วันเวลาปัจจุบัน 25 ม.ค. 2020, 00:47  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 ธ.ค. 2018, 02:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3661


 ข้อมูลส่วนตัว


"เอ้า..หยุด พอแล้ว !!"

จาโค ปฏินิสฺสคฺโค ให้ละเสีย ความถือตนถือตัว อันตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เขาก็เป็นปรกติอยู่ใจก็เป็นปรกติอยู่ รูป เสียง กลิ่น รส กามคุณทั้ง ๕ เขาก็เกิดมีอยู่อย่างนั้นละ เราเกิดมา นินทา สรรเสริญ โคตร ผีบ้า ผีบอ เขาก็ว่ากันอยู่อย่างนั้นละ ที่รับเข้ามามันหนักแน่นอยู่ในหัวใจ ปล่อยให้เขาป่นไปป่นมา

ใจปรกติอยู่แล้ว ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ก็เป็นปรกติอยู่แล้ว จะไปเดือดร้อนทำไมเล่า ไปหอบเอาของเขามาสิมันเดือดร้อน ของเราก็มีเต็มขี้ปุ๋ม (พุง) อยู่แล้ว บาปเราก็มี บุญเราก็มี นินทา สรรเสริญ โคตรพ่อโคตรแม่ ของเรามีเยอะ แต่เราไม่พูด โยนทิ้งหมด ก็สบายดีละก้า ไปหอบเอาของเขา ขี้โลภมากมันถึงเดือดร้อน ลูกก็ตาม หลานก็ตาม ลูกมันพ้นระหว่างขาของเราแล้วโล้ ไปหอบมันสังมันเป็นทุกข์ มันรู้ได้เสียก็พอละ

รีบตั้งอกตั้งใจ ทำอาชีพอันใดๆ ก็ดี ให้ตั้งใจ อย่าไปขี้เกียจขี้คร้านก็พอละ ว่ากล่าวด้วยวาจาของตน ช่วยสงเคราะห์อุปการะสังคโห ช่วยสงเคราะห์ก็พอแล้ว อันเขาใหญ่ขึ้นมาแล้ว รู้ผิด รู้ถูก รู้ได้ รู้ดี รู้มั่ง รู้มี ไปหวัน...มันก็เป็นทุกข์ละก้า ทําอันใดไม่พออกพอใจ แล้วก็ไปเดือดเขา บ่รู้พอหลงก็หลงมาพอแล้ว โลภก็โลภมาพอแล้ว รักก็รักมาพอแล้ว ชังก็ชังมาพอแล้ว เอ้า !! หยุด...พอแล้ว

"พระอาจารย์แหวน สุจิณโณ"
วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่





การบวชเป็นพระ เหมือนอยู่คนละส่วนหรือคนละโลกกับฆราวาสเลย ต้องอดทนมากพอสมควร แต่ก็ได้รับความสงบ อันเกิดจากธรรมเป็นที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในจิตใจ นำสุขมาให้แทน

บางครั้งเราเดินจงกรมอยู่ เราพิจารณาถึงสภาพที่เรามาอยู่ในเพศสมณะนี้แล้ว ไม่น่าเชื่อเลยว่า เรานี้ก็เป็นผู้โชคดีคนหนึ่งทีเดียวนะ ที่ไม่ทราบว่าหลุดรอดเข้ามาได้อย่างไร เราอยู่ในที่ที่ปลอดภัยแล้วในขณะนี้

ช่างน่าสงสารคนทั้งหลายที่ยังหลงยังเพลิดเพลินอยู่ในสิ่งที่เขานึกว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของเขาแล้ว คือการเที่ยวสนุกสนานเพลิดเพลินในกามคุณ ๕ ทั้งที่ความตายกำลังคืบคลานติดตามมาข้างหลังของพวกเขาอยู่ กิเลสตัณหานี้สำคัญนัก น่าสงสารคนทั้งหลายจริง ๆ

พระอาจารย์อัครเดช ถิรจิตฺโต






"ถ้าหากว่าโยมไม่ลืมพุทโธแล้ว ก็ใช้ได้
มันเข้าตาจนมาตอนไหน ที่ไหนก็ตาม
เราจะพุทโธเข้าไว้ พอพุทโธปั๊บเนี่ย
มันจะมีอำนาจชนิดหนึ่งออกจากพุทโธ
ถ้าเรามองดูอย่างงี้ ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไร
แต่พอเราว่าพุทโธไปแล้วนี่ อำนาจมันออกมา
อำนาจก็หมายความว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ถ้าเราพูดพุทโธขึ้นมาเนี่ย พุทโธนี่
เขาแปลว่า ผู้รู้แจ้ง และผู้ตรัสรู้
เพราะฉะนั้นเมื่อแปลว่าความตรัสรู้แล้ว
มันก็มีกระแส เขาเรียกกระแสจิต
พอพุทโธแล้วกระแสมันออก
พอออกแล้วมันก็หายขุ่นใจเรา

ขอให้ท่านทั้งหลายจงตั้งความเชื่อไว้ว่า
พุทโธนี่เป็นคุณธรรมที่มีความสูง แม้เรา
จะพูดแต่เราไม่รู้เรื่องว่าพุทโธแปลว่าอะไร
แต่ว่าในพุทโธนั้นก็จะมี เขาเรียกว่าอิทธิพล
อิทธิพลที่มีอยู่ในพุทโธนั่นเหลือหลายจริงๆ
หลวงพ่อเห็นกับตา

เมื่อตอนที่หลวงพ่ออายุ ๑๖ พระอาจารย์หลวงพ่อ
พาหลวงพ่อไปธุดงค์ ไปธุดงค์มันไปผิดทาง
ท่าไหนก็ไม่รู้ไปเข้าสู่ดงโจร ที่ตรงนั้นมันเป็นที่
พวกโจรสุมกำลังกัน เมื่อไปที่นั่นแล้วก็ไป ๒ องค์
ด้วย ไปกับอาจารย์กับหลวงพ่อ มีสององค์เท่านั้น
มีบาตร ๒ ใบ นอกนั้นไม่มีอะไร โจรมันก็ออกมา
จากป่าเข้าล้อม มันทำท่าว่าจะค้นว่ามีเงินไหม
พระธุดงค์เขาไม่มีเงินหรอก แดงเดียวก็ไม่มี
มันก็ล้อม พอมาล้อมเข้าก็ขู่ อาจารย์ของหลวงพ่อ
ก็บอกว่า เณรไม่ต้องกลัวนะ พุทโธ! ออกเสียงเลย
หลวงพ่อก็ออกเสียงพุทโธ หลวงพ่อก็พุทโธ
เรามองไปรอบตัวนี่เห็นพวกโจรมันวางปืน
วางดาบ แสดงว่าพวกมัน ชนะแค่พุทโธเท่านั้น
มันก็ชนะ หัวหน้าโจรก็เลยมายอมพระอาจารย์
ของหลวงพ่อมาบวช

เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลาย อิทธิพลของพุทโธเนี่ย
จึงเป็นสิ่งที่เราควรจะจดจำไว้ เมื่อถึงคราวตาจน
ขึ้นมา เราจะได้ขอความสุขสวัสดี มีแก่โยมทั้งหลาย"

พระธรรมมงคลญาณ
(หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)

คัดจากหนังสือ ธรรมะรุ่งอรุณ ๙ หน้า ๓๕-๓๖





จงปล่อยวางความอยาก อย่าให้มี
และปล่อยวางความหึงหวง ห่วงอาลัยในร่างกาย กลัวว่าจะเกิดโรคอย่างโน้นอย่างนี้
ถึงเราไม่ทำความเพียร มันก็เกิดอยู่เสมอ
ธาตุขันธ์นั้น เพราะเป็นเรือนรังที่อยู่ของโรค
ไม่ช้าก็เร็ว ไม่น้อยก็มาก

หลวงปู่ขาว อนาลโย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 ธ.ค. 2018, 18:56 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2018, 00:52
โพสต์: 511

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss Kiss Kiss สาธุ สาธุ สาธุ

ธรรมสูงมากครับ เป็นการสละคืนอุปธิ เข้าถึงวิมุตติเลย
ฟังที่ครูอาอาจารย์ท่านสอนสบายใจดีครับธรรนุ่มๆไม่ยุ่งยาก

พระอรหันต์ท่านก็เจริญจิตเป็นพุทโธอยู่ตลอดเวลา
เพราะธรรมทั้งปวงอยู่ในพุทโธ คือ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน


- เห็นจริงในกาย(เป็นผู้รู้) ,หน่ายคลายกำหนัด(เป็นผู้ตื่น), ละการยึดรูป (เป็นผู้เบิกบาน)
- เห็นจริงในเวทนา(เป็นผู้รู้) ,หน่ายคลายกำหนัด(เป็นผู้ตื่น), ละการยึดสัมผัสทางสฬายตนะ กามคุณ ๕ (เป็นผู้เบิกบาน)
- เห็นจริงในจิต(เป็นผู้รู้) ,หน่ายคลายกำหนัด(เป็นผู้ตื่น), ละสมมติกิเลสของปลอม(เป็นผู้เบิกบาน)
- เห็นจริงในธรรม(เป็นผู้รู้) ,หน่ายคลายกำหนัด(เป็นผู้ตื่น), ละนิวรณ์ ถอนอวิชชา สละคืนขันธ์ ๕ ทั้งปวง ถึงวิมุตติ(เป็นผู้เบิกบาน)

ปุถุชนอย่างเราๆก็ต้องสละคืน โดยอาศัยเครื่องอยู่ทำให้สละคืนเนาะ ทิ้งได้บ้างไม่ได้บ้างทำบ่อยๆสะสมไปจนมันเป็นปรกติของจิตมันก็ไม่ยึดอกุศล ก็จะมีพื้นที่เพิ่มแห่งสติและกุศลทั้งปวงก็มีมากขึ้น



Kiss Kiss Kiss

.....................................................
(จิตรู้สมมติ เป็นสมุทัย)
(ผลอันเกิดจากจิตรู้สมมติ เป็นทุกข์)
(จิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นมรรค)
(ผลอันเกิดจากจิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นนิโรธ)


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร