วันเวลาปัจจุบัน 13 ก.ค. 2020, 18:20  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 มิ.ย. 2020, 05:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3832


 ข้อมูลส่วนตัว


คนที่มีทานภายในใจ
หรือมีการสละเป็นนิสัยของใจ
ไปที่ไหนไม่ตาย
แม้จะไม่มีมาก แต่ก็ไม่จน
เพราะอำนาจแห่งทาน
ที่ตนให้ไปแล้วนั้นแล
เป็นอานิสงส์ตามรักษาผู้นั้น

โอวาทธรรม​
หลวงตาพระมหาบัว​ ญาณสัมปันโน





..คิดเรื่องนั้น คิดเรื่องนี้
คิดถึงชะตากรรม Destiny
อะไรคิดมันไป คิดไปแล้วมันได้อะไร

.คิดแต่พุทโธนี้แหละ
ครูบาอาจารย์ท่านก็สอน "พุทโธคำเดียว"
ไม่ต้องไปคิดหรอก คิดมาตั้งแต่เกิดแล้ว
มันได้อะไรบ้าง ได้นิพพานหรือยัง

.."หยุดมันซิ เอาพุทโธซิ"..
ครูบาอาจารย์ท่านได้เพราะพุทโธทั้งนั้น

.ถ้า..พุทโธ..ไม่สั้นที่สุด
ก็ไม่รู้ว่าอะไรจะสั้นกว่าพุทโธแล้ว
มีอะไรจะสั้นกว่า..พุทโธไหมโยม

.นั่นแหละทางสั้นที่สุดไม่เอา
ชอบไปเอาทางยาว แล้วก็มาขอทางสั้นกัน
ทางสั้นก็บอกแล้ว
.."พุทโธไปทั้งวัน" ลองทำดูซิ .
.......................................
.คัดลอกการสนทนาธรรม
ธรรมะบนเขา 29/9/2558
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวราราม ชลบุรี






บ้านเรือนใดไม่มีการสวดมนต์ บ้านเรือนนั้นก็ไม่มีเทวดารักษา เทวดาชอบฟังเสียงสวดมนต์ เพราะพระพุทธมนต์เป็นมงคลสูงส่ง เป็นมงคลแก่บ้านเรือนสถานที่และจิตใจ #ผู้สวดมนต์เป็นประจำก็ย่อมจะได้รับความคุ้มครองรักษาจากพรหมเทพ ผู้ได้ส่วนร่วมสดับรับฟังด้วย...

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร





#บุญวาสนาบารมีนั่นแข่งกันไม่ได้ แข่งได้แต่รถแต่เรือ แข่งได้แต่วิ่งแข่งกัน แข่งบุญวาสนาบารมีกันไม่ได้สักคนหรอก
.
#พระก็เหมือนกัน #บางองค์ท่านบวชใหม่ๆมีคนไปทำบุญเยอะเลย #เพราะท่านสร้างบุญแบบนั้นมา บางองค์บวชได้ตั้ง ๔๐ กว่าพรรษา ไม่มีใครเข้าวัดไปหาเลย จีวรก็จะไม่มีนุ่งห่ม ซึ่งท่านก็มีคุณธรรมของท่าน แต่ไม่สร้างบารมีไว้อย่างนั้น ท่านสร้างแต่ด้านปัญญา ไม่ได้สร้างบารมีด้านวัตถุ
.
#เหมือนคนเป็นด๊อกเตอร์ ก็สร้างแต่ด้านปัญญา ไม่ทำบุญ ไมให้ใครนั่งรถสักที ไม่บริจาคค่ารถให้ใคร ก็เลยไม่มีรถ อันนั้นแหละมันต่างกัน บุญวาสนาบารมีนี่จะเปรียบเทียบ
.
#เหมือนสมเด็จพระเทพฯ #พระราชธิดาในหลวง กับนางสาวไทยเราที่เป็นนางสาวจักรวาล ให้เดินไปตามถนน นางสาวไทยก็จะมีแต่คนถ่ายรูปเท่านั้นแหละ พวงมาลัยกับของนี่ไม่ค่อยได้

#ส่วนพระเทพฯนั้นท่านเสด็จไปที่ไหนพวงมาลัยจะมีคนถวายจนรับจะไม่ไหว ไม่รู้จะรับของใคร เงินเขาก็ให้มากกว่าพระ คนละ ๑๐ ล้าน ๒๐ ล้านก็มี คนละล้าน คนละแสนก็มี

พระนี้เทศน์จนเหน็ดจนเหนื่อยไม่ได้สักล้านเลย เพราะว่าไม่มีบารมี ไม่มีบุญวาสนาเหมือนอย่างเขา

เขาสร้างบุญมามากจึงไปเกิดในตระกูลสูง ดูอย่างนี้จะเห็นได้ชัดไหม ใส่นาฬิกาก็ใส่โรเล็กซ์แล้วก็ไม่ต้องซื๊ออีกเสียด้วย มีแต่บริษัทเขาจะเอาให้

แว่นตาของในหลวงก็มีแต่คนแย่งกันให้ กล้องถ่ายรูปก็แย่งกันให้ ไม่ต้องไปขอใคร นั่นแหละคนมีบุญ วาสนาบารมี

ส่วนปราสาทนั้นก็ไม่ต้องเลื่อยไม้ไสกบหรือลงมือทำเอง ไม่ต้องไปติดลวดลาย เมื่อทำเสร็จแล้วใส่รองเท้า มันยิบ เดินเข้าไปอยู่พักพาอาศัยได้เลย ส่วนเราหาเงินเกือบตายยังไม่ได้พัก อยู่เฉย​ ๆ แบบนั้นไม่ได้เลย เพราะไม่มีวาสนาบารมี ไม่ได้สร้างเอาไว้ นั่นแหละกรรมมันจึงต่างกันอยู่ในทุกวันนี้

ถาม-ตอบปัญหาธรรมะ :
พระอาจารย์เปลี่ยน ปัญญาปทีโป





...”ชาติหน้ามีจริง ภพชาติมีอยู่จริงนะลูกนะ ถ้ายังไม่จบ ก็ต้องมาเกิดมาตาย ไม่มีวันจบสิ้นนะ

ถ้าบุญไม่มี ศีลไม่มี สมาธิไม่มี เกิดเป็นคนไม่ได้เลย ศีล สมาธินี้ ต้องมีนะ! ต้องทำให้เกิดในใจเรา ขาดไม่ได้เลยนะลูก

ศีล สมาธินี้แหละลูกเอ๊ยย ที่ทำให้กลับมาเกิดเป็นคนได้ เป็นนางฟ้าเทวดาได้

ถ้าไม่มีแล้ว ก็ไปเกิดเป็นปลา เป็นวัว เป็นควาย เป็นไก่ ให้เขาฆ่า หาที่จบไม่ได้เลยนะ..

#วิสุทธิธรรม
ท่านคุณย่าบุญเรือน โตงบุญเติม





เรื่องการปฏิบัติเหล่านี้ ต้องอาศัยการใคร่ครวญพิจารณา ให้รู้รอบในเรื่องของตน ถ้าใครไม่สนใจ ไม่เอาใจใส่ ไม่หมั่น ไม่ขยันแล้ว ก็ยากเหมือนกัน เป็นของทำไม่หนัก แต่ต้องทำบ่อย ๆ ทำไม่หยุด ต้องสนใจอยู่เรื่อย บางครั้งก็หนัก บางครั้งก็เบา แต่ว่าไม่ได้ละ ไม่ได้วางสักครั้ง ทำไม่ให้เป็นวรรคเป็นตอน ทำให้ต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ผลสุดท้ายมันก็เกิดขึ้นมาเองหรอก

ข้อสำคัญเราพยายามทำไม่หยุด คล้าย ๆ กับเราขัดสิ่งของ สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ทำไปเรื่อย ๆ ทำไม่หยุด มันก็ค่อยเกลี้ยงเกลาสะอาดขึ้นมาเอง ลักษณะแก้ไขในด้านจิตใจก็ทำนองเดียวกัน

หลวงปู่ศรี มหาวีโร
เทศนา เรื่อง เร่งสติอย่าลดละ









“ท่านอย่าคิดว่าสร้างความดีแล้ว
เวรกรรมจะไม่ตามสนอง ตรงกันข้าม
ยิ่งสร้างความดี ยิ่งกรรมมาชัด
มารไม่มี บารมีไม่เกิด สร้างความดี
ย่อมมีอุปสรรค เพราะเหตุใด?
เพราะ... กรรมมาทวงหนี้”

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม








"จะรวยจะจน อยู่ในกรงทั้งนั้นแหละ

โยมจะดีใจก็ตาม เสียใจก็ตาม
สุขก็ตาม ทุกข์ก็ตาม ร้องไห้ก็ตาม
ร้องเพลงก็ตามเถอะ อยู่ในโลกนี้
ก็เหมือนอยู่ในกรงเท่านั้นแหละ

ไม่พ้นไปจากกรง ถึงเราจะรวยก็อยู่ในกรง
มันจะจนก็อยู่ในกรง มันจะร้องไห้ก็อยู่ในกรง

กรงอะไรเล่า กรงคือ ความเกิด ความแก่
ความเจ็บ ความตาย"

หลวงปู่ชา สุภัทโท




" คนเรามักทะนุบำรุง
แต่ร่างกายของตน
บุตร​ ธิดา​ ภรรยา​ สามี​
ที่เป็นสภาพแก่ เจ็บ ตายนี้

ส่วนจิตใจนี้มีบุญกุศล​
บารมีของเก่าอยู่เท่าใด​
ทำบุญสูญหายไปเท่าใด​
มิได้คำนึงเอาเสียเลย

ห่วงแต่สังขารร่างกาย
เท่านั้น น่าเสียดาย
ที่ไม่ได้ระลึกถึงใจของตน

เราได้ทะนุบำรุงรักษา
จิตใจของเราอย่างไรบ้าง
ได้ปฏิบัติ​ให้เกิดบุญกุศล​
ให้มีศีลธรรมสูงขึ้นไปเพียงใด

ไม่ค่อยสนใจกันเลย
ไม่พากันสนใจ​ มีแต่
คอยทะนุบำรุงขันธ์​ ๕​
หวังให้อยู่ดี​ กินดีเท่านั้น

จะให้อยู่​ดี​ นุ่งห่มดี​ กินดี
เพียงใดก็ตาม​ มันก็เฒ่า​
ก็แก่​ แล้วมันก็ตายหนีจาก​
เอาอะไรไปไม่ได้เลย

ถึงเวลานั้นใจมันทิ้งร่าง
ให้เน่าเปื่อยผุพังไป "

โอวาทธรรม
หลวง​ปู่​คำดี​ ปภาโส




" ขันธ์ ๕ นี้มีทั้งคุณ
มีทั้งโทษ แต่เมื่อกล่าวถึง
ธรรมะส่วนละเอียดลงไป
แล้ว ก็ถือว่า ขันธ์ ๕ นี้เป็น
"มาร" คอยรบกวนจิตใจอยู่
เสมอไป ทำให้ใจนี้ไม่มี
ความสงบสุขอยู่ตลอดไปได้

เดี๋ยวก็ร้อนมาก เดี๋ยวก็
หนาวมาก เดี๋ยวก็เจ็บโน้น
ปวดนี้ เดี๋ยวหิวข้าว
กระหายน้ำ อะไรต่ออะไร
ก็เป็นอยู่อย่างนั้น

ไอ้อย่างนี้น่ะถ้าพูดถึง
ธรรมะชั้นละเอียดเข้าไป
แล้ว พระองค์สอนให้ถือ
ว่าเป็น "มาร" คอยขัดขวาง
มิให้หลุดพ้นไปจากทุกข์
ในวัฏสงสารนี้

ฉะนั้น ผู้มีปัญญาก็จึงใช้
ขันธ์ ๕ นี้ล่ะทำความดีไป
ถึงแม้มันจะเป็นมาร มันจะ
เป็นทุกข์ มันจะไม่เที่ยง
อย่างไรก็ตามแต่บุญกุศล
ที่ทำมาแต่ก่อน มันก็ยัง
บำรุงขันธ์ ๕ นี้ไว้ไม่ให้
แตกดับไปก่อน

ผู้ฉลาดก็รีบเร่งใช้ขันธ์ ๕
นี้ทำความดีเข้าไป
ไม่ปล่อยให้ขันธ์ ๕ นี้
ทรุดโทรมไปเสียเปล่า

คนไม่ฉลาดก็เมื่อได้
ขันธ์ ๕ มานี้แล้ว ก็มาชื่นชม
กับขันธ์ ๕ นี้ก็เพลิดเพลิน
มัวเมาอยู่แต่ในกามคุณ
คือ รูป เสียง กลิ่น รส
เครื่องสัมผัสต่างๆ ไม่มี
โอกาสที่จะได้ฝึกตนเลย.."

โอวาทธรรม
หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ







#ประโยชน์ที่จะได้จากการฟังเทศน์ฟังธรรม

วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ ๑ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๓ เป็นวันที่มีการแสดงธรรมอีกครั้งหนึ่ง ตามตารางที่ได้จัดไว้คือทุก ๔ วันด้วยกัน จะมีการแสดงธรรมสดๆ สักครั้งหนึ่งเพื่อให้ญาติโยมผู้ที่สนใจธรรมได้ยินได้ฟังธรรมตามกาลตามเวลา เป็นมงคลอย่างยิ่ง “กาเลนะ ธัมมัสสวะนัง เอตัมมังคะละมุตตะมัง” มงคลคืออะไร มงคลก็คือความสุขใจความเจริญใจ จิตใจจะมีสุขเวลาได้ฟังเทศน์ฟังธรรม และจิตใจจะมีโอกาสได้เจริญสูงขึ้นตามลำดับของใจ ใจของสัตว์โลกนี้เป็นใจที่ขึ้นๆ ลงๆ ตามการกระทำของตนเอง การกระทำนี้เรียกว่า “กรรม” กรรมก็มีทั้งกรรมดีและกรรมไม่ดี กรรมดีก็จะส่งให้จิตใจเจริญสูงขึ้น กรรมไม่ดีก็จะดึงจิตใจให้ต่ำลง ได้เรียนรู้วิธีที่ดีและที่ไม่ดี การกระทำที่ไม่ดีก็จะละเว้นไม่กระทำ การกระทำที่ดีก็จะกระทำ นี่คือการฟังเทศน์ฟังธรรม ฟังเพื่อให้รู้ทางขึ้นทางลงของจิตใจ จิตใจของสัตว์โลกอย่างพวกเรายังเป็นจิตใจที่มีการกระทำทั้ง ๒ รูปแบบ มีการกระทำดีบ้าง มีการกระทำที่ไม่ดีบ้าง เพราะไม่รู้ว่าการกระทำของตนนั้นมีผลต่อจิตใจของตนอย่างไร ถ้าไม่ได้ฟังเทศน์ฟังธรรมก็จะไม่รู้และไม่สนใจ เพราะการกระทำของสัตว์โลกมุ่งไปที่การหาความสุขทางลาภยศสรรเสริญ ทางรูปเสียงกลิ่นรสเป็นหลัก

ดังนั้นถ้าการกระทำอะไรทำให้ได้ลาภยศสรรเสริญ ได้ความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกาย ก็ยินดีที่จะกระทำกัน ถึงแม้ว่าจะเป็นการกระทำที่ไม่ดีตามหลักกรรม เช่น การทำบาปกรรมต่างๆ บางคนก็ยินดีที่จะทำ ถ้าทำบาปกรรมแล้วทำให้ได้ลาภได้ยศได้สรรเสริญ ได้ความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกาย ก็จะคิดว่าเป็นการกระทำที่เป็นคุณเป็นประโยชน์กับตนเอง ได้มีความสุขจากการได้ลาภได้ยศได้สรรเสริญ ได้รูปเสียงกลิ่นรสต่างๆ มาเสพมาสัมผัส แต่ผลที่กระทบกับจิตใจของตนเองนี้จะไม่รู้ จะไม่รู้ว่าการกระทำบาปเป็นการดึงจิตใจของตนเองให้ลงต่ำ สถานภาพของจิตใจจะลงต่ำกว่าสถานภาพที่เป็นอยู่ สถานภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบันก็คือเป็นมนุษย์ แต่พอไปกระทำบาปเพื่อที่จะได้ลาภยศสรรเสริญ ได้ความสุขจากรูปเสียงกลิ่นรสต่างๆ มา ถึงแม้ว่าจะได้ความสุขแต่ก็เป็นความสุขแบบชั่วคราว สิ่งที่ได้ตามมาต่อไปก็คือได้ความเสื่อมทางจิตใจ ได้ความทุกข์ทางจิตใจ เวลาทำบาปถ้าเราสังเกตดู เราจะมีความรู้สึกไม่สบายใจ ก่อนทำบาปกับหลังจากที่ได้ทำบาปแล้วเราจะเห็นความแตกต่างของใจเรา เวลาทำบาปแล้วใจก็จะเริ่มเกิดความไม่สบายใจขึ้นมา ไม่สบายใจในหลายรูปแบบด้วยกัน ไม่สบายใจเพราะกลัวจะถูกจับไปลงโทษ หรือทำบาปเพื่อปกปิดไม่ให้ผู้อื่นรู้ ก็จะมีความไม่สบายใจ กลัวผู้อื่นจะรู้เข้า

นี่คือความทุกข์ที่ตามมาจากการกระทำบาปเพื่อให้ได้รับความสุขจากลาภยศสรรเสริญ จากรูปเสียงกลิ่นรสต่างๆ ความสุขที่ได้ก็เป็นชั่วประเดี๋ยวประด๋าว ได้มาแล้วเดี๋ยวก็หมดไป แต่ความทุกข์นี้มันไม่หมด มันฝังอยู่ในใจต่อไป ทุกครั้งที่คิดถึงบาปที่ได้ทำไว้ก็จะเกิดความรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา อันนี้เป็นผลที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และผลที่สะสมคือความเสื่อมของใจก็จะสะสมไปเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ ทำให้ความเป็นมนุษย์นี้ลดน้อยถอยลงไป ทำให้ความเป็นสัตว์ในอบายก็จะมีเพิ่มมากขึ้น ผู้ที่ทำบาปนี้จิตใจจะกลายเป็นสัตว์ที่อยู่ในอบาย อบายนี้มีอยู่ ๔ ระดับด้วยกัน คือ ระดับของเดรัจฉาน ของเปรต ของอสูรกาย และของนรก พอกระทำบาปในแต่ละครั้งจิตใจก็จะเสื่อมไปจากการเป็นมนุษย์ ให้ไปเป็นเดรัจฉานบ้าง เป็นเปรตบ้าง เป็นอสูรกายบ้าง เป็นนรกบ้าง ขึ้นอยู่กับสาเหตุของการกระทำบาป ถ้าทำบาปด้วยความไม่รู้ด้วยความหลง คือหลงผิดคิดว่าไม่เป็นไร เช่น ทำบาปเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเลี้ยงชีวิตของตน ทำอาชีพฆ่าเป็ดฆ่าไก่ฆ่าวัวฆ่าควาย ฆ่าสัตว์ชนิดต่างๆ เพื่อนำเอามาทำเป็นอาหาร หรือเพื่อนำเอาไปขายเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินทองเป็นอาชีพ การกระทำบาปแบบนี้ถึงแม้ทางโลกจะไม่ถือว่าผิด คือไม่มีกฎหมายที่จะห้ามไม่ให้คนทำอาชีพด้วยการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต สามารถฆ่าเป็ดฆ่าไก่ฆ่าวัวฆ่าควายได้ ไม่ติดคุกติดตะราง ยกเว้นถ้าไปฆ่ามนุษย์เท่านั้น ถึงจะถือว่าเป็นการผิดทางโลก ผิดทางกฎหมายที่จะต้องถูกจับไปลงโทษ แต่ทางกฎแห่งกรรมนี้มีผลต่อจิตใจทันที คือเริ่มแปลงจิตใจที่เป็นมนุษย์นี้ให้กลายเป็นเดรัจฉานบ้าง เป็นเปรตบ้าง

ถ้าทำบาปด้วยความหลงก็จะทำให้เป็นสัตว์เดรัจฉาน ถ้าทำบาปด้วยความโลภอยากได้มากๆ ทั้งๆ ที่ไม่จำเป็นที่จะต้องมีมาก แต่ความโลภอยากได้มาก ทำบาปด้วยความโลภก็จะทำให้เป็นเปรต เป็นดวงวิญญาณชนิดหนึ่งหลังจากที่ร่างกายตายไปแล้ว ถ้าทำบาปด้วยความกลัว กลัวจะถูกเขาทำร้ายก็เลยไปทำร้ายเขาก่อน ป้องกันตนเอง อันนี้ก็เป็นการลดจิตใจให้ลงต่ำเป็นอสูรกาย ถ้าทำบาปด้วยความอาฆาตพยาบาทจองเวรจองกรรมล้างแค้นกัน อันนี้ก็จะทำให้เป็นนรกขึ้นมา ในการทำแต่ละครั้งมันก็จะเป็นเหมือนเอาเงินไปฝากไว้ในธนาคาร ฝากครั้งหนึ่งเงินฝากก็เพิ่มสูงขึ้น ทุกครั้งที่ทำบาปยอดของบาปก็จะมีมากขึ้น อันนี้เป็นส่วนของการกระทำบาป ที่จะลดหรือดึงจิตใจให้เสื่อมให้ต่ำลง จากมนุษย์ลงไปสู่เดรัจฉาน สู่เปรต สู่อสูรกาย สู่นรก อันนี้จะส่งผลก็ตอนที่ร่างกายของมนุษย์นี้ตายไปแล้ว ดวงวิญญาณก็จะไปเป็นตามบาปกรรมที่ได้ทำไว้ ถ้าทำบาปด้วยความหลงมากกว่าอย่างอื่น ก็จะไปเป็นเดรัจฉานก่อน แล้วก็ไปเป็นอย่างอื่นต่อตามลำดับของการกระทำบาป บาปไหนมากกว่าบาปนั้นก็ส่งผลก่อน บาปที่มีน้อยกว่าก็รอลำดับต่อไป พอพ้นจากการเป็นเดรัจฉานก็อาจจะไปเป็นเปรตต่อ จากเปรตก็อาจจะไปเป็นอสูรกายต่อ หรือไปเป็นนรกต่อ จนกว่าบาปกรรมที่ได้ทำไว้หมดกำลังที่จะส่งผล ถึงจะได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ใหม่ต่อไป

นี่แหละคือการกระทำที่ผู้ที่ไม่ได้ฟังเทศน์ฟังธรรมจะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง เพราะว่าเกิดขึ้นกับดวงใจดวงจิตที่ไม่มีรูปร่างหน้าตา จึงทำให้คนนี้ไม่เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม เพราะเห็นแต่ร่างกายเท่านั้น ก็คิดว่าผู้ที่ทำกรรมคือร่างกาย และผู้ที่จะรับผลของกรรมของบาปก็คือร่างกายนั่นเอง แล้วจากภาพที่ได้เห็นก็เห็นว่าบางคนทำบาปแล้วกลับไม่ได้ถูกลงโทษแต่อย่างใด ก็เลยทำให้ไม่กลัวบาปกัน คิดว่าทำแล้วไม่มีผลเกิดขึ้นกับตน หรือถ้าเกิดขึ้นมีโทษตามมาก็สามารถที่จะปัดเป่าหรือลบล้างโทษนั้นด้วยอำนาจทางใดทางหนึ่ง อำนาจทางการมีตำแหน่งสูงๆ ก็สามารถที่จะลบล้างโทษที่ตนเองทำได้ หรืออำนาจทางการเงินก็สามารถที่จะทำสิ่งที่ผิดให้กลายเป็นไม่ผิดไปได้ เพราะผู้ตัดสินคดีนั้นเป็นผู้ที่ยินดีที่จะรับเงินทอง เมื่อยินดีที่จะรับเงินทอง เมื่อได้รับเงินทองก็ตอบสนองผู้ที่ให้เงินทอง ผู้ที่ให้เงินทองต้องการให้ตัดสินว่าไม่ผิด ก็สามารถบิดเบือนคดีให้มันออกมาไปในทางที่ไม่ผิดได้ คนเลยไม่ค่อยกลัวบาปกันเพราะเห็นว่าทำบาปแล้วได้ดีมีถมไป แต่ทำดีแทบเป็นแทบตาย ทำดีกลับไม่ได้ดี ทำบาปกลับได้ดี ก็เลยทำให้ไม่กลัวบาป ทำให้กล้าทำบาปกัน สังคมเราคงจะได้ยินข่าวคราวกันทุกวันในหน้าหนังสือพิมพ์ จับคนนั้นมาเพราะไปทำบาปกัน จับคนนี้มาเพราะไปทำบาปกัน จับไปขังคุกขังตะรางเยอะแยะไปหมด นี่ก็จะเป็นพวกที่หนีไม่พ้นหรือไม่มีอำนาจทางตำแหน่งหน้าที่การงาน หรือไม่มีอำนาจทางการเงินการทอง ก็เลยไม่สามารถที่จะไปลบล้างความผิดที่ตนเองทำได้ ก็ต้องไปรับผลของการกระทำผิดของตน แต่นี่เป็นเพียงเสี้ยวเดียวของการรับผล คือเสี้ยวทางร่างกายส่วนทางร่างกาย แต่อีกส่วนหนึ่งส่วนทางจิตใจนี้ไม่มีอำนาจทางการเงินหรืออำนาจทางตำแหน่งหน้าที่การงานจะสามารถมาลบล้างวิบาก คือผลของการกระทำบาปต่อให้ที่เกิดขึ้นกับจิตใจได้ แต่ต้องรอให้เวลาที่ร่างกายนี้ตายไปก่อน วิบากกรรมถึงจะเกิดขึ้นได้ ในขณะอยู่วิบากกรรมก็จะให้ความรู้สึกทุกข์ คนที่ทำบาปนี้ก็จะมีความรู้สึกไม่สบายใจ มีความหวาดระแวง มีความหวาดกลัวต่างๆ นานา นี่แหละเป็นสิ่งที่ทำไมคนเราในโลกนี้จึงทำบาปกันมากมาย เพราะไม่ได้ยินได้ฟังธรรมคำสั่งคำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่ได้รู้ว่านอกจากร่างกายแล้ว ยังมีจิตใจอีกส่วนหนึ่งที่จะต้องรับผลบาปต่อไปด้วย และเป็นผลที่หนักกว่า ยาวกว่าผลที่ทางร่างกายได้รับ นี่คือประโยชน์ที่จะได้จากการฟังเทศน์ฟังธรรม

ธรรมะหน้ากุฏิ
วันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี
ณ จุลศาลา เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาชีโอน













#คนส่วนมาก #คอยวาสนาเสียมาก

อย่าไปคอยวาสนาเลย เราก่อสร้างวาสนาดีกว่า .. วาสนาบารมีมิได้ติดมาเองหรอก เราต้องสร้างเอง

#คนเราชอบอยากรับผลบุญ
#ไม่ชอบทำบุญ #มันจะได้อะไร

คนเรารักษาธรรม ธรรมย่อมรักษาคนเช่นกัน คนไม่รักษาธรรม ธรรมย่อมไม่รักษาคน คนเราถ้าขาดธรรมประจำแล้ว ย่อมถึงความพินาศ

#หลวงปู่ลี #ตาณังกโร
#วัดหัวตลุก อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์











*เอ้าเน้อลูกหลานเน้อ*
ตั้งใจไหว้พระเช้า ไหว้พระเย็น จะนอน นอนตื่นลุกขึ้น ไหว้ให้ได้ทุกวันอย่าให้ขาด

อย่าไปทำกินแล้วนอน นอนตื่นขึ้นลุกมาหากิน ให้ไหว้พระ ให้เมตตา หมู่สัตว์ทั้งหลาย ตั้งใจทำความดีทุกอย่างทุกประการ เก็บสะสมไปเถอะ เป็นกิจเป็นหน้าที่

#นรกไม่เต็ม #สวรรค์ไม่เต็ม
#สูจะไปทางใด

ไปทางสุขไปทางทุกข์ ให้เพิ่มบุญกุศลแก่ตน รักษาตนให้ดี กายอย่าให้เป็นบาป ใจอย่าให้เป็นบาป

#ให้ฝึกหัดภาวนานำเด้อ

ลูกหลานเด้อ ตั้งใจให้ดีเน้อ เจตนาสูเจ้าจะมาบำเพ็ญบารมี มาเกิดแล้วให้เป็นบุญเป็นความดี

#อย่าเข้าใจว่าจะได้ไปนิพพานได้ง่ายๆหน๋า

ตั้งใจไปเถ๊อะ อย่าอยากเกินไป ดี ชั่ว บุญ บาป สุข ทุกข์ อยู่ในโลกนี้ของตน ตามไปโลกหน้าของตน ตั้งใจเถ๊อะ
______
(อบรมชาวบ้านห้วยลึก / บ้านป่าแฝก : ๒๙ กันยายน ๒๕๕๐)
*องค์หลวงปู่จาม มหาปุญฺโญ*
คัดจาก มหาปุญฺโญวาท












#คำว่า #สุขๆ
#ที่มีในโลกของเรานี้นั้น
#ก็ยอมรับว่ามีอยู่หรอก
#แต่ท่านว่าสุขเท่าหางอึ่ง

เป็นสุขอาศัยอามิส สุขอาศัยปัจจัย ปัจจัยคืออะไร ปัจจัยก็คือร่างกายของเรานี่แหล่ะ ท่านว่ามันเป็นก้อนธาตุ ก้อนปัจจัย ก้อนปิดใจ ก้อนเปิดใจ ก้อนสกนธ์กายอันนี้


#ถ้าหากใจของเรายึดก้อนธาตุอันนี้

ว่าเป็นตนเป็นตัวเป็นสัตว์เป็นบุคคลแล้ว อย่างนี้เรียกว่าก้อนปิดใจเพราะมันปิดหนทาง ปิดหนทางที่จะออกหนีจากกองทุกข์


#แล้วก้อนเปิดใจล่ะ

ถ้าหากใจของเรามีสติ มีปัญญาพิจารณาเห็นว่า ก้อนสกนธ์กายนี้ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคลตัวตนของเราเขา เเต่เห็นว่าสักแต่ว่าก้อนธาตุที่ประกอบกันเฉยๆ

นิสสัตโต ไม่ใช่สัตว์
นิชชีโว เป็นสิ่งไม่มีชีวิต
สุญโญ เป็นของว่างเปล่า

หากเห็นอย่างนี้เรียกว่าก้อนเปิดใจ เปิดใจให้ออกจากความยึดมั่นถือมั่น เมื่อไม่ยึดมั่นถือมั่น มันก็ไม่ทุกข์ ไม่สามารถปิดจิต ปิดใจได้แล้วทีนิ


#แล้วไม่ใช่ว่าท่านให้เราไปตามรู้
#ในดินฟ้าอากาศนะเรื่องเหล่านี้

แต่ท่านให้ค้นลงไปในก้อนร่างกายที่เรามีอยู่นี่แหล่ะ ให้มันเห็นตามความเป็นจริง วางตามความเป็นจริง

#รู้ของจริง #มันจริงยังไง

จริงทุกข์ ๑
จริงสมุทัย เหตุให้ทุกข์เกิด ๑
จริงหนทางเข้าไปดับทุกข์ เรียกว่ามรรค ๑
เมื่อทุกข์ดับลงไป ท่านให้ชื่อว่า "..นิโรธ.." ๑

#ถ้าเป็นภาษาบ้านเราก็ว่า
#หนีโลด.

ทำไมท่านถึงว่าให้หนีโลด เอ่า ก็เพราะว่ามันเป็นก้อนทุกข์ทั้งหมด แล้วเรายังจะมายึดไว้ทำไม มันเป็นทุกข์

#เราชอบเหรอทุกข์

เมื่อเราไม่ชอบ ท่านจึงว่าหนีโลด แต่กิเลสของเรามันไม่ให้เห็นอย่างนั้นนะสิ


#แล้วทำอย่างไรมันจึงจะเห็นอย่างนั่น

ท่านให้ค้นลงไปในก้อนกายของเรานี่แหล่ะ ให้ใช้ปัญญาค้นคิด พิจารณาลงไปให้เห็นเป็นจริง

#แล้วทำไมจิตจึงไม่สามารถ
#พิจารณาให้เห็นอย่างนั้นได้

ก็เพราะว่าใจมันไม่มีความสงบน่ะสิ ถ้าหากว่าใจสงบมันเคยสงบลงรวมสักครั้งแล้ว มันจะรู้เองหรอกเรื่องนี้ ไม่มีคนบอกมันก็รู้

#คติธรรม
#หลวงปู่บุญมา #คัมภีรธัมโม
#วัดป่าสีห์พนม


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 11 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร