วันเวลาปัจจุบัน 19 พ.ย. 2019, 23:13  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 ต.ค. 2019, 05:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3594


 ข้อมูลส่วนตัว


“ความรักมีเงื่อนไขมาก ก็นำไปสู่ทุกข์มาก
ความรักที่มีเงื่อนไขน้อย ก็ทุกข์น้อย
ความรักที่ไม่มีเงื่อนไข นี่จะไม่ทุกข์เลย”

พระอาจารย์ชยสาโร ภิกขุ






"ผู้ที่มีความพอแล้ว ย่อมมีความพอใจ
ในภาวะ และฐานะของตน จนกระทั่ง
ไม่เห็นความสำคัญที่จะต้องนำตน
ไปเปรียบเทียบกับผู้อื่น"

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช






"คนอื่นเขาจะเป็นอย่างไร ก็ช่างเขา
เขาจะเป็นคนดี หรือคนไม่ดี เห็นแก่ตัว
ก็ช่างเขา

เราอย่าไปรับ เอามาใส่ใจของเรา
คนเราส่วนใหญ่ มีทุกข์ เพราะว่า
ไปรับเอาสิ่งภายนอกมาให้ตัวเองเป็นทุกข์"

หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม








ถ้าภาวนามันก็ดูเข้ามาหากายหาใจของตัวเองจึงจะถูก
พิจารณาอสุภะอสุภังให้มันเบื่อหน่าย คลายกำหนัด
ในความเกิด ความตายของตัวเอง ให้มันรู้มันเห็น
เห็นก็ให้เห็นในตัวของเรา ไม่ได้เห็นที่อื่นนะ
เห็นในอาการ ๓๒ ของเรามันจึงถูก
ดูน้ำเลือด น้ำหนอง เสลด น้ำลาย น้ำขี้ น้ำเยี่ยว
ไส้ใหญ่ ไส้น้อย ตับ ไต ม้าม เอ็น กระดูก
ถ้าดูแต่ลมเฉยๆก็ไม่เห็นอะไร มันก็ไม่เบื่อ

หลวงปู่เพียร วิริโย
วัดป่าหนองกอง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี







ใจละกิเลสความโกรธได้
ใจไม่โกรธให้ใคร
ใจวางเฉยได้
ใจไม่โลภอยากได้ของใคร
ยินดีพอใจสันโดษในวัตถุข้าวของของตัวเอง
เรียกว่า​ ใจเป็นพระ

หลวงปู่สิม​ พุทธาจาโร






พวกฆราวาสที่สำเร็จพระโสดา สกิทาคา อนาคา ผู้มีศรัทธา ผู้มีความยินดีแล้ว พระพุทธเจ้าก็ไม่ได้เลือกว่าต้องนุ่งเหลืองจึงจะสำเร็จ ไม่ใช่ นุ่งขาวก็ไม่ว่า นุ่งเหลืองก็ไม่ว่า หัวโล้นก็ไม่ว่า หัวดำก็ไม่ว่า สำเร็จหมด ชั้นสูงก็ไม่ว่า ชั้นต่ำก็ไม่ว่า สำเร็จหมด ไม่เลือกชั้นวรรณะ ไม่เลือกชาติเลือกภาษา ผู้ที่เข้ามาปฏิบัติธรรมะของพระพุทธเจ้าทำลงไปแล้วไม่มีผลไม่มี ต้องมีผลทีเดียว ทำน้อยก็ได้รับผลตามน้อย ทำมากก็ได้รับผลตามมาก ติดตนเป็นอริยทรัพย์ สมบัติอันนี้ได้รับผลตามกำลัง

หลวงปู่ขาว อนาลโย
วัดถ้ำกลองเพล จ.หนองบัวลำภู







เทวดาชอบมาเยี่ยมฟังธรรมเช่นเดียวกับท่านอาจารย์มั่น

แต่ละครั้งมีจำนวนมากบ้างน้อยบ้าง แต่จะไม่มากเท่ากับมาเยี่ยมฟังธรรมกับท่านพระอาจารย์มั่น เครื่องนุ่งห่มของเทวดาทั้งเบื้องบนเบื้องล่างที่มาในบางครั้งนั้น มีสีขาวล้วนบ้าง สีแดงล้วนบ้าง จะเป็นแบบเดียวกันหมดไม่ก้าวก่ายกัน และทุกครั้งที่มา​ จะไม่มีเครื่องประดับตกแต่งใดๆ​ ทั้งสิ้น เวลาที่เขามาหาพระผู้ทรงศีลทรงธรรม เทวดาเขาถือกันเป็นที่เคารพมาก หัวหน้าจะประกาศห้ามไม่ให้ใส่เครื่องประดับแต่งเข้าไปหาพระ ให้นุ่งห่มแบบเรียบๆ​ เหมือนพุทธมามกะชาวพุทธ มีกิริยามารยาทสวยงามมากเป็นที่ติดตาติดใจ​ เห็นแล้วไม่จืดไม่จาง มนุษย์เราน่าจะยึดเอาเป็นแบบอย่างของเขามาใช้ เมื่อเวลาเข้าไปหาพระสงฆ์ในวัดหรือที่ใดๆ​ ก็ตาม จะน่าดูไม่อุจาดบาดตาบาดใจเกินไป เห็นแล้วทุเรศปลงไม่ตก​ กลัวจะตกนรกมากกว่า

แต่ใครล่ะ.. จะเป็นผู้นำเอาเรื่องของเทวบุตรเทวดามาเล่า มาสั่งสอนมนุษย์ให้เชื่อถือและยอมรับปฏิบัติได้บ้าง ใครจะกล้ายอมรับทำหน้าที่นี้เล่า เพียงแต่ได้ยินใครเล่าเรื่องเทวดาเปรตผีให้ฟังบ้าง ไม่ทราบว่าเล่าเล่นเล่าจริง ก็จะถูกหัวเราะเยาะเย้ยเอาได้ ขืนเอากฎระเบียบของเมืองเทพเมืองผีมาใช้ในเมืองมนุษย์ เขาจะหาว่าบ้าไม่มีสติ โรงพยาบาลปากคลองสานก็จะไม่รับเป็นคนไข้ แล้วจะไม่ตายเปล่าๆ ทั้งที่บ้ายังติดตัวไปด้วยหรือ​ ท่านพูดแล้วก็หัวเราะกันไปพักหนึ่ง ผู้เขียนก็ปากไม่อยู่เป็นสุข จึงเรียนเล่นบ้างจริงบ้างเป็นการหยั่งเสียงดูว่า.. ท่านจะว่าอย่างไร ก็ท่านอาจารย์เองเอากฎระเบียบของเมืองเทพเมืองผีมาใช้ในเมืองมนุษย์ ถึงเขาจะว่าบ้าไม่มีสติจะเป็นไรไป โลกเขาไปเห็นอะไรในเมืองนอกเมืองนา​ เขายังมาเล่าให้กันฟังได้ และนำเอากิจการในเมืองนอก มาแก้ไขบ้านเมืองของตน โดยออกกฎเกณฑ์ให้คนในประเทศเขาปฏิบัติตามได้ เช่นเมืองไทยเราการแต่งเนื้อแต่งตัวเวลานี้ ก็กำลังจะกลายเป็นเมืองนอกไปหมดแล้ว ทั้งหญิง ทั้งชาย ทั้งหนุ่มสาวเฒ่าแก่

พอพูดจบประโยคต่างคนก็ต่างหัวเราะกันพักใหญ่ แล้วท่านว่าให้ผู้เขียน คำพูดของท่านมักพิสดารมากเกินไป ขืนทำตามที่ท่านบอก​ ผมคงไม่ต้องอยู่เมืองไทยแน่ๆ จะต้องถูกเนรเทศไปอยู่กับพวกเปรตพวกผีอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะเขาจะหาว่าผมเป็นเพื่อนกับพวกนั้น แล้วเขาจะขับไล่ให้ไปอยู่กับพวกนั้นแน่นอน ส่วนจะให้ไปอยู่กับพวกเทพพวกพรหมคงไม่มีหวังแน่ๆ เพราะกลุ่มนี้เป็นกลุ่มผู้ดีมีศักดิ์สูง แต่ภูมิเปรตนี้สิเขาจะไล่ให้ผมไปอยู่ด้วย เพราะเป็นภูมิต่ำต้อยด้อยศักดิ์ศรีไม่มีใครเขาปรารถนา เพื่อเป็นการประณามถ้าเรื่องเป็นอย่างนี้ท่านจะว่าอย่างไร

ตอนนี้ทั้งท่านทั้งผู้เขียนต่างก็หัวเราะกันพักหนึ่ง แล้วท่านก็พูดต่อไปว่า ท่านกรุณาอย่าหาญคิดให้ผมเอากฎระเบียบของเทพของพรหมมาใช้ในเมืองมนุษย์เลย แม้พวกดังกล่าวนี้เขายังเคารพพระศาสนา เคารพพระพุทธเจ้าอย่างเทิดทูน ธรรมดังกล่าวก็อยู่ในมนุษย์เรานี้เอง ถ้าใครปฏิบัติตามก็ไม่เห็นมีอะไรบกพร่อง ในบรรดาธรรมสอนโลกที่มีอยู่ในแดนมนุษย์เรา ถ้าเราไม่โง่เสียจนเกินไป เท่าที่ผมเล่าให้ท่านฟัง​ ก็ถือเป็นกันเองมิได้คิดจะไปพูดไปเล่าที่ไหน แต่พอเล่าให้ฟังตามเหตุการณ์ที่ปรากฏบ้าง ท่านกลับขอให้ผมนำเอาขนบธรรมเนียมของเทวดามาสอนมนุษย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ซวยที่สุดสำหรับผู้ที่จะเริ่มคิดนำธรรมเนียมลึกลับมาสอนโลก ผมทำไม่ได้ แม้แต่คิดก็ยังไม่เคยคิด ผู้เขียนเรียนท่านว่ากระผมก็เรียนไปตามภาษาเท่านั้นเอง ถ้าท่านอาจารย์ไม่สะดวกก็ไม่ควรฝืน เราคุยกันสนุกๆ​ ตามแบบพระโดยลำพังที่ถือเป็นกันเอง

บรรดาเทวดาทั้งหลายพวก ที่มาเยี่ยมท่านในวาระต่างๆ​ กันนั้น มีความคิดเห็นรักชอบธรรมต่างกัน บางพวกชอบรับศีลก่อนฟังธรรม บางพวกขอฟังธรรมเลยทีเดียว บางพวกชอบธรรมสังโยชน์เบื้องต้น บางพวกชอบธรรมสังโยชน์เบื้องต่ำ แต่ที่ชอบฟังกันมากคือ ธรรมสังโยชน์เบื้องต่ำ บางพวกชอบฟังธัมมะจักรกัปปะวัตตะนะสูตร บางพวกชอบฟังกรณียะเมตตสูตร บางพวกก็ชอบฟังสังคหะธรรม คือธรรมที่ว่าด้วยเรื่องการสงเคราะห์กัน ชอบแปลกแตกต่างกันตามจำนวนเทพที่มาฟังนั้น ต่างมีความรักชอบธรรมไปตามนิสัยเหมือนกับมนุษย์เรา

คัดลอกจากหนังสือ​ ปฏิปทาพระธุดงค์กรรมฐานสายท่าน พระอาจารย์มั่น​ ภูริทัตตเถระ
เรียบเรียงโดย​ หลวงตาพระมหาบัว​ ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร