วันเวลาปัจจุบัน 21 ม.ค. 2019, 15:08  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ม.ค. 2019, 09:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3824

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

อะไรที่มากเกินไปแล้วส่วนใหญ่จะไม่ค่อยจะดี ควร
ปรับให้มีพอประมาณ พอปานกลาง สมดังพระพุทธเจ้า
ทรงตรัสให้เดินทางสายกลาง คือพอดี พอเหมาะ สมควร
สมส่วน เมื่อความรักมีมากเกินก็จะกลายเป็นความห่วง มาก
ขึ้นไปอีก ก็กลายเป็นหวง ตระหนี่ ระหวาดระแวง สงสัย กลัว

เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็โกรธ เคือง ขัดใจ หงุดหงิด โมโห แค้นเคือง
อาฆาต พยาบาทจนกระทั่งฆ่ากันได้ อย่างที่เคยเกิดขึ้นมีมาแล้ว
และจะมีอีกต่อไปเรื่อยๆในอนาคต ความรักที่ดีควรประกอบด้วยความ
ปราถนาดี อยากให้คนที่เรารักนั้นมีความสุขความสบาย มีความเจริญ
รุ่งเรืองในชีวิตและการงาน ความหวังดี ความปราถนาดี โดยไม่หวังผล
ตอบแทนนั้นก็คือ ความเมตตาจิตนั้นเอง กรุณาช่วยเหลือเมื่อเขาลำบาก
ตกทุกข์ ขัดสน มุทิตา พอยยินดีเมื่อเขาได้ดีมีความสุขความเจริญรุ่งเรือง
ในชีวิต และการงาน อุเบกขาเมื่อทำหน้าที่ของตัวเองดีที่สุดแล้วยังช่วยเหลือ

เขามิได้ก็มิได้เสียใจไปด้วย เพราะตนทำดีที่สุดแล้ว คงเป็นกรรมของเขาที่เคย
ทำมา

:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ม.ค. 2019, 09:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3824

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

ที่ว่า รักมากเกินไป มักจะทำให้ตาบอด หูหนวก นั้น
เมื่อรักมากกลายเป็นความหลงแล้ว แม้ใครจะพูดจะกล่าว
เตือนบอกยังไง แม้จะเห็นตัวอย่าง หรือจะยกตัวอย่างให้
ดูให้ฟังก็มิได้สนใจ ฉนั้นเปรียบได้ดั่งคนตาบอด เพราะเห็น
ก็เหมือนดังไม่เห็น เปรียบเหมือนคนหูหนวกเพราะได้ยินแต่
ไม่สนใจนำไปพิจารณาใคร่ครวญดูเลย

:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ม.ค. 2019, 09:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3824

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

ยกตัวอย่าง ภรรยา กับพี่สาวทั้งสองผม แม้ผมจะอธิบาย
เหตุผลอย่างไร ภรรยาและท่านเหล่านั้นก็มิได้สนใจใคร่ครวญ
ถึงเหตุและผลเลย เพราะรักลูก และหลานทั้งสองมากเกินไป
จนกลายเป็นความหวง วิตกกังวน กลัว ภัยอันตรายที่จะเกิดขึ้น
กับลูกและหลาน กลัวเหนื่อยบ้าง กลัวเจ็บบ้าง กลัวคนลักพาตัว

ไปบ้าง กลัวรถชนเอาบ้าง สาระพัดความกลัว เรามีกรรมเป็นของๆ
ตน เมื่อยังไม่ถึงคราว ย่อมจะไม่เป็นอะไร แต่หากถึงคราวแล้วแม้
จะระวัง แม้จะป้องกันอย่างดีก็เจ็บและตายได้ ดั่งเช่นเรื่อง แพะเค้า
รู้ตัวว่าจะต้องตายอีกชาติสุดท้าย แม้จะได้รับกันป้องกันรักษาอย่าง
ดีจากลูกศิษพราหมณ์อย่างดี แม้กระนั้นก็ตาย เพราะฟ้าผ่าลงมาโดน
ก้อนหินแตก กระเด่นมาตัดศรีษะแพะตายจนได้ นี้แหละพระองค์ตรัส
ว่าไม่มีแรงใดเสมอด้วยแรงกรรม

:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ม.ค. 2019, 13:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3824

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

คิดข้ามขั้นตอน

โดยปกติแล้วคนเราจะต้องเรียนรู้ในการเดินตาม
ท้องถนนให้ชินให้คุ้นเคยให้เข้าใจการสัญจรก่อนแล้ว
จากนั้นก็ขี่จักรยาน หรือ มอเตอร์ไซค์ก่อนแล้วจึงค่อย
เรียนขับรถยนต์ ผมก็พยายามบอกภรรยากับพี่สาวทั้งสอง
แต่พวกท่านก็ไม่รับฟัง บอกแต่ว่าโตขึ้นจะให้หลานๆขับ
รถยนต์พาไปโน้นไปนี้ รักมากไปมั้ยหนอจึงคิดได้เช่นนี้

:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: แค่อากาศ และ บุคคลทั่วไป 16 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร