วันเวลาปัจจุบัน 20 ก.ย. 2019, 23:02  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ก.ย. 2019, 04:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3534


 ข้อมูลส่วนตัว


เดินทางไกลจะไปพระนิพพาน
เปรียบเทียบกันง่ายๆ นะโยมนะ

ให้ทานแต่ไม่มีศีล
เหมือนคนเดินไป

ให้ทานมีศีล
เหมือนคนนั่งรถยนต์ไป

ให้ทานด้วย รักษาศีลด้วย ภาวนาด้วย
เหมือนคนนั่งเครื่องบินไป

โอวาทธรรม : พระอาจารย์คม อภิวโร






ถ้าเราปฏิบัติดีเขาก็อยากให้อยู่
ถ้าปฏิบัติไม่ดี ไปอยู่ที่ไหน เขาก็ไล่ไปเรื่อย
ต้องเรียนวิชาปฏิบัติ

หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม





ดีหรือเลวขึ้นอยู่กับกฎของกรรม

ในสายตาของคนอื่นเขาอาจจะเห็นว่าลูกเลว
แต่ขอลูกทั้งหลายจงคิดว่า
มันเป็นเรื่องความรู้สึกนึกคิดของบุคคลแต่ละคน แต่พ่อเองมีความรู้สึกว่า คนจะดีหรือคนจะเลวมันขึ้นอยู่กับกฎของกรรม ก่อนที่เราจะมาเกิดนี่ เราทำทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว
ขณะใดถ้ากรรมที่เป็นอกุศลมันให้ผล ขณะนั้นลูกของพ่อก็อาจจะมีความคิดผิด พูดผิด
กระทำผิดไปได้ เป็นของธรรมดา
แต่ขณะใดที่เป็นกุศลกรรมให้ผล บรรดาลูกรัก ของพ่อก็จะทำถูก คิดถูก
พูดถูกอยู่เสมอ เรื่องนี้ถึงแม้ว่าตัวของพ่อเองก็ประสบมามากจึงไม่มีความรู้สึก เมื่อลูกรักบางท่าน บางคนคิดพลาด พูดพลาดกระทำพลาดไป
ถือว่านั่นเป็นกฎของการเดิมที่เราทำมาแล้วไม่ดี ในชาตินี้เรามาแก้ตัวกันใหม่
พยายามทำความดีเสียทุกอย่างเพื่อเป็นการหักล้างความชั่วเดิม เพื่อผลที่เราจะพึงได้ต่อไป นั่นก็คือ พระนิพพาน

ที่มาจาก คำสอนหลวงพ่อวัดท่าซุง เล่มที่ ๕







คาถาวิปัสสนา ตัวสำคัญมีอยู่ตัวเดียว ช่างมันๆ ช่างมันใจต้องช่างตามด้วย คำว่าช่างมันๆ มันจะแก่
ก็ช่างมัน มันจะป่วยก็ช่างมัน
มันจะตายก็ช่างมัน
ของรักของชอบใจจำจะต้องพลัดพรากจากกันก็ช่างมัน
คำว่าช่างมัน ในที่นี้ไปตรงกับวิปัสสนาญาณ ๙ ข้อ ๘
ที่เรียกกันว่า สังขารุเปกขาญาณ

โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง








การเป็นอยู่ของพวกเรา เหมือนกับเราไต่ลวดเส้นเดียว การดำรงชีวิตให้เราคิดอย่างนั้น คนโบราณที่เขามัดลวดเส้นเดียวแล้วไต่ สติพร้อม ความแข็งแกร่งพร้อม พร้อมทุกอย่างที่จะไต่ลวดเส้นเดียวได้ นี่ก็เหมือนกัน การดำรงชีวิตของพวกเราที่จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยราบรื่นไม่มีอุปสรรคใด ๆ ต้องลักษณะอย่างนั้น ต้องเข้มแข็งทางด้านจิตใจ หมั่นขยันอดทน ใช้สติ ใช้ปัญญา ใช้ความอดทน วิริยะ ความเพียร สัจจะ พร้อมด้วยบารมีทั้งหลายทั้งปวงเข้ามาเสริม ขันติก็เป็นเลิศ วิริยะก็เป็นเลิศ เมตตาก็เป็นเลิศ สัจจะก็เป็นเลิศ

ถ้าเราทำอย่างนั้นได้ เตรียมพร้อมไว้อยู่เสมอ ชีวิตของพวกเราจะราบรื่นไปด้วยดี เพราะฉะนั้น ให้พวกเราเตรียมพร้อม ถ้าเราประมาทเมื่อไร สัมมะเลเทเมา เที่ยวเตร่ ใช้สุรุ่ยสุร่าย ไม่มีความอดทน ไม่มีปัญญาพิจารณาที่จะเอาตัวรอด ปล่อยปละละเลยเมื่อไร เมื่อนั้นความหายนะจะเข้ามาสู่ตัวเรา เรานั้นแลจะเป็นผู้ได้รับทุกสิ่งทุกอย่างของผลแห่งการกระทำของเรานั้น

ขอให้พวกเรานำไปคิดพิจารณา ชีวิตของเราให้ถือเหมือนว่าไต่ลวดเส้นเดียว ถ้าผิดพลาดตกแล้วใครก็ช่วยไม่ได้ แต่ถ้าเราไต่ได้ ความภาคภูมิใจก็จะเกิดกับพวกเราท่านทั้งหลายตลอดชีวิตนี้ ก็อยู่ที่ตัวเราทั้งหมด กมฺมุนา วตฺตตี โลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมที่ตนได้กระทำไว้แล้ว ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ไม่มีพระเจ้าองค์ไหนหรือท่านผู้ใดจะมาดลบันดาลให้เรา เพราะฉะนั้น ทำแต่สิ่งที่ดี คิดดี ทำดี พูดดี จะมีแต่ความร่มเย็นเป็นสุข

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
จากพระธรรมเทศนา “ เหมือนไต่ลวดเส้นเดียว”
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๔๙






พระอริยะอยู่ที่ไหนก็สงัด

เราพอใจในที่สงัด ที่ไหนล่ะเป็นที่สงัด ถ้าวัด
นี้ไม่สงัดก็เข้าป่าไปก็หมดเรื่อง
จงจำไว้ว่าที่ใดก็ตามสถานที่ย่อมไม่สงัด
อาการสงัดจริงๆ ก็คือจิตสงัด
อย่างที่พราหมณ์ถามพระพุทธเจ้าว่า
บรรพชิต พระอริยเจ้า ย่อมพอใจในป่าซึ่งเป็น
ที่สงัดใช่ไหม ในป่าในเขาในถ้ำ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตอบว่า
พระอริยเจ้าอยู่ในป่าก็สงัด อยู่ในถ้ำก็สงัด
อยู่ในบ้านก็สงัด อยู่ในเมืองก็สงัด
เพราะจิตของท่านสงัดจากกิเลสคือความชั่วแล้ว
จำไว้ด้วยนะ ทีนี้เราอยู่ที่ไหนเราก็ต้องสงัด
สงัดจากนิวรณ์ ๕ สงัดจากสังโยชน์ ๑๐ เท่านี้แหละ
อยู่ที่ไหนมันก็สงัด

ที่มาจาก ธัมมวิโมกข์ ฉบับที่ ๒๗๙ หน้า ๘๗
โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน







รู้สามกาล

นักปฏิบัติทั้งหลาย ถ้ารู้ความเป็นมา กับความเป็นอยู่ เรื่องจะไปข้างหน้าก็รู้จักเลย นี้คือหนทางเดินของจิตใจ พวกคนเราถ้าหากรู้ถึงสามกาล (อดีตกาล ปัจจุบันกาล อนาคตกาล)นี้ ก็เรียกว่ารู้ความเป็นจริงในตัวเจ้าของเองแล้ว หรือจะว่าตรัสรู้ในเรื่องของตัวเอง ไม่ได้ตื่น ไม่ได้ท้วง ไม่ได้ร้องไห้ตามกันให้ยาก บุญกุศลได้น้อย ได้มากเท่าไหร่ รู้จักหมด พระพุทธองค์ท่านสอนไว้แล้ว สั่งไว้แล้ว เราไปทดสอบลองดู ถ้าเหมือนที่ท่านพูด ก็เชื่อท่าน เชื่อพระพุทธเจ้า นี้ถ้าไม่เห็นก็แล้วอยู่อย่างนั้นหละ มีแต่จะไขว่คว้าหาที่เล่น ที่กิน ที่สนุกไปอย่างนั้น เห็นแต่เรื่องของโลกอยู่อย่างนั้น จะไปข้างหน้าไม่รู้จะเป็นแบบไหน

หลวงปู่ศรี มหาวีโร
พระเทพวิสุทธิมงคล
วัดประชาคมวนาราม(ป่ากุง)
ศรีสมเด็จ ร้อยเอ็ด





ดูตัวอย่างองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พราหมณ์ด่าพระพุทธเจ้าต่อหน้าธารกำนัล
องค์สมเด็จพระทรงธรรม์ก็ทรงเฉย
พราหมณ์ชี้หน้าบอกว่า
“พระสมณโคดม! แกแพ้ข้าแล้ว”

พระพุทธเจ้าทรงถามว่า “แพ้ตรงไหน?”

พราหมณ์จึงตอบว่า
“ฉันด่าแก แกไม่ด่าตอบ แกแพ้ข้า”

สมเด็จพระบรมศาสดาตรัสว่า
“พราหมณะ! ดูก่อนพราหมณ์
ตถาคตคิดว่าถ้าใครเขาด่าตถาคต ถ้า
ตถาคตไปด่าตอบคนนั้น แสดงว่า
ตถาคตเลวกว่าคนนั้น”

โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร