วันเวลาปัจจุบัน 11 ก.ค. 2020, 08:08  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 มิ.ย. 2020, 11:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3830


 ข้อมูลส่วนตัว


#ทำศีลห้าให้บริสุทธิ์

"..สมัยที่หลวงปู่ไปอยู่กับหลวงปู่หนองแซง เดินบิณบาตตามท่านไป ท่านไม่พูดนะ พระปฏิบัติท่านไม่พูดไม่คุย พระแต่ก่อนท่านเดินนิ่งภาวนาไป ตาในท่านมองเห็นพวกเราเป็นร่างกระดูกทั้งร่าง ไปถึงวัดท่านว่า โอ้ย!!! คนมานี้ มีแต่ร่างกระดูก นี่คือตาใน ต้องสร้างตรงนี้ ทำศีลห้าให้บริสุทธิ์ เมื่อสมบูรณ์แล้ว ตาในจึงจะเกิดขึ้น ไม่ว่าผู้หญิงผู้ชาย เราเป็นฆราวาส ห้าตัวนี้พอแล้ว ไม่ต้องไปขอกับพระ ให้สังวรณ์ระวัง สิ่งที่ทำผ่านไปแล้วก็ไม่ต้องคำนึง นับแต่วันนี้ต่อไปจะสังวรณ์ระวังให้สะอาด ไม่มีใครช่วยเราได้เวลาเราจะตาย มีเราตัวคนเดียว ผัวก็ไม่ได้ เมียก็ไม่ได้ ลูกก็ไม่ได้ ตนแลเป็นที่พึ่งของตน..."

โอวาทธรรม
หลวงปู่ทุย ฉนฺทกโร
วัดป่าดานวิเวก อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ







"ถ้าไม่มีอะไรเป็นทาน ก็สละความโลภ ความโกรธ ความหลง นั่นแหละเป็นทาน"

โอวาทธรรม
หลวงปู่อว้าน เขมโก
วัดป่านาคนิมิตต์ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร










...ธรรมะของพระพุทธเจ้ามีไว้
"เพื่อฆ่ากิเลส"
เพราะไม่มีอะไรโหดร้ายทารุณ
ต่อชีวิตจิตใจของเราได้เท่า..กิเลสแล้ว

.
ทุกวันนี้ที่วุ่นวายกัน
ก็เพราะตัณหา เพราะกิเลสทั้งนั้น ไม่ใช่อะไร
ต้องศึกษาว่า .."พระพุทธเจ้าสอนอะไร"

.
สอนให้..ปฏิบัติเพื่ออะไร
และพอปฏิบัติจะเจออะไร
มันก็เจอบ้างอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์
เจอเทวดา ระลึกชาติ นรก สวรรค์
"แต่มันไม่มีประโยชน์กับ การฆ่ากิเลส"
อย่าไปตื่นเต้น..

.
ทุกวันนี้ประชาชนจะเห่อมาก
ถ้ามีพระออกมาทางฤทธิ์ทางเดช
"แห่กันไปเป็นหมื่นเป็นแสน"
ถ้ามีพระมาสอนให้ดับกิเลส อย่างนี้..
"ถอยกันหมดเลย"

.
พอมาสอนให้พิจารณาอสุภะ..ไม่เอาละไปดีกว่า
ถ้ามาสอนให้รวย ไปวัดนี้แล้วถูกหวยรางวัลที่ 1
โอ้ว..ไปกันใหญ่เลย.
..................................
คัดลอกการแสดงธรรม
ธรรมะบนเขา 26/6/2556
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี








"ตัณหารักเมีย เปรียบเหมือนเชือกผูกคอ
ตัณหารักลูกรักหลาน เปรียบเหมือนปอผูกศอก
ตัณหารักวัตถุข้าวของต่างๆ เปรียบเหมือนปลอกผูกตีน
สมบัติพัสถานต่างๆ ที่สร้างสมไว้ เมื่อตายลง
ไม่เห็นมีใครหาบหามไปได้เลยสักคนเดียว
มีแต่คุณงามความดี กับความชั่วเท่านั้น ที่ติดตัวไป"

หลวงปู่ฝั้น อาจาโร








" เวลาในชีวิตของคนเรา
มันมีน้อย วัน เดือน ปี
มันเคลื่อนคล้อยลอยไป
ชีวิตเราก็ใกล้เข้า ขยับเข้า
ปากมัจจุราชทุกๆ ที

เราจะมัวหลงมัวเพลิน
อะไรกันอยู่
ทานก็ดี ศีลก็ดี ภาวนาก็ดี
อะไรที่ยังไม่ได้ทำ
ก็ให้พากันทำเสีย

หากเวลาชีวิตหมดลง
จะย้อนกลับมาทำอีกไม่ได้ "

โอวาทธรรม
หลวงปู่ขาว อนาลโย







"..บุญเป็นสิ่งที่
มองไม่เห็นตัวเห็นตน
แต่เป็นสิ่งที่มีอานุภาพ
บาปก็ไม่เห็นตัวเห็นตน
แต่ก็มีพลัง มีอานุภาพ

เจริญได้ก็เพราะบุญ
เสื่อมได้ก็เพราะบาป
เพราะฉะนั้น เมื่อเรารู้
อย่างนี้แล้ว ก็จะต้อง
ไม่ประมาทในวันเวลานาที
อายุไม่ถึงร้อยปี
ก็จะต้องจากโลกนี้ไปแล้ว

เพราะงั้นการที่เราได้
มาเกิดเป็นมนุษย์แล้ว
พบพระพุทธศาสนาแล้ว
อย่าได้ประมาท วันเวลา
ที่ผ่านไป อย่าหายใจ
ทิ้งเปล่าๆ เพราะวันเวลา
มันไม่ได้มีมากมาย.."

โอวาทธรรม
หลวงปู่บุญส่ง ฐิตสาโร








อย่าด่วนตำหนิใคร. ยิ่งกว่า. ตำหนิตัวเองไว้ก่อน.

โอวาทธรรม
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน







#หลวงปู่ไมท่านสอนว่า
#เรื่องครูบาอาจารย์
#เป็นเรื่องบุพเพวาสนาเหมือนกัน

หากไม่ใช่ศิษย์-อาจารย์กันเเล้ว สอนไม่ได้ พูดไม่ได้ สอนยังไงมันก็ไม่เชื่อ ถึงอาจารย์จะดัง จะดีอย่างไรก็ตาม หากไม่มีวาสนาต่อกันก็สอนกันลำบาก

#แต่สำหรับผู้มีหลักใจแล้ว

มีครูบาอาจารย์แล้ว เชื่อมั่นเชื่อใจกันแล้ว ก็ให้พยายามพากเพียรเรียนรู้จากท่านให้มาก อย่าปล่อยให้กาลเวลาล่วงเลยไป จนเสียเปล่าประโยชน์

#โอวาทธรรม
#หลวงปู่ไม #อินทสิริ









จิตคนเรานี่. ถ้าปฏิบัติได้แล้ว. มันจะเป็นแก้วสารพัดนึก.

โอวาทธรรม
หลวงปู่ชอบ ฐานสโม








#ถ้าไม่หลงก็ไม่ต้องหา

พระอุปัชญายะสอนกรรมฐาน ๕ คือ เกสา ผม โลมา ขน นขา เล็บ ทันตา ฟัน ตโจ หนัง ในกรรมฐานทั้ง ๕ นี้ มีหนังเป็นที่สุด

#ทำไมจึงสอนถึงหนังเท่านั้น

เพราะเหตุว่าหนัง มันเป็นอาการใหญ่ คนเราทุกคนต้องมีหนังหุ้มห่อ ถ้าไม่มีหนัง ผม ขน เล็บ ฟัน ก็อยู่ไม่ได้ ต้องหลุดหล่นทำลายไป เนื้อ กระดูก เอ็น และอาการทั้งหมดในร่างกายนี้ ก็จะอยู่ไม่ได้ ต้องแตกต้องทำลายไป

#คนเราจะหลงรูปก็มาหลง

หนัง หมายความ สวยๆ งามๆ เกิดความรักใคร่แล้วปรารถนา เพราะมาหมายอยู่ที่หนัง เมื่อเห็นแล้วก็สำคัญเอาผิวพรรณของมัน คือ ผิว ดำ-ขาว-แดง ผิดอะไรต่ออะไร ก็เพราะหมายสีหนัง

#ถ้าไม่มีหนังแล้วใครเล่าจะหมายว่าสวยงาม

ใครเล่าจะรักจะชอบจะปรารถนา มีแต่จะเกลียดหน่ายไม่ปรารถนา ถ้าหนังไม่หุ้มห่ออยู่แล้ว เนื้อเอ็นและอาการอื่นๆ ก็จะอยู่ไม่ได้

#จึงว่าหนังเป็นของสำคัญนัก

จะเป็นอยู่ได้ก็เพราะหนัง จะเกิดความหลงสวยหลงงามก็เพราะมีหนัง ฉะนั้นพระอุปัชฌายะท่านจึงสอนถึงแต่หนังเป็นที่สุด

#ถ้าเรามาพิจารณาจนให้เห็นความเปื่อยเก่า

เกิดอสุภนิมิตปรากฏแน่แก่ใจแล้ว ย่อมจะเห็นอนิจจสัจจธรรม ทุกขสัจจธรรม อนัตตาสัจจธรรม จึงจะแก้ความหลงสวยหลงงาม อันมันหมายถึงอยู่ที่หนังย่อมไม่สำคัญหมาย และไม่ชอบใจ ไม่ปรารถนาเอา เพราะเห็นความความเป็นจริง

#เมื่อใดเชื่อคำสอนของพระอุปัชฌายะไม่ประมาทแล้ว #จึงจะได้เห็นสัจจธรรม

ถ้าไม่เชื่อคำสอนพระอุปัชฌายะ ย่อมแก้ความหลงตนเองไม่ได้ ย่อมตกอยู่ในบ่วงแห่งรัชชนิอารมณ์ ตกอยู่วัฏจักร

เพราะฉะนั้น คำสอนที่พระอุปัชฌายะได้สอนแล้วแต่ก่อนบวชนั้น เป็นคำสอนที่จริงที่ดีแล้วเราไม่ต้องไปหาทางอื่นอีก ถ้ายังสงสัย ยังหาไปทางอื่นอีก ชื่อว่ายังหลงยังงมงาย

#ถ้าไม่หลงจะไปหาทำไม

คนไม่หลงก็ไม่มีการหา คนที่หลงจึงมีการหา หาเท่าไรยิ่งหลงไปไกลเท่านั้น

ใครเป็นผู้ไม่หามา

พิจารณาอยู่ในของที่มีอยู่นี้ ก็จะเห็นแจ้งซึ่งภูตธรรม ฐีติธรรม อันเกษมจากโยคาสวะทั้งหลาย

#หลวงปู่มั่น #ภูริทัตโต


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 7 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร