วันเวลาปัจจุบัน 04 มิ.ย. 2020, 15:45  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 เม.ย. 2020, 07:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3793


 ข้อมูลส่วนตัว


...ธรรมะของพระพุทธเจ้า
ที่เป็น..”ยารักษาโรคใจ”นี้
.
คือธรรมโอสถนี้
ก็เป็นแบบ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค
แต่ไม่คิดเงินเลย ..”ฟรี เป็นทาน”
.
เป็นธรรมทาน เพราะว่าออกมา
จากจิตพระทัยอันบริสุทธิ์ของเจ้าของยา
เจ้าของยาคือ..พระพุทธเจ้า
“ผู้ทรงตรัสรู้ธรรมอันประเสริฐ”
.
ได้ทรงค้นพบธรรมะอันประเสริฐ
ที่จะเอามารักษาโรคของใจ
ให้หายขาด ..หายอย่างถาวร
ที่ไม่มีอะไรในโลกนี้ ที่สามารถที่จะทำได้.
...............................
.
ธรรมะหน้ากุฏิ
14 / 4 / 2563
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี










พูดน่ะพูดได้ ใครก็ทำได้ ในตำรามันไม่ยากนะ
กับแค่การเรียบเรียงคำพูด
ท่องได้ยังกับนกแก้ว แก้วจ๋าๆๆ อยู่นั่น...
ตัวแก้วน่ะไม่รู้อยู่ไหนเหมือนกันแก้วน่ะ...
มันจะยากอะไร เอ้า...ถ้าจิตอยู่กับพุทโธ ๒๔ ชั่วโมง
มันก็สังเกตได้หรอก มันจะเห็นไปหรอก
.
หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดป่าภูผาแดง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี
เทศน์เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๓๘









"ความอิจฉาคนอื่นนั่นล่ะทุกข์ใหญ่ มันคอยระแวงริษยาอาฆาตความดีผู้อื่น เขาจะเฮ็ดดีก็ติ เขาจะสร้างบุญก็นินทา พอเขาพลาดมาตัวอิจฉามันก็เหยียบเขา นี่ละคนเนาะคน ถ้าบ่พยามขัดถูตัวอิจฉาออกจากจิตจากใจ มันทุกข์ถึงวันตายเนาะ"

โอวาทธรรม หลวงปู่จื่อ พันธมุตโต
วัดเขาตาเงาะอุดมพร อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ













#เราไม่เคยคาดเคยคิดเรื่องพระพุทธเจ้า_พระธรรม_พระสงฆ์จะมาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้

"ติดหัวใจมาตลอดจนกระทั่งถึงขณะนั้น พุทโธเป็นพุทโธ ธัมโมเป็นธัมโม สังโฆเป็นสังโฆ เป็น ๓ พระรัตนตรัยอยู่อย่างนั้น แต่พอจิตได้ขาดสะบั้นจากสมมุติโดยประการทั้งปวงแล้ว เป็นอันเดียวกันกับพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ทั้งหลาย ว่า พุทธก็ดี ธรรมก็ดี สงฆ์ก็ดี มาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ยังไง นั่นละเพราะฉะนั้นท่านจึงว่า นตฺถิ เสยฺโยว ปาปิโย เมื่อถึงขั้นบริสุทธิ์เต็มสัดเต็มส่วนแล้วนั้น ไม่มีใครยิ่งใครหย่อนต่างกันเลย เหมือนกันหมด นี่ละจึงว่าพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ มาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน นั่นหมายถึงว่าเป็นธรรมธาตุแล้ว.."

#นี่ละธรรมธาตุรวมทั้งพระพุทธเจ้า_พระธรรมพระสงฆ์_ลงเป็นธรรมชาติเดียวกันนี้

"เรียกชื่ออันหนึ่งว่าเป็นธรรมธาตุ หรือว่า
ถึงนิพพานแล้ว ก็เป็นไวพจน์ใช้แทนกันได้ ถ้าว่าเป็นธรรมธาตุนี้สนิทใจมากในสมมุติ
คำนี้นะ รวมทั้งพระพุทธเจ้า พระธรรม
พระสงฆ์ ลงในอันเดียว นี้ละที่ว่า หือ พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์มาเป็น
อันหนึ่งอันเดียวกันได้ยังไง เราเคยคิด
ที่ไหนแต่ก่อน ก็ว่าพุทโธ ธัมโม สังโฆ พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ตลอดมา
จนฝังใจไม่เคยคิดเคยอ่านเลยนะ แต่เวลาสะเทือนขึ้นในคืนวันนั้นมันก็เป็นอย่างนั้น
ขึ้นมาจริง ๆ ถึงได้อุทานขึ้นมา โอ้โห พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ มาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ยังไง.."

"นี่คือเป็นแล้วนะ นั่นละเราไม่ได้ถามใคร
เจอเข้าไปอย่างนั้น มันเป็นอย่างนั้นก็จะ
ให้พูดว่ายังไง โถ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ได้ยังไง เป็นอย่างนี้เอง เรียกว่าธรรมธาตุ
เมื่อเป็นขึ้นแล้วไม่ต้องถามใครประจักษ์ในหัวใจ..."

#หลวงตาพระมหาบัว_ญาณสัมปันโน













“อย่าสำคัญว่าตนเอง เก่งกาจสามารถ
ฉลาดรู้กว่าเขาเลย ถึงกับสร้างความมืด
มิดปิดตาทับถมตัวเองจนไม่มีวันสร่างซา
เมื่อถึงเวลาจนตรอกอาจจนยิ่งกว่าสัตว์
ยังไม่เตรียมทราบไว้เสียแต่บัดนี้ ซึ่งอยู่
ในฐานะอันควรเมื่อมีผู้เตือนสติ ควรยึด
มาเป็นธรรมคำสอนจะเป็นคนมีขอบเขต
มีเหตุผล ไม่ทำตามความอยาก เมื่อ
พยายามฝ่าฝืนให้เป็นไปตามทางของ
นักปราชญ์ ได้จะประสบผลคือความสุข
ในปัจจุบันทันตา แม้จะมิได้เป็นเจ้าของ
เงินล้านแต่มีทางได้รับความสุขจากสมบัติ
และความประพฤติดีของตน..”

#โอวาทธรรม
#พระครูวินัยธรมั่น_ภูริทตฺโต
วัดป่าสุทธาวาส อ.เมือง จ.สกลนคร
(พ.ศ. ๒๔๑๓ - ๒๔๙๒)











เรื่อง "ชีวิตหลังความตาย ไม่มีการต่อรอง"
ชีวิตหลังความตาย ไม่มีการต่อรองได้ หากบุญมากก็ไปสวรรค์ในชั้นที่เหมาะกับแรงกุศลของตนเท่านั้น จะขอความเป็นทิพย์แห่งสวรรค์ที่มากหรือน้อยกว่านั้นไม่ได้ และหากแรงบาปมาก ก็ต้องไปนรกขุมต่างๆ ตามแรงกรรมของตน ซึ่งเต็มไปด้วยทุกข์กับร้อนเท่านั้น จะขอต่อรองพักยก ความทุกข์ร้อนทรมาน เพียงช้าง กระพือหู งูแลบลิ้น ไม่ได้เลย ต้องก้มหน้ารับกรรมไป ต่อรองได้แต่ในชีวิตจริงในโลกมนุษย์ขณะนี้เดี๋ยวนี้เท่านั้น ที่ทุกคนมีสิทธิ์จะเลือกทำดี หรือชั่ว บุญ หรือบาป
ฉะนั้น ขอทุกคนจะเร่งทาน เร่งศีล เร่งภาวนาของตนแต่บัดนี้เสีย จะได้ออกไปจากการ ซัดเหวี่ยงของสังสารวัฏนี้ได้

คติธรรม หลวงปู่ฝั้น อาจาโร









#การหัดทรงอารมณ์จิตแบบง่ายๆ
"การหัดทรงอารมณ์จิตแบบง่ายๆ แต่
มีผลดีแล้วก็ตั้งใช้อารมณ์ไว้น้อยๆ อย่า
ให้มาก ใหม่ๆ ตั้งอารมณ์ไว้ใช้สิบระยะ
ของการหายใจเข้าออก หายใจเข้าหาย
ใจออกนับเป็นหนึ่ง แล้วก็นับถึงสิบ พอ
สิบรักษาอารมณ์ไว้ ถ้าอารมณ์มันซ่าน
นับหนึ่งใหม่ถ้ามันยังไม่ถึงสิบ ถ้าถึงสิบ
แล้วถ้าใจยังสบายอยู่ก็ว่าต่อไปอีกสิบ
ถ้าเห็นว่าจะพล่านมากเกินไปเอาไว้ไม่ได้
ก็เลิก เวลาท่านนอนก่อนหลับ พยายาม
จับลมหายใจให้ได้สิบคู่ ถ้าสิบคู่แล้วถ้า
จิตมันจะคิดก็เชิญให้มันคิดไป ถ้าตื่นมา
ใหม่ๆ ยังไม่ลุกจากที่นอน ยังนอนอยู่แบบ
นั้นก็จับลมหายใจอีกสิบคู่ ภาวนาด้วยต่อ
ไป เวลาที่ท่านเดินไปเดินมา แล้วนั่งบ้าง
จับลมหายใจให้ได้อีกสิบคู่ ไม่ต้องเลือกเวลา"
#ถ้าทำอย่างนี้จริงๆ_ทรงอารมณ์จิตจริงๆ
"ภายในสามเดือนนี่ ท่านจะเป็นคนทรงฌาน
ที่ดีที่สุด อารมณ์ฟุ้งซ่านจะหายไป ไอ้หาย
เลยน่ะไม่หาย แต่มันจะเบาลง คนที่ไม่มีอารมณ์ฟุ้งซ่านจริงๆ ก็คือพระอรหันต์ อันนี้เป็นวิธีต้นที่บรรดาท่านพุทธบริษัททุกท่าน
จะต้องพยายามฝึก ต้องพยายามทำ เอา
ชนะมันนานไม่ได้เราก็เอาชนะเร็วๆ ยาว
ไม่ได้ เราก็สั้น อย่างไรๆ วันหนึ่งให้ชนะ
ให้ได้ ขึ้นชื่อว่าทุกวันเราต้องเป็นผู้ชนะ
ชนะมากไม่ได้เราก็ชนะน้อย ก็ชื่อว่าเป็น
ผู้ชนะ.. "

#ธรรมโอวาทจาก
#หนังสือธรรมปฏิบัติเล่ม๓๗
#หลวงพ่อพระราชพรหมยานมหาเถระ
#วัดท่าซุง












ความดีก็ตาม ความชั่วก็ตาม ทุกอย่างมีกาล มีเวลาหมด จะให้ผลตอนไหนก็แล้วแต่เหตุปัจจัย ที่เราทำ เราสร้างขึ้น พวกเราก็เหมือนกัน ยังไม่พอ ก็สร้างกันไปก่อน บำเพ็ญไปก่อน ฝึกฝนอบรมจิตใจตนเอง สร้างคุณงามความดี ให้เกิด ให้มีขึ้นแก่ตน ไม่ได้ทำเพื่อใคร ทำเพื่อตนเอง

หลวงพ่อสมบูรณ์ กันตสีโล วัดป่าสมบูรณ์ธรรม ชาติตระการ พิษณุโลก









"..พอแก่มาแล้วก็เจ็บหู
เจ็บตา เจ็บปาก เจ็บเอ็น
เจ็บเนื้อ เจ็บตามแขน
ตามขา เจ็บไปหาที่ตาย
โอ่ยเน๊าะ ก้อนโรค
ถ้าเราดูตามตัวเรา

ยังไปหลงชอบสาวว่าสวย
สวยอะไร มีแต่น้ำเลือด
น้ำเหลือง น้ำมูตร น้ำคูถ
เต็มไส้เต็มพุง
มีแต่ของเน่าไม่พากันดู

ดูซิ ว่ามันเป็น
"อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา"
มันก็อยู่กับพวกนี้แหละ "

โอวาทธรรม
หลวงปู่เพียร วิริโย









การ "ถอนตัว" ออกจาก "สมมุติ" เพื่อให้จิตหลุดพ้น
ไม่ "หลงในอาการ"
ด้วย "สมถะ" และ "วิปัสสนา"

"สมถะ" ให้แยก "กายกับจิต"
กาย เป็นที่อยู่ที่อาศัยของจิต
ทำจิตให้อยู่กับลมหายใจ ให้เอาจิตมารวมอยู่ที่จิต แล้วเอา จิต ให้รู้จัก ลม ภาวนา พุทโธ พุทโธ ปล่อยวางข้างนอกให้หมด อย่าไปเกาะกับสิ่งทั้งหลายทั้งปวงทั้งนั้น ให้ปล่อย ให้เป็น "อันเดียว" รวมจิตลงที่ "อันเดียว" มันไม่ ส่งจิต ไปทางอื่นแล้ว มัน จะรวม อยู่ที่นั่น

เมื่อพบเช่นนี้ เราก็มี "อันเดียว" เท่านั้น เหลือแต่ "ความรู้" หรือ "ผู้รู้" อันเดียว ให้รวมจิตเข้ามาเป็น "หนึ่ง" หรือ "จิตหนึ่ง" นี้คือธุระหน้าที่ของเรา

"วิปัสสนา" เมื่อ "จิตหนึ่ง" เกิดแล้ว (จากสมถะ) กำหนดเอา "จิตหนึ่ง" มาเดิน "วิปัสสนาปัญญา" พิจารณาใน "ปัจจุบันธรรม" ให้ยึดหลัก " ทุกข์มันไม่ได้นอนเนื่องอยู่ในใจหรอก
มันเกิดเมื่อมันรู้เดี๋ยวนี้ กิเลสไม่ได้นอนเนื่องอยู่ในใจเราเหมือนกัน มันเกิดเดี๋ยวนี้ เกิดในปัจจุบันธรรม"

ใน"ปัจจุบันธรรม" จะมี ผู้รู้, จิต, และ, อารมณ์ เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอยู่

"ผู้รู้"... เป็น ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นสัมมาทิฐิ ผู้รู้ ออกมาจาก จิต ผู้รู้ กับ จิต เป็นตัวเดียวกัน

"จิต"....เป็นผู้ทำงานทั่วถึงทุกทิศ ทั้งภายในภายนอก เป็นผู้นึกคิด เป็นผู้ปรุงแต่ง

"อารมณ์"....อารมณ์เกิดมาทาง ขันธ์ ๕ ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ กระทบ ตา หู จมูก ลิ้น กาย **เมื่ออารมณ์มากระทบอายตนะ มันก็มาถึงจิตทันที**

เมื่อ "ผู้รู้" เห็นเช่นนี้ เกิดแล้วมันก็ดับ ดับแล้วมันก็เกิด มันเป็นของมันอยู่อย่างนั้น

เมื่อคิดแล้วก็ไม่รู้จะไปเอาอะไรกับมัน จิตก็จะปล่อยวางอยู่กับธรรมชาติ

สุข - ทุกข์ มันก็มีแต่การเกิด-ดับอยู่เท่านั้น ก็ปล่อยไปตามธรรมชาติของมันเพราะมันไม่มีอะไร
อันนี้เป็น "อารมณ์" อันนี้มันเป็น "จิต" เมื่อรู้เท่าทันอารมณ์ ตามเป็น จริงแล้ว

"จิต" นั้นเลยเป็น "เสรี" (จิตหนึ่ง)

พระโพธิญาณเถร
(หลวงปู่ชา สุภัทโท)
วัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี










“ชีวิตของคนเรา ทำหน้าที่เหมือนเทียนไข
เมื่อจุดแล้ว ก็มีหน้าที่ดับอย่างเดียว แต่จะดับช้าดับเร็ว
ก็สุดแล้วแต่อุปสรรคของแต่ละคน แต่เมื่อเทียนนั้น
ให้แสงสว่างแล้ว เราจะใช้แสงสว่างนั้นอย่างไร ก่อนจะดับ”

หลวงปู่ดุลย์ อตุโล


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 12 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร