือพระรัตนตรัยเท่านั้น

ยามทุกข์ใจ​ พระรัตนตรัย
ช่วยคลายทุกข์​ให้จิตใจได้
ขอให้ใจเรามั่นคงในสรณะ
ธรรม เชื่อมั่นในการปฏิบัติ​
ธรรม ธรรมจะรักษาจิตใจ
ของผู้ประพฤติธรรมเอง

คนเรานั้นกว่าจะหาที่พึ่ง
ให้กับจิตใจของตนเองได้
นั้น มันยากเอาการอยู่
เหมือนกัน แต่สิ่งเหล่านี้
มันก็ไม่เกินวาสนา
ของผู้แสวงบุญ​จะ​ตั้งใจ "

โอวาทธรรม
หลวง​ปู่​ชอบ​ ฐาน​สโม










"..ให้รู้จักภาวนา พุทโธ
ทำดวงจิตให้ผ่องใส จะได้
เป็นที่พึ่งของเราได้แน่นอน

ให้ทราบว่าในโลกนี้ไม่มี
แก่นสารอันใด เกิดมาแล้ว
ก็ต้องตาย เอาอะไรไป
ไม่ได้สักอย่าง ที่จะเอาได้
ก็เป็นเรื่องของดวงจิตเท่านั้น

ฉะนั้น จึงให้รู้จักทำจิต
คลายจากความชั่ว ความ
เศร้าหมอง ทำจิตใจให้
เป็นบุญเป็นกุศล เป็นจิต
ที่สงบผ่องใส เป็นสมาธิ

ให้รู้จักใช้ปัญญาพิจารณา
รูปนาม ให้เห็นตามความ
เป็นจริงของสังขาร
จนสามารถละวางตัณหา
อุปทานทั้งหลายได้.."

โอวาทธรรม
หลวงปู่ฝั้น อาจาโร







“ถ้าไม่มีอะไรเป็นทาน
ก็สละความโลภ ความโกรธ
ความหลง นั่นแหละเป็นทาน”

หลวงปู่อว้าน เขมโก








"อภัยทาน เป็นทานอันสูงส่ง
เมื่อผู้อื่นล่วงเกินเรา ต้องเตรียมใจ
ให้อภัยแก่เขาที่ไม่รู้ คนไม่รู้ เขาก็ทำไป
คิดไป ตามความไม่รู้ของคนที่ไม่ได้ปฏิบัติ
บูชาภาวนา ใจเราผู้ภาวนาต้องให้อภัย
ไม่ต้องไปทำความเดือนร้อนต่อกันไปอีก
เรียกว่า อโหสิกรรม"

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร