วันเวลาปัจจุบัน 16 ก.ค. 2019, 09:36  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.ค. 2019, 04:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3468


 ข้อมูลส่วนตัว


อานุภาพของการสวดมนต์
.
หลวงปู่ชอบ ฐานสโม ได้เล่าถึงเรื่องการสวดมนต์ ไหว้พระให้พระเณรฟังว่า " การสวดมนต์ไหว้พระนั้น ถึงแม้ว่าเราจะออกเสียงหรือไม่ออกเสียงก็ตาม พวกเทพเจ้าเหล่าเทวดาเขามีหูทิพย์ตาทิพย์ เขาก็จะได้ยินเสียงที่เราสวดมนต์ไหว้พระด้วยพระสูตรต่างๆ เมื่อเขาได้ยิน เขาก็จะเกิดความปีติยินดีในการสวดมนต์ไหว้พระกับเรา เขาก็จะพากันมาร่วมอนุโมทนาบุญกับเราด้วย ถ้าจิตเราสงบลงไปบ้างสักเล็กน้อย เราก็จะได้ยินเสียงที่เขามาอนุโมทนากับเรา เสียงที่เขาเปล่งสาธุการนั้นมันดังปานฟ้าสิถล่มทลายลงมาทับดิน "
.
หลวงปู่ ได้เล่าเรื่องที่ท่านเที่ยววิเวกในเมืองพม่า ดังนี้ " ครั้งหนึ่ง เราพักจำพรรษาที่บ้านยางแดง ประเทศพม่า วัด ที่เราอยู่นั้นมันมีศาลาอยู่เพียงหลังเดียว และศาลานี้ก็มีเสาอยู่ตรงกลางต้นเดียว เราให้เขากั้นห้องเป็นสองห้อง ห้องหนึ่งเราเอาไว้พัก อีกห้องหนึ่งเราก็เอาไว้นอน ตรงกลางศาลา จะมีแท่นบูชาพระพุทธรูป มีพระพุทธรูปอยู่หนึ่งองค์ สูงประมาณศอกหนึ่ง พระพุทธรูปองค์นี้แกะสลักจากไม้สัก ในแต่ละวันเราก็อาศัยสวดมนต์ไหว้พระอยู่หน้าพระประธานองค์นี้แหละ คืนนั้น เรากำลังไหว้พระสวดมนต์อยู่ดีๆ พอสวดบทธัมมะจักกัปปะวัตตนะสูตร ถึงท่อนที่ว่า จาตุมมหาราชิกา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุงฯ จาตุมมหาราชิกานัง เทวานัง สัททัง สุตวา ฯ.ช่วงท่อนที่กำลังไล่ชื่อสวรรค์ชั้นต่างๆอยู่นั้น ปรากฏมีเสียงดังสะท้านไปทั่ว เป็นเสียงที่ดังกระหึ่มลงมาจากท้องฟ้า เสียงดังกระหึ่มนั้นทำให้ศาลาที่เรานั่งสวดมนต์ไหว้พระอยู่นั้นเกิดการสั่น ไหวขึ้นมา เสียงศาลามันลั่นเอี๊ยดอ๊าดๆ โยกไหวไปมาเหมือนกับว่าแผ่นดินมันไหว เราก็เลยหยุดสวดมนต์เอาไว้ก่อน มานั่งฟังเสียงดูว่ามันเป็นเสียงอะไรกันแน่ เรามานั่งรำลึกในใจของเราว่า " โฮ้ๆ ! เกิดอีหยังขึ้นหนอที่นี่ เสียงดังสนั่นหวั่นไหวปานนี้ มันสิเฮ็ดให้ศาลามันพังลงมาซะบ่น้อ ! " เราจึงดับไฟเทียนที่หน้าพระประธาน นั่งฟังเสียงดังกระหึ่มนี้อย่างเดียว พอเรามานั่งฟัง เสียงดังๆนั้นมันก็เงียบหายไป " บ่มีอีหยังอีก... "เมื่อเสียงดังนั้นหายไปแล้ว หลวงปู่ท่านก็สวดมนต์ต่ออีก ท่านเล่าดังนี้ " ...เราก็เลยสวดมนต์ต่อ พอสวดถึงท่อนไล่ชื่อสวรรค์ชั้นต่างๆนั้น เสียงดังกระหึ่มมันก็กลับมาอีกรอบ เราบ่นออกเสียงว่า ฮ่วย ! มันเป็นอีหยังอีกน้อบาดนี่ ! พอว่าจังซั่นล่ะ ขนคี่ง ( ขนตามตัว ตามแขนขา ) ขนหัว กะพากันลุกยาบๆ เอามือลูบไว้กะบ่อยู่ ฮ่วย ! ฮ่วย ! อีหยังกันน้อบาดนี่ แผ่นดินมันไหวบ้อน๊อ ? " เรานั่งฟัง เสียงนั้นอยู่อีกนานพอสมควร เสียงนั้นจึงเงียบลงไป เราก็เลยสวดมนต์ต่อไปจนจบครบสูตร ระหว่างที่สวดนั้น ก็ไม่ปรากฏมีเหตุการณ์อะไรขึ้นมาอีก
.
สวดมนต์เสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็กลับเข้าไปที่ในห้องพักเพื่อที่จะนั่งภาวนาต่อ ตอนที่มานั่งภาวนานี้แหละ ถึงได้มารู้ว่า เสียงที่มันดังกระหึ่มปานฟ้าจะถล่มลงมาทับดินนั้น มันคือเสียงอนุโมทนาสาธุการของเทพเจ้าเหล่าเทวดา พวกเขาได้ยินเสียงเราสวดมนต์ไหว้พระ พอพวกเขาได้ยินแล้ว ก็เกิดความปีติยินดีขึ้นมา จึงพากันเปล่งเสียงอนุโมทนาสาธุการกัน เสียงอนุโมทนาของพวกเทพเจ้าเหล่าเทวดามีอานุภาพมาก จนทำให้แผ่นดินเฉพาะตรงที่เราอยู่นั้น เกิดการสั่นไหวขึ้นมาชั่วขณะ เทวดาเขามาแสดงปาฏิหาริย์ให้เรารับรู้

โอวาทธรรม หลวงปู่ชอบ ฐานสโม



เรื่อง "กรรมขัดขวางการภาวนา หนักหนาสาหัสมาก"

แม้กัปนี้พระพุทธเจ้าผ่านไปได้พระองค์ที่สี่แล้ว
ด้วยเหตุแห่งกรรมนั้น ยังไม่ได้ขึ้นมาจากนรกเลย

(ปกิณกธรรม หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ)

ครั้งหนึ่ง มีลูกศิษย์หลวงปู่ผู้สนใจธรรมปฏิบัติกำลังนั่งภาวนาเงียบอยู่ ไม่ห่างจากท่านเท่าใดนัก บังเอิญมีแขกมาหาศิษย์ผู้นั้นแต่ไม่เห็น ก็มีศิษย์อีกท่านหนึ่งเดินเรียกชื่อท่าน "ผู้กำลังภาวนาอยู่" ด้วยเสียงอันดัง และเมื่อเดินมาเห็นศิษย์ผู้นั้นกำลังภาวนาอยู่ ก็จับแขนดึงขึ้นมาทั้งที่กำลังนั่งภาวนา เมื่อผู้นั้นห่างไปแล้ว หลวงปู่ท่านจึงเปรยขึ้นมาว่า

"ในพุทธกาลครั้งก่อน มีพระอรหันต์องค์หนึ่งกำลังเข้านิโรธสมาบัติ ได้มี "นกแสกตัวหนึ่ง" บินโฉบผ่านหน้าท่านพร้อมกับร้อง "แซก" ท่านว่า นกแสกตัวนั้นเมื่อตายแล้วได้ไปอยู่ในนรก แม้กัปนี้พระพุทธเจ้าผ่านไปได้พระองค์ที่สี่แล้ว นกแสกตัวนั้นยังไม่ได้ขึ้นมาจากนรกเลย"
______________________________________

#หมายเหตุ​ : ด้วยเหตุนี้เอง​ ในเขตวัดสถานที่ปฏิบัติธรรมกรรมฐาน​ ท่านจึงติดป้ายเตือน​ฆราวาสทั้งหลายที่เข้ามาในเขตวัด​ โปรดสำรวจกาย​ วาจา​ ใจ​ อย่าพากันคึกคะนองส่งเสียงดังรบกวนพระหรือนักปฏิบัติที่ท่านกำลังบำเพ็ญภาวนา​ จะเป็นบาปกรรมหนักหนาสาหัสติดตามข้ามภพข้ามชาติ​ไม่รู้ตัว

โอวาทธรรมหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ





“ความเมตตานี้ทำให้สัตว์ไม่อยากทำร้ายมนุษย์
แล้วทำอย่างไรถึงจะมีเมตตา
ก็การ “ให้อภัย” เป็นทานนี้ไง
ทำให้เกิด “ความเมตตา”
การให้อภัย ไม่คิดอิจฉา ริษยา อาฆาตร้ายต่อผู้อื่น ใครทำไม่ดีกับเราก็พยายามปล่อยวางให้ได้ พยายามรักทุกคนให้เสมอกันให้ได้
ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง
ทำแบบนี้เรื่อย ๆ ความเมตตาจะบังเกิดขึ้นเอง
คราวนี้ไปที่ไหนก็ไม่ต้องกลัวอะไร เพราะถ้าเราไม่คิดร้ายใคร ใครก็ไม่คิดร้ายเราเช่นกัน...”

โอวาทธรรม
หลวงปู่กงมา จิรปุญฺโญ
วัดดอยธรรมเจดีย์ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร
พ.ศ. ๒๔๔๓ – ๒๕๐๕






“หลายคนคิดว่า ความรักคือสิ่งที่ดีที่สุด ควรมอบให้กัน มีให้กันและกัน แต่ทุกคนหารู้ไม่ว่า ความรัก คือ สิ่งที่เลวร้ายที่สุด

เพราะความรักทำให้คนแทบจะทุกคน ทำอะไรก็ได้เพื่อคนที่เรารักแม้สิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่เลวทราม สกปรกโหดร้ายขนาดไหน

ความสกปรกโหดร้ายมันน้อยไปสำหรับคนที่เรารัก

แต่ถ้าทุกหัวใจจะเปลี่ยนจากรักมาเป็นสงสาร เมตตา ผู้อื่นที่ไม่ใช่คนที่เรารัก ให้ใจของเรากับผู้อยู่ใกล้-ไกล

มองไปกว้างๆ หยิบยื่นความสงสารจากใจให้เขาบ้าง ลองทำดูสักครั้ง แล้วหันกลับมาดู ถามหัวใจของเราเองว่าจริงไหม

ภัยที่ร้ายกาจที่สุดคือ รัก เมื่อไม่มีรัก ความลำเอียงก็ไม่เกิดขึ้น ความเป็นธรรมที่ทุกคนใฝ่หาจะเบ่งบานแทนไฟแห่งภัยร้าย คือ รัก”

คุณแม่จันดี โลหิตดี




เวลาเรานั่งสมาธิสังเกตดูในร่างกายจิตใจของเรา
ก็เรียกว่า ดูธรรม
มันจะมีปฏิกิริยาแบบไหนแสดงขึ้นมาในร่างกาย
เราก็รู้อยู่ทุกระยะ
ถ้าหากมีสติกำหนดจดจ่อดูอยู่ในเรื่องของตนเอง
ไม่ส่งไปทางอื่น
เรื่องอารมณ์ข้างนอกพักไว้เสียก่อนไม่ต้องเกี่ยว
มารู้อยู่ในตัวของเราเองเพื่อรวบรวมพลังของใจ
ให้มันเป็นก้อนใหญ่สักหน่อยจนกว่าจะมีความสงบ

หลวงปู่ศรี มหาวีโร


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.ค. 2019, 09:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2020


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร