วันเวลาปัจจุบัน 06 เม.ย. 2020, 23:02  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.พ. 2020, 08:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3734


 ข้อมูลส่วนตัว


คนที่ไม่มี "สมาธิ" จิตใจมีนิวรณ์ ความกังวล
ห่วงลูก ห่วงหลาน ห่วงคนโน้นคนนี้
เวลาที่ตาย วิญญาณก็ไปเกาะอยู่ที่ลูกที่หลาน
บางคนกลับไปเกิดเป็นลูกของลูกตัวเองก็มี บางคนที่พ่อแม่ทิ้งมรดกที่สวนไร่นาไว้ให้
ก็เป็นห่วงทรัพย์สมบัติของตน พอตายไป
ก็ไปเกิดเป็นสัตว์ในสวนในนาก็มี บางคนตายไป
ไปเกิดเป็นผีสางนางไม้ เฝ้าทุ่งนาป่าเขาก็มีพวกนี้เป็นพวก "สัมภเวสี"
คือ วิญญาณลอยไปเที่ยวหาที่เกาะ
ถ้าจิตของเราตั้งอยู่ใน "บุญกุศล"
เราก็จะมี "สุคติ" เป็นที่ไป
ถ้าจิตของเราตั้งอยู่ใน "บาป"
อกุศลวิญญาณของเราก็ไปสู่ "ทุคติ"
ไม่ได้ไปเกิดในโลกที่ดี

ท่านพ่อลี ธัมมธโร











...คนที่ภาวนาเป็นแล้ว
จะรู้ว่าต้องการสถานที่แบบไหน
เขาจะไม่ต้องการพวกแสงสีเสียง
ไม่ต้องการเพื่อน
ไม่ต้องการคนนั้นคนนี้มาแก้เหงา
ด้วยการคุยกัน

...เพราะจิตที่ได้เข้าสู่ความสงบแล้ว
จะไม่ค่อยคิดถึงอะไร
เพราะไม่ค่อยได้ปรุงแต่งกับเรื่องอะไร

..แต่จิตที่ยังไม่สงบ
ก็จะคิดไปเรื่อยเปื่อย
คิดเรื่องนั้นคิดเรื่องนี้
แล้วก็เกิดอารมณ์ต่างๆขึ้นมา
........................................
.
จุลธรรมนำใจ1 กัณฑ์228
ธรรมะบนเขา 4 / 9 / 2548
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี










สวรรค์ พรหม พระนิพพาน
ใกล้หรือไกลอยู่ที่ใจเราเอง

กิเลสหลอกว่าไกล
ธรรมบอกว่าใกล้
จะเชื่อใครเลือกเอา

อย่าน้อยใจ อย่าประมาทวาสนาเจ้าของ
กิเลสปกปิดทุกทางไม่ให้เราเดินต่อได้
ถึงจะยากแต่ก็ไม่เหลือวิสัยแห่งธรรมจะนำไป
คนจริงมีใจเพชรจึงสำเร็จสมประสงค์

โอวาทธรรม : พระอาจารย์คม อภิวโร












"#สัจจธรรมแห่งชีวิต"
สติมี ปัญญามี จับให้มั่น จับที่ไหน ก็ที่กายอันนี้แหล่ะ กายอันประกอบไปด้วยธาตุสี่ สมมุติเท่านั้นที่ตายไป ดินก็ยังเป็นดิน น้ำก็ยังเป็นน้ำ ไม่ได้ตายไปตามสมมุติเลย จิตผู้รู้มันยังรู้อยู่อย่างเด่นชัด มิได้ฉิบหายตายไปตามสมมุติเลย ยังทราบมาโดยตลอด จึงไม่มีความกังวลวุ่นวาย เพราะจิตได้ละสิ่งที่ควรละ และบำเพ็ญสิ่งที่ควรบำเพ็ญมาจนเต็มความสามารถ ตายไปวันนี้ก็ไม่มีอะไรจะขาดทุนเสียหาย

รู้แล้วเห็นแล้วด้วยปัญญาเช่นนี้ มันจะมีความหมายอะไร ในการเกิดแก่เจ็บตายของตน เพราะมันประจักษ์ชัดในใจอย่างนี้ สิ่งที่มันสลายไปนั้น มันเป็นไปตามหน้าที่ของมัน สิ่งที่ยังเหลืออยู่เราก็ทราบดี จึงอยู่เป็นสุข จึงอยู่อย่างสงบ สบาย ถ้าหากชีวิตยังดำรงอยู่ต่อไป ก็ต้องสั่งสมคุณงามความดี ตามหน้าที่ของเราต่อไป เพราะเรายังไกลต่อจุดหมายปลายทาง เมื่อปฎิบัติคุณงามความดีเต็มที่ จึงไม่มีกังวล หมดปัญหาเรื่องเกิดเรื่องตาย

พระอาจารย์รังสรรค์ อภิปุญโญ
วันอังคาร ที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒









"ผู้เป็นพระ ก็เป็น พระดี ด้วยศีล
ด้วยสมาธิ ด้วยปัญญา

ผู้เป็นทายกทายิกา ก็เป็นทายกทายิกาที่ดี
คือ ยกทาน ยกศีล ยกภาวนา เข้าสู่หัวใจ
ยกโลภ โกรธ หลง ออกจากจิตใจ ของตน
ก็เป็น คนเบาล่ะที่นี้ เกิดที่ไหน มันเกิดขึ้นที่
ใจของตน.."

"เพราะสังขารที่มีวิญญาณครอง และไม่มี
วิญญาญครอง เป็นทุกข์อยู่เสมอ ไม่มีสุข
ผู้ที่ไม่รู้ความจริง อัธยาศัยใจคอนั้นชอบสุข ทุกข์ไม่ชอบ จึงแสวงหาอามิสสุข คือรูป
เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ที่ดี เป็นที่ตั้งแห่ง
สุขเวทนา.. ครั้นหามาได้ก็กำหนัดยินดี
ติดอยู่เพลิดเพลินพัวพันเกิดสุขโสมนัสใน
กามเหล่านั้น.. ครั้นกามารมณ์ที่ตนชอบ
เหล่านั้นวิบัติไป จึงเกิดความเดือดร้อน
เศร้าโศกเสียใจ เพราะกามารมณ์ทั้งหลายเหล่านั้น.. "

#โอวาทธรรม
#หลวงปู่มั่น_ภูริทัตโต











#เกิดมาเป็นมนุษย์ในชาตินี้

"ควรรีบเร่งอย่าชักช้าจะเสียการ
จงพยายามฝึกจิตฝึกใจปฏิบัติดี
ปฏิบัติชอบให้ได้ทัน เพราะงาน
ของจิตต้องถือว่าเป็นงานเร่งด่วน
โดยมีความตายคืบคลานเข้ามา
อย่างรวดเร็ว ถ้าแม้ว่าเผลอสติ
เพียงแว้บเดียว ความตายก็มา
ถึงตัวทันที.. "

#โอวาทธรรม_หลวงปู่เสาร์_กันตสีโล











"..อะไรเป็นปัจจัยของอวิชชา เรานั่นแหละเป็นปัจจัยของอวิชชา
อะไรเป็นปัจจัยของเรา อวิชชานั่นแหละเป็นปัจจัยของเรา
ถ้ามีอวิชชาก็มีเรา ถ้ามีเราก็มีอวิชชา..

ตำราแบบแผนมิใช่ยา ยามิใช่ตำราแบบแผน
ความไข้ไม่ได้หายด้วยยาอย่างเดียว ต้องอาศัยกินยานั้นด้วยไข้จึงหาย.."

เจ้าพระคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท)












"อย่าติดดี"

อุบาสกคนหนึ่งเคยศึกษาธรรมะของฝ่ายมหายาน ถามหลวงพ่อชาเรื่องการปฏิบัติว่า “คนที่ปฏิบัติเพื่อเป็นอรหันต์ กับ คนปฏิบัติเพื่อเป็นพระโพธิสัตว์ อันไหนจะดีกว่ากัน อันไหนสูงกว่ากัน”

หลวงพ่อชาตอบว่า “อย่าเป็นอะไรเลย พระอรหันต์ก็อย่าเป็นเลย พระโพธิสัตว์ก็อย่าเป็นเลย แม้พระพุทธเจ้าก็อย่าเป็นเป็นอะไรแล้วก็ต้องเป็นทุกข์ทันที ”

อย่าเป็นคนดี ถ้าเป็นคนดีแล้วต้องรำคาญคนที่ไม่ดี ทุกวันนี้คนที่ไม่ดีมากกว่าคนดีเยอะ ไปที่ไหนก็กลุ้มใจ มีแต่ความไม่พอใจ เหมือนกับคนที่สูบบุหรี่แล้วดูคนอื่นสูบ ก็ไปเทศน์ให้เขาฟัง นี่เรียกว่า “ติดดี” ท่านไม่ให้ติด แม้จะเป็นความดีท่านก็ไม่ให้เราติด เพราะว่าความติดเป็นทุกข์ สร้างความทุกข์แก่ใจ

พระโพธิญาณเถระ (ชา สุภัทโท)
วัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ อุบลราชธานี












"..ผู้ที่คิดถึงความตายนั้นเป็นผู้ที่ไม่ประมาทในชีวิต ไม่มัวเมาในชีวิต
เพราะเมื่อคิดถึงแล้ว ย่อมเร่งกระทำความดีและบุญกุศล เกรงกลัวต่อ
บาปกรรมที่จะติดตามไปในภพชาติหน้า..ซึ่งป่วยการที่จะกล่าวไปถึง
สมบัติที่จะนำเอาติดตัวไปด้วย แม้แต่เนื้อตัวร่างกายที่ว่าเป็นของเรา
ก็ยังเอาติดตัวไปไม่ได้ และก็เป็นความจริงที่ได้เห็นและได้รู้กันมานาน
นับล้านๆปี คนแล้วคนเล่า ท่านทั้งหลายที่ได้เคยยิ่งใหญ่
ด้วยอำนาจยศศักดิ์ อำนาจวาสนา และทรัพย์สมบัติในอดีตกาล
จนเป็นถึงมหาจักรพรรดิ..แต่แล้วในที่สุด ก็ต้องทิ้งจากสิ่งเหล่านี้ไป.."

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก











ท่านพ่อลี สอนว่า ....

"เวลานั่ง เมื่อมีความไม่สบายเกิดขึ้น ก็จงตรวจตรองดูว่ามันเกิดจากอะไร อย่าเอาใจไปเป็นทุกข์เดือดร้อนกับอาการเหล่านั้น ส่วนใดไม่สามารถเป็นไปได้อย่างที่เรานึกคิดก็อย่าไปกังวลกับมัน ปล่อยไป เพราะสังขารร่างกายนี้มีสภาพเหมือนกันหมดทุกรูปทุกนาม ไม่ว่าคนหรือสัตว์ คือจะต้องตกอยู่ในการที่ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และบังคับบัญชาไม่ได้

ฉะนั้น ส่วนใดที่สามารถเป็นไปได้ตามคิดนึก เราก็อยู่ในส่วนนั้น และรักษาไว้อย่างนี้

เป็นธมฺมวิจย คือ ความเลือกสรรในส่วนที่ดี"

โอวาทธรรมท่านพ่อลี ธัมธโร











"ให้พากันภาวนานะ
อย่าลืมพุทโธทุกอิริยาบท
ทานบารมีก็ทำมาจนเป็นนิสัยแล้ว

พากันไปแสวงบุญ
นั่งรถไปทำบุญ 8 วัด 9 วัด
เป็นชั่วโมงๆ ยังสู้อานิสงส์
การนั่งสมาธิภาวนา
แม้เพียง 5 นาทีไม่ได้นะ

ยิ่งถ้าจิตสงบ
ชั่วขณะช้างวีหู งูแลบลิ้น
ยิ่งมีอานิสงส์ผลบุญมากนะ
เปรียบเทียบกันไม่ได้เลยนะ
บุญมากนะการภาวนา
ให้พากันภาวนาให้มากๆ..."

คติธรรมหลวงพ่อโสภา สมโณ
วัดป่าแสงธรรมวังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา











“คู่ครองนั้นหาไม่ยากหรอก
คู่ที่ดีต่างหากที่หายาก
หากหาคู่ที่ดีไม่ได้ อยู่ลำพังดีกว่า”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต










"มีสติรู้ตัว ถอนความยึดถือในตัวตนเสีย
มีอะไรบ้างหรือ ที่เราบังคับได้บ้าง
ร่างกายนี้ ตั้งแต่เกิดมามีแต่ความเปลี่ยนแปลง
อย่างไม่หยุดนิ่ง ไม่หยุดยั้ง แล้วก็ต้องตายไป

ทำพิธีต่ออายุสืบชะตาอย่างไร ก็ต้องตายทุกคน
แล้วจะยึดถือว่าเป็นตัวเราของเรา ได้อย่างไร
ตายแล้ว ไม่เผาไฟก็ฝังดิน เท่านั้นเอง

มันเป็นเพียงธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป
เราเพียงยืมใช้ ได้อาศัย ศึกษา รักษาไว้เป็นพาหนะ
ให้ทำความดี เพื่อข้ามวัฎสงสารเท่านั้น"

หลวงพ่อประสิทธิ์ ปุญญมากโร











"คนดีย่อมหลีกเลี่ยง คนไม่ดี เพราะคนดีย่อมรู้ว่า
คนไม่ดีย่อมนำให้เกิดความทุกข์ ความเดือดร้อน
วุ่นวายต่างๆ นานา"

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร