วันเวลาปัจจุบัน 24 ต.ค. 2019, 04:02  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ม.ค. 2019, 07:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3567


 ข้อมูลส่วนตัว


"จงทำตามความถูกต้อง
อย่าทำเพราะความถูกใจ"
หลวงปู่จันทร์ กุสโล





"ให้นึกให้เจริญอยู่ ทุกลมหายใจว่า
เราต้องตาย ตัวเราของเรา ไม่มี
มีแต่ตาย อย่าได้พากันประมาท
ผู้ใด ไม่นึกถึงความตาย ที่จะมาถึง
ชื่อว่า เป็นผู้ประมาท”

หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร





"เม็ดทรายมีนับไม่ถ้วน จึงไม่มีค่า
เพชร มีน้อยและได้มาโดยอยาก จึงมีค่ามาก

ชีวิตมนุษย์เหมือนเพชร ไม่ใช่ทราย
อย่าพึงประมาทเวลาที่ยังเหลืออยู่ในโลกนี้
เหมือนแต่ละวินาทีเป็นแค่เม็ดทราย

ทุกวินาทีของชีวิตมนุษย์ ควรถือว่ามีค่ามากเหมือนเพชร"

พระอาจารย์ชยสาโร ภิกขุ





“อย่าอิจฉาเขาถ้าบุญเรายังไม่ถึง”

พวกเราเกิดมาในโลก ทำไมคนนั้นเป็นเศรษฐี ทำไมคนนั้นจน มันมีที่มาที่ไปทั้งหมด

พวกเราอย่าไปคิดอิจฉาคนอื่นเขา
ที่เขารวยกว่าก็เพราะเขาได้ทำบุญ
สร้างบุญสร้างกุศลมา มีแต่ให้มองตนเอง
ว่าทำไมข้าพเจ้าจึงไม่รวย ทำไมข้าพเจ้าตัวดำ ตัวขาว ตัวสูง ตัวเตี้ย มันล้วนแล้วแต่เป็นอดีตกรรมทั้งนั้น อดีตกรรมส่งผล บางชาติอกุศลกรรมให้ผลก็ตกต่ำ

บางทีบุญกุศลกรรมดีให้ผลก็สูงส่ง เป็นคนโชคดีหมดทุกอย่าง แต่ถ้าลืมตัวขึ้นมา ของที่เป็นอกุศลทำหมด จ้างฆ่าคนอื่นเพราะมีเงิน จ้างทำความชั่ว พอลืมตัวก็ดิ่งเหวเลย ภพถัดไปก็ลงดิ่งเหวอีก ตกนรกหมกไหม้ไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน กว่าจะฟื้นตัวขึ้นมาได้
นี่คือหลักธรรมคำสอนของพุทธะ

เพราะฉะนั้น พวกเรามองกัน ถึงจะอิจฉาในใจ แต่ก็ต้องมองอดีตด้วย กรรมของผู้กระทำนั้นไม่เหมือนกัน

ทำไมพระพุทธเจ้าจึงได้เป็นพระพุทธเจ้า
พระเทวทัตมองแต่ในปัจจุบัน ไม่มีญาณทัศนะว่าทำไมคนจึงนับถือเลื่อมใสพระพุทธเจ้า
ไป ณ สถานที่ใดมีแต่คนยกย่องเชิดชูบูชา

แต่ทำไมข้าพเจ้าก็เป็นลูกกษัตริย์เหมือนกัน
คนไม่นับถือ ที่คนนับถือเลื่อมใสพระพุทธเจ้า
ก็เพราะท่านบำเพ็ญมาถึงสี่อสงไขย กำไรแสนมหากัปป์ ตั้งความปรารถนาว่าขอให้ข้าพเจ้าเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคต

ถึงท่านจะทำบุญเล็กทำบุญน้อยรักษาศีลภาวนา ดูแลปรนนิบัติพ่อแม่ อยู่ในสถานที่ใดก็ขอให้ข้าพเจ้าสำเร็จพระโพธิญาณ ได้เป็นพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งในอนาคต คือในใจของท่านดิ่งอยู่อย่างนั้นตลอดเวลา

นี้ก็เหมือนกัน พวกเราท่านทั้งหลาย มาเห็นแต่ในปัจจุบัน คนนั้นเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
ก็เพราะบุพกรรมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ทำไมพระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ จึงได้เป็นพระอัครสาวก ทำไมพระอานนท์จึงได้เป็นพุทธอุปัฏฐาก ทำไมอนาถบิณฑิกะเศรษฐีจึงได้เป็นอุปัฏฐากฝ่ายฆราวาสผู้ชาย ทำไมนางวิสาขาจึงได้เป็นอุปัฏฐากฝ่ายฆราวาสผู้หญิง ล้วนแล้วแต่มีความเป็นมาเป็นไปทั้งหมด

คือการตั้งความปรารถนาของสาวกแต่ละคนไม่เหมือนกัน คนเราเกิดมาจึงไม่เหมือนกัน

กรรมเป็นเครื่องจำแนกให้สรรพสัตว์ทั้งหลายเกิดมาไม่เหมือนกัน

เพราะฉะนั้น พวกเราให้ตั้งจิตตั้งใจ
เกิดมาภพใดชาติใดขอให้ข้าพเจ้าเป็นคนดี
ได้พบพระพุทธศาสนา ให้คบคนดี
อย่าได้หลงทาง ขอให้ข้าพเจ้าได้สำเร็จมรรคสำเร็จผลในที่สุด ได้เป็นพระอริยบุคคล
ไม่ขอมาเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสาร
ให้ถึงพระนิพพานโดยเร็วด้วยเถิด

ให้เราตั้งความปรารถนาอย่างนี้ในใจ อย่าไปตั้งความปรารถนาอย่างอื่นว่าขอให้ร่ำให้รวย
ให้สวยให้งาม ให้มีความสุขมีลูกมีภรรยาว่าง่ายสอนง่าย นั่นเป็นความปรารถนาในวัฏสงสาร

คือยังเวียนว่ายตายเกิด มันไม่มีที่สิ้นสุด
ถึงจะมีลูกหลานอยู่ในโอวาท
แต่ถ้ามีคนมาอิจฉา เราก็ดุเดือดใส่เขา
ไปฆ่าแกงทำความชั่วตกนรกหมกไหม้

กว่าจะฟื้นขึ้นมาได้ ลูกหลานเราไปไหนหมด ตัวเองเวียนว่ายตายเกิดลุ่ม ๆ ดอน ๆ สูง ๆ ต่ำ ๆ ไม่มีที่สิ้นสุดในโลกวัฏสงสาร

พวกเราเกิดมามีที่มาที่ไปทั้งหมด ให้พยายามประกอบคุณงามความดี ฝึกฝนจิตใจ

อย่าถลำจนเกินไป ให้ใจเราสอนตัวเราเอง ถ้าปัจจุบันเราดี อนาคตก็ต้องดี

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
พระธรรมเทศนา “อย่าอิจฉาเขาถ้าบุญเรายังไม่ถึง”
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๕๙


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร