วันเวลาปัจจุบัน 22 พ.ย. 2019, 07:13  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ก.ค. 2019, 05:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3597


 ข้อมูลส่วนตัว


" ใกล้สิตายมา ปรากฏเห็นไฟ จิตบ่ทันพลิกไปบ่อนอื่น...
บ่แม่นไฟเตโชกะสินเด้ บ่ได้เพ่งเตโชกะสิน แต่ปรากฏเห็นไฟ.
ตายในขณะนั้นล่ะ ไปตกหม้อระฮก ( นรก ).
ใกล้สิตายมา เห็นภูเขา เห็นป่าไม้ เห็นหนทาง บ่ทันได้พลิกจิตไปบ่อนอื่น.
กะเลยสิ้นลมปราณในขณะนั้น ไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน.
บัดใกล้สิตายมา มืดมนอลทะกาล ไปบ่อนใด๋กะบ่เห็นฮูงเห็นเฮืองอีหยัง มันมืดตึ๊บบาดเดียวบัดใกล้สิตายมา.
ปรากฏว่าจิตบ่ทันพลิกไปบ่อนอื่น ตายไปยามนั้นล่ะไปเป็นเผต ( เปรต ) ตายยามนั่นไปเป็นเผต.
บัดใกล้สิตายมาล่ะเห็นเทวบุตรเทวดา ไปเห็นวิมาน
บ่ทันพลิกจิตไปบ่อนอื่นกะเลยตาย ตายคาฮั่นล่ะ ไปเกิดเป็นเทวบุตรเทวดา.
บัดใกล้สิตายมา ปรากฏเห็นครรถ์มารดา เกิดเป็นมนุษย์."

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต




บุคคลใดเกิดมาเป็นมนุษย์
พบพระพุทธศาสนา แล้วมีศรัทธา ความเชื่อ
ปสาทะ ความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา
มีจิตน้อมไปในกุศล แสดงว่า
บุคคลนั้นมีบารมีเข้าถึงปรมัตถบารมี
สามารถจะเข้าถึงพระนิพพานได้ในชาติปัจจุบัน

หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (วัดท่าซุง)






"ภาวนาพุทโธบ้างก่อนนอนไม่ต้องเสียเงิน ภาวนาเท่าอายุ แต่อย่าไปตั้งความหวัง เหมือนกับเราทานอาหารถึงเวลามันอิ่มเอง จักขุง อุทะปาทิ อะโลโก อุทะปาทิ ที่ท่านแสดงไว้ในธรรมจักร บุญนี้เหมือนกันนะเมื่อมันพอจ้าออกมาเลยเป็นปัจจัตตัง"

โอวาทธรรมคำสอนพ่อแม่ครูบาอาจารย์
หลวงปู่ทุย ฉันทกโร
วัดป่าดานวิเวก อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ







ทำบุญให้ทานไม่รู้กี่ครั้ง กฐินผ้าป่ากี่สิบกี่ร้อยกอง มันก็ไม่ได้บุญเท่าจิตเราสงบรวมเป็นสมาธิ เพราะว่าอันนั้นมันไปถึงบ่อบุญแท้ ถึงเราอาศัยวัตถุทาน อาศัยข้าวอาหารปัจจัย แต่มันก็เป็นวัตถุที่มีอายุสั้น ถ้าเราทำจิตของเราให้สงบได้ ท่านบอก "ปฎิบัติบูชามีค่ากว่าวัตถุ เทียบกันไม่ได้" เราต้องเข้าใจของเราอย่างนี้

โอวาทธรรม :องค์หลวงพ่อประสิทธิ์ ปุญญมากโร






อดทนเอาเด้อภาวนาเอาบวชเป็นเณรมา7ปีละภาวนาจิตบ่รวมบ่สงบ.แมนเฮาเป็นเณรเฮาสึกแล้วปานนี้
บวชมาหาอรรถหาธรรม.เรียนหลายยามภาวนามันเป็นสัญญาอารมณ์เข้ามากวนในจิตเฮาหลายภาวนาเบิ่งลมจะของ.อย่างน้อยให้จิตมันรวมกะยังดีกว่าบ่ได้หยัง..อดทนเอาเด้อปู่กะได้แต่เเนะนำยามเล่นกะเล่นยามเฮ็ดกะเฮ็ดเอาจริงๆ
(โอวาทธรรม หลวงปู่ประเสริฐ)





" จิตคนเรามีพลัง " มีอำนาจมาก ขอให้ภาวนา
ทานก็ทำ เป็นสมบัติติดตัว ติดตามไปทุกภพทุกชาติ
แต่จิตตภาวนานี้ มีอำนาจมาก มีพลังมาก ขอให้ภาวนา
อย่าได้ขึ้เกียจภาวนา ภาวนาจนจิตสงบ จิตรวมลง
เหมือนเส้นด้าย พุ่งเข้ารูเข็มให้ได้เสียก่อน
แล้วจึงหมุนสู่ขั้นปัญญา สมาธิก็เหมือนการรวบรวมทรัพย์
เมื่อมีมากจนเพียงพอแล้ว ก็เอาทรัพย์ออกไปใช้
คือ เอาปัญญา ออกไปฆ่ากิเลส เข้าใจมั๊ย...
(โอวาทธรรม หลวงปู่จันทร์เรียน)






มนุษย์ทั้งหลายมี ๗ จำพวก มนุษย์มี ๗ อย่าง
.
มนุสสติรัจฉาโน ทำไมจึงว่ามนุสสติรัจฉาโน
ดูซิ ร่างกายเป็นมนุษย์ หัวใจเป็นสัตว์เดรัจฉาน
คือมันขี้เกียจขี้คร้าน รับอาหารแล้วก็นอน
ไม่รู้จักการกราบ ไม่รู้จักการไหว้ ไม่รู้จักการรักษาศีลภาวนา
ทำบุญให้ทานอะไร เหมือนกับสัตว์เดรัจฉานน่ะ
มนุษย์เช่นนั้นแหละตายไปก็ไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน
ดูเอาซิ พิจารณาเอาซี ร่างกายเป็นมนุษย์แต่หัวใจเป็นสัตว์เดรัจฉาน
.
มนุสสเปโต ร่างกายเป็นมนุษย์แต่หัวใจเป็นเปรต
มันมีแต่โมโหโทโส อยากฆ่า อยากฟัน
ความทะเยอทะยานดิ้นรน มีพยาบาทอาฆาตจองเวร
ดูซิ ใจมันมีอาฆาต นี่แหละมนุสสเปโต
ร่างกายเป็นมนุษย์ เมื่อดับขันธ์ไปแล้วก็ไปเป็นเปรต
.
มนุสสนิรเย มนุษย์หัวใจเป็นนรก
หัวใจเป็นนรก คือมันมืด มันกลุ้มอกกลุ้มใจ ให้ทุกข์ให้ร้อน
ดูเอาซิ นั่นแหละนรก ดับขันธ์ไปแล้วก็ไปนรกซี่
ได้รับความทุกข์ยากความลำบากรำคาญ นี่มนุษย์เช่นนี้
ทีนี้ถ้าไม่ไปเป็นอย่างนั้น เกิดเป็นมนุษย์ก็เป็นมนุษย์ที่ต่ำช้า
หัวใจต่ำช้า อย่างอธิบายมาแล้ว ต่ำช้ายังไงล่ะ
เป็นใบ้บ้าเสียจริต หูหนวกตาบอด ปากกืด กระจอกงอกง่อย
ขี้ทูดกุฏฐัง ตกระกำลำบาก แน่ะ มนุษย์หัวใจเป็นยังงั้น
ถ้าเกิดเป็นมนุษย์อีกก็เป็นมนุษย์ที่ต่ำช้า
ดูซิ ใจเราทุกคน ไม่ว่าพระว่าเณร ไม่ว่าผู้หญิงผู้ชาย
เอ้าดู อธิบายให้ฟัง ถ้ามันเป็นอย่างนั้นเราไม่ต้องการก็เลิกก็ละเสีย
ให้รู้จักดีรู้จักชั่ว รู้จักผิดรู้จักถูก รู้จักฟัง อธิบายให้ฟัง
.
มนุสสเทโว ร่างกายเป็นมนุษย์หัวใจเป็นเทวธิดา เทวบุตร
หัวใจมีทาน มีศีล มีภาวนา รู้จักเคารพนอบน้อม รู้จักกราบรู้จักไหว้
ใจมีหิริโอตตัปปะ ละอายบาป กลัวบาป ใจเบิกบาน ใจสว่างไสว ใจดี
ดับขันธ์ก็ไปเป็นเทวบุตรเทวธิดา เรื่องเป็นอย่างนั้น ดูเอาซิ
.
มนุสสพรหมา ท้าวมหาพรหม นางมหาพรหม หัวใจเช่นใด
มีพรหมวิหาร มีพรหมวิหารธรรมเป็นเครื่องอยู่
หัวใจว่างไม่มีอะไร เหมือนกะอากาศนี้แหละ ว่างเปล่าหมด
เหลือแต่อรูปจิต ดับขันธ์ไปเป็นพรหม ท้าวมหาพรหม นางมหาพรหม
อยากรู้ก็ดูเอาซิ ที่อยู่ของเราเป็นอย่างนี้ มนุษย์ทั้งหลาย
.
มนุสสอรหัตโต ร่างกายเป็นมนุษย์ หัวใจเป็นพระอรหันต์
คือละกิเลส ละตัณหา กิเลสคือใจเศร้าหมอง
ตัณหาคือใจทะเยอทะยานดิ้นรนกระวนกระวาย
ท่านละกิเลสตัณหา ราคะ โลภะ โทสะ โมหะ อวิชชา
ตัณหาอุปาทาน ภพชาติ ละขาดในสันดาน ไม่มีสิ่งเหล่านี้ในจิตใจ
เมื่อดับขันธ์ไปก็เข้าสู่นิพพาน ดับทุกข์ในวัฏสงสาร
ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีก ก็เป็นแต่มนุษย์ ได้แต่มนุษย์ซิ
.
เราจึงมาฝึกหัดอบรมบ่มนิสัยของเรา เพ่งเล็งดูซิ
เราอย่าดูอื่น เรานั่งอยู่ก็นั่งดูใจของเรา ไม่ได้ดูดินฟ้าอากาศนะ
ใจของเรามันเป็นอย่างไร เหมือนที่อธิบายให้ฟังไหมล่ะ
มันไม่ดีตรงไหนก็แก้ไขซิ ทีนี้
.
มนุสสพุทโธ ร่างกายเป็นมนุษย์ หัวใจเป็นพระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าก็เป็นมนุษย์เหมือนกับพวกเรานี้
ว่าเรื่องภพเรื่องชาติของท่าน บิดามารดาของท่านก็มี
บุตรภรรยาท่านก็มี ท่านเป็นมนุษย์ครือเรานี่แหละ
แต่ท่านประพฤติปฏิบัติ ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง
เป็นสยัมภู ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง
ไม่มีบุคคลผู้ใดหรือใครแนะนำพร่ำสอน รู้ด้วยตนเองเป็นสยัมภู
รู้แจ้งแทงตลอดหมดซึ่งสารพัดเญยยะธรรมทั้งหลาย ไม่มีที่ปกปิด
สัตว์ทั้งหลาย ตนของท่าน บุพเพนิวาสานุสสติญาณ
ญาณความรู้ความเห็นในบุพพชาติเบื้องหลัง
เป็นอะไรๆ มา ท่านรู้หมด เรื่องมันเป็นอย่างนั้น
จุตูปาตญาณ จุติจากนี้ไปอยู่ในภพชาติใด ภพน้อยภพใหญ่ ท่านรู้หมด
คือเหมือนอธิบายให้ฟังนี้ อาสวักขยญาณ สิ้นจากภพจากชาติท่านก็รู้หมด
.
หลวงปู่ฝั้น อาจาโร





จิตวิญญาณที่รับส่วนบุญไม่ได้
.
คนตายแล้ว ไปตกนรกอเวจี คือคนฆ่าพ่อฆ่าแม่ ฆ่าพระเจ้าพระสงฆ์ ฆ่าพระอรหันต์ ตายไปแล้วไปตกอยู่ในนรกมหาอเวจี แม่นญาติทั้งหลายทำบุญอุทิศให้กะบ่ได้รับ เพราะว่าจิตวิญญาณมาบ่ได้ วิญญาณมันติดโทษอาญา ติดคุกนั้นน่า เปรียบเทียบกับคนในเมืองมนุษย์ฆ่าคนไปหลายคน เขาจับไปขังเขาบ่ปล่อยดอก ตกอยู่ในเมืองนรกมันกะมารับบ่ได้ แม่นญาติสิอุทิศให้ปานใด๋กะมาบ่ได้
.
การทำบุญของญาติกะถูกต้องดีอยู่ แต่วิญญาณหั่งมาบ่ได้ กะบ่ได้รับ ทำบาปหยาบช้า ด้วยกายวาจาใจแล้วไปถูกลงโทษ โทษกะลดลงมาแน่ กะไปเกิดเป็นสัตว์เดรัชฉาน เป็นมด เป็นปลวก เป็นช้าง ม้า งัว ควาย หมู หมา เป็ด ไก่ เป็นแมงไม้ เป็นปลาอยู่ในน้ำ ซุ่มนี้กะมารับบ่ได้คือกันนั้นแหล่ว ย้อนวิญญาณมันติดอยู่กับโตสัตว์ แม่นญาติสิทำให้ปานใด๋กะบ่ได้รับ
.
เบิ่งดู๋...มดง่าม ฮังหนึ่งมันหลายปานใด๋มดง่าม มีวิญญาณเบิดทุกโตเด้นั้น ปลวกหมู่นั้น มดดำ มดแดง หมู่นั้น หลายปานใด๋ซั่น มันสิมาเกิดเป็นคนได้หลายปานนั้นล่ะ มันมาตะใสล่ะวิญญาณคนมาหลายแท้ ปลาอยู่ในน้ำ ในทะเล มันแฮงหลายกว่าคนบนบกซ่ำแหม๋ มันยังสิมาเกิดเป็นคนได้ทั้งนั้นล่ะ คันมันพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น
.
หมาหมู่นั้น...แตกโคบๆ อยู่วัดใด๋กะดาย ออกลูกมาแฮงหลาย วิญญาณกะเข้าไปสิง แต่ละโตๆ จะแม่นมันหลายคัก พวกนี้ มารับส่วนบุญบ่ได้ เพราะว่าวิญาณยังอยู่ในกายเนื้อ บ่แม่นกายทิพย์..ฯลฯ

หลวงปู่เปลี่ยน ปญฺญาปทีโป
วัดอรัญวิเวก อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร