วันเวลาปัจจุบัน 20 ก.ย. 2019, 23:50  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 ส.ค. 2019, 05:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3534


 ข้อมูลส่วนตัว


"เวลากิเลสมันเกิดขึ้นทางกาย
เกิดขึ้นทางวาจา เกิดขึ้นทางใจ
รู้ทันมันเดี๋ยวนี้ มันก็ดับไปเดี๋ยวนี้แหละ"

หลวงปู่แหวน สุจิณโณ





ถ้าทำไปด้วยตัณหา
มันจะร้อนใจเมื่อกำลังทำ
และร้อนใจเมื่อทำเสร็จแล้ว
แต่ถ้าทำด้วยอำนาจของปัญญาควบคุมอยู่
จะไม่ร้อนใจเลย
ผลแตกต่างกันอย่างนี้
ฉะนั้น เราจำเป็นต้องรู้อยู่เสมอว่า
สิ่งทั้งหลายโดยที่แท้แล้ว
เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ไม่น่าเอา ไม่น่าเป็น
จะเข้าไปเกี่ยวข้อง ก็เข้าไปด้วยปัญญา
การกระทำของเราก็จักไม่ตกหล่มของกิเลสตัณหา

พุทธทาสภิกขุ





"เพ่งดูมโน อาการสามสิบสอง เพ่งให้เห็นแจ่มแจ้ง ภควา ผู้จำแนกแจกธรรม แจกเข้าแล้วมันก็ไม่มีคน อันนั้นเป็นผม เป็นขน เป็นเล็บ เป็นฟัน เป็นผืนหนัง เป็นตับไต ไส้น้อย ไส้ใหญ่ อาหารเก่า อาหารใหม่ มันไม่ใช่ตัวตนนี่ มันไม่ใช่คนนี่

ธรรมะแปดหมื่นสี่พันไม่ใช่อะไร รวามแล้วได้แก่พระสูตรคือลมหายใจเข้า พระวินัยคือลมหายใจออก พระปรมัตถ์คือผู้รู้ที่อยู่ข้างใน"

หลวงปู่ฝั้น อาจาโร





"ธรรมดาแล้ว การเบียดเบียนผู้อื่น
จะไม่ส่งผลให้เกิดการเบียดเบียนตนเอง
นั้นเป็นไม่มี ในที่สุดก็เข้าตามกฎที่ว่า
กรรมตามสนอง"

หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต




"ถ้าตายแล้ว ก็แล้วกันไป
ถ้ายังไม่ตาย เมื่อตื่นนอนทุกเช้า
ก็ทำใจไว้ว่า วันนี้กับวันที่ผ่านมาแล้ว
แต่ละวันๆ จะไม่เหมือนกัน

วันนี้เราจะเจอเหตุการณ์อะไรอีก
ไม่มีความแน่นอนอะไรเลย
เราต้องเตรียมตัวเอาไว้
อะไรจะเกิด ก็ต้องเกิด
นี่นักปฏิบัติต้องทำอย่างนี้"

หลวงปู่ทูล ขิปฺปปญฺโญ







อย่าเสียดายความดีที่พังลงไป

อย่าเสียดายหากความดีที่เรารักษาไว้เกิดพังลงไป
มันเป็นเรื่องธรรมดา ให้เริ่มต้นใหม่ทันทีที่รู้สึกตัว เหมือนกับว่าเราเดินทางมาแล้วสะดุดล้มลง คนที่สะดุดล้มลง ๒ คนพร้อมกัน คนหนึ่งลุกขึ้นแล้วเดินต่อเลย ขณะที่อีกคนล้มลงแล้วก็ไปนั่งคร่ำครวญว่า โอ้ย..ไม่น่าเลย ทำไมมันถึงล้ม เราล้มได้ยังไง เจ็บเหลือเกิน ปวดเหลือเกิน โดยที่ไม่ยอมเดินต่อ ๒ คนนี้ใครจะก้าวหน้ากว่ากัน ?

คนที่ลุกเลยจะก้าวหน้ากว่า เราไม่ได้ตั้งใจผิดหรอก ขณะที่สติสัมปชัญญะเราสมบูรณ์ ขณะที่ปัญญาของเราพร้อมอยู่เราไม่คิดจะทำในสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ แต่ว่าเราทำเพราะเหตุของกิเลส ตัณหา อุปาทาน และอกุศลกรรม สิ่งเหล่านี้ชักนำให้เราทำไม่ใช่ตัวเราทำ ถ้าหากติดใจให้กราบขอขมาพระรัตนตรัยแล้วตั้งใจทำความดีใหม่ ตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นไปเลย

เราก็คือคนที่ทำดีทำถูกต่อไป ถ้ามัวแต่ไปคร่ำครวญ ไปเสียดายเวลา ไปเสียใจอยู่กับสิ่งที่เลยมาแล้วมันก็คือการไปทวนอดีตอยู่ ไม่ว่าจะอดีตหรืออนาคตสร้างทุกข์ให้เราทั้งนั้น เราต้องเอาปัจจุบันนี้ให้ดีที่สุดเท่านั้น หยุด เลิก แล้วทำใหม่เดี๋ยวนั้นเลย ล้มอีกก็ลุกอีกทำใหม่อีก ไอ้พวกนี้มันกลัวลูกตื้อกลัวคนหน้าด้าน อีกไม่นานมันก็เลิก เพราะมันรู้ว่าเราไม่แพ้มันตรงนี้แล้ว

พระอาจารย์เล็ก วัด​ท่า​ขนุน​ จ.กาญจนบุรี


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 9 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร