วันเวลาปัจจุบัน 25 ส.ค. 2019, 12:02  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 37 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2019, 11:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 31093

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กท.นี้จะไปเชื่อมกับ กท.อายตนะ นี่

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=57490


อ้างคำพูด:
กรัชกาย
พ่ะน่ะ ให้ลบความจำ คุณโรสวาสลีน คิกๆๆ ถ้าลบความจำหมด มันจะต่างอะไรกับคนเป็นโรคอัลไซเมอร์ เล่า เออ คิดไปได้ (นี่แหละจิตคิดฟุ้งซ่าน) ลบความจำ จำอะไรไม่ได้ กินแล้วก็ว่าไม่ได้กิน ขี้แล้วก็ว่ายังไม่ได้ขี้ อิอิ เอาหรอแบบนี้ ถ้าแบบนี่้นะ ก็ขอให้คุณโรสจำอะไรไม่ได้เลย เดินแก้ผ้า ก็ไม่รู้ตัว เอ้า คิกๆๆ



อ้างคำพูด:
Rosarin
ยังไม่เข้าใจอีก 1 ขณะจิต มีครบ ขันธ์ 5 มีเจตสิก 1 คือ สัญญาขันธ์ ดับแล้ว นี่มีอดีตสัญญาไหม
มีแต่ความคิด นึก จำเรื่องราวเก่าๆ ที่ไปอ่านมา ไม่ปล่อยวาง เออน่ะ จิตเกิดดับทีละ 1 ขณะไม่มีตัวตน
ขณะนี้ เป็นจิตขณะใหม่ทั้งหมด ตรงปัจจุบันขณะ รู้ตรงตามเสียง ใครรู้ล่วงหน้าว่าเสียงต่อไปคือเสียงคำไหน


คุณโรสจำมาก็ดี ฟังมาก็ดี เรียนมาก็ดี แล้วไปคิดอย่างนั้น ถือว่าวิปลาส

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2019, 11:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 31093

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สังเกตศัพท์พร้อมความหมายก่อน

ชีพ ชีวิต, ความเป็นอยู่


ชีวิต ความเป็นอยู่


ชีวิตสมสีสี ผู้สิ้นกิเลสพร้อมกับสิ้นชีวิต, ผู้ได้บรรลุธรรมวิเศษแล้วก็ดับจิตพอดี


ชีวิตักษัย การสิ้นชีวิต, ตาย


ชีวิตินทรีย์ อินทรีย์คือชีวิต, สภาวะที่เป็นใหญ่ในการตามรักษาสหชาตธรรม (ธรรมที่เกิดร่วมด้วย) ดุจน้ำหล่อเลี้ยงดอกบัว เป็นต้น มี ๒ ฝ่ายคือ

๑.ชีวิตินทรีย์ที่เป็นชีวิตรูป เป็นอุปาายรูปอย่างหนึ่ง เป็นเจ้าการในการรักษาหล่อเลี้ยงเหล่ากรรมชรูป บางทีเรียก รูปชีวิตินทรีย์

๒.ชีวิตินทรีย์ที่เป็นเจตสิกเป็นสัพพจิตตสาธารณเจตสิก อย่างหนึ่ง เป็นเจ้าการในการรักษาหล่อเลี้ยงนามธรรมคือจิตและเจตสิกทั้งหลาย บางทีเรียก อรูปชีวิตินทรีย์ หรือ นามชีวิตินทรีย์

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2019, 13:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 31093

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


"สภาวะ" "สภาวธรรม"

รูปภาพ


สภาพ, สภาวะ ความเป็นเอง, สิ่งที่เป็นเอง, ธรรมดา

สภาวธรรม หลักแห่งความเป็นเอง, สิ่งที่เป็นเองตามธรรมดาของเหตุปัจจัย

สรีระ ร่างกาย

สรีรยนต์ กลไกคือร่างกาย

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2019, 13:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6251

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b12:
เอ๊า
บอกแล้วบอกอีกบอกว่าให้ฟังตรงเวลานี้เดี๋ยวนี้
ความจริงตรงตามคำสอนรู้ได้ตรงที่กายใจตัวเองมี
ยังจะไปก๊อปมาแปะให้ดูให้คิดให้มันเห็นผิดต่อไปอีกหรือคะ
บอกให้ฟังไงคะความจริงรู้ได้เมื่อฟังเข้าใจไม่ใช่อ่านตามเห็นผิด
เห็นมีแล้วเป็นผลของกรรมมีแล้วไม่ได้ทำเห็นที่กำลังเห็นมันดับแล้วทำอะไรได้ไหม
https://youtu.be/TS4ajDnDaBU
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2019, 13:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 31093

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
"สภาวะ" "สภาวธรรม"

รูปภาพ


สภาพ, สภาวะ ความเป็นเอง, สิ่งที่เป็นเอง, ธรรมดา

สภาวธรรม หลักแห่งความเป็นเอง, สิ่งที่เป็นเองตามธรรมดาของเหตุปัจจัย

สรีระ ร่างกาย

สรีรยนต์ กลไกคือร่างกาย



จิต, จิตต์ ธรรมชาติที่รู้อารมณ์, สภาพที่นึกคิด, ความคิด, ใจ, ตามหลักอภิธรรม จำแนกจิตเป็น ๘๙ (หรือพิสดาร เป็น ๑๒๑)

วิญญาณ ความรู้แจ้งอารมณ์, จิต, ความรู้ที่เกิดขึ้นเมื่ออายตนะภายในและอายตนะภายนอกกระทบกัน เช่น รู้อารมณ์ในเวลา เมื่อ รูป มากระทบ ตา เป็นต้น ได้แก่ การเห็น การได้ยิน เป็นอาทิ
วิญญาณ ๖ คือ

๑. จักขุวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางตา (เห็น)

๒. โสตวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางหู (ได้ยิน)

๓.ฆานวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางจมูก (ได้กลิ่น)

๔.ชิวหาวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางลิ้น (รู้รส)

๕.กายวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางกาย (รู้สิ่งต้องกาย)

๖.มโนวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางใจ (รู้เรื่องในใจ)


จิตตสันดาน การสืบต่อมาโดยไม่ขาดสายของจิต,

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2019, 13:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 31093

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สรุปในเบื้องต้นว่า จะเป็นชีวิตขึ้นมาได้ต้องประกอบด้วยธรรมชาติ ๒ อย่าง คือ ร่างกาย ๑ จิตใจ ๑

รูปภาพ

หรือจะเรียก รูป ๑ นาม ๑ หรือ รูปธรรม ๑ นามธรรม ๑ หรือจะเรียก นามรูป ก็ย่อมได้ :b12:

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


แก้ไขล่าสุดโดย กรัชกาย เมื่อ 26 เม.ย. 2019, 13:45, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2019, 13:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6251

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
"สภาวะ" "สภาวธรรม"

รูปภาพ


สภาพ, สภาวะ ความเป็นเอง, สิ่งที่เป็นเอง, ธรรมดา

สภาวธรรม หลักแห่งความเป็นเอง, สิ่งที่เป็นเองตามธรรมดาของเหตุปัจจัย

สรีระ ร่างกาย

สรีรยนต์ กลไกคือร่างกาย



จิต, จิตต์ ธรรมชาติที่รู้อารมณ์, สภาพที่นึกคิด, ความคิด, ใจ, ตามหลักอภิธรรม จำแนกจิตเป็น ๘๙ (หรือพิสดาร เป็น ๑๒๑)

วิญญาณ ความรู้แจ้งอารมณ์, จิต, ความรู้ที่เกิดขึ้นเมื่ออายตนะภายในและอายตนะภายนอกกระทบกัน เช่น รู้อารมณ์ในเวลา เมื่อ รูป มากระทบ ตา เป็นต้น ได้แก่ การเห็น การได้ยิน เป็นอาทิ
วิญญาณ ๖ คือ

๑. จักขุวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางตา (เห็น)

๒. โสตวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางหู (ได้ยิน)

๓.ฆานวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางจมูก (ได้กลิ่น)

๔.ชิวหาวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางลิ้น (รู้รส)

๕.กายวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางกาย (รู้สิ่งต้องกาย)

๖.มโนวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางใจ (รู้เรื่องในใจ)


จิตตสันดาน การสืบต่อมาโดยไม่ขาดสายของจิต,

Kiss
๖ข้อมีครบแล้วเดี๋ยวนี้ที่กายของคุณ
ตา. =๑. จักขุวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางตา (เห็น)

หู. =๒. โสตวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางหู (ได้ยิน)

จมูก. =๓.ฆานวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางจมูก (ได้กลิ่น)

ลิ้น. =๔.ชิวหาวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางลิ้น (รู้รส)

กาย. =๕.กายวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางกาย (รู้สิ่งต้องกาย)

ใจ. =๖.มโนวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางใจ (รู้เรื่องในใจ)

คนไม่ตาย. =จิตตสันดาน การสืบต่อมาโดยไม่ขาดสายของจิต

อันที่ไม่มีเดี๋ยวนี้คือปัญญาเริ่มต้นตามลำดับจาก1สุตมยปัญญามันถึงจะเจริญขึ้นถูกตรงตามคำสอน
https://youtu.be/3xuOgfl33N4
:b12:
:b4: :b4:


แก้ไขล่าสุดโดย Rosarin เมื่อ 26 เม.ย. 2019, 14:09, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2019, 13:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 31093

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เข้าเรื่อง ผู้มีพื้นฐานทางพุทธธรรมอยู่แล้ว เพียงแค่สามบันทัดนั่น เข้าใจโล่งถึงกระดูกไขสันหลังเรย :b32: กล่าวคือ แยกได้ระหว่างภาษาคน กับ ภาษาธรรม ดู

รูปภาพ


ตัวสภาวะ

พุทธธรรมมองเห็นสิ่งทั้งหลายเป็นธาตุ เป็นธรรม เป็นสภาวะ* อันมีอยู่เป็นอยู่ตามภาวะของมัน ที่เป็นของมันอย่างนั้น เช่นนั้น ตามธรรมดาของมัน มิใช่มีเป็นสัตว์ บุคคล อัตตา ตัวตน เราเขา ที่จะยึดถือเอาเป็นเจ้าของ ครอบครอง บังคับบัญชาให้เป้นไปตามปรารถนาอย่างไรๆ ได้



ที่อ้างอิง *

*นิยมเรียกยาวเป็น "สภาวธรรม" ตามคำบาลีว่า "สภาวธมฺม" ซึ่งมาจาก ส+ภาว+ธมฺม แปลตรงตัวว่า สิ่งที่มีภาวะของมันเอง

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2019, 13:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 31093

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
"สภาวะ" "สภาวธรรม"

รูปภาพ


สภาพ, สภาวะ ความเป็นเอง, สิ่งที่เป็นเอง, ธรรมดา

สภาวธรรม หลักแห่งความเป็นเอง, สิ่งที่เป็นเองตามธรรมดาของเหตุปัจจัย

สรีระ ร่างกาย

สรีรยนต์ กลไกคือร่างกาย



จิต, จิตต์ ธรรมชาติที่รู้อารมณ์, สภาพที่นึกคิด, ความคิด, ใจ, ตามหลักอภิธรรม จำแนกจิตเป็น ๘๙ (หรือพิสดาร เป็น ๑๒๑)

วิญญาณ ความรู้แจ้งอารมณ์, จิต, ความรู้ที่เกิดขึ้นเมื่ออายตนะภายในและอายตนะภายนอกกระทบกัน เช่น รู้อารมณ์ในเวลา เมื่อ รูป มากระทบ ตา เป็นต้น ได้แก่ การเห็น การได้ยิน เป็นอาทิ
วิญญาณ ๖ คือ

๑. จักขุวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางตา (เห็น)

๒. โสตวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางหู (ได้ยิน)

๓.ฆานวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางจมูก (ได้กลิ่น)

๔.ชิวหาวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางลิ้น (รู้รส)

๕.กายวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางกาย (รู้สิ่งต้องกาย)

๖.มโนวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางใจ (รู้เรื่องในใจ)


จิตตสันดาน การสืบต่อมาโดยไม่ขาดสายของจิต,

Kiss
๖ข้อมีครบแล้วเดี๋ยวนี้ที่กายของคุณ
ตา. =๑. จักขุวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางตา (เห็น)

หู. =๒. โสตวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางหู (ได้ยิน)

จมูก. =๓.ฆานวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางจมูก (ได้กลิ่น)

ลิ้น. =๔.ชิวหาวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางลิ้น (รู้รส)

กาย. =๕.กายวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางกาย (รู้สิ่งต้องกาย)

ใจ. =๖.มโนวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางใจ (รู้เรื่องในใจ)

คนไม่ตาย. =จิตตสันดาน การสืบต่อมาโดยไม่ขาดสายของจิต

อันที่ไม่มีเดี๋ยวนี้คือปัญญาเริ่มต้นตามลำดับจาก1สุตมยปัญญามันถึงจะเจริญขึ้นถูกตรงตามคำสอน
:b12:
:b4: :b4:


ปัญญาก็เจตสิกซึ่งเป็นคุณสมบัติของจิตนั่นไง

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2019, 14:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 31093

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
เข้าเรื่อง ผู้มีพื้นฐานทางพุทธธรรมอยู่แล้ว เพียงแค่สามบันทัดนั่น เข้าใจโล่งถึงกระดูกไขสันหลังเรย :b32: กล่าวคือ แยกได้ระหว่างภาษาคน กับ ภาษาธรรม ดู

รูปภาพ


ตัวสภาวะ

พุทธธรรมมองเห็นสิ่งทั้งหลายเป็นธาตุ เป็นธรรม เป็นสภาวะ* อันมีอยู่เป็นอยู่ตามภาวะของมัน ที่เป็นของมันอย่างนั้น เช่นนั้น ตามธรรมดาของมัน มิใช่มีเป็นสัตว์ บุคคล อัตตา ตัวตน เราเขา ที่จะยึดถือเอาเป็นเจ้าของ ครอบครอง บังคับบัญชาให้เป้นไปตามปรารถนาอย่างไรๆ ได้



ที่อ้างอิง *

*นิยมเรียกยาวเป็น "สภาวธรรม" ตามคำบาลีว่า "สภาวธมฺม" ซึ่งมาจาก ส+ภาว+ธมฺม แปลตรงตัวว่า สิ่งที่มีภาวะของมันเอง


ต่อ


บรรดาสิ่งทั้งหลาย ที่รู้จักเข้าใจกันอยู่โดยทั่วไปนั้น มีอยู่เป็นอยู่เป็นไปในรูปของส่วนประกอบต่างๆ ที่มาประชุมกัน ตัวตนแท้ๆ ของสิ่งทั้งหลายไม่มี
เมื่อแยกส่วนต่างๆ ที่มาประกอบกันเข้านั้นออกไปให้หมด ก็จะไม่พบตัวตนของสิ่งนั้นเหลืออยู่

ตัวอย่างง่ายๆ ที่ยกขึ้นอ้างกันบ่อยๆ คือ "รถ" เมื่อนำส่วนประกอบต่างๆมาประกอบเข้าด้วยกันตามแบบที่กำหนด ก็บัญญัติเรียกกันว่า "รถ*" (สํ.ส.15/554/198)

แต่ถ้าแยกส่วนประกอบทั้งหมดออกจากกัน ก็จะหาตัวตนของรถไม่ได้ มีแต่ส่วนประกอบทั้งหลาย ซึ่งมีชื่อเรียกต่างๆกัน จำเพาะแต่ละอย่างอยู่แล้ว คือ ตัวตนของรถมิได้มีอยู่ต่างหากจากส่วนประกอบเหล่านั้น มีแต่เพียงคำบัญญัติว่า "รถ"

สำหรับสภาพที่มารวมตัวกันเข้าของส่วนประกอบเหล่านั้น แม้ส่วนประกอบแต่ละอย่างๆนั้นเอง ก็ปรากฏขึ้นโดยการรวมกันเข้าของส่วนประกอบย่อยๆ ต่อๆไปอีก และหาตัวตนที่แท้ไม่พบเช่นเดียวกัน

เมื่อจะพูดว่า สิ่งทั้งหลายมีอยู่ ก็ต้องเข้าใจในความหมายว่า มีอยู่ในฐานะมีส่วนประกอบต่างๆ มาประชุมเข้าด้วยกัน

เมื่อมองเห็นสภาพของสิ่งทั้งหลายในรูปของการประชุมส่วนประกอบเช่นนี้ พุทธธรรมจึงต้องแสดงต่อไปว่า ส่วนประกอบต่างๆ เหล่านั้นเป็นอย่างไร มีอะไรบ้าง อย่างน้อยก็พอเป็นตัวอย่าง และโดยที่พุทธธรรมมีความเกี่ยวข้องเป็นพิเศษกับเรื่องชีวิต โดยเฉพาะด้านจิตใจ
การแสดงส่วนประกอบต่างๆ จึงต้องครอบคลุมทั้งวัตถุและจิตใจ หรือทั้งรูปธรรมและนามธรรม และมักแยกเป็นพิเศษในด้านจิตใจ

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


แก้ไขล่าสุดโดย กรัชกาย เมื่อ 26 เม.ย. 2019, 14:42, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2019, 14:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 31093

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เท่าที่ลงไปนั่น ถ้าอ่านเป็นมีพื้นฐานทางพุทธธรรมบ้าง ร้องอ๋อ สาธุสามครั้งเรย แต่ถ้าเป็นแบบคุณโรส คิกๆๆ ชาติหน้าตอนสามโมงแลง สายัณห์ตะวันแล่ๆ ไม่รู้จะเข้าใจหรือเปล่า นี่พูดจริงๆนะ :b13:

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2019, 14:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6251

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
"สภาวะ" "สภาวธรรม"

รูปภาพ


สภาพ, สภาวะ ความเป็นเอง, สิ่งที่เป็นเอง, ธรรมดา

สภาวธรรม หลักแห่งความเป็นเอง, สิ่งที่เป็นเองตามธรรมดาของเหตุปัจจัย

สรีระ ร่างกาย

สรีรยนต์ กลไกคือร่างกาย



จิต, จิตต์ ธรรมชาติที่รู้อารมณ์, สภาพที่นึกคิด, ความคิด, ใจ, ตามหลักอภิธรรม จำแนกจิตเป็น ๘๙ (หรือพิสดาร เป็น ๑๒๑)

วิญญาณ ความรู้แจ้งอารมณ์, จิต, ความรู้ที่เกิดขึ้นเมื่ออายตนะภายในและอายตนะภายนอกกระทบกัน เช่น รู้อารมณ์ในเวลา เมื่อ รูป มากระทบ ตา เป็นต้น ได้แก่ การเห็น การได้ยิน เป็นอาทิ
วิญญาณ ๖ คือ

๑. จักขุวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางตา (เห็น)

๒. โสตวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางหู (ได้ยิน)

๓.ฆานวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางจมูก (ได้กลิ่น)

๔.ชิวหาวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางลิ้น (รู้รส)

๕.กายวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางกาย (รู้สิ่งต้องกาย)

๖.มโนวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางใจ (รู้เรื่องในใจ)


จิตตสันดาน การสืบต่อมาโดยไม่ขาดสายของจิต,

Kiss
๖ข้อมีครบแล้วเดี๋ยวนี้ที่กายของคุณ
ตา. =๑. จักขุวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางตา (เห็น)

หู. =๒. โสตวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางหู (ได้ยิน)

จมูก. =๓.ฆานวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางจมูก (ได้กลิ่น)

ลิ้น. =๔.ชิวหาวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางลิ้น (รู้รส)

กาย. =๕.กายวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางกาย (รู้สิ่งต้องกาย)

ใจ. =๖.มโนวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางใจ (รู้เรื่องในใจ)

คนไม่ตาย. =จิตตสันดาน การสืบต่อมาโดยไม่ขาดสายของจิต

อันที่ไม่มีเดี๋ยวนี้คือปัญญาเริ่มต้นตามลำดับจาก1สุตมยปัญญามันถึงจะเจริญขึ้นถูกตรงตามคำสอน
:b12:
:b4: :b4:


ปัญญาก็เจตสิกซึ่งเป็นคุณสมบัติของจิตนั่นไง

:b12:
ทุกคำพิสูจน์ได้...มีตรงแล้วเดี๋ยวนี้ทุกคำ...และตรงตามพระไตรปิฎกมีตรงเดี๋ยวนี้ทุกคำ
แค่๖ข้อที่คุณเขียนมาก็มีครบแล้วเดี๋ยวนี้ที่กายของคุณ...ปัญญาไม่ใช่จิตเออเนาะ
จิตแค่เป็นประธานเสาธงยืนดูเฉยๆทำอะไรไม่ได้ยืนดูเจตสิกทำงานไปพอทำผิด
จิตตูผิดด้วย555เวลาซื้อล็อตเตอรี่เพราะอยากถูกรางวัลน่ะโลภะ+โมหะมีอวิชชา
แล้วเห็นข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ไหมพระภิกษุถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่1โอ๊ยไม่รู๊ๆๆๆๆ
ในเมื่อตถาคตให้สละเงินทองออกบวชรับเงินผิดที่1ไม่สละแถมเอาไปต่อลาภ555
:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2019, 14:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 31093

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ลงภาคปฏิบัติของแพทย์ซึ่งเข้าใจร่างกายปรุงโปร่ง แต่ยังขาดความเข้าใจเรื่องนามธรรม แทรกให้คุณโรสเป็นต้นสังเกตอีกที


นั่งสมาธิแล้วมีอาการหมุนเหวี่ยงจะอ้วก

ผมก็นั่งตามลมหายใจพุทโธไป

วันแรกๆก็ไม่เป็นอะไร พอวันที่สามนั่งไปซักพักประมาณสิบนาที เริ่มมีอาการเหวี่ยงแบบเหวี่ยงหมุนจน เวียนหัว จึงนั่งต่อไม่ได้ ลืมตาขึ้นมา นั่งดูพระรูปอื่น

เป็นอย่างนี้อยู่เกือบตลอด กลับมาที่กุฏิก่อนจะจำวัด ก็นั่ง ก็เป็นอีก

จนมาถามพระพี่เลี้ยงท่านบอกเหมือนจิตกำลังจะได้เข้าสู่ความสงบให้ผ่านจุดนี้ไปให้ได้ แต่มันก็ได้แบบแปปๆแล้วก็หมุนอีกหมุนอีก

จนลาสิกขามาก็เริ่มมาหาอ่านเองจนได้อ่านบันทึกกรรมฐานของเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ให้พิจารณา กาย เวทนา จิต ธรรม

คราวนี้ก็ทำตามหนังสือ หายใจตอนแรกก็ยาว ก็ตามไปซักพัก เริ่มพิจารณาตามสติปัฐฐาน คราวนี้หมุนเร็วเลย หมุนแรงมาก จนรู้สึก จะอาเจียนเลย

ผมก็พิจารณาว่าเป็นทุกขเวทนา ก็ดีขึ้นแปป ก็หมุนอีกเรื่อยๆ จนตอนนี้ยังแก้ไม่ได้เลยครับ ไม่รู้ว่าจะทำยังไง
ล่าสุด เมื่อคืนหมุนจนจะอ้วกจนถอนสมาธิออกมา ยังมีอาการเวียนหัวจะอ้วกมาอีกซักสิบห้านาทีค่อยดีขึ้น

คำถามครับ

1. ผมควรแก้ปัญหานี้ยังไงดี ฝืนนั่งไปเรื่อยๆจนหายหรือต้องกำหนดอะไรยังไง

2. จุดมุ่งหมายจริงๆ คือวิปัสสนากรรมฐานคืออะไรครับ

ไม่ได้โอ้อวดว่าตัวเองเก่งนะครับ พอดีผมเรียนแพทย์เลยเข้าใจพวกสรีระร่างกายมนุษย์อยู่แล้ว เมื่อมาเรียนรู้ทางธรรม พิจารณาตามขันธ์ 5 ก็เข้าใจว่ามันไม่ได้มีตัวตนจริงๆของเรา เหมือนเท่าที่อ่านการฝึกวิปัสสนา ทำให้เราเข้าใจว่าทุกอย่างมีเกิดดับของมันเป็นธรรมดา ไม่ให้เรายึดติด

แต่ถ้าผมอ่านแล้ว เข้าใจแล้ว จะทำไปเพื่ออะไร หรือว่าให้จิตเราแข็งแกร่ง จะได้มีสติรู้เท่าทันทุกการกระทำ
หลังสึกออกมาทุกวันนี้ เวลาจะโกรธใครก็เหมือนมีสติมาห้ามทัน แต่ก็ยังมีหลุดบ้าง ซึ่งก่อนหน้านี้จะตอบโต้แทบจะทันทีเพราะเป็นคนใจร้อน

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2019, 14:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 31093

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
"สภาวะ" "สภาวธรรม"

รูปภาพ


สภาพ, สภาวะ ความเป็นเอง, สิ่งที่เป็นเอง, ธรรมดา

สภาวธรรม หลักแห่งความเป็นเอง, สิ่งที่เป็นเองตามธรรมดาของเหตุปัจจัย

สรีระ ร่างกาย

สรีรยนต์ กลไกคือร่างกาย



จิต, จิตต์ ธรรมชาติที่รู้อารมณ์, สภาพที่นึกคิด, ความคิด, ใจ, ตามหลักอภิธรรม จำแนกจิตเป็น ๘๙ (หรือพิสดาร เป็น ๑๒๑)

วิญญาณ ความรู้แจ้งอารมณ์, จิต, ความรู้ที่เกิดขึ้นเมื่ออายตนะภายในและอายตนะภายนอกกระทบกัน เช่น รู้อารมณ์ในเวลา เมื่อ รูป มากระทบ ตา เป็นต้น ได้แก่ การเห็น การได้ยิน เป็นอาทิ
วิญญาณ ๖ คือ

๑. จักขุวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางตา (เห็น)

๒. โสตวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางหู (ได้ยิน)

๓.ฆานวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางจมูก (ได้กลิ่น)

๔.ชิวหาวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางลิ้น (รู้รส)

๕.กายวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางกาย (รู้สิ่งต้องกาย)

๖.มโนวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางใจ (รู้เรื่องในใจ)


จิตตสันดาน การสืบต่อมาโดยไม่ขาดสายของจิต,

Kiss
๖ข้อมีครบแล้วเดี๋ยวนี้ที่กายของคุณ
ตา. =๑. จักขุวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางตา (เห็น)

หู. =๒. โสตวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางหู (ได้ยิน)

จมูก. =๓.ฆานวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางจมูก (ได้กลิ่น)

ลิ้น. =๔.ชิวหาวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางลิ้น (รู้รส)

กาย. =๕.กายวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางกาย (รู้สิ่งต้องกาย)

ใจ. =๖.มโนวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางใจ (รู้เรื่องในใจ)

คนไม่ตาย. =จิตตสันดาน การสืบต่อมาโดยไม่ขาดสายของจิต

อันที่ไม่มีเดี๋ยวนี้คือปัญญาเริ่มต้นตามลำดับจาก1สุตมยปัญญามันถึงจะเจริญขึ้นถูกตรงตามคำสอน
:b12:
:b4: :b4:


ปัญญาก็เจตสิกซึ่งเป็นคุณสมบัติของจิตนั่นไง

:b12:
ทุกคำพิสูจน์ได้...มีตรงแล้วเดี๋ยวนี้ทุกคำ...และตรงตามพระไตรปิฎกมีตรงเดี๋ยวนี้ทุกคำ
แค่๖ข้อที่คุณเขียนมาก็มีครบแล้วเดี๋ยวนี้ที่กายของคุณ...ปัญญาไม่ใช่จิตเออเนาะ
จิตแค่เป็นประธานเสาธงยืนดูเฉยๆทำอะไรไม่ได้ยืนดูเจตสิกทำงานไปพอทำผิด
จิตตูผิดด้วย555เวลาซื้อล็อตเตอรี่เพราะอยากถูกรางวัลน่ะโลภะ+โมหะมีอวิชชา
แล้วเห็นข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ไหมพระภิกษุถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่1โอ๊ยไม่รู๊ๆๆๆๆ
ในเมื่อตถาคตให้สละเงินทองออกบวชรับเงินผิดที่1ไม่สละแถมเอาไปต่อลาภ555
:b32: :b32: :b32:



ไปโน่นอีก คิกๆๆๆ

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2019, 14:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6251

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
กรัชกาย เขียน:
"สภาวะ" "สภาวธรรม"

รูปภาพ


สภาพ, สภาวะ ความเป็นเอง, สิ่งที่เป็นเอง, ธรรมดา

สภาวธรรม หลักแห่งความเป็นเอง, สิ่งที่เป็นเองตามธรรมดาของเหตุปัจจัย

สรีระ ร่างกาย

สรีรยนต์ กลไกคือร่างกาย



จิต, จิตต์ ธรรมชาติที่รู้อารมณ์, สภาพที่นึกคิด, ความคิด, ใจ, ตามหลักอภิธรรม จำแนกจิตเป็น ๘๙ (หรือพิสดาร เป็น ๑๒๑)

วิญญาณ ความรู้แจ้งอารมณ์, จิต, ความรู้ที่เกิดขึ้นเมื่ออายตนะภายในและอายตนะภายนอกกระทบกัน เช่น รู้อารมณ์ในเวลา เมื่อ รูป มากระทบ ตา เป็นต้น ได้แก่ การเห็น การได้ยิน เป็นอาทิ
วิญญาณ ๖ คือ

๑. จักขุวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางตา (เห็น)

๒. โสตวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางหู (ได้ยิน)

๓.ฆานวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางจมูก (ได้กลิ่น)

๔.ชิวหาวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางลิ้น (รู้รส)

๕.กายวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางกาย (รู้สิ่งต้องกาย)

๖.มโนวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางใจ (รู้เรื่องในใจ)


จิตตสันดาน การสืบต่อมาโดยไม่ขาดสายของจิต,

Kiss
๖ข้อมีครบแล้วเดี๋ยวนี้ที่กายของคุณ
ตา. =๑. จักขุวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางตา (เห็น)

หู. =๒. โสตวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางหู (ได้ยิน)

จมูก. =๓.ฆานวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางจมูก (ได้กลิ่น)

ลิ้น. =๔.ชิวหาวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางลิ้น (รู้รส)

กาย. =๕.กายวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางกาย (รู้สิ่งต้องกาย)

ใจ. =๖.มโนวิญญาณ ความรู้อารมณ์ทางใจ (รู้เรื่องในใจ)

คนไม่ตาย. =จิตตสันดาน การสืบต่อมาโดยไม่ขาดสายของจิต

อันที่ไม่มีเดี๋ยวนี้คือปัญญาเริ่มต้นตามลำดับจาก1สุตมยปัญญามันถึงจะเจริญขึ้นถูกตรงตามคำสอน
:b12:
:b4: :b4:


ปัญญาก็เจตสิกซึ่งเป็นคุณสมบัติของจิตนั่นไง

:b12:
ทุกคำพิสูจน์ได้...มีตรงแล้วเดี๋ยวนี้ทุกคำ...และตรงตามพระไตรปิฎกมีตรงเดี๋ยวนี้ทุกคำ
แค่๖ข้อที่คุณเขียนมาก็มีครบแล้วเดี๋ยวนี้ที่กายของคุณ...ปัญญาไม่ใช่จิตเออเนาะ
จิตแค่เป็นประธานเสาธงยืนดูเฉยๆทำอะไรไม่ได้ยืนดูเจตสิกทำงานไปพอทำผิด
จิตตูผิดด้วย555เวลาซื้อล็อตเตอรี่เพราะอยากถูกรางวัลน่ะโลภะ+โมหะมีอวิชชา
แล้วเห็นข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ไหมพระภิกษุถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่1โอ๊ยไม่รู๊ๆๆๆๆ
ในเมื่อตถาคตให้สละเงินทองออกบวชรับเงินผิดที่1ไม่สละแถมเอาไปต่อลาภ555
:b32: :b32: :b32:

ต้องสละก่อนปลงอาบัติค่ะ...อาบัติแปลว่าขาดจากการเป็นนักบวชแล้วแค่ห่มผ้าเหมือนมีขายเต็มตลาด
ถูกรางวัลต้องสละเนี่ยไม่สละเก็บไปไว้ทำอะไรบวชฉันจากบิณฑบาตพอยังชีพไม่เก็บสะสมอะไรใช่ไหมคะ
เหยียบย่ำสิกขาบทน้อยใหญ่กันเป็นว่าเล่นคำสอนแทนตถาคต/คิดไหมตายแล้วไปอบายภูมิ/คำสอนตรงจริง
:b8:
ลืมหูลืมตาดูพฤติกรรมต่างๆของคนที่ทำผิดสิคะทำอะไรเอาไว้...ชาวบ้านเขาฟังคำสอนจนตาสว่างกันแระ
:b32: :b32:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 37 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร