วันเวลาปัจจุบัน 14 ก.ค. 2020, 17:32  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 33 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มิ.ย. 2019, 19:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33546

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คุณโรสเป็นมิจฉาทิฏฐิบุคคลอย่างร้ายแรง แรงมากๆ แรงยิ่งกว่าคลื่นสึนามิอีก :b32: คือ อ่านบทความจากพระสูตรก็ดี พระอภิธรรมก็ดี จากไหนๆก็ดี ไม่เป็น คืออ่านหนังสือไม่เป็น จึงตีความมั่วไปหมด เช่น ที่ขีดเส้นใต้ สัปบุรุษ

อ้างคำพูด:

Rosarin

ลองคิดตามให้เข้าใจดูบ้างตรงสีม่วงๆ...คบคำจริงตรงตามคำสอนของตถาคตไม่ใช่ตัวตนคนนะจ๊ะ



ดูกรภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการดังนี้ การไม่คบสัปบุรุษที่บริบูรณ์ ย่อมยังการไม่ฟังสัทธรรมให้บริบูรณ์
การไม่ฟังสัทธรรมที่บริบูรณ์ ย่อมยังความไม่มีศรัทธาให้บริบูรณ์
ความไม่มีศรัทธาที่บริบูรณ์ ย่อมยังการทำไว้ในใจโดยไม่แยบคายให้บริบูรณ์
การทำไว้ในใจโดยไม่แยบคายที่บริบูรณ์ ย่อมยังความไม่มีสติสัมปชัญญะให้บริบูรณ์
ความไม่มีสติสัมปชัญญะที่บริบูรณ์ ย่อมยังการไม่สำรวมอินทรีย์ให้บริบูรณ์
การไม่สำรวมอินทรีย์ที่บริบูรณ์ ย่อมยังทุจริต ๓ ให้บริบูรณ์
ทุจริต ๓ ที่บริบูรณ์ ย่อมยังนิวรณ์ ๕ ให้บริบูรณ์
นิวรณ์ ๕ ที่บริบูรณ์ ย่อมยังอวิชชาให้บริบูรณ์
อวิชชานี้มีอาหารอย่างนี้ และบริบูรณ์อย่างนี้ ฯ

viewtopic.php?f=1&t=57755&p=449169#p449169


.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มิ.ย. 2019, 19:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33546

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ศัพท์/ความหมายที่เกี่ยวข้องข้างบน ซึ่งเป็นเรื่องของคนทั้งเพทั้งระยองเกาะเสม็ด แต่คุณโรสตีความไม่ใช่คนไปฉิบ

สัปปุรุษ เป็นคำเลือนปะปนระหว่าง สัปปุริส ที่เขียนอย่างบาลี กับ สัตบุรุษ ที่เขียนอย่างสันสกฤต มีความหมายอย่างเดียวกัน แต่ในภาษาไทยเป็นคำอยู่ข้างโบราณ ใช้กันในความหมายว่า คฤหัสถ์มีศรัทธาในพระศาสนา เฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ไปร่วมกิจกรรมทางบุญทางกุศล รักษาศีลฟังธรรมเป็นประจำที่วัดใดวัดหนึ่ง บางที เรียกตามความผูกพันกับวัดว่า สัปปุรุษวัดนั้น สัปปุรุษวัดนี้

สัตบุรุษ คนสงบ, คนดี, คนมีศีลธรรม, คนที่ประกอบด้วยสัปปุริสธรรม

สัทธรรม ธรรมที่ดี, ธรรมที่แท้, ธรรมของคนดี, ธรรมของสัตบุรุษ สัทธรรมมี ๓ คือ
๑. ปริยัติสัทธรรม สัทธรรมคือสิ่งที่พึงเล่าเรียน ได้แก่ พุทธพจน์
๒. ปฏิบัติสัทธรรม สัทธรรมคือสิ่งที่พึงปฏิบัติ ได้แก่ ไตรสิกขา
๓. ปฏิเวธสัทธรรม สัทธรรม คือผลที่พึงบรรลุ ได้แก่ มรรค ผล และนิพพาน

สัทธรรม ๗ คือ ๑. ศรัทธา ๒. หิริ ๓. โอตตัปปะ ๔. พาหุสัจจะ ๕ วิริยารัมภะ ๖. สติ ๗. ปัญญา

สัปปุริสธรรม ธรรมของสัตบุรุษ, ธรรมของคนดี, ธรรมที่ทำให้เป็นสัตบุรุษ มี ๗ ข้อ คือ

๑.ธัมมัญญุตา รู้หลัก หรือรู้จักเหตุ
๒.อัตถัญญุตา รู้ความมุ่งหมาย หรือรู้จักเหตุผล
๓. อัตตัญญุตา รู้จักตน
๔. มัตตัญญุตา รู้จักประมาณ
๕.กาลัญญุตา รู้จักกาล
๖.ปริสัญญุตา รู้จักชุมชน
๗.ปุคคลัญญุตา รู้จักบุคคล

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มิ.ย. 2019, 20:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33546

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


มิจฉาทิฏฐิของคุณโรสแรงกว่านี้อีก :b32:




https://www.youtube.com/watch?v=1ikus_TEaGI

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มิ.ย. 2019, 20:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7058

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
คุณโรสเป็นมิจฉาทิฏฐิบุคคลอย่างร้ายแรง แรงมากๆ แรงยิ่งกว่าคลื่นสึนามิอีก :b32: คือ อ่านบทความจากพระสูตรก็ดี พระอภิธรรมก็ดี จากไหนๆก็ดี ไม่เป็น คืออ่านหนังสือไม่เป็น จึงตีความมั่วไปหมด เช่น ที่ขีดเส้นใต้ สัปบุรุษ

อ้างคำพูด:

Rosarin

ลองคิดตามให้เข้าใจดูบ้างตรงสีม่วงๆ...คบคำจริงตรงตามคำสอนของตถาคตไม่ใช่ตัวตนคนนะจ๊ะ



ดูกรภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการดังนี้ การไม่คบสัปบุรุษที่บริบูรณ์ ย่อมยังการไม่ฟังสัทธรรมให้บริบูรณ์
การไม่ฟังสัทธรรมที่บริบูรณ์ ย่อมยังความไม่มีศรัทธาให้บริบูรณ์
ความไม่มีศรัทธาที่บริบูรณ์ ย่อมยังการทำไว้ในใจโดยไม่แยบคายให้บริบูรณ์
การทำไว้ในใจโดยไม่แยบคายที่บริบูรณ์ ย่อมยังความไม่มีสติสัมปชัญญะให้บริบูรณ์
ความไม่มีสติสัมปชัญญะที่บริบูรณ์ ย่อมยังการไม่สำรวมอินทรีย์ให้บริบูรณ์
การไม่สำรวมอินทรีย์ที่บริบูรณ์ ย่อมยังทุจริต ๓ ให้บริบูรณ์
ทุจริต ๓ ที่บริบูรณ์ ย่อมยังนิวรณ์ ๕ ให้บริบูรณ์
นิวรณ์ ๕ ที่บริบูรณ์ ย่อมยังอวิชชาให้บริบูรณ์
อวิชชานี้มีอาหารอย่างนี้ และบริบูรณ์อย่างนี้ ฯ

viewtopic.php?f=1&t=57755&p=449169#p449169


Kiss
:b32:
จะให้ว่าไงล่ะ...ยังไม่รู้สึกตัวอีก...สัปบุรุษคือตถาคต
อ้อ...ตถาคตสิ้นชีวิตแล้วและคำสอนแทนพระองค์
คบคำสอนเกิดตอนกำลังฟังคำสอนจากปรโตโฆสะ
โดยอาศัยหลักกาลามสูตร10ฟังจากใครก็ได้
แล้วพิจารณาไตร่ตรองเป็นความเข้าใจค่ะ
ไม่ใช่ไปทำตามๆกันแบบเป็นพิธีกรรม
ตถาคตให้ดำรงคำสอนไว้ในใจ
และต้องตรงความจริงที่มี
ไม่ใช่ไปท่องจำคำ
เอามาเป็นปัญญา
เลือกเอาตัวตน
ไปทำอะไรคะ
ฟังเป็นมั๊ย
พระพุทธเจ้าตรัสรู้ความจริงที่รู้ได้คนเดียวในจักรวาลนี้
จำความจริงที่ตัวตนกำลังมีถูกตรงตามคำไหนอยู่
เดี๋ยวนี้คือปัจจุบันขณะรู้ตรงจุดไหนที่ตัวค๊ะะะ
https://youtu.be/fvSxPbAyg9w
:b32:
:b12: :b12: :b12: :b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มิ.ย. 2019, 21:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33546

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
คุณโรสเป็นมิจฉาทิฏฐิบุคคลอย่างร้ายแรง แรงมากๆ แรงยิ่งกว่าคลื่นสึนามิอีก :b32: คือ อ่านบทความจากพระสูตรก็ดี พระอภิธรรมก็ดี จากไหนๆก็ดี ไม่เป็น คืออ่านหนังสือไม่เป็น จึงตีความมั่วไปหมด เช่น ที่ขีดเส้นใต้ สัปบุรุษ

อ้างคำพูด:

Rosarin

ลองคิดตามให้เข้าใจดูบ้างตรงสีม่วงๆ...คบคำจริงตรงตามคำสอนของตถาคตไม่ใช่ตัวตนคนนะจ๊ะ



ดูกรภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการดังนี้ การไม่คบสัปบุรุษที่บริบูรณ์ ย่อมยังการไม่ฟังสัทธรรมให้บริบูรณ์
การไม่ฟังสัทธรรมที่บริบูรณ์ ย่อมยังความไม่มีศรัทธาให้บริบูรณ์
ความไม่มีศรัทธาที่บริบูรณ์ ย่อมยังการทำไว้ในใจโดยไม่แยบคายให้บริบูรณ์
การทำไว้ในใจโดยไม่แยบคายที่บริบูรณ์ ย่อมยังความไม่มีสติสัมปชัญญะให้บริบูรณ์
ความไม่มีสติสัมปชัญญะที่บริบูรณ์ ย่อมยังการไม่สำรวมอินทรีย์ให้บริบูรณ์
การไม่สำรวมอินทรีย์ที่บริบูรณ์ ย่อมยังทุจริต ๓ ให้บริบูรณ์
ทุจริต ๓ ที่บริบูรณ์ ย่อมยังนิวรณ์ ๕ ให้บริบูรณ์
นิวรณ์ ๕ ที่บริบูรณ์ ย่อมยังอวิชชาให้บริบูรณ์
อวิชชานี้มีอาหารอย่างนี้ และบริบูรณ์อย่างนี้ ฯ

viewtopic.php?f=1&t=57755&p=449169#p449169


Kiss
:b32:
จะให้ว่าไงล่ะ...ยังไม่รู้สึกตัวอีก...สัปบุรุษคือตถาคต
อ้อ...ตถาคตสิ้นชีวิตแล้วและคำสอนแทนพระองค์
คบคำสอนเกิดตอนกำลังฟังคำสอนจากปรโตโฆสะ
โดยอาศัยหลักกาลามสูตร10ฟังจากใครก็ได้
แล้วพิจารณาไตร่ตรองเป็นความเข้าใจค่ะ
ไม่ใช่ไปทำตามๆกันแบบเป็นพิธีกรรม
ตถาคตให้ดำรงคำสอนไว้ในใจ
และต้องตรงความจริงที่มี
ไม่ใช่ไปท่องจำคำ
เอามาเป็นปัญญา
เลือกเอาตัวตน
ไปทำอะไรคะ
ฟังเป็นมั๊ย
พระพุทธเจ้าตรัสรู้ความจริงที่รู้ได้คนเดียวในจักรวาลนี้
จำความจริงที่ตัวตนกำลังมีถูกตรงตามคำไหนอยู่
เดี๋ยวนี้คือปัจจุบันขณะรู้ตรงจุดไหนที่ตัวค๊ะะะ
https://youtu.be/fvSxPbAyg9w


สรุปอีกครั้งหนึ่ง คือ สำนักแม่สุจินขาดความรู้เรื่องพุทธธรรมโดยแท้เทียว มั่วซั้วได้เรื่อยๆ อย่างที่เคยบอกว่าเสียเวลาปลูกผักส่งตลาดไท :b32:

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 มิ.ย. 2019, 03:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7058

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
คุณโรสเป็นมิจฉาทิฏฐิบุคคลอย่างร้ายแรง แรงมากๆ แรงยิ่งกว่าคลื่นสึนามิอีก :b32: คือ อ่านบทความจากพระสูตรก็ดี พระอภิธรรมก็ดี จากไหนๆก็ดี ไม่เป็น คืออ่านหนังสือไม่เป็น จึงตีความมั่วไปหมด เช่น ที่ขีดเส้นใต้ สัปบุรุษ

อ้างคำพูด:

Rosarin

ลองคิดตามให้เข้าใจดูบ้างตรงสีม่วงๆ...คบคำจริงตรงตามคำสอนของตถาคตไม่ใช่ตัวตนคนนะจ๊ะ



ดูกรภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการดังนี้ การไม่คบสัปบุรุษที่บริบูรณ์ ย่อมยังการไม่ฟังสัทธรรมให้บริบูรณ์
การไม่ฟังสัทธรรมที่บริบูรณ์ ย่อมยังความไม่มีศรัทธาให้บริบูรณ์
ความไม่มีศรัทธาที่บริบูรณ์ ย่อมยังการทำไว้ในใจโดยไม่แยบคายให้บริบูรณ์
การทำไว้ในใจโดยไม่แยบคายที่บริบูรณ์ ย่อมยังความไม่มีสติสัมปชัญญะให้บริบูรณ์
ความไม่มีสติสัมปชัญญะที่บริบูรณ์ ย่อมยังการไม่สำรวมอินทรีย์ให้บริบูรณ์
การไม่สำรวมอินทรีย์ที่บริบูรณ์ ย่อมยังทุจริต ๓ ให้บริบูรณ์
ทุจริต ๓ ที่บริบูรณ์ ย่อมยังนิวรณ์ ๕ ให้บริบูรณ์
นิวรณ์ ๕ ที่บริบูรณ์ ย่อมยังอวิชชาให้บริบูรณ์
อวิชชานี้มีอาหารอย่างนี้ และบริบูรณ์อย่างนี้ ฯ

viewtopic.php?f=1&t=57755&p=449169#p449169


Kiss
:b32:
จะให้ว่าไงล่ะ...ยังไม่รู้สึกตัวอีก...สัปบุรุษคือตถาคต
อ้อ...ตถาคตสิ้นชีวิตแล้วและคำสอนแทนพระองค์
คบคำสอนเกิดตอนกำลังฟังคำสอนจากปรโตโฆสะ
โดยอาศัยหลักกาลามสูตร10ฟังจากใครก็ได้
แล้วพิจารณาไตร่ตรองเป็นความเข้าใจค่ะ
ไม่ใช่ไปทำตามๆกันแบบเป็นพิธีกรรม
ตถาคตให้ดำรงคำสอนไว้ในใจ
และต้องตรงความจริงที่มี
ไม่ใช่ไปท่องจำคำ
เอามาเป็นปัญญา
เลือกเอาตัวตน
ไปทำอะไรคะ
ฟังเป็นมั๊ย
พระพุทธเจ้าตรัสรู้ความจริงที่รู้ได้คนเดียวในจักรวาลนี้
จำความจริงที่ตัวตนกำลังมีถูกตรงตามคำไหนอยู่
เดี๋ยวนี้คือปัจจุบันขณะรู้ตรงจุดไหนที่ตัวค๊ะะะ
https://youtu.be/fvSxPbAyg9w


สรุปอีกครั้งหนึ่ง คือ สำนักแม่สุจินขาดความรู้เรื่องพุทธธรรมโดยแท้เทียว มั่วซั้วได้เรื่อยๆ อย่างที่เคยบอกว่าเสียเวลาปลูกผักส่งตลาดไท :b32:

cool
โลกมืดมานานจนกว่าจะมีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ความจริงที่กำลังมีทุกขณะในชีวิตประจำวัน
รู้จักมั๊ยว่าคำสอนตรงจริงเป็นหนึ่งไม่มีสองทุกคำในพระไตรปิฎกมีตรงสัจจะเดี๋ยวนี้ทุกคำ
จิตมี89-121ประเภทและเห็นเป็นจิตประเภทเดียวที่เกิดเห็นได้และมีแสงสว่างเกิดร่วม
เดี๋ยวนี้ทุกคนมีทุก1ขณะจิตเป็นแต่ละ1ประเภทตามการสะสมตรงตามเหตุตามปัจจัย
ไม่มีใครเป็นเจ้าของทุกอย่างที่กำลังปรากฏเพราะจิตเกิดแล้วดับทันทีตรงรูปที่เกิด
จำแต่ชื่อแต่เรื่องราวไม่จำตัวจริงธัมมะที่กำลังปรากฏเพราะไม่เคยรู้ตรงอริยสัจจ์
จากไม่มีเห็นจึงเกิดมีเห็นแล้วเห็นก็ดับไปจากไม่มีเสียงก็มีเสียงแล้วเสียงก็ดับไป
ตอนเห็นไม่มีการคิดแต่หลังเห็นดับจึงมีคิดแม้เห็นอยู่เดี๋ยวนี้ก็ไม่รู้ว่าคิดถึงสิ่งที่เห็น
ไม่รู้ความจริงของทุกสิ่งที่กำลังมีจนกว่าจะเริ่มต้นฟังความจริงเข้าใจสิ่งที่กำลังมีเป็นปัจจุบันที่กำลังมีจริงๆ
https://youtu.be/BOUSH13W_d4
:b12:
:b44: :b44:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 มิ.ย. 2019, 16:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33546

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
คุณโรสเป็นมิจฉาทิฏฐิบุคคลอย่างร้ายแรง แรงมากๆ แรงยิ่งกว่าคลื่นสึนามิอีก :b32: คือ อ่านบทความจากพระสูตรก็ดี พระอภิธรรมก็ดี จากไหนๆก็ดี ไม่เป็น คืออ่านหนังสือไม่เป็น จึงตีความมั่วไปหมด เช่น ที่ขีดเส้นใต้ สัปบุรุษ

อ้างคำพูด:

Rosarin

ลองคิดตามให้เข้าใจดูบ้างตรงสีม่วงๆ...คบคำจริงตรงตามคำสอนของตถาคตไม่ใช่ตัวตนคนนะจ๊ะ



ดูกรภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการดังนี้ การไม่คบสัปบุรุษที่บริบูรณ์ ย่อมยังการไม่ฟังสัทธรรมให้บริบูรณ์
การไม่ฟังสัทธรรมที่บริบูรณ์ ย่อมยังความไม่มีศรัทธาให้บริบูรณ์
ความไม่มีศรัทธาที่บริบูรณ์ ย่อมยังการทำไว้ในใจโดยไม่แยบคายให้บริบูรณ์
การทำไว้ในใจโดยไม่แยบคายที่บริบูรณ์ ย่อมยังความไม่มีสติสัมปชัญญะให้บริบูรณ์
ความไม่มีสติสัมปชัญญะที่บริบูรณ์ ย่อมยังการไม่สำรวมอินทรีย์ให้บริบูรณ์
การไม่สำรวมอินทรีย์ที่บริบูรณ์ ย่อมยังทุจริต ๓ ให้บริบูรณ์
ทุจริต ๓ ที่บริบูรณ์ ย่อมยังนิวรณ์ ๕ ให้บริบูรณ์
นิวรณ์ ๕ ที่บริบูรณ์ ย่อมยังอวิชชาให้บริบูรณ์
อวิชชานี้มีอาหารอย่างนี้ และบริบูรณ์อย่างนี้ ฯ

viewtopic.php?f=1&t=57755&p=449169#p449169


Kiss
:b32:
จะให้ว่าไงล่ะ...ยังไม่รู้สึกตัวอีก...สัปบุรุษคือตถาคต
อ้อ...ตถาคตสิ้นชีวิตแล้วและคำสอนแทนพระองค์
คบคำสอนเกิดตอนกำลังฟังคำสอนจากปรโตโฆสะ
โดยอาศัยหลักกาลามสูตร10ฟังจากใครก็ได้
แล้วพิจารณาไตร่ตรองเป็นความเข้าใจค่ะ
ไม่ใช่ไปทำตามๆกันแบบเป็นพิธีกรรม
ตถาคตให้ดำรงคำสอนไว้ในใจ
และต้องตรงความจริงที่มี
ไม่ใช่ไปท่องจำคำ
เอามาเป็นปัญญา
เลือกเอาตัวตน
ไปทำอะไรคะ
ฟังเป็นมั๊ย
พระพุทธเจ้าตรัสรู้ความจริงที่รู้ได้คนเดียวในจักรวาลนี้
จำความจริงที่ตัวตนกำลังมีถูกตรงตามคำไหนอยู่
เดี๋ยวนี้คือปัจจุบันขณะรู้ตรงจุดไหนที่ตัวค๊ะะะ
https://youtu.be/fvSxPbAyg9w


สรุปอีกครั้งหนึ่ง คือ สำนักแม่สุจินขาดความรู้เรื่องพุทธธรรมโดยแท้เทียว มั่วซั้วได้เรื่อยๆ อย่างที่เคยบอกว่าเสียเวลาปลูกผักส่งตลาดไท :b32:

cool
โลกมืดมานานจนกว่าจะมีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ความจริงที่กำลังมีทุกขณะในชีวิตประจำวัน
รู้จักมั๊ยว่าคำสอนตรงจริงเป็นหนึ่งไม่มีสองทุกคำในพระไตรปิฎกมีตรงสัจจะเดี๋ยวนี้ทุกคำ
จิตมี89-121ประเภทและเห็นเป็นจิตประเภทเดียวที่เกิดเห็นได้และมีแสงสว่างเกิดร่วม
เดี๋ยวนี้ทุกคนมีทุก1ขณะจิตเป็นแต่ละ1ประเภทตามการสะสมตรงตามเหตุตามปัจจัย
ไม่มีใครเป็นเจ้าของทุกอย่างที่กำลังปรากฏเพราะจิตเกิดแล้วดับทันทีตรงรูปที่เกิด
จำแต่ชื่อแต่เรื่องราวไม่จำตัวจริงธัมมะที่กำลังปรากฏเพราะไม่เคยรู้ตรงอริยสัจจ์
จากไม่มีเห็นจึงเกิดมีเห็นแล้วเห็นก็ดับไปจากไม่มีเสียงก็มีเสียงแล้วเสียงก็ดับไป
ตอนเห็นไม่มีการคิดแต่หลังเห็นดับจึงมีคิดแม้เห็นอยู่เดี๋ยวนี้ก็ไม่รู้ว่าคิดถึงสิ่งที่เห็น
ไม่รู้ความจริงของทุกสิ่งที่กำลังมีจนกว่าจะเริ่มต้นฟังความจริงเข้าใจสิ่งที่กำลังมีเป็นปัจจุบันที่กำลังมีจริงๆ
https://youtu.be/BOUSH13W_d4
:b12:
:b44: :b44:



นี่คือบุคคลตัวอย่าง ที่อ่านพระสูตรแล้วตีความเอาเอง ตีความผิดๆ ก็เข้าใจผิดไปทั้งหมด จับแพะชนหมู คิกๆๆ ดังนั้น การศึกษาพุทธธรรมควรมีผู้รู้เข้าใจอธิบาย ไม่ว่าพระสูตรหรืออภิธรรม

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 มิ.ย. 2019, 09:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7058

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
คุณโรสเป็นมิจฉาทิฏฐิบุคคลอย่างร้ายแรง แรงมากๆ แรงยิ่งกว่าคลื่นสึนามิอีก :b32: คือ อ่านบทความจากพระสูตรก็ดี พระอภิธรรมก็ดี จากไหนๆก็ดี ไม่เป็น คืออ่านหนังสือไม่เป็น จึงตีความมั่วไปหมด เช่น ที่ขีดเส้นใต้ สัปบุรุษ

อ้างคำพูด:

Rosarin

ลองคิดตามให้เข้าใจดูบ้างตรงสีม่วงๆ...คบคำจริงตรงตามคำสอนของตถาคตไม่ใช่ตัวตนคนนะจ๊ะ



ดูกรภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการดังนี้ การไม่คบสัปบุรุษที่บริบูรณ์ ย่อมยังการไม่ฟังสัทธรรมให้บริบูรณ์
การไม่ฟังสัทธรรมที่บริบูรณ์ ย่อมยังความไม่มีศรัทธาให้บริบูรณ์
ความไม่มีศรัทธาที่บริบูรณ์ ย่อมยังการทำไว้ในใจโดยไม่แยบคายให้บริบูรณ์
การทำไว้ในใจโดยไม่แยบคายที่บริบูรณ์ ย่อมยังความไม่มีสติสัมปชัญญะให้บริบูรณ์
ความไม่มีสติสัมปชัญญะที่บริบูรณ์ ย่อมยังการไม่สำรวมอินทรีย์ให้บริบูรณ์
การไม่สำรวมอินทรีย์ที่บริบูรณ์ ย่อมยังทุจริต ๓ ให้บริบูรณ์
ทุจริต ๓ ที่บริบูรณ์ ย่อมยังนิวรณ์ ๕ ให้บริบูรณ์
นิวรณ์ ๕ ที่บริบูรณ์ ย่อมยังอวิชชาให้บริบูรณ์
อวิชชานี้มีอาหารอย่างนี้ และบริบูรณ์อย่างนี้ ฯ

viewtopic.php?f=1&t=57755&p=449169#p449169


Kiss
:b32:
จะให้ว่าไงล่ะ...ยังไม่รู้สึกตัวอีก...สัปบุรุษคือตถาคต
อ้อ...ตถาคตสิ้นชีวิตแล้วและคำสอนแทนพระองค์
คบคำสอนเกิดตอนกำลังฟังคำสอนจากปรโตโฆสะ
โดยอาศัยหลักกาลามสูตร10ฟังจากใครก็ได้
แล้วพิจารณาไตร่ตรองเป็นความเข้าใจค่ะ
ไม่ใช่ไปทำตามๆกันแบบเป็นพิธีกรรม
ตถาคตให้ดำรงคำสอนไว้ในใจ
และต้องตรงความจริงที่มี
ไม่ใช่ไปท่องจำคำ
เอามาเป็นปัญญา
เลือกเอาตัวตน
ไปทำอะไรคะ
ฟังเป็นมั๊ย
พระพุทธเจ้าตรัสรู้ความจริงที่รู้ได้คนเดียวในจักรวาลนี้
จำความจริงที่ตัวตนกำลังมีถูกตรงตามคำไหนอยู่
เดี๋ยวนี้คือปัจจุบันขณะรู้ตรงจุดไหนที่ตัวค๊ะะะ
https://youtu.be/fvSxPbAyg9w


สรุปอีกครั้งหนึ่ง คือ สำนักแม่สุจินขาดความรู้เรื่องพุทธธรรมโดยแท้เทียว มั่วซั้วได้เรื่อยๆ อย่างที่เคยบอกว่าเสียเวลาปลูกผักส่งตลาดไท :b32:

cool
โลกมืดมานานจนกว่าจะมีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ความจริงที่กำลังมีทุกขณะในชีวิตประจำวัน
รู้จักมั๊ยว่าคำสอนตรงจริงเป็นหนึ่งไม่มีสองทุกคำในพระไตรปิฎกมีตรงสัจจะเดี๋ยวนี้ทุกคำ
จิตมี89-121ประเภทและเห็นเป็นจิตประเภทเดียวที่เกิดเห็นได้และมีแสงสว่างเกิดร่วม
เดี๋ยวนี้ทุกคนมีทุก1ขณะจิตเป็นแต่ละ1ประเภทตามการสะสมตรงตามเหตุตามปัจจัย
ไม่มีใครเป็นเจ้าของทุกอย่างที่กำลังปรากฏเพราะจิตเกิดแล้วดับทันทีตรงรูปที่เกิด
จำแต่ชื่อแต่เรื่องราวไม่จำตัวจริงธัมมะที่กำลังปรากฏเพราะไม่เคยรู้ตรงอริยสัจจ์
จากไม่มีเห็นจึงเกิดมีเห็นแล้วเห็นก็ดับไปจากไม่มีเสียงก็มีเสียงแล้วเสียงก็ดับไป
ตอนเห็นไม่มีการคิดแต่หลังเห็นดับจึงมีคิดแม้เห็นอยู่เดี๋ยวนี้ก็ไม่รู้ว่าคิดถึงสิ่งที่เห็น
ไม่รู้ความจริงของทุกสิ่งที่กำลังมีจนกว่าจะเริ่มต้นฟังความจริงเข้าใจสิ่งที่กำลังมีเป็นปัจจุบันที่กำลังมีจริงๆ
https://youtu.be/BOUSH13W_d4
:b12:
:b44: :b44:



นี่คือบุคคลตัวอย่าง ที่อ่านพระสูตรแล้วตีความเอาเอง ตีความผิดๆ ก็เข้าใจผิดไปทั้งหมด จับแพะชนหมู คิกๆๆ ดังนั้น การศึกษาพุทธธรรมควรมีผู้รู้เข้าใจอธิบาย ไม่ว่าพระสูตรหรืออภิธรรม


เราน่ะมีตัวตนไปตลาดไปทำอะไร
ไปห้างสรรพสินค้าไปทำอะไร
ไปธนาคารไปทำอะไร
ไปที่ที่ต้องการทำ
แต่ตามคำสอนไม่มีเราทำ
มีแต่ธัมมะกำลังทำกิจหน้าที่อยู่
เป็นตัวจริงธัมมะทีละ1กำลังเกิดดับ
ตั้งมั่นตรงแต่ละ1ทางทีละ1ขณะจิต
ก่อนเกิดนั้นไม่มีแล้วจึงเกิดขึ้นตั้งอยู่
แล้วก็ดับไปไม่มีทุกขณะเป็นแบบนี้
อยู่ที่กายใจตนเองไม่อยู่นอกกาย
ไม่เคยฟังให้เข้าใจตรงทีละ1ทาง
ความจริงคิดถูกตามได้ตามปกติ
ตรงที่กำลังคิดได้ตรงตามเสียง
ตรง1ทางที่กำลังมีที่กายใจตนเองค่ะ
รู้ไม่ตรงตัวแปลว่าอวิชชาเกิดแล้วขาดสติแล้ว
เพราะไม่ได้กำลังระลึกตามทำในใจให้แยบคายตรงที่กายใจมี
https://youtu.be/cKlhgVgXzPg
:b12:
:b4: :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 มิ.ย. 2019, 16:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33546

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:


เราน่ะมีตัวตนไปตลาดไปทำอะไร
ไปห้างสรรพสินค้าไปทำอะไร
ไปธนาคารไปทำอะไร
ไปที่ที่ต้องการทำ
แต่ตามคำสอนไม่มีเราทำ
มีแต่ธัมมะกำลังทำกิจหน้าที่อยู่
เป็นตัวจริงธัมมะทีละ1กำลังเกิดดับ
ตั้งมั่นตรงแต่ละ1ทางทีละ1ขณะจิต
ก่อนเกิดนั้นไม่มีแล้วจึงเกิดขึ้นตั้งอยู่
แล้วก็ดับไปไม่มีทุกขณะเป็นแบบนี้
อยู่ที่กายใจตนเองไม่อยู่นอกกาย
ไม่เคยฟังให้เข้าใจตรงทีละ1ทาง
ความจริงคิดถูกตามได้ตามปกติ
ตรงที่กำลังคิดได้ตรงตามเสียง
ตรง1ทางที่กำลังมีที่กายใจตนเองค่ะ
รู้ไม่ตรงตัวแปลว่าอวิชชาเกิดแล้วขาดสติแล้ว
เพราะไม่ได้กำลังระลึกตามทำในใจให้แยบคายตรงที่กายใจมี
https://youtu.be/cKlhgVgXzPg
:b12:
:b4: :b4:



อ้างคำพูด:
เราน่ะมีตัวตนไปตลาดไปทำอะไร
ไปห้างสรรพสินค้าไปทำอะไร
ไปธนาคารไปทำอะไร


ดูอุบาสิกาชาวพุทธถามสิ ขนาดตัวเองไปตลาด ไปห้าง ไปธนาคาร ยังไม่รู้ว่าไปทำอะไร :b32:

ครั้นถึงธนาคาร พนักงานถาม พี่มาทำอะไรคะ ? คุณโรสตอบ เออ เออ :b26: พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัลว่าพี่มาทำอะไร พนักงาน ? :b24: :b25: พี่นั่งพักให้ชีพจรเต้นปกติก่อนนะคะ นึกได้แล้วบอกหนู :b13: ว่ามาทำอะไร

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 มิ.ย. 2019, 16:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33546

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการดังนี้ การไม่คบสัปบุรุษที่บริบูรณ์ ย่อมยังการไม่ฟังสัทธรรมให้บริบูรณ์
การไม่ฟังสัทธรรมที่บริบูรณ์ ย่อมยังความไม่มีศรัทธาให้บริบูรณ์
ความไม่มีศรัทธาที่บริบูรณ์ ย่อมยังการทำไว้ในใจโดยไม่แยบคายให้บริบูรณ์
การทำไว้ในใจโดยไม่แยบคายที่บริบูรณ์ ย่อมยังความไม่มีสติสัมปชัญญะให้บริบูรณ์
ความไม่มีสติสัมปชัญญะที่บริบูรณ์ ย่อมยังการไม่สำรวมอินทรีย์ให้บริบูรณ์
การไม่สำรวมอินทรีย์ที่บริบูรณ์ ย่อมยังทุจริต ๓ ให้บริบูรณ์
ทุจริต ๓ ที่บริบูรณ์ ย่อมยังนิวรณ์ ๕ ให้บริบูรณ์
นิวรณ์ ๕ ที่บริบูรณ์ ย่อมยังอวิชชาให้บริบูรณ์
อวิชชานี้มีอาหารอย่างนี้ และบริบูรณ์อย่างนี้ ฯ


ผู้แปลพระไตรปีฎกนั้นบางทีเขาก็แปลทับศัพท์ จะให้ดูที่ยกมานะ เช่น

สติ สัมปชัญญะ

นิวรณ์ ๕

อวิชชา

อินทรีย์

สัปบุรุษ

สัทธรรม

เหล่านี้เป็นต้น ผู้อ่านยังจะต้องทำความเข้าใจอีกต่อหนึ่ง เช่น สติ คืออะไร เช่นไร สัทธรรมคืออะไร เช่น ไร ฯลฯ

ไม่อย่างนั้นก็จะเหมือนที่คุณโรสเดาว่า สัปบุรุษ คือ ตถาคต ซึ่งไม่ตรงกับของเขา เมื่อติดกระดุมเม็ดแรกผิดแล้ว ที่เหลือนั้นเดาผิดหมด

จะให้ดูอีกตัวหนึ่ง ซึ่งเขาแปลมาจากอโยนิโสมนสิการ (ทำในใจโดยไม่แยบคาย) ถึงเขาแปลให้ดังนั้นแล้ว ถ้าถามว่า ทำในใจโดยไม่แยบคาย ทำยังไง

ตรงข้าม ทำใจโดยแยบคาย ศัพท์ โยนิโสมนสิการ ถ้าถามว่า ทำยังไง ที่ว่าทำในใจโดยแยบคาย แค่นี้ก็อึ้งไปไม่ถูกแล้ว :b10:

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 มิ.ย. 2019, 03:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7058

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการดังนี้ การไม่คบสัปบุรุษที่บริบูรณ์ ย่อมยังการไม่ฟังสัทธรรมให้บริบูรณ์
การไม่ฟังสัทธรรมที่บริบูรณ์ ย่อมยังความไม่มีศรัทธาให้บริบูรณ์
ความไม่มีศรัทธาที่บริบูรณ์ ย่อมยังการทำไว้ในใจโดยไม่แยบคายให้บริบูรณ์
การทำไว้ในใจโดยไม่แยบคายที่บริบูรณ์ ย่อมยังความไม่มีสติสัมปชัญญะให้บริบูรณ์
ความไม่มีสติสัมปชัญญะที่บริบูรณ์ ย่อมยังการไม่สำรวมอินทรีย์ให้บริบูรณ์
การไม่สำรวมอินทรีย์ที่บริบูรณ์ ย่อมยังทุจริต ๓ ให้บริบูรณ์
ทุจริต ๓ ที่บริบูรณ์ ย่อมยังนิวรณ์ ๕ ให้บริบูรณ์
นิวรณ์ ๕ ที่บริบูรณ์ ย่อมยังอวิชชาให้บริบูรณ์
อวิชชานี้มีอาหารอย่างนี้ และบริบูรณ์อย่างนี้ ฯ


ผู้แปลพระไตรปีฎกนั้นบางทีเขาก็แปลทับศัพท์ จะให้ดูที่ยกมานะ เช่น

สติ สัมปชัญญะ

นิวรณ์ ๕

อวิชชา

อินทรีย์

สัปบุรุษ

สัทธรรม

เหล่านี้เป็นต้น ผู้อ่านยังจะต้องทำความเข้าใจอีกต่อหนึ่ง เช่น สติ คืออะไร เช่นไร สัทธรรมคืออะไร เช่น ไร ฯลฯ

ไม่อย่างนั้นก็จะเหมือนที่คุณโรสเดาว่า สัปบุรุษ คือ ตถาคต ซึ่งไม่ตรงกับของเขา เมื่อติดกระดุมเม็ดแรกผิดแล้ว ที่เหลือนั้นเดาผิดหมด

จะให้ดูอีกตัวหนึ่ง ซึ่งเขาแปลมาจากอโยนิโสมนสิการ (ทำในใจโดยไม่แยบคาย) ถึงเขาแปลให้ดังนั้นแล้ว ถ้าถามว่า ทำในใจโดยไม่แยบคาย ทำยังไง

ตรงข้าม ทำใจโดยแยบคาย ศัพท์ โยนิโสมนสิการ ถ้าถามว่า ทำยังไง ที่ว่าทำในใจโดยแยบคาย แค่นี้ก็อึ้งไปไม่ถูกแล้ว :b10:

:b12:
แค่สติคำเดียวชาตินี้ไม่รู้ว่าจะมีเกิดที่จิตตัวเองหรือเปล่า
ก๊ากๆๆๆๆ...สติเนี่ยนะทับศัพท์...เหอๆๆๆๆๆ
สติแปลว่าระลึกตามคำสอนตรงสัจจะที่กำลังปรากฏ
เดี๋ยวนี้จิตดับไปถึงแสนโกฏิขณะเลยนะ
ไหนบอกมาสิตรงสัจจะไหนที่ตัวตน
เพราะจิตไม่เกิดนอกรูปกาย
จิตเกิด6ทางมันเกิดดับสลับกัน
เป็นคนละวิถีจิตไม่ปนกันด้วย
ตรงทีละ1ทางทีละ1ขณะใหม่
ไม่ซ้ำเดิมไม่มีขณะเก่าเลย
เพราะดับคือไม่เหลือซากจิตขณะนั้นๆแล้ว
1เห็นไม่เกิดนอกตา
2ได้ยินไม่เกิดนอกหู
3ได้กลิ่นไม่เกิดนอกจมูก
4ลิ้มรสไม่เกิดนอกลิ้น
5กระทบสัมผัสเกิดที่ผิวกาย
6คิดนึกเกิดภายในหทยวัตถุในหัวใจโน่นน่ะ
เดี๋ยวนี้มีครบทั้ง6ทางตอนเห็นไม่มีคิดปนเลย
ตอบมาสิคะระลึกตามคำสอนตรงสัจจะไหนอยู่
สติเป็นโสภณเจตสิกไม่เกิดตอนมีความรู้สึกชอบใจหรือไม่ชอบใจที่เป็นกิเลสอกุศลค่ะ
เห็นผิดทั้งวันเห็นผู้หญิงสวยๆดอกไม้งามๆรถคันหรูผ้าปูที่นอนปลอกหมอนผ้าปูเตียงผ้าม่านกิเลสหาซื้อมาไง
:b32:
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 มิ.ย. 2019, 14:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33546

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการดังนี้ การไม่คบสัปบุรุษที่บริบูรณ์ ย่อมยังการไม่ฟังสัทธรรมให้บริบูรณ์
การไม่ฟังสัทธรรมที่บริบูรณ์ ย่อมยังความไม่มีศรัทธาให้บริบูรณ์
ความไม่มีศรัทธาที่บริบูรณ์ ย่อมยังการทำไว้ในใจโดยไม่แยบคายให้บริบูรณ์
การทำไว้ในใจโดยไม่แยบคายที่บริบูรณ์ ย่อมยังความไม่มีสติสัมปชัญญะให้บริบูรณ์
ความไม่มีสติสัมปชัญญะที่บริบูรณ์ ย่อมยังการไม่สำรวมอินทรีย์ให้บริบูรณ์
การไม่สำรวมอินทรีย์ที่บริบูรณ์ ย่อมยังทุจริต ๓ ให้บริบูรณ์
ทุจริต ๓ ที่บริบูรณ์ ย่อมยังนิวรณ์ ๕ ให้บริบูรณ์
นิวรณ์ ๕ ที่บริบูรณ์ ย่อมยังอวิชชาให้บริบูรณ์
อวิชชานี้มีอาหารอย่างนี้ และบริบูรณ์อย่างนี้ ฯ


ผู้แปลพระไตรปีฎกนั้นบางทีเขาก็แปลทับศัพท์ จะให้ดูที่ยกมานะ เช่น

สติ สัมปชัญญะ

นิวรณ์ ๕

อวิชชา

อินทรีย์

สัปบุรุษ

สัทธรรม

เหล่านี้เป็นต้น ผู้อ่านยังจะต้องทำความเข้าใจอีกต่อหนึ่ง เช่น สติ คืออะไร เช่นไร สัทธรรมคืออะไร เช่น ไร ฯลฯ

ไม่อย่างนั้นก็จะเหมือนที่คุณโรสเดาว่า สัปบุรุษ คือ ตถาคต ซึ่งไม่ตรงกับของเขา เมื่อติดกระดุมเม็ดแรกผิดแล้ว ที่เหลือนั้นเดาผิดหมด

จะให้ดูอีกตัวหนึ่ง ซึ่งเขาแปลมาจากอโยนิโสมนสิการ (ทำในใจโดยไม่แยบคาย) ถึงเขาแปลให้ดังนั้นแล้ว ถ้าถามว่า ทำในใจโดยไม่แยบคาย ทำยังไง

ตรงข้าม ทำใจโดยแยบคาย ศัพท์ โยนิโสมนสิการ ถ้าถามว่า ทำยังไง ที่ว่าทำในใจโดยแยบคาย แค่นี้ก็อึ้งไปไม่ถูกแล้ว :b10:

:b12:
แค่สติคำเดียวชาตินี้ไม่รู้ว่าจะมีเกิดที่จิตตัวเองหรือเปล่า
ก๊ากๆๆๆๆ...สติ เนี่ยนะทับศัพท์...เหอๆๆๆๆๆ
สติ แปลว่าระลึกตามคำสอนตรงสัจจะที่กำลังปรากฏ
เดี๋ยวนี้จิตดับไปถึงแสนโกฏิขณะเลยนะ
ไหนบอกมาสิตรงสัจจะไหนที่ตัวตน
เพราะจิตไม่เกิดนอกรูปกาย
จิตเกิด6ทางมันเกิดดับสลับกัน
เป็นคนละวิถีจิตไม่ปนกันด้วย
ตรงทีละ1ทางทีละ1ขณะใหม่
ไม่ซ้ำเดิมไม่มีขณะเก่าเลย
เพราะดับคือไม่เหลือซากจิตขณะนั้นๆแล้ว
1เห็นไม่เกิดนอกตา
2ได้ยินไม่เกิดนอกหู
3ได้กลิ่นไม่เกิดนอกจมูก
4ลิ้มรสไม่เกิดนอกลิ้น
5กระทบสัมผัสเกิดที่ผิวกาย
6คิดนึกเกิดภายในหทยวัตถุในหัวใจโน่นน่ะ
เดี๋ยวนี้มีครบทั้ง6ทางตอนเห็นไม่มีคิดปนเลย
ตอบมาสิคะระลึกตามคำสอนตรงสัจจะไหนอยู่
สติเป็นโสภณเจตสิกไม่เกิดตอนมีความรู้สึกชอบใจหรือไม่ชอบใจที่เป็นกิเลสอกุศลค่ะ
เห็นผิดทั้งวันเห็นผู้หญิงสวยๆดอกไม้งามๆรถคันหรูผ้าปูที่นอนปลอกหมอนผ้าปูเตียงผ้าม่านกิเลสหาซื้อมาไง
:b32:
:b32: :b32:



อ้างคำพูด:
สติ เนี่ยนะทับศัพท์...เหอๆๆๆๆๆ
สติ แปลว่า ระลึกตามคำสอนตรงสัจจะที่กำลังปรากฏ


พ่ะน่ะ ยังไม่รู้เลยว่าทับศัพท์เป็นยังไง :b32:

สติ นี่แหละทับศัพท์ แล้วที่่ว่า สติ แปลว่า (ความ) ระลึก (ได้) (นอกจากนั้นมโนทั้งเพทั้งระยอง) นั่นแหละคำแปล สติ :b13:

ถูก ระลึก ตัวเดียว คิกกๆๆ แล้วก็ไม่ใช่ถูกที่เกิดจากความรู้นะ เกิดจากการมั่ว :b13:

ไม่ไหวเสียเวลา

เลอะเทอะ

พระพุทธศาสนาในเมืองไทยไปไม่รอด

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 มิ.ย. 2019, 01:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7058

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการดังนี้ การไม่คบสัปบุรุษที่บริบูรณ์ ย่อมยังการไม่ฟังสัทธรรมให้บริบูรณ์
การไม่ฟังสัทธรรมที่บริบูรณ์ ย่อมยังความไม่มีศรัทธาให้บริบูรณ์
ความไม่มีศรัทธาที่บริบูรณ์ ย่อมยังการทำไว้ในใจโดยไม่แยบคายให้บริบูรณ์
การทำไว้ในใจโดยไม่แยบคายที่บริบูรณ์ ย่อมยังความไม่มีสติสัมปชัญญะให้บริบูรณ์
ความไม่มีสติสัมปชัญญะที่บริบูรณ์ ย่อมยังการไม่สำรวมอินทรีย์ให้บริบูรณ์
การไม่สำรวมอินทรีย์ที่บริบูรณ์ ย่อมยังทุจริต ๓ ให้บริบูรณ์
ทุจริต ๓ ที่บริบูรณ์ ย่อมยังนิวรณ์ ๕ ให้บริบูรณ์
นิวรณ์ ๕ ที่บริบูรณ์ ย่อมยังอวิชชาให้บริบูรณ์
อวิชชานี้มีอาหารอย่างนี้ และบริบูรณ์อย่างนี้ ฯ


ผู้แปลพระไตรปีฎกนั้นบางทีเขาก็แปลทับศัพท์ จะให้ดูที่ยกมานะ เช่น

สติ สัมปชัญญะ

นิวรณ์ ๕

อวิชชา

อินทรีย์

สัปบุรุษ

สัทธรรม

เหล่านี้เป็นต้น ผู้อ่านยังจะต้องทำความเข้าใจอีกต่อหนึ่ง เช่น สติ คืออะไร เช่นไร สัทธรรมคืออะไร เช่น ไร ฯลฯ

ไม่อย่างนั้นก็จะเหมือนที่คุณโรสเดาว่า สัปบุรุษ คือ ตถาคต ซึ่งไม่ตรงกับของเขา เมื่อติดกระดุมเม็ดแรกผิดแล้ว ที่เหลือนั้นเดาผิดหมด

จะให้ดูอีกตัวหนึ่ง ซึ่งเขาแปลมาจากอโยนิโสมนสิการ (ทำในใจโดยไม่แยบคาย) ถึงเขาแปลให้ดังนั้นแล้ว ถ้าถามว่า ทำในใจโดยไม่แยบคาย ทำยังไง

ตรงข้าม ทำใจโดยแยบคาย ศัพท์ โยนิโสมนสิการ ถ้าถามว่า ทำยังไง ที่ว่าทำในใจโดยแยบคาย แค่นี้ก็อึ้งไปไม่ถูกแล้ว :b10:

:b12:
แค่สติคำเดียวชาตินี้ไม่รู้ว่าจะมีเกิดที่จิตตัวเองหรือเปล่า
ก๊ากๆๆๆๆ...สติ เนี่ยนะทับศัพท์...เหอๆๆๆๆๆ
สติ แปลว่าระลึกตามคำสอนตรงสัจจะที่กำลังปรากฏ
เดี๋ยวนี้จิตดับไปถึงแสนโกฏิขณะเลยนะ
ไหนบอกมาสิตรงสัจจะไหนที่ตัวตน
เพราะจิตไม่เกิดนอกรูปกาย
จิตเกิด6ทางมันเกิดดับสลับกัน
เป็นคนละวิถีจิตไม่ปนกันด้วย
ตรงทีละ1ทางทีละ1ขณะใหม่
ไม่ซ้ำเดิมไม่มีขณะเก่าเลย
เพราะดับคือไม่เหลือซากจิตขณะนั้นๆแล้ว
1เห็นไม่เกิดนอกตา
2ได้ยินไม่เกิดนอกหู
3ได้กลิ่นไม่เกิดนอกจมูก
4ลิ้มรสไม่เกิดนอกลิ้น
5กระทบสัมผัสเกิดที่ผิวกาย
6คิดนึกเกิดภายในหทยวัตถุในหัวใจโน่นน่ะ
เดี๋ยวนี้มีครบทั้ง6ทางตอนเห็นไม่มีคิดปนเลย
ตอบมาสิคะระลึกตามคำสอนตรงสัจจะไหนอยู่
สติเป็นโสภณเจตสิกไม่เกิดตอนมีความรู้สึกชอบใจหรือไม่ชอบใจที่เป็นกิเลสอกุศลค่ะ
เห็นผิดทั้งวันเห็นผู้หญิงสวยๆดอกไม้งามๆรถคันหรูผ้าปูที่นอนปลอกหมอนผ้าปูเตียงผ้าม่านกิเลสหาซื้อมาไง
:b32:
:b32: :b32:



อ้างคำพูด:
สติ เนี่ยนะทับศัพท์...เหอๆๆๆๆๆ
สติ แปลว่า ระลึกตามคำสอนตรงสัจจะที่กำลังปรากฏ


พ่ะน่ะ ยังไม่รู้เลยว่าทับศัพท์เป็นยังไง :b32:

สติ นี่แหละทับศัพท์ แล้วที่่ว่า สติ แปลว่า (ความ) ระลึก (ได้) (นอกจากนั้นมโนทั้งเพทั้งระยอง) นั่นแหละคำแปล สติ :b13:

ถูก ระลึก ตัวเดียว คิกกๆๆ แล้วก็ไม่ใช่ถูกที่เกิดจากความรู้นะ เกิดจากการมั่ว :b13:

ไม่ไหวเสียเวลา

เลอะเทอะ

พระพุทธศาสนาในเมืองไทยไปไม่รอด

cool
กล้าในทางที่ผิดคิดจะเปลี่ยนแปลงคำสอนไปตามใจอยากกันมากนักหรือคะ

คำสอนของพระพุทธเจ้าคืออริยทรัพย์ที่หาค่าประมาณไม่ได้เมื่อได้ฟังเข้าใจแล้ว

จะรับมรดกคือคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต้องฟังเข้าใจ

ถ้าเป็นผู้ไม่ตรงต่อการฟังไม่จริงใจไม่มีสัจจะก็จะไม่ได้สาระอะไรเลย

พระธรรมคำสอนเป็นคำจริงตรงจริงที่ปัจจุบันขณะไม่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา

ทุกอย่างเกิดแล้วปรากฏว่ามีแค่ชั่วคราวและก็ดับหายไปภายในจิตไม่กลับมา

เกิดจิตขณะใหม่ตลอดเมื่อคิดไม่ตรงปัจจุบันนั้นอดีตก็ไม่ตรงและอนาคตจะตรงได้อย่างไรคะ

https://youtu.be/iwTchjZnvno

:b12:
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 มิ.ย. 2019, 07:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33546

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการดังนี้ การไม่คบสัปบุรุษที่บริบูรณ์ ย่อมยังการไม่ฟังสัทธรรมให้บริบูรณ์
การไม่ฟังสัทธรรมที่บริบูรณ์ ย่อมยังความไม่มีศรัทธาให้บริบูรณ์
ความไม่มีศรัทธาที่บริบูรณ์ ย่อมยังการทำไว้ในใจโดยไม่แยบคายให้บริบูรณ์
การทำไว้ในใจโดยไม่แยบคายที่บริบูรณ์ ย่อมยังความไม่มีสติสัมปชัญญะให้บริบูรณ์
ความไม่มีสติสัมปชัญญะที่บริบูรณ์ ย่อมยังการไม่สำรวมอินทรีย์ให้บริบูรณ์
การไม่สำรวมอินทรีย์ที่บริบูรณ์ ย่อมยังทุจริต ๓ ให้บริบูรณ์
ทุจริต ๓ ที่บริบูรณ์ ย่อมยังนิวรณ์ ๕ ให้บริบูรณ์
นิวรณ์ ๕ ที่บริบูรณ์ ย่อมยังอวิชชาให้บริบูรณ์
อวิชชานี้มีอาหารอย่างนี้ และบริบูรณ์อย่างนี้ ฯ


ผู้แปลพระไตรปีฎกนั้นบางทีเขาก็แปลทับศัพท์ จะให้ดูที่ยกมานะ เช่น

สติ สัมปชัญญะ

นิวรณ์ ๕

อวิชชา

อินทรีย์

สัปบุรุษ

สัทธรรม

เหล่านี้เป็นต้น ผู้อ่านยังจะต้องทำความเข้าใจอีกต่อหนึ่ง เช่น สติ คืออะไร เช่นไร สัทธรรมคืออะไร เช่น ไร ฯลฯ

ไม่อย่างนั้นก็จะเหมือนที่คุณโรสเดาว่า สัปบุรุษ คือ ตถาคต ซึ่งไม่ตรงกับของเขา เมื่อติดกระดุมเม็ดแรกผิดแล้ว ที่เหลือนั้นเดาผิดหมด

จะให้ดูอีกตัวหนึ่ง ซึ่งเขาแปลมาจากอโยนิโสมนสิการ (ทำในใจโดยไม่แยบคาย) ถึงเขาแปลให้ดังนั้นแล้ว ถ้าถามว่า ทำในใจโดยไม่แยบคาย ทำยังไง

ตรงข้าม ทำใจโดยแยบคาย ศัพท์ โยนิโสมนสิการ ถ้าถามว่า ทำยังไง ที่ว่าทำในใจโดยแยบคาย แค่นี้ก็อึ้งไปไม่ถูกแล้ว :b10:

:b12:
แค่สติคำเดียวชาตินี้ไม่รู้ว่าจะมีเกิดที่จิตตัวเองหรือเปล่า
ก๊ากๆๆๆๆ...สติ เนี่ยนะทับศัพท์...เหอๆๆๆๆๆ
สติ แปลว่าระลึกตามคำสอนตรงสัจจะที่กำลังปรากฏ
เดี๋ยวนี้จิตดับไปถึงแสนโกฏิขณะเลยนะ
ไหนบอกมาสิตรงสัจจะไหนที่ตัวตน
เพราะจิตไม่เกิดนอกรูปกาย
จิตเกิด6ทางมันเกิดดับสลับกัน
เป็นคนละวิถีจิตไม่ปนกันด้วย
ตรงทีละ1ทางทีละ1ขณะใหม่
ไม่ซ้ำเดิมไม่มีขณะเก่าเลย
เพราะดับคือไม่เหลือซากจิตขณะนั้นๆแล้ว
1เห็นไม่เกิดนอกตา
2ได้ยินไม่เกิดนอกหู
3ได้กลิ่นไม่เกิดนอกจมูก
4ลิ้มรสไม่เกิดนอกลิ้น
5กระทบสัมผัสเกิดที่ผิวกาย
6คิดนึกเกิดภายในหทยวัตถุในหัวใจโน่นน่ะ
เดี๋ยวนี้มีครบทั้ง6ทางตอนเห็นไม่มีคิดปนเลย
ตอบมาสิคะระลึกตามคำสอนตรงสัจจะไหนอยู่
สติเป็นโสภณเจตสิกไม่เกิดตอนมีความรู้สึกชอบใจหรือไม่ชอบใจที่เป็นกิเลสอกุศลค่ะ
เห็นผิดทั้งวันเห็นผู้หญิงสวยๆดอกไม้งามๆรถคันหรูผ้าปูที่นอนปลอกหมอนผ้าปูเตียงผ้าม่านกิเลสหาซื้อมาไง
:b32:
:b32: :b32:



อ้างคำพูด:
สติ เนี่ยนะทับศัพท์...เหอๆๆๆๆๆ
สติ แปลว่า ระลึกตามคำสอนตรงสัจจะที่กำลังปรากฏ


พ่ะน่ะ ยังไม่รู้เลยว่าทับศัพท์เป็นยังไง :b32:

สติ นี่แหละทับศัพท์ แล้วที่่ว่า สติ แปลว่า (ความ) ระลึก (ได้) (นอกจากนั้นมโนทั้งเพทั้งระยอง) นั่นแหละคำแปล สติ :b13:

ถูก ระลึก ตัวเดียว คิกกๆๆ แล้วก็ไม่ใช่ถูกที่เกิดจากความรู้นะ เกิดจากการมั่ว :b13:

ไม่ไหวเสียเวลา

เลอะเทอะ

พระพุทธศาสนาในเมืองไทยไปไม่รอด

cool
กล้าในทางที่ผิดคิดจะเปลี่ยนแปลงคำสอนไปตามใจอยากกันมากนักหรือคะ

คำสอนของพระพุทธเจ้าคืออริยทรัพย์ที่หาค่าประมาณไม่ได้เมื่อได้ฟังเข้าใจแล้ว

จะรับมรดกคือคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต้องฟังเข้าใจ

ถ้าเป็นผู้ไม่ตรงต่อการฟังไม่จริงใจไม่มีสัจจะก็จะไม่ได้สาระอะไรเลย

พระธรรมคำสอนเป็นคำจริงตรงจริงที่ปัจจุบันขณะไม่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา

ทุกอย่างเกิดแล้วปรากฏว่ามีแค่ชั่วคราวและก็ดับหายไปภายในจิตไม่กลับมา

เกิดจิตขณะใหม่ตลอดเมื่อคิดไม่ตรงปัจจุบันนั้นอดีตก็ไม่ตรงและอนาคตจะตรงได้อย่างไรคะ

https://youtu.be/iwTchjZnvno

:b12:
:b32: :b32:


พ่ะน่ะ ยังไม่รู้ตัวอีก :b32:

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 มิ.ย. 2019, 07:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7058

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการดังนี้ การไม่คบสัปบุรุษที่บริบูรณ์ ย่อมยังการไม่ฟังสัทธรรมให้บริบูรณ์
การไม่ฟังสัทธรรมที่บริบูรณ์ ย่อมยังความไม่มีศรัทธาให้บริบูรณ์
ความไม่มีศรัทธาที่บริบูรณ์ ย่อมยังการทำไว้ในใจโดยไม่แยบคายให้บริบูรณ์
การทำไว้ในใจโดยไม่แยบคายที่บริบูรณ์ ย่อมยังความไม่มีสติสัมปชัญญะให้บริบูรณ์
ความไม่มีสติสัมปชัญญะที่บริบูรณ์ ย่อมยังการไม่สำรวมอินทรีย์ให้บริบูรณ์
การไม่สำรวมอินทรีย์ที่บริบูรณ์ ย่อมยังทุจริต ๓ ให้บริบูรณ์
ทุจริต ๓ ที่บริบูรณ์ ย่อมยังนิวรณ์ ๕ ให้บริบูรณ์
นิวรณ์ ๕ ที่บริบูรณ์ ย่อมยังอวิชชาให้บริบูรณ์
อวิชชานี้มีอาหารอย่างนี้ และบริบูรณ์อย่างนี้ ฯ


ผู้แปลพระไตรปีฎกนั้นบางทีเขาก็แปลทับศัพท์ จะให้ดูที่ยกมานะ เช่น

สติ สัมปชัญญะ

นิวรณ์ ๕

อวิชชา

อินทรีย์

สัปบุรุษ

สัทธรรม

เหล่านี้เป็นต้น ผู้อ่านยังจะต้องทำความเข้าใจอีกต่อหนึ่ง เช่น สติ คืออะไร เช่นไร สัทธรรมคืออะไร เช่น ไร ฯลฯ

ไม่อย่างนั้นก็จะเหมือนที่คุณโรสเดาว่า สัปบุรุษ คือ ตถาคต ซึ่งไม่ตรงกับของเขา เมื่อติดกระดุมเม็ดแรกผิดแล้ว ที่เหลือนั้นเดาผิดหมด

จะให้ดูอีกตัวหนึ่ง ซึ่งเขาแปลมาจากอโยนิโสมนสิการ (ทำในใจโดยไม่แยบคาย) ถึงเขาแปลให้ดังนั้นแล้ว ถ้าถามว่า ทำในใจโดยไม่แยบคาย ทำยังไง

ตรงข้าม ทำใจโดยแยบคาย ศัพท์ โยนิโสมนสิการ ถ้าถามว่า ทำยังไง ที่ว่าทำในใจโดยแยบคาย แค่นี้ก็อึ้งไปไม่ถูกแล้ว :b10:

:b12:
แค่สติคำเดียวชาตินี้ไม่รู้ว่าจะมีเกิดที่จิตตัวเองหรือเปล่า
ก๊ากๆๆๆๆ...สติ เนี่ยนะทับศัพท์...เหอๆๆๆๆๆ
สติ แปลว่าระลึกตามคำสอนตรงสัจจะที่กำลังปรากฏ
เดี๋ยวนี้จิตดับไปถึงแสนโกฏิขณะเลยนะ
ไหนบอกมาสิตรงสัจจะไหนที่ตัวตน
เพราะจิตไม่เกิดนอกรูปกาย
จิตเกิด6ทางมันเกิดดับสลับกัน
เป็นคนละวิถีจิตไม่ปนกันด้วย
ตรงทีละ1ทางทีละ1ขณะใหม่
ไม่ซ้ำเดิมไม่มีขณะเก่าเลย
เพราะดับคือไม่เหลือซากจิตขณะนั้นๆแล้ว
1เห็นไม่เกิดนอกตา
2ได้ยินไม่เกิดนอกหู
3ได้กลิ่นไม่เกิดนอกจมูก
4ลิ้มรสไม่เกิดนอกลิ้น
5กระทบสัมผัสเกิดที่ผิวกาย
6คิดนึกเกิดภายในหทยวัตถุในหัวใจโน่นน่ะ
เดี๋ยวนี้มีครบทั้ง6ทางตอนเห็นไม่มีคิดปนเลย
ตอบมาสิคะระลึกตามคำสอนตรงสัจจะไหนอยู่
สติเป็นโสภณเจตสิกไม่เกิดตอนมีความรู้สึกชอบใจหรือไม่ชอบใจที่เป็นกิเลสอกุศลค่ะ
เห็นผิดทั้งวันเห็นผู้หญิงสวยๆดอกไม้งามๆรถคันหรูผ้าปูที่นอนปลอกหมอนผ้าปูเตียงผ้าม่านกิเลสหาซื้อมาไง
:b32:
:b32: :b32:



อ้างคำพูด:
สติ เนี่ยนะทับศัพท์...เหอๆๆๆๆๆ
สติ แปลว่า ระลึกตามคำสอนตรงสัจจะที่กำลังปรากฏ


พ่ะน่ะ ยังไม่รู้เลยว่าทับศัพท์เป็นยังไง :b32:

สติ นี่แหละทับศัพท์ แล้วที่่ว่า สติ แปลว่า (ความ) ระลึก (ได้) (นอกจากนั้นมโนทั้งเพทั้งระยอง) นั่นแหละคำแปล สติ :b13:

ถูก ระลึก ตัวเดียว คิกกๆๆ แล้วก็ไม่ใช่ถูกที่เกิดจากความรู้นะ เกิดจากการมั่ว :b13:

ไม่ไหวเสียเวลา

เลอะเทอะ

พระพุทธศาสนาในเมืองไทยไปไม่รอด

cool
กล้าในทางที่ผิดคิดจะเปลี่ยนแปลงคำสอนไปตามใจอยากกันมากนักหรือคะ

คำสอนของพระพุทธเจ้าคืออริยทรัพย์ที่หาค่าประมาณไม่ได้เมื่อได้ฟังเข้าใจแล้ว

จะรับมรดกคือคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต้องฟังเข้าใจ

ถ้าเป็นผู้ไม่ตรงต่อการฟังไม่จริงใจไม่มีสัจจะก็จะไม่ได้สาระอะไรเลย

พระธรรมคำสอนเป็นคำจริงตรงจริงที่ปัจจุบันขณะไม่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา

ทุกอย่างเกิดแล้วปรากฏว่ามีแค่ชั่วคราวและก็ดับหายไปภายในจิตไม่กลับมา

เกิดจิตขณะใหม่ตลอดเมื่อคิดไม่ตรงปัจจุบันนั้นอดีตก็ไม่ตรงและอนาคตจะตรงได้อย่างไรคะ

https://youtu.be/iwTchjZnvno

:b12:
:b32: :b32:


พ่ะน่ะ ยังไม่รู้ตัวอีก :b32:

:b32:
ปัจจุบันขณะของกรัชกายคือตอนอยู่ในท้องแม่หรือ
นับครบอาการ32และตาไม่บอดหูไม่หนวกฟังคำสอนมา
ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่หรือว่าตอนนี้รู้ตัวแล้วว่าไม่เคยฟังเลย
เดี๋ยวนี้เลยจิตเกิดดับนับแสนโกฏิขณะนับทันสัก1ทางไหมคะ
ถามให้รู้สึกตัว555...ปัจจุบันขณะของคุณ...ตรง1ขณะไหนตอนนี้
กำลังระลึกตรงรูปไหน...หรือจำแต่บัญญัติคำของตถาคตยึดเป็นปัญญาของตัวตน555
ตถาคตบอกไม่มีเราเพราะจิตเกิดและดับที่รูปตรงแค่1ทางอายตนะทีละ1ตัวจริงธัมมะไม่เกิดนอกรูปกายด้วย
:b32: :b32: :b32:


แก้ไขล่าสุดโดย Rosarin เมื่อ 30 มิ.ย. 2019, 07:49, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 33 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 13 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร