วันเวลาปัจจุบัน 24 ต.ค. 2020, 10:54  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 10 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2020, 05:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3935


 ข้อมูลส่วนตัว


#การเกิดมาเป็นมนุษย์นี้ยากมากคนที่มาเกิดต้องรอคิวกันไม่ใช่ใครมาก่อนไปก่อน

"การเกิดมาเป็นมนุษย์ พบพระพุทธศาสนา ได้มาปฏิบัติธรรม เป็นโชคดีมหาศาล เพราะการเกิดมาเป็นมนุษย์นี้ยากมาก คนที่มาเกิดต้องรอคิวกัน ไม่ใช่ใครมาก่อนไปก่อน ใครมีบุญแซงเลย คนไม่มีบุญต้องดิ้นรนแสวงหาบุญ เป็นสัมภเวสีให้คนอุทิศส่วนกุศลให้ ดิ้นรนกันเพื่อมาเกิด การเกิดมาเป็นมนุษย์นี่ยากต้องมีบุญเก่าที่สร้างมาถึงจะเกิดมาเป็นมนุษย์.."

หลวงปู่ทิวา อาภากโร
บันทึกธรรม ณ บ้านพรหมพิมาน/Niti Wattana มดงาน..










#เวรระงับด้วยการไม่จองเวรนั้นจริงแท้
แต่ต้องศึกษาว่า ทำอย่างไรจึงจะไม่ต้องจองเวร

พระพุทธศาสนานี้ คนที่ศึกษารู้กันดีว่า เป็นหลักการที่สอนให้เว้นการเบียดเบียนกันโดยสิ้นเชิง ถึงขั้นที่ว่า ไม่มีการจงใจฆ่าที่ไม่บาป จนไม่มีข้อที่จะนำไปใช้อ้างในการรุกรานทำร้ายกัน

แต่พระพุทธศาสนาก็มองเห็นตระหนักว่า การที่จะใช้เมตตา-กรุณาหรืออหิงสามาแก้ปัญหาให้สำเร็จนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เรามีเมตตา-กรุณา รักคนอื่น ไม่เบียดเบียนใคร ถ้าพบกันหรืออยู่กับคนที่เป็นปกติไม่มีเป้าหมายที่อยู่ในเจตนาพิเศษออกไป ก็จะมีสันติสุขโดยง่าย

แต่ถ้าไปเจอกับคนที่มีเจตนาแฝงเร้น เช่น เขามุ่งหาผลประโยชน์ หรือแสวงอำนาจ ความรักด้วยเมตตากรุณา ก็อาจจะไม่พอ บางทีคนที่เมตตาก็กลายเป็นเหยื่อเขาไป

ยิ่งถ้ามูลเหตุของปัญหาถึงขั้นเป็นทิฏฐิ เช่น เป็นลัทธิความเชื่อด้วยแล้ว การแก้ปัญหาของเราแม้จะเริ่มด้วยเมตตา-กรุณา และวิธีอหิงสาก็จริง แต่จะสำเร็จได้ต้องใช้ปัญญาความสามารถอย่างพิเศษจริงๆ

หลักการก็คือ..."คนที่จะชนะศัตรูได้ ย่อมต้องมีกำลังเก่งกล้าสามารถกว่าศัตรู แต่คนที่จะชนะศัตรูที่มุ่งร้ายด้วยวิธีการไม่ทำร้ายนั้นจะต้องมีปัญญาความสามารถยิ่งกว่าคนที่ชนะศัตรูด้วยกำลังนั้นอีกมากมาย ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ"

วรรณคดีพระพุทธศาสนา เช่น ชาดก อย่างมโหสถชาดก จึงได้สั่งสอนและแสดงตัวอย่างให้เห็นว่า เมื่อมีคนพวกอื่นตั้งตัวเป็นศัตรู ยกมาเพื่อฆ่าฟันทำร้าย ฝ่ายธรรมิกชนต้องใช้ปัญญาความสามารถที่เหนือกว่ามากมายในการที่จะเอาชนะคนพวกนั้น โดยไม่ใช้วิธีทำร้ายตอบ และทำให้พวกศัตรูนั้นต้องยอมสยบและกลายเป็นมิตรในที่สุด

หนังสือ สลายความขัดแย้ง สังคมศาสตร์ที่หยั่งถึงธรรมชาติ
โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต)
พิมพ์ครั้งที่ ๒ กรกฏาคม ๒๕๔๙ หน้า ๔๗ - ๔๘











.... เราหยุดความโลภ หยุดความอยาก
หยุดหาความสุขจากสิ่งต่างๆ
ที่มีอยู่ในโลกนี้
แล้วความสุขที่แท้จริงมันจะมาหาเราเอง

.
มันอยู่ในตัวเรา ..
อยู่ข้างหลังความโลภความอยากนี้เอง
พอความโลภความอยากหายไป
ความสุขอันนี้ก็จะ “โผล่ขึ้นมาในใจ “ทันที

.
ไม่เชื่อลองทำดูซิ
“ของที่พระพุทธเจ้าทรงสอนนี่ พิสูจน์ได้ “
ไม่ใช่เป็นของโกหก
ไม่ใช่เป็นของที่มีแต่พูดมีแต่บอก
แต่พิสูจน์ไม่ได้

.
“คำสอนของพระพุทธเจ้านี่พิสูจน์ได้ “
ความสุขที่เกิดจากความสงบนี้
พวกเราพิสูจน์ได้ สร้างกันขึ้นมาได้
ไม่ยากเย็นเลย ..นั่งเฉยๆ
“ไม่ให้ไปคิดอะไร”เท่านั้นเอง

.
นั่งหลับตาดูลมเข้าออกไปก็ได้
บริกรรม “พุทโธ พุทโธ พุทโธ” ไปก็ได้
อย่าไปคิดถึงลาภยศสรรเสริญ
อย่าไปคิดถึงรูปเสียงกลิ่นรสต่างๆ
เท่านั้นเอง

.
พอความคิดหยุด ความอยากหยุดปั๊บ
ความสุขก็โผล่ขึ้นมาทันที
ใครลองได้พบกับความสุขแบบนี้แล้ว
จะติดใจ
“เป็นความสุขที่มหัศจรรย์ใจ”.

.........................................
คัดลอกการสนทนาธรรม
ธรรมะบนเขา 20/12/2561
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี











"เพราะฉะนั้นพวกเราได้เกิดมาด้วย
บุญด้วยกุศลแล้วสร้างบารมีมาเต็มเปี่ยมแล้วเหลือเพียงอย่างเดียวพวกเราจะกระทำต่ออีกไหม... จะทำบุญต่ออีกไหม...ถ้าไม่ทำบุญต่อก็ขาดทุน.. เพราะใจทุกดวงอยากเกิดมาเป็นมนุษย์อยากพบพระพุทธศาสนาอยากปฏิบัติศีลธรรม ตัดภพ ตัดชาติ ให้สั้นเข้าไป
พวกเราไม่พากันรู้ตอนนี้เพราะพวกเราขาดการปฏิบัติ.."

ธรรมโอวาทคำสอน
หลวงปู่ทองอินทร์ กตปุญฺโญ_กับต๋อง หนองแสง











“ความสุขในโลกนี้ อยู่กับความพอดี
จะหาความพอดีในโลกนี้ ไม่ได้เลย
เพราะความพอดี ไม่มีอยู่ในโลกนี้
แต่ความพอดี มีอยู่เฉพาะที่ใจเท่านั้น”

หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ









"ผู้เจริญย่อมไม่เบียดเบียนใคร
ไม่อาฆาตใคร พยาบาทใคร
ให้อภัยแก่คน ทุกจำพวก
ไม่เอาเรื่อง เอาราวกับใครเลย
ต้องพร้อมที่จะให้อภัยอยู่เสมอ
อย่างนี้ใจเราสบาย"

หลวงปู่ท่อน ญาณธโร







"การทำบุญตักบาตรเป็นความดี เป็นบุญแก่จิตใจ
เมื่อมีโอกาสพอทำได้เมื่อใด จึงควรทำเสมอ "

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน








"ส่วนมาก เขาจะว่าดีก็ต่อเมื่อ
เขาได้รับประโยชน์จากการกระทำของเรา
ถ้าเขาไม่ได้ แต่ไปได้กับผู้อื่น
เราก็เป็นคนดี ที่เขาไม่ต้องการ"

ท่านพุทธทาสภิกขุ







“ วัวกินหญ้า มันคุ้นเคย
ณ ที่ใดมันก็จะไป ณ ที่นั้น

นิสัยคน ก็เหมือนกัน
มันสั่งสม มาทางไหน
ก็จะไปทางนั้น

จึงให้คิดดี ทำดี พูดดี
เพื่อสร้างสม “อุปนิสัย”
ของตนเอง "

โอวาทธรรม
หลวงปู่คำบ่อ ฐิตปัญโญ









#จะถอดกิเลสนะ #มันต้องคิด
#พิจารณากายในกาย

ตั้งแต่โสดาบันผล ถึงอนาคามีผล ตั้งแต่กายอย่างหยาบ อย่างกลาง อย่างละเอียด ๓ ระดับ

- กายอย่างหยาบ ก็โสดาบันผล
- กายอย่างกลาง ก็สกิทาคาผล
- กายอย่างละเอียด ที่ละได้ก็อนาคามีผลนั้นล่ะ

#นี่แหละเป้าหมายของการพิจารณา #กายในกายเนี่ย

อันนี้เป็นทางที่ไม่ผิด ไม่เชื่อก็ลองทำดู แล้วจะเห็นประจักษ์ชัดด้วยใจของตนเอง รู้เห็นธรรมขึ้นมาก็ด้วยใจของตนเอง

#ใจจะเป็นธรรมขึ้นมาก็ด้วยพิจารณากายในกายนี่แหละ

พิจารณาอารมณ์นั้น ปล่อยวางชั่วคราวเท่านั้นแหละ วันนี้ละรูปนี้ลงไป ละเสียงนี้ กลิ่นนี้ รสนี้ ออกไป พรุ่งนี้ รูปใหม่ รสใหม่ กลิ่นใหม่ สัมผัสใหม่ ไม่เหมือนเดิม

#สติปัญญาต้องทำงาน
เหนื่อยเหมือนเดิมทุกๆ วัน

ละวางได้แต่เพียงชั่วคราวเท่านั้นแหละ ถ้าไม่ขุดรากถอนโคน รากเหง้า คืออุปาทานความยึดมั่น ในกายตนแล้วเนี่ย อารมณ์ไม่มีทางละขาด...

#พระอาจารย์อัครเดช (#ตั๋น) #ถิรจิตโต
#วัดบุญญาวาส อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี
เทศน์เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๑
เรื่องปฏิปทาที่เหมาะสม









#การภาวนามันไม่ยาก

อิริยาบททั้งสี่ เป็นความเพียรของพระพุทธเจ้า นั่งก็ได้ นอนก็ได้ ยืนก็ได้ เดินก็ได้ เรื่องความเพียร

#ถ้าภาวนาเก่งๆ #แม้นอนอยู่มันก็ไม่หลับหรอกภายในใจน่ะ

มันไหลอยู่อย่างนั้น มันเห็นอันนั้นอันนี้ บ้างก็ม้วนนี้จบ ก็ขึ้นม้วนต่อไปอีก มันคล้ายกับการดูภาพยนตร์ มันจะเป็นม้วนๆอยู่อย่างนั้น

#หากไม่เห็นภายในตัวเองแล้ว
#มันก็ไม่เป็นล่ะ

หากมันเห็นจริงแล้ว โห... ความเพียรมันไม่รู้มาจากไหน มันเป็นไปเอง เรื่องอันนั้นน่ะ...

#ขอให้จิตมันอยู่
#ธรรมะจะโผล่ขึ้นมาเอง
#ความเพียรนี่

พอเห็นแล้วก็คิดแต่เรื่องว่า จะพ้นทุกข์ไหมหนอๆ เท่านั้นล่ะ ดีก็ไม่อยู่ ชั่วก็ไม่อยู่ล่ะ โลกใบนี้

โห. ถ้าถึงขนาดนี้แล้วนะ ความเพียรไม่รู้มันมาจากไหนละ ทีแรกก็ต้องบังคับล่ะ ต่อไปไม่ได้บังคับหรอก มันเป็นไปของมันเอง

#เอาล่ะ...#ให้พากันตั้งใจปฏิบัติ
.
#หลวงปู่ลี #กุสลธโร #วัดป่าภูผาแดง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี
เทศน์อบรมพระเมื่อปี พุทธศักราช ๒๕๓๙










#มันไม่มีอะไรจริงแท้แน่นอนหรอก #สำหรับของที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้

ร่างกายจิตใจ.. ล้วนแปรเปลี่ยนแทบจะทุกเวลานาที ของว่าจริง.. มันอาจไม่จริง ของที่ไม่จริง.. มันอาจจะจริง

#ทุกสิ่งมันล้วนหาความเที่ยงแท้แน่นอนอะไรไม่ได้เลย

คิดอะไร.. ก็อย่าไปว่า สิ่งนั้นต้องเป็นจริง ไม่ว่าเจอเรื่องเลวร้ายสักปานใด มันมาได้.. ถึงเวลามันก็ไปของมัน

#ใจเราต่างหากที่ไปยึดไว้
#มัดมันไว้ไม่ยอมปล่อยมัน

นั้นต่างหากที่มันติดใจค้างคาใจ
ก็เพราะเหตุนี้กันต่างหาก..!

#หลวงปู่ขาว #อนาลโย








มีพระ. ก็ดีกว่า. มีผีเป็นที่พึ่ง. นั่นแหละโยม..!

โอวาทธรรม
หลวงปู่ชา สุภัทโท


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ก.ย. 2020, 13:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


วิธีภาวนาไม่ยาก บอกครั้งเดียวจำได้เลย แต่ภาวนาไปๆๆปัญหาเกิดนี่ยากสุดๆ ตัวอย่าง

http://topicstock.pantip.com/religious/ ... 85609.html

อ้างคำพูด:
ตอนแรกดิฉันมีอาการผิดปกติทางกายแล้วไปถามผู้สอน แล้วได้คำตอบที่ไม่สมเหตุผลมากเลยจึงขาดความไว้ใจในตัวผู้สอน คราวนี้พอเกิดอย่างอื่นตามมาก็ไม่ได้ถามอีก

ต่อมาทั้งตาฝาด หูแว่ว ได้ยินอะไรแบบพิเศษจากปกติ

ก็คิดว่าตัวเองวิเศษ ไม่ไปถามผู้ฝึกสอนอีกเพราะขาดความไว้วางใจ แถมหลงในสิ่งลวงนั้นแล้วด้วย
เป็นหนักจนต้องไปอยู่โรงพยาบาล และก็รักษาจนรู้ตัวและเข้าใจแล้วว่าเป็นเรื่องไม่จริง

แต่ยังมีอาการอย่างนึงที่ยังไม่หายคือใจแว่ว (ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดีค่ะเพราะมันคลายหูแว่วแต่เสียงเหมือนมีคนอื่นพูดมาจากใจเรา) กินยาตามหมอสั่งมาก็หลายเดือนก็ยังไม่หาย ยังงงอยู่ว่าเป็นไปได้อย่างไร

เสียงที่ได้ยินบอกว่าไม่หายหรอกต้องเป็นคนจิตผิดปกติไปตลอดบ้างละ ต้องไปฝึกสมาธิต่อให้หายบ้างละ
ฟังไปก็งงไปเรื่อยค่ะ เข้าใจว่ามันเป็นอาการจิตเภทแบบที่หมอบอก

แต่ไม่รู้ว่าต้องเดินทางไปสุดวิธีรักษาแบบคนเป็นโรคจิต หรือควรกลับมาทางทำสมาธิแทน
แต่กลัวตอนที่ร่างกายผิดปกติ กลัวเป็นอีกแล้วจะไม่หายคราวนี้


นี่แค่ร่างกายที่เป็นรูปธรรมเห็นตำตาอยู่นะ แต่ร้อยทั้งร้อยมองข้าม ไปเอาแต่ด้านจิตด้านเดียว ถ้าไม่มีกายแล้วจิตมันจะอาศัยอะไรเกิดเล่า ดังนั้น กายกับจิตสัมพันธ์กันเนื่องถึงกัน

อ้างคำพูด:
อาการทางกายล่ะคะ คุณเคยได้ยินว่ามีคนผิดปกติทางกายจากการฝึกสมาธิแล้วไม่หายไหมคะ
เพราะมันเป็นเหตุนึงที่ดิฉันกลัว จึงไม่กล้าทำอีก เพราะตอนที่เป็นนั้น เหมือนมีคนมาจับหน้าเราบิดแรงๆไปมาตลอดเวลา ตอนออกจากสมาธิก็ยังเป็น
ตอนนั้นค่อนข้างหวั่นใจ แต่ก็อดทนนั่งจนหายไป ใช้เวลาช่วงนั้นราวสองวันค่ะ
กลัวว่าคราวนี้ทำอีกแล้วเกิดมันเป็นอีก แล้วไม่หายจะแย่ ....
(หากเรื่องที่เขาพูดกันว่าหมดวาสนาทางนี้เป็นเรื่องจริง เพราะมีคนพูดใส่เราแบบนั้นเช่นกัน
แต่ดิฉันเองไม่อยากจะเชื่อ ผลของทุกอย่างย่อมเกิดจากเหตุ
แต่ดิฉันไม่รู้ว่าเหตุใด ร่างกายเราเกิดอาการผิดปกติเช่นนั้นจากการทำสมาธิ
แล้วจะไปป้องกัน หรือเลี่ยงมันได้อย่างไร )

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ก.ย. 2020, 14:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7370

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
วิธีภาวนาไม่ยาก บอกครั้งเดียวจำได้เลย แต่ภาวนาไปๆๆปัญหาเกิดนี่ยากสุดๆ ตัวอย่าง

http://topicstock.pantip.com/religious/ ... 85609.html

อ้างคำพูด:
ตอนแรกดิฉันมีอาการผิดปกติทางกายแล้วไปถามผู้สอน แล้วได้คำตอบที่ไม่สมเหตุผลมากเลยจึงขาดความไว้ใจในตัวผู้สอน คราวนี้พอเกิดอย่างอื่นตามมาก็ไม่ได้ถามอีก

ต่อมาทั้งตาฝาด หูแว่ว ได้ยินอะไรแบบพิเศษจากปกติ

ก็คิดว่าตัวเองวิเศษ ไม่ไปถามผู้ฝึกสอนอีกเพราะขาดความไว้วางใจ แถมหลงในสิ่งลวงนั้นแล้วด้วย
เป็นหนักจนต้องไปอยู่โรงพยาบาล และก็รักษาจนรู้ตัวและเข้าใจแล้วว่าเป็นเรื่องไม่จริง

แต่ยังมีอาการอย่างนึงที่ยังไม่หายคือใจแว่ว (ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดีค่ะเพราะมันคลายหูแว่วแต่เสียงเหมือนมีคนอื่นพูดมาจากใจเรา) กินยาตามหมอสั่งมาก็หลายเดือนก็ยังไม่หาย ยังงงอยู่ว่าเป็นไปได้อย่างไร

เสียงที่ได้ยินบอกว่าไม่หายหรอกต้องเป็นคนจิตผิดปกติไปตลอดบ้างละ ต้องไปฝึกสมาธิต่อให้หายบ้างละ
ฟังไปก็งงไปเรื่อยค่ะ เข้าใจว่ามันเป็นอาการจิตเภทแบบที่หมอบอก

แต่ไม่รู้ว่าต้องเดินทางไปสุดวิธีรักษาแบบคนเป็นโรคจิต หรือควรกลับมาทางทำสมาธิแทน
แต่กลัวตอนที่ร่างกายผิดปกติ กลัวเป็นอีกแล้วจะไม่หายคราวนี้


นี่แค่ร่างกายที่เป็นรูปธรรมเห็นตำตาอยู่นะ แต่ร้อยทั้งร้อยมองข้าม ไปเอาแต่ด้านจิตด้านเดียว ถ้าไม่มีกายแล้วจิตมันจะอาศัยอะไรเกิดเล่า ดังนั้น กายกับจิตสัมพันธ์กันเนื่องถึงกัน

อ้างคำพูด:
อาการทางกายล่ะคะ คุณเคยได้ยินว่ามีคนผิดปกติทางกายจากการฝึกสมาธิแล้วไม่หายไหมคะ
เพราะมันเป็นเหตุนึงที่ดิฉันกลัว จึงไม่กล้าทำอีก เพราะตอนที่เป็นนั้น เหมือนมีคนมาจับหน้าเราบิดแรงๆไปมาตลอดเวลา ตอนออกจากสมาธิก็ยังเป็น
ตอนนั้นค่อนข้างหวั่นใจ แต่ก็อดทนนั่งจนหายไป ใช้เวลาช่วงนั้นราวสองวันค่ะ
กลัวว่าคราวนี้ทำอีกแล้วเกิดมันเป็นอีก แล้วไม่หายจะแย่ ....
(หากเรื่องที่เขาพูดกันว่าหมดวาสนาทางนี้เป็นเรื่องจริง เพราะมีคนพูดใส่เราแบบนั้นเช่นกัน
แต่ดิฉันเองไม่อยากจะเชื่อ ผลของทุกอย่างย่อมเกิดจากเหตุ
แต่ดิฉันไม่รู้ว่าเหตุใด ร่างกายเราเกิดอาการผิดปกติเช่นนั้นจากการทำสมาธิ
แล้วจะไปป้องกัน หรือเลี่ยงมันได้อย่างไร )

:b12:
ความคิดเห็นของเรามีว่าแบบนี้...มีเรา
สัจจะตรงตามคำตถาคตมีว่า...ไม่มีเรา
เราจะภาวนาถูกตามตรงคำสัจจะคือไม่มีเรา
ภาวนาให้ถูกตัวให้เข้าใจว่าไม่มีเรา เป็นความจริง
ดังนั้นถ้าภาวนาว่าด้วยความเป็นตัวเราทำแสดงว่าเราไม่รู้สึกตัวเลยว่า...ไม่มีเรา
หลักการภาวนาต้องเข้าใจถูกมาตั้งแต่ปริยัติคือฟังคำสอนให้รู้สึกถูกตัวเข้าใจว่าเราคิดเห็นไม่ตรงตามสัจจะ
:b12:
:b4: :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ย. 2020, 18:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
วิธีภาวนาไม่ยาก บอกครั้งเดียวจำได้เลย แต่ภาวนาไปๆๆปัญหาเกิดนี่ยากสุดๆ ตัวอย่าง

http://topicstock.pantip.com/religious/ ... 85609.html

อ้างคำพูด:
ตอนแรกดิฉันมีอาการผิดปกติทางกายแล้วไปถามผู้สอน แล้วได้คำตอบที่ไม่สมเหตุผลมากเลยจึงขาดความไว้ใจในตัวผู้สอน คราวนี้พอเกิดอย่างอื่นตามมาก็ไม่ได้ถามอีก

ต่อมาทั้งตาฝาด หูแว่ว ได้ยินอะไรแบบพิเศษจากปกติ

ก็คิดว่าตัวเองวิเศษ ไม่ไปถามผู้ฝึกสอนอีกเพราะขาดความไว้วางใจ แถมหลงในสิ่งลวงนั้นแล้วด้วย
เป็นหนักจนต้องไปอยู่โรงพยาบาล และก็รักษาจนรู้ตัวและเข้าใจแล้วว่าเป็นเรื่องไม่จริง

แต่ยังมีอาการอย่างนึงที่ยังไม่หายคือใจแว่ว (ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดีค่ะเพราะมันคลายหูแว่วแต่เสียงเหมือนมีคนอื่นพูดมาจากใจเรา) กินยาตามหมอสั่งมาก็หลายเดือนก็ยังไม่หาย ยังงงอยู่ว่าเป็นไปได้อย่างไร

เสียงที่ได้ยินบอกว่าไม่หายหรอกต้องเป็นคนจิตผิดปกติไปตลอดบ้างละ ต้องไปฝึกสมาธิต่อให้หายบ้างละ
ฟังไปก็งงไปเรื่อยค่ะ เข้าใจว่ามันเป็นอาการจิตเภทแบบที่หมอบอก

แต่ไม่รู้ว่าต้องเดินทางไปสุดวิธีรักษาแบบคนเป็นโรคจิต หรือควรกลับมาทางทำสมาธิแทน
แต่กลัวตอนที่ร่างกายผิดปกติ กลัวเป็นอีกแล้วจะไม่หายคราวนี้


นี่แค่ร่างกายที่เป็นรูปธรรมเห็นตำตาอยู่นะ แต่ร้อยทั้งร้อยมองข้าม ไปเอาแต่ด้านจิตด้านเดียว ถ้าไม่มีกายแล้วจิตมันจะอาศัยอะไรเกิดเล่า ดังนั้น กายกับจิตสัมพันธ์กันเนื่องถึงกัน

อ้างคำพูด:
อาการทางกายล่ะคะ คุณเคยได้ยินว่ามีคนผิดปกติทางกายจากการฝึกสมาธิแล้วไม่หายไหมคะ
เพราะมันเป็นเหตุนึงที่ดิฉันกลัว จึงไม่กล้าทำอีก เพราะตอนที่เป็นนั้น เหมือนมีคนมาจับหน้าเราบิดแรงๆไปมาตลอดเวลา ตอนออกจากสมาธิก็ยังเป็น
ตอนนั้นค่อนข้างหวั่นใจ แต่ก็อดทนนั่งจนหายไป ใช้เวลาช่วงนั้นราวสองวันค่ะ
กลัวว่าคราวนี้ทำอีกแล้วเกิดมันเป็นอีก แล้วไม่หายจะแย่ ....
(หากเรื่องที่เขาพูดกันว่าหมดวาสนาทางนี้เป็นเรื่องจริง เพราะมีคนพูดใส่เราแบบนั้นเช่นกัน
แต่ดิฉันเองไม่อยากจะเชื่อ ผลของทุกอย่างย่อมเกิดจากเหตุ
แต่ดิฉันไม่รู้ว่าเหตุใด ร่างกายเราเกิดอาการผิดปกติเช่นนั้นจากการทำสมาธิ
แล้วจะไปป้องกัน หรือเลี่ยงมันได้อย่างไร )

:b12:
ความคิดเห็นของเรามีว่าแบบนี้...มีเรา
สัจจะตรงตามคำตถาคตมีว่า...ไม่มีเรา
เราจะภาวนาถูกตามตรงคำสัจจะคือไม่มีเรา
ภาวนาให้ถูกตัวให้เข้าใจว่าไม่มีเรา เป็นความจริง
ดังนั้นถ้าภาวนาว่าด้วยความเป็นตัวเราทำแสดงว่าเราไม่รู้สึกตัวเลยว่า...ไม่มีเรา
หลักการภาวนาต้องเข้าใจถูกมาตั้งแต่ปริยัติคือฟังคำสอนให้รู้สึกถูกตัวเข้าใจว่าเราคิดเห็นไม่ตรงตามสัจจะ
:b12:
:b4: :b4:



เขาเป็นอะไร ไหนลองว่ามาสิ

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.ย. 2020, 11:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7370

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
วิธีภาวนาไม่ยาก บอกครั้งเดียวจำได้เลย แต่ภาวนาไปๆๆปัญหาเกิดนี่ยากสุดๆ ตัวอย่าง

http://topicstock.pantip.com/religious/ ... 85609.html

อ้างคำพูด:
ตอนแรกดิฉันมีอาการผิดปกติทางกายแล้วไปถามผู้สอน แล้วได้คำตอบที่ไม่สมเหตุผลมากเลยจึงขาดความไว้ใจในตัวผู้สอน คราวนี้พอเกิดอย่างอื่นตามมาก็ไม่ได้ถามอีก

ต่อมาทั้งตาฝาด หูแว่ว ได้ยินอะไรแบบพิเศษจากปกติ

ก็คิดว่าตัวเองวิเศษ ไม่ไปถามผู้ฝึกสอนอีกเพราะขาดความไว้วางใจ แถมหลงในสิ่งลวงนั้นแล้วด้วย
เป็นหนักจนต้องไปอยู่โรงพยาบาล และก็รักษาจนรู้ตัวและเข้าใจแล้วว่าเป็นเรื่องไม่จริง

แต่ยังมีอาการอย่างนึงที่ยังไม่หายคือใจแว่ว (ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดีค่ะเพราะมันคลายหูแว่วแต่เสียงเหมือนมีคนอื่นพูดมาจากใจเรา) กินยาตามหมอสั่งมาก็หลายเดือนก็ยังไม่หาย ยังงงอยู่ว่าเป็นไปได้อย่างไร

เสียงที่ได้ยินบอกว่าไม่หายหรอกต้องเป็นคนจิตผิดปกติไปตลอดบ้างละ ต้องไปฝึกสมาธิต่อให้หายบ้างละ
ฟังไปก็งงไปเรื่อยค่ะ เข้าใจว่ามันเป็นอาการจิตเภทแบบที่หมอบอก

แต่ไม่รู้ว่าต้องเดินทางไปสุดวิธีรักษาแบบคนเป็นโรคจิต หรือควรกลับมาทางทำสมาธิแทน
แต่กลัวตอนที่ร่างกายผิดปกติ กลัวเป็นอีกแล้วจะไม่หายคราวนี้


นี่แค่ร่างกายที่เป็นรูปธรรมเห็นตำตาอยู่นะ แต่ร้อยทั้งร้อยมองข้าม ไปเอาแต่ด้านจิตด้านเดียว ถ้าไม่มีกายแล้วจิตมันจะอาศัยอะไรเกิดเล่า ดังนั้น กายกับจิตสัมพันธ์กันเนื่องถึงกัน

อ้างคำพูด:
อาการทางกายล่ะคะ คุณเคยได้ยินว่ามีคนผิดปกติทางกายจากการฝึกสมาธิแล้วไม่หายไหมคะ
เพราะมันเป็นเหตุนึงที่ดิฉันกลัว จึงไม่กล้าทำอีก เพราะตอนที่เป็นนั้น เหมือนมีคนมาจับหน้าเราบิดแรงๆไปมาตลอดเวลา ตอนออกจากสมาธิก็ยังเป็น
ตอนนั้นค่อนข้างหวั่นใจ แต่ก็อดทนนั่งจนหายไป ใช้เวลาช่วงนั้นราวสองวันค่ะ
กลัวว่าคราวนี้ทำอีกแล้วเกิดมันเป็นอีก แล้วไม่หายจะแย่ ....
(หากเรื่องที่เขาพูดกันว่าหมดวาสนาทางนี้เป็นเรื่องจริง เพราะมีคนพูดใส่เราแบบนั้นเช่นกัน
แต่ดิฉันเองไม่อยากจะเชื่อ ผลของทุกอย่างย่อมเกิดจากเหตุ
แต่ดิฉันไม่รู้ว่าเหตุใด ร่างกายเราเกิดอาการผิดปกติเช่นนั้นจากการทำสมาธิ
แล้วจะไปป้องกัน หรือเลี่ยงมันได้อย่างไร )

:b12:
ความคิดเห็นของเรามีว่าแบบนี้...มีเรา
สัจจะตรงตามคำตถาคตมีว่า...ไม่มีเรา
เราจะภาวนาถูกตามตรงคำสัจจะคือไม่มีเรา
ภาวนาให้ถูกตัวให้เข้าใจว่าไม่มีเรา เป็นความจริง
ดังนั้นถ้าภาวนาว่าด้วยความเป็นตัวเราทำแสดงว่าเราไม่รู้สึกตัวเลยว่า...ไม่มีเรา
หลักการภาวนาต้องเข้าใจถูกมาตั้งแต่ปริยัติคือฟังคำสอนให้รู้สึกถูกตัวเข้าใจว่าเราคิดเห็นไม่ตรงตามสัจจะ
:b12:
:b4: :b4:



เขาเป็นอะไร ไหนลองว่ามาสิ

cool
ไม่มีเรา
จึงไม่มีเขา
เราอ่ะไม่รู้ว่า
ไม่มีทั้งเราและเขา
หลงว่ามีเราทำอะไรอยู่
น่านแหละไม่เคยคิดได้มาก่อนทำ
ว่าเราไม่มีตัวตนเพราะขาดการฟังเพื่อไตร่ตรองความจริง
และคิดถูกตรงตามได้ตรงที่กำลังมีตอนที่กำลังฟังตรงแต่ละคำให้รู้ชัดว่ายึดติดของไม่มี
:b12:
:b4: :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.ย. 2020, 14:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7370

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
วิธีภาวนาไม่ยาก บอกครั้งเดียวจำได้เลย แต่ภาวนาไปๆๆปัญหาเกิดนี่ยากสุดๆ ตัวอย่าง

http://topicstock.pantip.com/religious/ ... 85609.html

อ้างคำพูด:
ตอนแรกดิฉันมีอาการผิดปกติทางกายแล้วไปถามผู้สอน แล้วได้คำตอบที่ไม่สมเหตุผลมากเลยจึงขาดความไว้ใจในตัวผู้สอน คราวนี้พอเกิดอย่างอื่นตามมาก็ไม่ได้ถามอีก

ต่อมาทั้งตาฝาด หูแว่ว ได้ยินอะไรแบบพิเศษจากปกติ

ก็คิดว่าตัวเองวิเศษ ไม่ไปถามผู้ฝึกสอนอีกเพราะขาดความไว้วางใจ แถมหลงในสิ่งลวงนั้นแล้วด้วย
เป็นหนักจนต้องไปอยู่โรงพยาบาล และก็รักษาจนรู้ตัวและเข้าใจแล้วว่าเป็นเรื่องไม่จริง

แต่ยังมีอาการอย่างนึงที่ยังไม่หายคือใจแว่ว (ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดีค่ะเพราะมันคลายหูแว่วแต่เสียงเหมือนมีคนอื่นพูดมาจากใจเรา) กินยาตามหมอสั่งมาก็หลายเดือนก็ยังไม่หาย ยังงงอยู่ว่าเป็นไปได้อย่างไร

เสียงที่ได้ยินบอกว่าไม่หายหรอกต้องเป็นคนจิตผิดปกติไปตลอดบ้างละ ต้องไปฝึกสมาธิต่อให้หายบ้างละ
ฟังไปก็งงไปเรื่อยค่ะ เข้าใจว่ามันเป็นอาการจิตเภทแบบที่หมอบอก

แต่ไม่รู้ว่าต้องเดินทางไปสุดวิธีรักษาแบบคนเป็นโรคจิต หรือควรกลับมาทางทำสมาธิแทน
แต่กลัวตอนที่ร่างกายผิดปกติ กลัวเป็นอีกแล้วจะไม่หายคราวนี้


นี่แค่ร่างกายที่เป็นรูปธรรมเห็นตำตาอยู่นะ แต่ร้อยทั้งร้อยมองข้าม ไปเอาแต่ด้านจิตด้านเดียว ถ้าไม่มีกายแล้วจิตมันจะอาศัยอะไรเกิดเล่า ดังนั้น กายกับจิตสัมพันธ์กันเนื่องถึงกัน

อ้างคำพูด:
อาการทางกายล่ะคะ คุณเคยได้ยินว่ามีคนผิดปกติทางกายจากการฝึกสมาธิแล้วไม่หายไหมคะ
เพราะมันเป็นเหตุนึงที่ดิฉันกลัว จึงไม่กล้าทำอีก เพราะตอนที่เป็นนั้น เหมือนมีคนมาจับหน้าเราบิดแรงๆไปมาตลอดเวลา ตอนออกจากสมาธิก็ยังเป็น
ตอนนั้นค่อนข้างหวั่นใจ แต่ก็อดทนนั่งจนหายไป ใช้เวลาช่วงนั้นราวสองวันค่ะ
กลัวว่าคราวนี้ทำอีกแล้วเกิดมันเป็นอีก แล้วไม่หายจะแย่ ....
(หากเรื่องที่เขาพูดกันว่าหมดวาสนาทางนี้เป็นเรื่องจริง เพราะมีคนพูดใส่เราแบบนั้นเช่นกัน
แต่ดิฉันเองไม่อยากจะเชื่อ ผลของทุกอย่างย่อมเกิดจากเหตุ
แต่ดิฉันไม่รู้ว่าเหตุใด ร่างกายเราเกิดอาการผิดปกติเช่นนั้นจากการทำสมาธิ
แล้วจะไปป้องกัน หรือเลี่ยงมันได้อย่างไร )

:b12:
ความคิดเห็นของเรามีว่าแบบนี้...มีเรา
สัจจะตรงตามคำตถาคตมีว่า...ไม่มีเรา
เราจะภาวนาถูกตามตรงคำสัจจะคือไม่มีเรา
ภาวนาให้ถูกตัวให้เข้าใจว่าไม่มีเรา เป็นความจริง
ดังนั้นถ้าภาวนาว่าด้วยความเป็นตัวเราทำแสดงว่าเราไม่รู้สึกตัวเลยว่า...ไม่มีเรา
หลักการภาวนาต้องเข้าใจถูกมาตั้งแต่ปริยัติคือฟังคำสอนให้รู้สึกถูกตัวเข้าใจว่าเราคิดเห็นไม่ตรงตามสัจจะ
:b12:
:b4: :b4:



เขาเป็นอะไร ไหนลองว่ามาสิ

cool
ไม่มีเรา
จึงไม่มีเขา
เราอ่ะไม่รู้ว่า
ไม่มีทั้งเราและเขา
หลงว่ามีเราทำอะไรอยู่
น่านแหละไม่เคยคิดได้มาก่อนทำ
ว่าเราไม่มีตัวตนเพราะขาดการฟังเพื่อไตร่ตรองความจริง
และคิดถูกตรงตามได้ตรงที่กำลังมีตอนที่กำลังฟังตรงแต่ละคำให้รู้ชัดว่ายึดติดของไม่มี
:b12:
:b4: :b4:

:b12:
เอางี้ทำความเข้าใจก่อนนะว่า
จิตน่ะมีหน้าที่เป็นประธานไม่ทำอะไรเลย
ที่ทำน่ะคือตัวตนทำตามความคิดเห็นผิดว่าตัวตนทำได้
แต่จริงๆพระพุทธเจ้าตรัสรู้ความจริงว่าจิตมีหน้าที่เป็นประธานรู้ทุกอย่างที่มีอยู่แล้ว
ดังนั้นเมื่อไม่เข้าใจว่าจิตมีหน้าที่เป็นแค่ประธานดูและรู้ทุกอย่างเฉยๆก็เป็นตัวเรานั่นแหละหลงผิดไปทำ
เมื่อหลงผิดเอาตัวตนไปทำก็ยึดว่ามีตัวตนทำได้เออก็รู้ตัวสิว่าที่ทำอยู่มันวนในอ่าง31ภพภูมิเมื่อไหร่จะรู้ตัว
คนที่เอาตัวตนไปทำแบบผู้หญิงข้างบนนั้นน่ะมีตัวตนตามความหลงผิดใน31ภพภูมิออกไม่ได้ก็ติดข้องตัวตน
ก็บอกแล้วว่าตถาคตเป็นแต่เพียงผู้บอกว่าหลงยึดติดในภพภูมิไหนบ้างจึงต้องฟังเพื่อให้เกิดปัญญาหลุดพ้นไง
:b32:
เข้าใจรึยังคะ
:b12:
:b12: :b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.ย. 2020, 17:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:

ไม่มีเรา
จึงไม่มีเขา
เราอ่ะไม่รู้ว่า
ไม่มีทั้งเราและเขา
หลงว่ามีเราทำอะไรอยู่
น่านแหละไม่เคยคิดได้มาก่อนทำ
ว่าเราไม่มีตัวตนเพราะขาดการฟังเพื่อไตร่ตรองความจริง
และคิดถูกตรงตามได้ตรงที่กำลังมีตอนที่กำลังฟังตรงแต่ละคำให้รู้ชัดว่ายึดติดของไม่มี

เอางี้ทำความเข้าใจก่อนนะว่า
จิตน่ะมีหน้าที่เป็นประธานไม่ทำอะไรเลย
ที่ทำน่ะคือตัวตนทำตามความคิดเห็นผิดว่าตัวตนทำได้
แต่จริงๆพระพุทธเจ้าตรัสรู้ความจริงว่าจิตมีหน้าที่เป็นประธานรู้ทุกอย่างที่มีอยู่แล้ว
ดังนั้นเมื่อไม่เข้าใจว่าจิตมีหน้าที่เป็นแค่ประธานดูและรู้ทุกอย่างเฉยๆก็เป็นตัวเรานั่นแหละหลงผิดไปทำ
เมื่อหลงผิดเอาตัวตนไปทำก็ยึดว่ามีตัวตนทำได้เออก็รู้ตัวสิว่าที่ทำอยู่มันวนในอ่าง31ภพภูมิเมื่อไหร่จะรู้ตัว
คนที่เอาตัวตนไปทำแบบผู้หญิงข้างบนนั้นน่ะมีตัวตนตามความหลงผิดใน31ภพภูมิออกไม่ได้ก็ติดข้องตัวตน
ก็บอกแล้วว่าตถาคตเป็นแต่เพียงผู้บอกว่าหลงยึดติดในภพภูมิไหนบ้างจึงต้องฟังเพื่อให้เกิดปัญญาหลุดพ้นไง
:b32:
เข้าใจรึยังคะ


ถ้ายังงั้นก็เอาเท่าที่สบายใจเถอะขอรับนะ :b13:

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.ย. 2020, 21:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7370

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:

ไม่มีเรา
จึงไม่มีเขา
เราอ่ะไม่รู้ว่า
ไม่มีทั้งเราและเขา
หลงว่ามีเราทำอะไรอยู่
น่านแหละไม่เคยคิดได้มาก่อนทำ
ว่าเราไม่มีตัวตนเพราะขาดการฟังเพื่อไตร่ตรองความจริง
และคิดถูกตรงตามได้ตรงที่กำลังมีตอนที่กำลังฟังตรงแต่ละคำให้รู้ชัดว่ายึดติดของไม่มี

เอางี้ทำความเข้าใจก่อนนะว่า
จิตน่ะมีหน้าที่เป็นประธานไม่ทำอะไรเลย
ที่ทำน่ะคือตัวตนทำตามความคิดเห็นผิดว่าตัวตนทำได้
แต่จริงๆพระพุทธเจ้าตรัสรู้ความจริงว่าจิตมีหน้าที่เป็นประธานรู้ทุกอย่างที่มีอยู่แล้ว
ดังนั้นเมื่อไม่เข้าใจว่าจิตมีหน้าที่เป็นแค่ประธานดูและรู้ทุกอย่างเฉยๆก็เป็นตัวเรานั่นแหละหลงผิดไปทำ
เมื่อหลงผิดเอาตัวตนไปทำก็ยึดว่ามีตัวตนทำได้เออก็รู้ตัวสิว่าที่ทำอยู่มันวนในอ่าง31ภพภูมิเมื่อไหร่จะรู้ตัว
คนที่เอาตัวตนไปทำแบบผู้หญิงข้างบนนั้นน่ะมีตัวตนตามความหลงผิดใน31ภพภูมิออกไม่ได้ก็ติดข้องตัวตน
ก็บอกแล้วว่าตถาคตเป็นแต่เพียงผู้บอกว่าหลงยึดติดในภพภูมิไหนบ้างจึงต้องฟังเพื่อให้เกิดปัญญาหลุดพ้นไง
:b32:
เข้าใจรึยังคะ


ถ้ายังงั้นก็เอาเท่าที่สบายใจเถอะขอรับนะ :b13:

:b12:
มันทำแบบนั้นก็แสดงว่าไม่พึ่งคำสอนของพระพุทธเจ้าเลย
เป็นคนเนี่ยยังชอบทำชอบคิดชอบกามคุณ5ทางตาหูจมูกลิ้นกายใจที่ชอบที่ชอบทำ
ก็ที่ชอบที่ชอบทำนั่นแหละมันพาเกิดไม่หยุดไม่ฟังคำสอนไม่มีปัญญาเกิดเพิ่มก็เป็นตอสังสารวัฏฏ์ไง
:b32:
กว่าจะถึงวันที่นั่งฟังพระพุทธเจ้าเทศน์แค่5คำแล้วบรรลุอรหันต์ตอนฟังเลยนั้นถ้าไม่ทำเหตุไว้วันนี้จะมีวันนั้นรึ
:b12:
:b16: :b16:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ย. 2020, 11:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:

ไม่มีเรา
จึงไม่มีเขา
เราอ่ะไม่รู้ว่า
ไม่มีทั้งเราและเขา
หลงว่ามีเราทำอะไรอยู่
น่านแหละไม่เคยคิดได้มาก่อนทำ
ว่าเราไม่มีตัวตนเพราะขาดการฟังเพื่อไตร่ตรองความจริง
และคิดถูกตรงตามได้ตรงที่กำลังมีตอนที่กำลังฟังตรงแต่ละคำให้รู้ชัดว่ายึดติดของไม่มี

เอางี้ทำความเข้าใจก่อนนะว่า
จิตน่ะมีหน้าที่เป็นประธานไม่ทำอะไรเลย
ที่ทำน่ะคือตัวตนทำตามความคิดเห็นผิดว่าตัวตนทำได้
แต่จริงๆพระพุทธเจ้าตรัสรู้ความจริงว่าจิตมีหน้าที่เป็นประธานรู้ทุกอย่างที่มีอยู่แล้ว
ดังนั้นเมื่อไม่เข้าใจว่าจิตมีหน้าที่เป็นแค่ประธานดูและรู้ทุกอย่างเฉยๆก็เป็นตัวเรานั่นแหละหลงผิดไปทำ
เมื่อหลงผิดเอาตัวตนไปทำก็ยึดว่ามีตัวตนทำได้เออก็รู้ตัวสิว่าที่ทำอยู่มันวนในอ่าง31ภพภูมิเมื่อไหร่จะรู้ตัว
คนที่เอาตัวตนไปทำแบบผู้หญิงข้างบนนั้นน่ะมีตัวตนตามความหลงผิดใน31ภพภูมิออกไม่ได้ก็ติดข้องตัวตน
ก็บอกแล้วว่าตถาคตเป็นแต่เพียงผู้บอกว่าหลงยึดติดในภพภูมิไหนบ้างจึงต้องฟังเพื่อให้เกิดปัญญาหลุดพ้นไง
:b32:
เข้าใจรึยังคะ


ถ้ายังงั้นก็เอาเท่าที่สบายใจเถอะขอรับนะ :b13:

:b12:
มันทำแบบนั้นก็แสดงว่าไม่พึ่งคำสอนของพระพุทธเจ้าเลย
เป็นคนเนี่ยยังชอบทำชอบคิดชอบกามคุณ5ทางตาหูจมูกลิ้นกายใจที่ชอบที่ชอบทำ
ก็ที่ชอบที่ชอบทำนั่นแหละมันพาเกิดไม่หยุดไม่ฟังคำสอนไม่มีปัญญาเกิดเพิ่มก็เป็นตอสังสารวัฏฏ์ไง
:b32:
กว่าจะถึงวันที่นั่งฟังพระพุทธเจ้าเทศน์แค่5คำแล้วบรรลุอรหันต์ตอนฟังเลยนั้นถ้าไม่ทำเหตุไว้วันนี้จะมีวันนั้นรึ
:b12:
:b16: :b16:


ถ้างั้นเอาใหม่ คุณโรสว่าพระพุทธเจ้าอยู่ที่ไหน จะให้คนไปฟังพระพุทธเจ้าเทศน์ 3 /4 คำ

1. อยู่ถ้ำขุนตาล

2. อยู่ถ้ำเชียงดาว

หรืออยู่ถ้ำอื่นๆ นอกจากนั้น

ตอบข้อไหน

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ก.ย. 2020, 12:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7370

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:

ไม่มีเรา
จึงไม่มีเขา
เราอ่ะไม่รู้ว่า
ไม่มีทั้งเราและเขา
หลงว่ามีเราทำอะไรอยู่
น่านแหละไม่เคยคิดได้มาก่อนทำ
ว่าเราไม่มีตัวตนเพราะขาดการฟังเพื่อไตร่ตรองความจริง
และคิดถูกตรงตามได้ตรงที่กำลังมีตอนที่กำลังฟังตรงแต่ละคำให้รู้ชัดว่ายึดติดของไม่มี

เอางี้ทำความเข้าใจก่อนนะว่า
จิตน่ะมีหน้าที่เป็นประธานไม่ทำอะไรเลย
ที่ทำน่ะคือตัวตนทำตามความคิดเห็นผิดว่าตัวตนทำได้
แต่จริงๆพระพุทธเจ้าตรัสรู้ความจริงว่าจิตมีหน้าที่เป็นประธานรู้ทุกอย่างที่มีอยู่แล้ว
ดังนั้นเมื่อไม่เข้าใจว่าจิตมีหน้าที่เป็นแค่ประธานดูและรู้ทุกอย่างเฉยๆก็เป็นตัวเรานั่นแหละหลงผิดไปทำ
เมื่อหลงผิดเอาตัวตนไปทำก็ยึดว่ามีตัวตนทำได้เออก็รู้ตัวสิว่าที่ทำอยู่มันวนในอ่าง31ภพภูมิเมื่อไหร่จะรู้ตัว
คนที่เอาตัวตนไปทำแบบผู้หญิงข้างบนนั้นน่ะมีตัวตนตามความหลงผิดใน31ภพภูมิออกไม่ได้ก็ติดข้องตัวตน
ก็บอกแล้วว่าตถาคตเป็นแต่เพียงผู้บอกว่าหลงยึดติดในภพภูมิไหนบ้างจึงต้องฟังเพื่อให้เกิดปัญญาหลุดพ้นไง
:b32:
เข้าใจรึยังคะ


ถ้ายังงั้นก็เอาเท่าที่สบายใจเถอะขอรับนะ :b13:

:b12:
มันทำแบบนั้นก็แสดงว่าไม่พึ่งคำสอนของพระพุทธเจ้าเลย
เป็นคนเนี่ยยังชอบทำชอบคิดชอบกามคุณ5ทางตาหูจมูกลิ้นกายใจที่ชอบที่ชอบทำ
ก็ที่ชอบที่ชอบทำนั่นแหละมันพาเกิดไม่หยุดไม่ฟังคำสอนไม่มีปัญญาเกิดเพิ่มก็เป็นตอสังสารวัฏฏ์ไง
:b32:
กว่าจะถึงวันที่นั่งฟังพระพุทธเจ้าเทศน์แค่5คำแล้วบรรลุอรหันต์ตอนฟังเลยนั้นถ้าไม่ทำเหตุไว้วันนี้จะมีวันนั้นรึ
:b12:
:b16: :b16:


ถ้างั้นเอาใหม่ คุณโรสว่าพระพุทธเจ้าอยู่ที่ไหน จะให้คนไปฟังพระพุทธเจ้าเทศน์ 3 /4 คำ

1. อยู่ถ้ำขุนตาล

2. อยู่ถ้ำเชียงดาว

หรืออยู่ถ้ำอื่นๆ นอกจากนั้น

ตอบข้อไหน

:b12:
คำว่า...พระพุทธเจ้า...พระพุทธเจ้าตั้งให้ตัวเองเป็นพระพุทธเจ้าได้มั๊ย
พระพุทธเจ้าเป็นได้ครั้งละกี่คนและเดี๋ยวนี้มีพระพุทธเจ้าอยู่ที่คำสอน
ถ้าพระพุทธเจ้าตั้งคำสอนของพระพุทธเจ้าขึ้นเป็นศาสดาแทนตถาคต
การเข้าเฝ้าเพื่อฟังคำสอนจากพระโอษฐ์และจากสาวกที่เข้าใจใช่ไหม
แล้วยุคนี้มีตัวพระพุทธเจ้าอยู่ไหมล่ะถ้าไม่มีก็ต้องฟังจากสาวกใช่ไหม
แล้วสาวกยุคนี้มี1.ภิกษุและสามเณร2ภิกษุณี(ไม่มีแล้ว)3อุบาสก4อุบาสิกา
ถ้าภิกษุและสามเณรแสดงไม่ถูกตามพระธรรมวินัยก็ฟังจากอุบาสกและอุบาสิกา
คิดสิคะยุคนี้ภิกษุและสามเณรล่วงเกินพระธรรมวินัยด้วยการรับเงินใช้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้เงินทำผิดยังไม่รู้เลยจะฟังจากใครดีล่ะ
อ่านมาถึงตรงนี้แล้วถ้ายังไม่เข้าใจก็อ่านใหม่สักร้อยรอบพันรอบสมควรฟังจากที่ไหนมีตาดีหูดีพิจารณาได้นิ
คนที่รู้ว่าตรงไหนมีคนที่พูดถูกตรงตามคำสอนของพระพุทธเจ้าให้ฟังเข้าใจทุกวันก็จะไปตรงที่คนพูดนั้นอยู่
คำตอบคือฟังที่ไหนก็ได้ที่มีคนพูดให้คนฟังเข้าใจถูกตรงตามคำสอนของพระพุทธเจ้า...ได้ยินไหมมมมมมม
http://www.dhammahome.com
:b12:
:b20: :b20:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 10 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 14 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร