วันเวลาปัจจุบัน 20 ส.ค. 2019, 11:05  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มิ.ย. 2019, 05:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3503


 ข้อมูลส่วนตัว


เรื่อง​ "จงรักษาศีล​ ๕​ ให้ได้นะลูกรัก"

(คติธรรม​ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)​

รักษาศีล ๕ ให้ได้ ความดีนั้นมีกฏเกณฑ์ที่เราจะต้องทำเป็นเบื้องต้น ๕ ประการ คือ

๑.​ เราไม่อยากให้ใครมาฆ่า รังแก ข่มเหงเรา เราก็อย่าไปฆ่า ไปรังแก ไม่ข่มเหงเขา

๒.​ เราไม่อยากให้ใครมาลักของๆ เรา เราก็อย่าไปลักของๆ เขา

๓.​ เราไม่อยากให้ใครมาผิดลูกผิดเมียเรา เราก็อย่าไปผิดลูกผิดเมียเขา

๔.​ เราไม่อยากให้ใครมาโกหกเรา เราก็อย่าไปโกหกเขา

๕.​ เราไม่อยากเป็นคนบ้า ก็อย่าไปดื่มสุราเมรัย เพราะถ้าเราดื่มสุรามากๆ เราจะกลายเป็นคนบ้า

โอวาทธรรม หลวงพ่อฤาษีลิงดำ





เรื่อง​ "คนตาบอดถือตะเกียง​ ส่องทางให้คนตาดี"

(คติธรรม​ พระอาจารย์สมภพ​ โชติปัญโญ)​

ประเทศไทยนี้ สมบูรณ์ด้วยทางวิชาการพอสมควร อาตมาจึงนึกว่า พวกเรามีบุญ ที่มีครูบาอาจารย์ บูรพาจารย์ ท่านสืบทอด แปลมา จำมา เขียนมา ไม่มีทางที่จะหลง ถ้าเราเชื่อมั่นในหลักธรรมอันนี้ แม้จะไม่มีใครบอกใครสอน พระไตรปิกฏนี้เป็นแบบเป็นอย่างได้ดีงามมาก จึงน่ากราบน่าไหว้ ขอบบุญ ขอบคุณ ของครูบาอาจารย์ ที่ท่านจดจำมาถึงพวกเรา เขียนใส่หนังสือมา แม้ว่าท่านผู้นั้นจะไม่ได้ปฎิบัติธรรมเลย เราอย่าไปดูถูกนะ พวกที่เรียนเก่งๆ จำมามากๆนิ่ พระพุทธเจ้าว่า ให้สรรเสริญ อัศจรรย์ ยกย่อง อย่าไปดูถูก

พวกเราเดียวนี้ มักจะเข้าใจกันผิดๆ พระที่อยู่ในป่าเจริญสมาธิภาวนา ดูถูกพระที่อยู่ในบ้าน ที่ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย ส่วนพระที่อยู่ในบ้านก็มักจะดูถูกพระที่นั่งหลับหูหลับตาอยู่ในป่าในดง

พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า ผู้ที่ศึกษาเล่าเรียนจดจำมามาก ก็ควรจะยกย่องสรรเสริญ ต่อท่านผู้ที่ตั้งอกตั้งใจประพฤติปฎิบัติอยู่ในป่าดงพงไพร ที่ตั้งใจที่จะเจริญสมถะวิปัสนา ควรจะยกย่องสรรเสริญ อัศจรรย์ท่าน

“ ผู้เจริญ น่าอัศจรรย์จริงหนอ ท่านชั่งเป็นผู้ประพฤติปฎิบัติตามธรรม สมควรแก่ธรรมดีแท้ “

คือมันก็ดีไปคนละอย่างคนละอันกัน แต่ถ้าหากว่า ทั้งจดจำทั้งเข้าใจ ทั้งประพฤติปฎิบัติตามไปด้วย ยิ่งจะเข้าใจ ไม่ขัดแย้งระหว่างวิชาการกับการประพฤติปฏิบัติทั้งทางเทคนิค

พวกเรานี้มีบุญนะ ประเทศไทยเรานี้มีครูบาอาจารย์สืบทอดมา ถ้าท่านเหล่านั้นไม่ได้ปฎิบัติธรรม ท่านศึกษาจดจำมาจนถึงพวกเรา จงคิดเปรียบเทียบดูว่า เราอยู่ในความมืด มีคนตาบอดคนหนึ่งถือตะเกียง ส่องแสงมาในความมืด ถือไฟฉายส่องมา แน่นอนว่าตาบอดนั้น เขาไม่เห็น แต่มีแสงสว่างอยู่ในคนตาบอด คนตาดีที่อยู่ในความมืด ก็ย่อมมองเห็นแสงสว่าง ที่คนตาบอดถือมา ตาบอดอาจจะตำไม้ ชนไม้ ชนไร่ มานะ แกมองไม่เห็นเพราะแกบอด แต่ก็มีแสงสว่าง

ภาษาพระพุทธเจ้าท่านว่า อันโธ ทีปะธาโร คนตาบอดถือประทีป ถือตะเกียง เมื่อบุคคลที่รํ่าเรียนจดจำมามากๆ แล้วมาสอนคนอื่น แนะนำพรํ่าสอนคนอื่น แม้ตัวเองจะไม่ได้กระทำ แต่สอนคนอื่นไม่ผิดตามนั้น ก็เหมือนคนตาบอดถือตะเกียงส่องทางให้คนตาดีมองเห็นแล้วก็ถือเอาประโยชน์

เพราะเหตุนั้น อาตมาจึงบอกว่า พวกเราโชคดี ไม่ควรจะหลงทาง เมื่อมีวิชาการที่สมบูรณ์

โอวาทธรรมพระอาจารย์สมภพ





"ตราบใดที่เรายังเปรียบเทียบ ไม่รู้จักจบสิ้น
ไม่ว่าได้อะไรมา เราก็ไม่มีความสุข"

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล




“เราขอเป็นคนโง่
ที่อาจจะรู้อะไรไม่มากบนโลกใบนี้
แต่เรารู้ตัว”

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม



“ขอให้เชื่อมั่นลงไปในผลทาน
ที่เราได้บริจาคมา เชื่อมั่นในผลศีลที่เรารักษา
ที่เราไม่ทำบาป ไม่เบียดเบียนใคร
เชื่อมั่นในการไหว้พระ นั่งสมาธิภาวนานี้ว่า
เป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ไพศาล

แม้ว่าตน ยังไม่สามารถทำอาสวกิเลส
ให้หมดสิ้นไป โดยประการทั้งปวงได้
ก็เป็นอุปนิสัยปัจจัย อย่างแรงกล้าติดตามไป
เมื่อเกิดในชาติต่อไป จะดลบันดาลให้
เป็นผู้ยินดีในบุญ”

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร