วันเวลาปัจจุบัน 18 ม.ค. 2019, 22:52  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 55 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ย. 2018, 10:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3691

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

จำได้ครั้งสุดท้ายดื่มงานแต่ง หลังจากนั้นมาก็ไม่ดื่มอีก
และสมาทานไว้มั่นว่าจะไม่ดื่มแต่นี้จนไปถึงวันตายไม่ว่า
กรณีไหน

ดื่มนั้นไม่ยาก แต่ยากที่จะไม่ดื่ม

ดื่มเหล้า ดื่มเบียร์ หงัวเหงียมัวผัวเมียกันไปใหญ่

เมาไม่ขับ ไม่ดื่มเสียจะเมาได้หรือ?

ปัญหาใดๆ ก็ควรจะตัดที่ต้นเหตุ ดับที่ตันเหตุ ถึงจะจบ


หากท่านใดยังดื่มมานาก็ควรค่อยงดครับ เพื่อร่างกายจะ
ได้ปรับตัว แต่หากยึดมั่นในศีลธรรมแม้ต้องแลกด้วยชีวิตเป็น
ไงเป็นกันแล้วก็อนุโมทนาด้วยครับ การทำความดีนั้นบางครั้ง
ก็อาจต้องแลกด้วยชีวิต

มีอยู่เรื่องหนึ่ง จำชื่อไม่ได้อ่านผ่านๆ คนทำงานของเศษฐี ถือ
ศีลแค่ครึ่งวัน แม้จะต้องตายก็ไม่ยอมรับประทานอาหาร สุดท้าย
ก็ตายแต่ไปได้ดี เพราะไปเกิดภพใหม่ที่ดีกว่าเก่า

:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ย. 2018, 10:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3691

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

คนที่จะเลิกก่อนอื่นต้องพิจารณาเห็นตามความเป็นว่าสิ่งนี้มีโทษอย่างนี้ๆ
นำมาท่องบน นำมาย้ำเตือนจิตตัวเอง เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ดีอันเนื่องมา
จากการดื่มสิ่งเหล่านั้น ไม่ว่าจะเกิดกับตัวเองหรือคนอื่นก็ให้นำมากล่าวเตือน
บอกสอนตัวเอง

* ย้ำคิดย้ำทำย่อมทำให้สำเร็จง่ายขึ้น
* ความคิดเป็นบ่อเกิดของการกระทำ ความคิดนำการกระย่อมจะเกิดมีขึ้นมาได้


ตัวเห็นแจ้งรู้ตามความเป็นจริงนี้ก็คือปัญญา ปัญญาเปรียบเหมือนแสงสว่าง
ส่องปัญหาได้ทะลุ แจ่มแจ้ง เมื่อเห็นแจ้งแล้วย่อมเกิดความเชื่อ หรือที่เรียกว่าศรัทธา
นั้น นี้คือจุดเริ่มของการกระทำสิ่งทั้งปวงถูกต้อง

:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ย. 2018, 11:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3691

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

เห็นแจ้ง เห็นถูกก็ย่อมคิดถูก พูดถูก ทำถูกตามลำดับ เมื่อคิดจะ
ลงมือก็ควรใคร่ควญดูว่า เราจะเริ่มอย่างไร ต้องทำยังกันบ้าง เมื่อเลิก
อีกสิ่งหนึ่งของฝากไว้นั้นก็คือพยายามเลิกเพื่อนที่ชอบดื่มมากๆ หรือหาก
เพื่อนชวนดื่มก็หาข้ออ้าง หรือหลีก เว้น เท่าที่จะทำได้ เมื่อไม่เห็น ไม่ได้ยิน
ไม่ได้กลิ่น ลิ้มรส แล้วความอยากของเราก็น้อยลง แต่การตัดสำหรับบุคคล
ที่ติดมาหลายสิบปีแล้วนั้น ควรค่อยๆลด เพื่อความปลอดภัยกับชีวิต ควรเว้น
อีกเรื่องนั้นก็คือความเห็นผิดต่างๆที่คิดว่า สิ่งนี้ดีเช่นนี้เช่นนี้อยู่ เพราะตัวนี้จะ
ทำให้เราหลงติดอยู่ ยังตัดไม่ขาด เพราะคิดว่าดีอยู่นั้นเอง ลูกผู้ชาย กล้า หาญ
ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ในสิ่งที่ควรครับ ขอให้โชคดีทุกท่าน

* ย้ำคิดย้ำทำย่อมทำให้สำเร็จง่ายขึ้น
* ความคิดเป็นบ่อเกิดของการกระทำ ความคิดนำการกระย่อมจะเกิดมีขึ้นมาได้
* คิดดี พูดดี ทำดี ย่อมจะโชคดี เมื่อทำเหตุเช่นไรผลก็ย่อมจะเป็นเช่นนั้น
เพียงแต่จะช้าหรือเร็ว


:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ย. 2018, 18:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3691

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

เมื่อปัญญาเกิดความกล้าหาญที่จะลงมือกระทำสิ่งต่างๆ
ก็ย่อมเกิดตามมา ตามสติและปัญญาที่มีในขณนั้น ยิ่งละอกุศล
ได้มากเท่าไหร่จิตก็ย่อมสงบได้ง่าย และได้มากเท่านั้น เมื่อ
จิตสงบ ก็จะพบความสุขจากข้างในคือ สุขที่เกิดจากสงบจาก
กิเลสที่ลดลง ปัญหาที่ลดลง ความกังวล ความวุ่นวายลดลงนั้นเอง

:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 พ.ย. 2018, 14:02 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1545

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b39: :b44: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 พ.ย. 2018, 20:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3691

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Duangtip เขียน:
:b39: :b44: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:


:b8:

ตราบใดที่ยังไม่เห็นโทษ ด้วยปัญญาแล้วก็ยากที่จะละ
การดื่มเครื่องมืนเมาเหล่านี้ได้ขาดอย่างแน่นอน

ความสุขเพียงแค่เมาแล้วสนุก ลืมความทุกข์ ลืมปัญหาไปชั่วคราว
แต่มองสร่างเมา ปัญหา และความทุข์ต่างๆก็กลับมาเช่นเดิม

ปัญหามีไว้แก้ บางปัญหาแม้เราจะหนีไปไหนปัญหาก็ย่อมจะ
ติดตามตัวเราไปที่นั้นๆ

:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 พ.ย. 2018, 20:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3691

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

หลายท่านคงจะหลงผิดคิดว่า เหล้าเบียร์เป็นยา แต่ลอง
คิดดูสิครับ หากเป็นยาจริงก็คงจะมีขายไว้ในร้านยา เพื่อดื่มกัน
ทั่วโลกแล้ว และอีกอย่างนึงหากเป็นยาจริงพระพุทธเจ้าคงไม่
ตรัสห้ามไว้เป็นแน่แท้ คำพูดของคนที่ควรเชื่อถือได้บ้างนั้น ผู้นั้น
จำต้องรักษาศีล มีศีล มีธรรม ปฏิบัติธรรม ส่วนบุคคลทั่วไปแล้ว
ฟังแล้วควรนำไปพิจารณาทบทวนดูอีกทีให้มาก

อีกอย่างประการนึง หากเป็นยาทำไมหมอมักจะสั่งห้ามผู้ป่วยดื่มสิ่ง
เหล่านั้นกัน s006 s006 s006 คิดดูเอาเถอะครับ

ออกจากสิ่งที่เป็นอกุศล ได้สิ่งหนึ่งก็ย่อมจะนำความสุขมาให้ ได้มีเงิน
เก็บที่มากขึ้น มีเวลาให้ครอบครัวมากขึ้นมีชีวิตที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 พ.ย. 2018, 10:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3691

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

หากเหล้าเบียร์ยังงดไม่ได้ก็ยากยิ่งที่จะเดินหน้าต่อไปได้
เพราะขาดข้อเดียวนี้เท่านั้นก็อาจจะทำได้ทำอย่างที่เป็นบาป
อกุศล มีอยู่เรื่องหนึ่ง พระราชาชอบดื่มสุรา และเนื้อ พอเมาได้
ทีแม้ลูกตัวเองยังหักคอทิ้งเพื่อนำไปปรุงเป็นอาหารได้เลย

:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 พ.ย. 2018, 18:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3691

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

ดื่มเหล้าดื่มเบียร์เพราะอะไร เราต้องการอะไรกันแน่
เคยถามตัวเองดูบ้างไหมครับ แล้วสิ่งที่ต้องการนั้นยั้งยืน
ไหม แก้ไขปัญหาได้จริงหรือ มีผลดีมากกว่าผลเสียมั้ยลอง
ถามตัวเองดู แล้วถ้าไม่ได้ดื่มล่ะ จะเป็นเช่นไร จะทำได้ไหม?
สิ่งที่ท้าทายของชีวิตเราก็รออยู่ ว่าเราจะแน่จริงหรือไม่ในการ
งดเหล้างดเบียร์ และเลิกลาในที่สุด ลองดูเราจะทำได้ไหม
เก่งจริงไหม เก่งจริงต้องทำได้ เก่งทำสิ่งที่ดีมีประโยชน์ต่อตน
และคนรอบข้าง ใจนักเลงจริงไหม?

:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 พ.ย. 2018, 20:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3691

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

ค่าใช้จ่ายในการดื่มแต่ละครั้งเท่าไหร่ วันนึงกี่บาท เดือนนึ่ง
กี่บาท และปีนึ่งๆ หมดไปเท่าไหร่ และเหตุการต่างอันสืบเนื่องมา
จากการดื่มต่างๆเช่น เมาค้าง มืนศรีษะ จนทำงานการไม่ได้เป็นต้น

:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 พ.ย. 2018, 20:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3691

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


sssboun เขียน:
:b8:

หากเหล้าเบียร์ยังงดไม่ได้ก็ยากยิ่งที่จะเดินหน้าต่อไปได้
เพราะขาดข้อเดียวนี้เท่านั้นก็อาจจะทำได้ทำอย่างที่เป็นบาป
อกุศล มีอยู่เรื่องหนึ่ง พระราชาชอบดื่มสุรา และเนื้อ พอเมาได้
ทีแม้ลูกตัวเองยังหักคอทิ้งเพื่อนำไปปรุงเป็นอาหารได้เลย

:b8:

:b8:

อ้างคำพูด:
ลำดับนั้น พระราชาตรัสถามว่า ดูก่อนท่านฉัตตปาณี ท่านเห็นอารมณ์อันใด จึงเป็นผู้ไม่ดื่มน้ำเมา.
ฉัตตปาณี เมื่อจะกราบทูลถึงเหตุนั้นจึงกล่าวคาถานี้ว่า :-
ข้าแต่มหาราช ข้าพระพุทธเจ้าเมาแล้วจึงได้กินเนื้อบุตร ข้าพระพุทธเจ้าถูกความโศกถึงบุตรนั้นกระทบแล้ว จึงเว้นการดื่มน้ำเมา.

อธิบายความในคาถานั้นว่า ข้าแต่มหาราช เมื่อครั้งก่อน ข้าพระองค์เป็นพระเจ้าพาราณสีเช่นเดียวกับพระองค์ ขาดน้ำเมาเสียแล้วก็ไม่สามารถจะดำเนินชีวิตไปได้ แม้อาหารที่ไม่มีเนื้อ ก็ไม่สามารถบริโภคได้. ที่พระนครไม่มีการฆ่าสัตว์ในวันอุโบสถ พ่อครัวซื้อเนื้อมาเก็บไว้แต่วัน ๑๓ ค่ำแห่งปักษ์. เนื้อนั้นเก็บไว้ไม่ดี สุนัขจึงกินเสียหมด

พ่อครัวหาเนื้อในวันอุโบสถไม่ได้ จึงปรุงอาหารมีรสเลิศต่างๆ สำหรับพระราชายกขึ้นไปบนปราสาท แต่ไม่อาจนำเข้าไปได้ จึงเข้าไปเฝ้าพระเทวีกราบทูลว่า ข้าแต่พระเทวี วันนี้ข้าพระองค์หาเนื้อไม่ได้ จึงไม่อาจนำพระกระยาหารที่ไม่มีเนื้อเข้าไปถวายได้ ข้าพระองค์จะทำอย่างไรดี.

พระเทวีตรัสว่า นี่แน่ะเจ้า โอรสของเราเป็นที่รักโปรดปรานของพระราชา พระราชาทรงเห็นโอรสของเราแล้ว ก็จะทรงจุมพิตสวมกอดโอรสนั้น เพลินจนไม่ทรงทราบว่า เนื้อมีหรือไม่มีสำหรับพระองค์ เราจะแต่งตัวโอรสแล้วให้นั่งบนพระเพลาของพระราชา เวลาที่พระองค์ทรงหยอกล้อพระโอรส ท่านจึงค่อยนำพระกระยาหารเข้าไปถวาย. พระเทวีตรัสดังนั้นแล้ว จึงตกแต่งพระราชกุมารโอรสของพระองค์ให้นั่งบนพระเพลาของพระราชา. ในเวลาที่พระราชาทรงหยอกล้อเล่นกับพระโอรส พ่อครัวจึงนำพระกระยาหารเข้าไปถวาย.

พระราชาทรงเมาสุรา ไม่ทรงเห็นเนื้อในถาด จึงตรัสถามว่า เนื้ออยู่ที่ไหน พ่อครัวกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ ข้าพระองค์หาเนื้อไม่ได้ เพราะวันนี้เป็นวันอุโบสถ ไม่มีการฆ่าสัตว์ จึงตรัสว่า ชื่อว่าเนื้อสำหรับเราหาได้ยากนักหรือ จึงทรงหักคอพระโอรสที่นั่งอยู่บนพระเพลา จนถึงสิ้นชีพีตักษัย โยนไปข้างหน้าพ่อครัว ตรัสว่า จงไปปรุงมาโดยเร็ว. พ่อครัวได้ทำตามรับสั่ง. พระราชาได้เสวยพระกระยาหารด้วยเนื้อพระโอรสแล้ว มิได้มีผู้สามารถร่ำไห้ทัดทานแม้แต่คนเดียว เพราะกลัวพระราชา.

พระราชา ครั้นเสวยเสร็จแล้วเสด็จเข้าห้องบรรทม ทรงตื่นบรรทม ตอนใกล้รุ่ง ทรงสร่างเมาแล้วรับสั่งว่า จงนำโอรสของเรามา ในกาลนั้น พระเทวีหมอบกันแสงร่ำไห้อยู่ ณ แทบพระบาท เมื่อพระราชาตรัสถามว่า กันแสงเรื่องอะไร กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ เมื่อวานนี้พระองค์ทรงฆ่าพระโอรสแล้วเสวยพระกระยาหารกับเนื้อพระโอรสเพคะ. พระราชาทรงกันแสงด้วยความโศกถึงพระโอรส ทรงเห็นโทษในการดื่มน้ำ

เมาว่า ทุกข์นี้เกิดขึ้นแก่เรา เพราะอาศัยการดื่มน้ำเมา แล้วทรงกำฝุ่นขึ้นมาทาพระพักตร์ ทรงอธิษฐานว่า ตั้งแต่นี้ไป เรายังไม่บรรลุพระอรหัตตราบใด เราจักไม่ดื่มสุราอันทำความพินาศเช่นนี้ตราบนั้น. ตั้งแต่นั้นมา พระองค์มิได้ทรงดื่มน้ำเมาอีกเลย.
ฉัตตปาณีกัลบกกล่าวคาถานี้ว่า ปมตฺโตหํ มหาราช หมายถึงความนี้.

ลำดับนั้น พระราชาตรัสถามฉัตตปาณีว่า ฉัตตปาณี ท่านเห็นอารมณ์อะไรหรือ จึงไม่มีความรัก.
ฉัตตปาณี เมื่อจะทูลเหตุนั้น จึงกล่าวคาถานี้ว่า :-
ข้าพระองค์เป็นพระราชา พระนามว่ากิตวาส โอรสของข้าพระองค์ทำลายบาตรของพระปัจเจกพุทธเจ้า แล้วสิ้นชีวิต ข้าพระองค์ไม่มีความรักเพราะโอรสนั้นเป็นเหตุ.

อ้างอิง http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=27&i=289&p=1&h=%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C

หามาให้อ่าน ได้แล้ว

:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 พ.ย. 2018, 12:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3691

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

ดูไว้เป็นกำลังใจและวิธีเลิกมีหลายแบบครับ

https://www.google.co.th/url?sa=t&rct=j&q=&esrc=s&source=video&cd=4&ved=0ahUKEwi8sISr6O7eAhWCbbwKHcscDM8QtwIILzAD&url=https%3A%2F%2Fwww.youtube.com%2Fwatch%3Fv%3D0SJ69sA4R1M&usg=AOvVaw18k-8GDP-Hw45LvQ9kSnSs

:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 พ.ย. 2018, 16:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3691

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

* คนที่มักสนุก เลยต้องคลุกเค้ากับเหล้าเบียร์
ถ้าได้ดื่มเบียร์ ต้องเสียทรัพย์อัพทั้งปัญญา
แล้วยังนำมา ชึงชะตาที่เสื่อมถอยด้อยด้วยกิเลสหนาปัญญาเสื่อม

ผลความสนุกที่ได้จากการดื่มเหล้าดื่มเบียร์

*ชอบความสนุก ปัญหาย่อมตามมา
ชอบความสนุก คววามวุ้นวายย่อมมีมา
ชอบความสนุก พยาธิย่อมมีแน่
ชอบความสนุก ศรัตรูย่อมมากมี
ชอบความสนุก หนี้สินย่อมก่อตัว
ชอบความสนุก อาจหมดสิ้นประดาตัว
ชอบความสนุก ต้องเมามัวกับอกุศล
ชอบความสนุก เพราะเป็นคนขี้เหงา
ชอบความสนุก เดียวเมาไม่รู้ตัว
ชอบความสนุก ทำตัวให้เสื่อมเสีย
ชอบความสนุก ติดคุกมิรู้ตัว
ชอบความสนุก ขับรถชนกันไม่รู้ตัว
ชอบความสนุก คุกฝุ่นคุกดิ้นไม่รู้ตัว
ชอบความสนุก แก้ผ้าเดินยังไม่รู้ตัว
ชอบความสนุก ทุกข์ย่อมติดตามมา


:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 พ.ย. 2018, 19:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3691

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

คนเรามักจะมีแนวโน้นคิดเชื่อกันไปว่าที่ชาวโลก
เค้าทำกันมากเป็นเรื่องที่ดี เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เช่นเดียว
กับเรื่องเหล้า เบียร์ เห็นใครๆเค้าก็ดื่มกัน ใครๆเค้าก็ทำ
ก็กินกันไม่เห็นเป็นไรเลยดั่งนี้เป็นต้น ไม่ค่อยจะค้นหาความ
จริงว่า สิ่งที่คนส่วนมากทำกันนั้น ดีจริงหรือ s006 ความ
เชื่อเช่นนี้เข้าค่าย หูเบา ฟังมาแล้วก็เชื่อ โดยไม่มีการพิจารนา
อะไรเลย?

:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 พ.ย. 2018, 19:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3691

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

ทำความดีไม่จำเป็นด้วยหรือที่จะต้องรอเข้าพรรษา
ก่อน รอวันพระก่อน ส่วนความชั่วทำไมมีมีกำนดวันกัน
บ้างเลยเพราะ s006

:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 55 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร