วันเวลาปัจจุบัน 27 ก.ย. 2020, 14:53  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มิ.ย. 2020, 08:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3908


 ข้อมูลส่วนตัว


"ร่างกายของเราเป็นรังแห่งโรค ภาวนากันนะ ให้พิจารณาโดยใช้ปัญญาอบรมสมาธิ แยกฟัน ขน ผม หนัง เล็บ กระดูก อวัยวะ ค่อยๆ พิจารณาให้จิตมันละเอียด ดูลมไป ไม่ต้องไปยึดคำบริกรรมใดๆ .."

หลวงปู่เจม จิรธมฺโม
สำนักสงฆ์ห้วยลึก อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์







ถาม : ช่วงนี้ทำไมขี้เกียจภาวนา
บางครั้งรู้สึกว่าเป็นการบังคับให้นั่งสมาธิ
มากกว่าความเต็มใจ ตั้งใจจริงๆ

หลวงพ่อ : มีขยันบ้างมีขี้เกียจบ้าง
เวลาขี้เกียจก็พยายามแก้ พยายามทำไป
“ ขี้เกียจก็ทำ ไม่ขี้เกียจก็ทำ “
เวลาขี้เกียจก็ทำยากหน่อย

.ถึงเวลาต้องทำอะไรก็ทำไป
ขี้เกียจหรือไม่ขี้เกียจ
“ เหมือนกับรับประทานอาหาร
ถึงเวลาก็รับประทานไป “
จะขี้เกียจหรือไม่ก็ตาม ..เพราะรู้ว่า
รับประทานดีกว่าไม่รับประทาน

.การภาวนาก็เช่นกัน เป็นการ
ให้อาหารกับใจ ถึงแม้จะขี้เกียจ
ก็ต้องภาวนา ..เพราะภาวนาแล้ว
ใจจะดีกว่าไม่ได้ภาวนา ถ้าคิดอย่างนี้..
“ก็จะ ผ่านความขี้เกียจไปได้”.
......................................
.
ตอบปัญหาคาใจ เล่ม 5 หน้า 6-7
ธรรมะบนเขา ณ เขาชีโอน
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี





แม้แต่ประสบการณ์ที่ดีงามที่สุด ความสัมพันธ์ที่น่าพึงพอใจที่สุด ยังอาจถูกทำลายด้วยความโลภ โกรธ หลงเพียงวูบเดียว ตราบใดที่จิตยังมีกิเลส เรายังไม่อาจมีหลักประกันมั่นคงหรือมีความสุขอันแท้จริงได้

โดยธรรมชาติแล้ว มนุษย์เรารักสุขเกลียดทุกข์ ด้วยเหตุนี้ วิชาจัดการกิเลสจึงเป็นทักษะชีวิตที่สำคัญที่สุดที่เราพึงฝึกฝนให้เชี่ยวชาญ

เราจะฝึกได้อย่างไร ในเบื้องต้นก็ด้วยการฝึกฝนดังนี้ ๑. ฝึกดูแลจิตใจให้กิเลสที่ยังไม่เกิดขึ้นไม่อาจเกิดขึ้นได้ ๒. ฝึกละวางกิเลสหรือสิ่งเศร้าหมองที่เกิดขึ้นแล้ว ปัจจัยสำคัญในการนี้คือสติ สัมปชัญญะ และความพากเพียรปฏิบัติอย่างสมดุลสม่ำเสมอ แม้การปฏิบัติธรรมในระดับนี้จะช่วยระงับกิเลสได้ แต่ก็ยังไม่อาจกำจัดกิเลสให้หมดสิ้นไป ต้องอาศัยปัญญาเท่านั้นที่จะกำจัดกิเลสได้

เมื่อจิตอยู่กับปัจจุบันได้อย่างต่อเนื่อง เราจึงหันมาพิจารณาธรรมชาติของกายและใจ และในระหว่างการพิจารณานี้เอง ความคิดความเชื่อแฝงเร้นที่เคยเติมเชื้อให้กิเลสจะปรากฏให้เราเห็นและละวางได้ เมื่อเห็นกายใจตามความเป็นจริง สัจธรรมลึกซึ้งในคำสอนของพระพุทธองค์ย่อมส่องแสงกระจ่างงดงาม

ธรรมะคำสอน โดย พระอาจารย์ชยสาโร
แปลถอดความ โดย ปิยสีโลภิกขุ








#อย่ามันแต่เพลินอยู่กับโลก

...กิเลสมันมีมากมาย มีทั้งปืนกล มีทั้งระเบิด กายนี้ดั่งเกวียนเก่า เพลาจะหักเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ วันไหนก็ได้ทุกลมหายใจเข้าออก ตายได้ทั้งนั้น ไม่สะดุ้งสะเทือนกันบ้างหรือ หลวงปู่เอาความจริงมาเทศน์...ทุกวันนี้เอาอะไรไปได้ เพลินอยู่ทางโลก พอไปถึง"ตรงนั้น" จริงๆ คิดย้อนหลังกลับไป รู้งี้เราน่าจะบวช ถือศีลภาวนาตั้งนานแล้ว...

ถือแค่ศีลห้าก่อน กระตุ้นเตือนกันให้สะดุ้งสะเทือนบ้าง สนุกสนานเพลิดเพลินเดินตามภพชาติยืนยาวไปเรื่อย ไม่มีความเข็ดหลาบบ้างหรือ ถึง"วันจะไป" มันจะร้อนระอุดั่งกับหลุมถ่านเพลิง...

#หลวงปู่เจม จิรธมฺโม
สำนักสงฆ์ห้วยลึก อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์
๒๔ มิ.ย.๖๓







“อยากจับผิดผู้อื่น มันไม่ยาก
เรื่องจับผิด ไม่ต้องฉลาดก็ทำได้
แต่การที่เราจับถูก
พยายามจับความดีของคนอื่น
อันนี้ต้องฉลาด ต้องเก่ง
ต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเอง”

พระอาจารย์ชยสาโร ภิกขุ









" อยากได้คุณ​งามความดี​
สิ่งที่ดีที่ชอบก็ต้องประกอบ
ให้เกิดขึ้นในจิตในใจ

การภาวนามันเป็นยอด
ของทานอันเลิศ​ เก็บอยู่
ในจิตในใจทุกภพทุกชาติไป
จนได้บรรลุมรรคผลนิพพาน​
ก็ได้อาศัยบำเพ็ญบารมี
ของตนนี้แหละ

บารมีของตนนี้แหละเป็น
เสบียงอาหารไปข้างหน้าอีก
เกิดไปชาติไหนก็เป็นคนที่มี
ความดีงามอยู่ในจิตในใจ

เพราะเราได้ฝึกหัดดัดแปลง
จิตใจของเราให้บริสุทธิ์​กาย​
บริสุทธิ์​วาจา​ บริสุทธิ์​ใจ

เพราะฉะนั้นเราต้องทำเสมอ "

โอวาทธรรม
หลวง​ปู่​สาม​ อกิญจโน








" มีชีวิตอยู่ให้รีบ
ทำความดีให้เป็นอุปนิสัย
ต่อไปบุญที่สั่งสมอบรม
ไว้ดีแล้ว ย่อมนำสุขมาให้

แก่กว่านี้ก็ลำบากกว่านี้
เจ็บก็ลำบาก ตายยิ่งแย่ใหญ่

พวกเราจะไปภาวนา
เวลาไหน ถ้าไม่เอาเวลา
ที่มันสบายอยู่ตอนนี้
ตายไปก็หมดสิทธิ์
ในสมบัติโลก "

โอวาทธรรม
หลวงปู่คำบ่อ ฐิตปัญโญ









"..บุญกับบาปที่เราทำ
ไว้นี้แหละ ที่เราสามารถ
เอาติดตัวไปได้

แต่ของอย่างอื่น เช่น
สามี ภรรยา บุตรธิดา
ทรัพย์สมบัติข้าวของ
เงินทองต่างๆ

ความสุขในรูปแบบต่างๆ
ที่มีอยู่ในโลกนี้ เราจะไม่
สามารถเอาติดตัวไปได้

บุญนี้จะเป็นเหมือนกับ
ข้าวของเงินทองต่างๆ
ที่เราใช้อยู่ในโลกนี้
บุญนี้จะเป็นข้าวของ
เงินทองที่เราจะเอาไปใช้
ในโลกทิพย์ ทำให้เรา
ไปสวรรค์ได้

แต่ถ้าเราไม่ได้ทำบุญ
เราทำแต่บาป เวลา
ร่างกายตายไป เราจะไม่มี
ทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทอง
ติดตัวไป ก็จะไปแบบขอทาน.."

โอวาทธรรม
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต







#พระไตรสรณคมน์ดับทุกข์ได้นั้น

เช่น บุคคลบางคนใจไม่ดีด้วยเรื่องใดเรื่องหนึ่งเมื่อเข้าไปวัดฟังเทศนาก็ใจดี ไม่อย่างนั้น เข้าสมาธิภาวนา กลับเป็นคนใจดี แลเห็นคุณและโทษได้

#นี่แหละพระรัตนตรัยดับทุกข์ได้จริง

ไม่อย่างนั้นบุคคลมีราคะโทสะ โมหะ มีทุกข์มาก เมื่อมาบวชแล้ว ภาวนาชำระกิเลสได้ ก็เป็นอันที่ดับทุกข์ได้จริง

#หลวงปู่หลุย #จันทสาโร







ขณะจิตเศร้าหมอง. กรุณานึกคำภาวนา. เช่นพุทโธๆ. เป็นต้น. อยู่ที่จุดเศร้าหมองนั้น. ไม่ส่งใจไปอื่น. จิตจะเริ่มผ่องใสคืนมา.

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 17 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร