วันเวลาปัจจุบัน 10 ธ.ค. 2019, 20:42  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 เม.ย. 2019, 08:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7540

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


ทุกคนเกิดมาพร้อมกับความตาย แล้วแต่ว่าจะตายเมื่อ
ไหร่ตายตอนไหน ตายยังไง ตายแบบไหน ความตายนั้น
แน่นอนเป็นสิ่งที่เที่ยงแท้ว่าเราจะต้องตาย แต่เรามิอาจรู้
ได้ว่าจะตายวัน เดือน ปีไหน ตายแล้วไปไหนยังไงเมื่อยัง
ไม่ได้ศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว ผมเอง
ก็ไม่เคยรู้ และมิอาจรู้ได้ว่าตายแล้วไปเกิดเป็นสัตว์ต่างๆนา
ๆ เป็นเทวาดาและอีกมากมาย......แล้วก็วกวนเวียนมาเกิด
เป็นมนุษได้อีกเมื่อเหตุปัจจัยพร้อมแล้ว เป็นอยู่อย่างนี้จนกว่า
เราจะหลุดออกจากวงจรการเวียนว่ายตายเกิดเข้าสู่แดนพระ
นิพพานเท่านั้น

จะตายวันไหนยังไม่รู้ แล้วจะมัวถกเถียง แกร่งแย้งชิงดีชิงเด่นกันไป
ทำไม ต่างคนต่างทำความดี เมื่อเค้ามีดีน้อยเราก็ควรยินดีด้วย หากแนะ
นำได้ก็ค่อยๆบอกว่าแนะนำ หากเค้าไม่ฟังก็คิดเสียว่า สัตว์โลกย่อมเป็น
ไปตามกรรม หรืออาจยังไม่ถึงเวลาของเค้าที่จะรับรู้ ปล่อยวางได้ก็ย่อม
เป็นสุข แต่ก็ควรบอกด้วยจิตที่ประกอบด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา และอเบก
ขาครับ ย่อมเป็นสุขทั้งผู้ให้และผู้รับนับว่าเป็นการสร้างเสริมคนดีๆให้เกิด
ขึ้นในสังคม เพิ่มคนดี ก็เป็นเหตุปัจจัยให้เมื่อบวชเป็นพระก็ย่อมจะได้พระดีๆ
เพิ่มขึ้นครับ

หายใจเข้าตาย หายใจออกตาย พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนไว้ ใครทำได้ก็

สาธุ อนุโมทนาด้วยครับ :b8:

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 เม.ย. 2019, 13:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7540

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


คนโดยทั่วไปแล้ว ยิ่งไม่เคยศึกษาพระธรรมและนำมาปฏิบัติ
แล้วก็มักจะกลัวความตาย หรือไม่อยากได้ยินได้เห็น หรือพูดถึง
เลย คนบางจำพวกก็เห็นว่าการพูดจาเกี่ยวกับเรื่องความตายนั้น
เป็นสิ่งไม่ดีไปอีกด้วยช้ำ ทั้งที่พระพุทธเจ้าพระองค์ทรงให้ระลึก

นึกถึงภาวนาความตาย ว่าเราทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องตายกันทั้งนั้น
เพื่อไม่ให้ประมาทหลงไปทำความชั่ว เพื่อสะสมบุญกุศล และเพื่อ
ปฏิบัติธรรมเพื่อให้ถึงพระนิพพานในชาติปัจจุ เมื่อคุณพบเจอหรือไป
งานศพ คุณเคยคิดหรือระลึกบ้างไหมว่า เราก็ตายเช่นกัน และจะตาย
เช่นกัน นี้คือการระลึกหรือเจริญมรณสติเพื่อความไม่ประมาทในชีวิตนั้น
เอง

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 เม.ย. 2019, 20:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7540

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


Quote Tipitaka:
ปฏิปทาสูตรที่ ๓

[๑๗๐] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ที่พักก่อด้วยอิฐ ชื่อนาทิกะ ณ ที่นั้นแล
พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระ
ภาคแล้ว พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย มรณสติอันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มาก
แล้ว ย่อมมีผลมากมีอานิสงส์มาก หยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นที่สุด เธอทั้งหลายย่อมเจริญ
มรณสติหรือหนอ ฯ
เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ภิกษุรูปหนึ่งกราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระ
องค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ย่อมเจริญมรณสติ ฯ
พ. ดูกรภิกษุ ก็เธอเจริญมรณสติอย่างไร ฯ
ภิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ในการเจริญมรณสติ นี้ ข้าพระองค์มีความคิดอย่างนี้ว่า โอหนอ
เราพึงเป็นอยู่คืนหนึ่งวันหนึ่ง พึงมนสิการถึงคำสอนของพระผู้มีพระภาค เราได้กระทำคำสอนของ
พระผู้มีพระภาคเป็นอันมากหนอ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เจริญมรณสติอย่างนี้แล ฯ

ภิกษุแม้อีกรูปหนึ่งกราบทูลพระผู้มีพระภาคอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แม้ข้าพระองค์
ก็เจริญมรณสติ ฯ
พ. ดูกรภิกษุ ก็เธอเจริญมรณสติอย่างไร ฯ
ภิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ในการเจริญมรณสตินี้ ข้าพระองค์มีความคิดอย่างนี้ว่า โอหนอ
เราพึงเป็นอยู่ตลอดวันหนึ่ง พึงมนสิการถึงคำสอนของพระผู้มีพระภาค เราได้กระทำคำสอนของ
พระผู้มีพระภาคเป็นอันมากหนอ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เจริญมรณสติอย่างนี้แล ฯ

ภิกษุแม้อีกรูปหนึ่งกราบทูลพระผู้มีพระภาคอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แม้ข้าพระองค์
ก็เจริญมรณสติ ฯ
พ. ดูกรภิกษุ ก็เธอเจริญมรณสติอย่างไร ฯ
ภิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ในการเจริญมรณสตินี้ ข้าพระองค์มีความคิดอย่างนี้ว่า โอหนอ
เราพึงเป็นอยู่เพียงครึ่งวัน พึงมนสิการถึงคำสอนของพระผู้มีพระภาค เราได้กระทำคำสอนของ
พระผู้มีพระภาคเป็นอันมากหนอ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เจริญมรณสติอย่างนี้แล ฯ

ภิกษุแม้อีกรูปหนึ่งกราบทูลพระผู้มีพระภาคอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ แม้
ข้าพระองค์ก็เจริญมรณสติ ฯ
พ. ดูกรภิกษุ ก็เธอเจริญมรณสติอย่างไร ฯ
ภิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ในการเจริญมรณสตินี้ ข้าพระองค์มีความคิดอย่างนี้ว่า โอหนอ
เราพึงเป็นอยู่เพียงชั่วเวลาบริโภคบิณฑบาตมื้อหนึ่ง พึงมนสิการถึงคำสอนของพระผู้มีพระภาค
เราได้ทำคำสอนของพระผู้มีพระภาคเป็นอันมากหนอ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เจริญ
มรณสติอย่างนี้แล ฯ

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 เม.ย. 2019, 20:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7540

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


Quote Tipitaka:
ภิกษุแม้อีกรูปหนึ่งกราบทูลพระผู้มีพระภาคอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แม้ข้าพระ
องค์ก็เจริญมรณสติ ฯ
พ. ดูกรภิกษุ ก็เธอเจริญมรณสติอย่างไร ฯ
ภิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ในการเจริญมรณสตินี้ ข้าพระองค์มีความคิดอย่างนี้ว่า
โอหนอ เราพึงเป็นอยู่ชั่วเวลาบริโภคบิณฑบาตครึ่งหนึ่ง พึงมนสิการถึงคำสอนของพระผู้มี
พระภาค เราได้กระทำคำสอนของพระผู้มีพระภาคเป็นอันมากหนอ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
ข้าพระองค์เจริญมรณสติอย่างนี้แล ฯ

ภิกษุแม้อีกรูปหนึ่งกราบทูลพระผู้มีพระภาคอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แม้ข้าพระองค์
ก็เจริญมรณสติ ฯ
พ. ดูกรภิกษุ ก็เธอเจริญมรณสติอย่างไร ฯ
ภิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ในการเจริญมรณสตินี้ ข้าพระองค์มีความคิดอย่างนี้ว่า
โอหนอ เราพึงเป็นอยู่ชั่วเวลาเคี้ยวข้าว ๔-๕ คำแล้วกลืนกิน พึงมนสิการถึงคำสอนของพระ
ผู้มีพระภาค เราได้กระทำคำสอนของพระผู้มีพระภาคเป็นอันมากหนอ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
ข้าพระองค์เจริญมรณสติอย่างนี้แล ฯ

ภิกษุแม้อีกรูปหนึ่งกราบทูลพระผู้มีพระภาคอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แม้
ข้าพระองค์ก็เจริญมรณสติ ฯ
พ. ดูกรภิกษุ ก็เธอเจริญมรณสติอย่างไร ฯ
ภิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ในการเจริญมรณสตินี้ ข้าพระองค์มีความคิดอย่างนี้ว่า
โอหนอ เราพึงเป็นอยู่ชั่วเวลาเคี้ยวข้าวได้คำหนึ่งแล้วกลืนกิน พึงมนสิการถึงคำสอนของพระผู้มี
พระภาค เราได้กระทำคำสอนของพระผู้มีพระภาคเป็นอันมากหนอ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
ข้าพระองค์เจริญมรณสติอย่างนี้แล ฯ

ภิกษุแม้อีกรูปหนึ่งกราบทูลพระผู้มีพระภาคอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แม้
ข้าพระองค์ก็เจริญมรณสติ ฯ
พ. ดูกรภิกษุ ก็เธอเจริญมรณสติอย่างไร ฯ
ภิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ในการเจริญมรณสตินี้ ข้าพระองค์มีความคิดอย่างนี้ว่า
โอหนอ เราพึงเป็นอยู่ชั่วเวลาหายใจออกแล้วหายใจเข้า หรือหายใจเข้าแล้วหายใจออก พึง
มนสิการถึงคำสอนของพระผู้มีพระภาค เราได้กระทำคำสอนของพระผู้มีพระภาคเป็นอันมากหนอ
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เจริญมรณสติอย่างนี้แล ฯ

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 เม.ย. 2019, 20:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7540

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


Quote Tipitaka:
เมื่อภิกษุทั้งหลายกราบทูลอย่างนี้แล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะภิกษุเหล่านั้นว่า ดูกร
ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุใดเจริญมรณสติอย่างนี้ว่า โอหนอ เราพึงเป็นอยู่ตลอดคืนหนึ่งวันหนึ่ง พึง
มนสิการถึงคำสอนของพระผู้มีพระภาค เราได้กระทำคำสอนของพระผู้มีพระภาคเป็นอันมากหนอ
ภิกษุใดเจริญมรณสติอย่างนี้ว่า โอหนอ เราพึงเป็นอยู่ตลอดวันหนึ่ง พึงมนสิการถึง
คำสอนของพระผู้มีพระภาค เราได้กระทำคำสอนของพระผู้มีพระภาคเป็นอันมากหนอ ภิกษุใด
เจริญมรณสติอย่างนี้ว่าโอหนอ เราพึงเป็นอยู่ครั้งวัน พึงมนสิการคำสอนของพระผู้มี

พระภาค เราได้กระทำคำสอนของพระผู้มีพระภาคเป็นอันมากหนอ ภิกษุใดเจริญมรณสติอย่างนี้ว่า
โอหนอเราพึงเป็นอยู่ชั่วเวลาบริโภคบิณฑบาตมื้อหนึ่ง พึงมนสิการถึงคำสอนของพระผู้มี
พระภาค เราได้กระทำคำสอนของพระผู้มีพระภาคเป็นอันมากหนอ ภิกษุใดเจริญมรณสติอย่างนี้ว่า
โอหนอ เราพึงเป็นอยู่ชั่วเวลาบริโภคบิณฑบาตครึ่งหนึ่ง พึงมนสิการถึงคำสอนของพระผู้มีพระภาค
เราได้กระทำคำสอนของพระผู้มีพระภาคเป็นอันมากหนอ และภิกษุใดเจริญมรณสติอย่างนี้ว่า
โอหนอ เราพึงเป็นอยู่ชั่วเวลาเคี้ยวข้าวได้ ๔-๕ คำแล้วกลืนกิน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านี้
เรากล่าวว่าเป็นผู้ประมาทอยู่ เจริญมรณสติเพื่อความสิ้นอาสวะช้า ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ส่วนภิกษุใดเจริญมรณสติอย่างนี้ว่า โอหนอ เราพึงเป็นอยู่ชั่วเวลา
เคี้ยวข้าวคำหนึ่งแล้วกลืนกิน พึงมนสิการถึงคำสอนของพระผู้มีพระภาค เราได้กระทำคำสอน
ของพระผู้มีพระภาคเป็นอันมากหนอ และภิกษุใดเจริญมรณสติอย่างนี้ว่า โอหนอ เราพึงเป็นอยู่
ชั่วเวลาหายใจออกแล้วหายใจเข้าหรือหายใจเข้าแล้วหายใจออก ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านี้

เรากล่าวว่าไม่ประมาทอยู่ ย่อมเจริญมรณสติเพื่อความสิ้นอาสวะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะฉะนั้น
แหละ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราทั้งหลายจักไม่เป็นผู้ประมาทอยู่ จักเจริญมรณสติเพื่อ
ความสิ้นอาสวะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แล ฯ

:b8: :b8: :b8:

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 เม.ย. 2019, 09:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7540

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


ทุกคนล้วนแล้วแต่กำลังบ่ายหน้าไปสู่ความตายกันทั้งนั้น
แล้วแต่ว่าตอนมีชีวิตอยู่ได้ทำอะไรไว้บ้าง หากสร้างกรรมดี
ไว้มากก็ย่อมจะไปดี หากสร้างกรรมชั่วไว้มากก็ย่อมจะได้รับ
ผลของกรรมชั่วนั้นเช่นกัน หากปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจนเข้าถึง
พระนิพพานก็ไม่ต้องมาเวียนว่ายตายเกิดกันอีก

ดีหรือชั่วอยู่ที่ตัวเราจะเลือกกระทำ เมื่อรู้แล้วหากยังนิ่งเฉย
ประมาทว่าวันนั้น วันโน้น วันนี้แล้วค่อยทำ แต่อย่าลืมว่าความตาย
เราไม่อาจรู้ได้ว่าจะมาตอนไหนเมื่อไหร่ยังไง หากเราตายก่อนได้
ทำความดีแล้วก็จะไม่มีโอกาสได้ทำ หรือแก้ตัวอีกนะครับ อาจมีบ้าง
ที่บางคนตายแล้วฟื้น แต่ก็หาได้ยากอย่าไปหวังสิ่งที่อาจเป็นไปได้
เพียงเล็กน้อยแค่เสี้ยวนึ่งๆ เราเริ่มทำความดีแต่เดียวนี้ไว้ก็จะเป็นการ
ดีกว่า เรียกว่า

ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ แย่แล้วจะแก้ลำบาก(หรือไม่ได้เลย)

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 เม.ย. 2019, 19:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7540

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


จะกลัวตายก็ตาย หรือจะไม่กลัวตายก็ตาย จะรวยก็ตาย
จะสวย หล่อ ดี ชั่ว ก็ตามกันได้ทั้งนั้น จะตายตอนไหนก็มี
และเกิดขึ้นได้ บางคนตายแม้แต่ยังไม่ออกจากท้องมารดา
ออกมายังไม่ทันได้เดินก็ตาย บางคนพ่อแม่ส่งให้เรียนเสีย
จนสูง พอจบมายังมิทันได้ทำงานหาเลี้ยงพ่อแม่ก็มาตายก่อน
เสียแล้วเพราะอะไร? ช่างน่าเสียดาย เพราะกรรมนี้แหละเป็นหลัก
เพราะขาด ทาน ศีล ภาวนา เพราะกรรมแต่ชาติปางก่อนมาตัด
รอนบ้างก็มี และสาเหตุอื่นๆอีก

แต่ก็มีชาดกเรื่องหนึ่งแต่จำชื่อไม่ได้ครอบครัวนั้นไม่มีใครเคยตาย
ตั้งแต่อายุยังน้อยยังเป็นหนุ่มเป็นสาวเลยสักคน เพราะท่านเหล่านั้น
รักษาศีล ๕ เป็นประจำมานานแล้วนั้นเองครับ

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร