วันเวลาปัจจุบัน 23 ม.ค. 2019, 12:18  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 59 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 พ.ย. 2018, 13:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3870

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

การให้ทานนั้น ให้ที่ไหนก็ได้ไม่จำเป็นจะต้องในวัดนั้นหลายท่าน
อาจจะเคยได้ยินได้ฟังกันมาบ้าง

หว่านพืชให้ดูที่ หว่านความดีให้ดูคนผลนั้นย่อมเกิดสูง

การหว่านพืชนั้นหว่านที่ไหนก็ย่อมหว่านได้ แต่ผลนั้นจะเกิด
เติบโต ให้ผลหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนื่ง เช่นหากลองไปหว่าน
ที่แผ่นหินโอกาสจะเกิดขึ้นมีมากหรือน้อย หรืออาจจะไม่เกิดเลย
เช่นเดียวกันการให้ทานนั้น พระพุทธเจ้า พระองค์ทรงตรัสไว้ว่า
พระสงฆ์ เป็นเนื้อนาบุญของโลก

ให้ทานในสัตว์ย่อมได้บุญน้อยกว่าให้ในบุคคล ให้บุคคลทุศีล
ได้บ่อยน้อยกว่าให้ในบุคคลที่มีศีล ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ไปจนถึง ๒๒๗
ไล่เป็นเรื่อยไปจนถึงพระพุทธเจ้า และคณสงฆ์ ที่มีพระพุทธเจ้า
เป็นปะทานครับ ทำบุญนอกบ้านก็อย่าลืมทำบุญกับพระในบ้านด้วย
นะครับ พ่อแม่ท่านเปรีนบเหมือนพระอรหันต์ของลูกทั้งหลาย

:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


แก้ไขล่าสุดโดย sssboun เมื่อ 27 พ.ย. 2018, 21:43, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 พ.ย. 2018, 16:25 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2018, 00:52
โพสต์: 305

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สาธุ สาธุ สาธุ ครับท่าน sssboun

ผมขออนุญาตเสริมเรื่องทานสักนิดนะครับ..

- ทาน คือ การให้ด้วยใจสละ สละเพื่อความอิ่มใจ คืออิ่มเต็มกำลังใจ รู้จักพอ ละโลภะได้ทาน คือ ให้ด้วยใจน้อมไปในการสละคืนอุปธิคือโลภะ

**ที่สำคัญผู้ให้ต้องมีจิตเป็นทานน้อมไปในการสละ เจริญพร้อมด้วยศีลมีใจปรกติไม่เร่าร้อน จิตเป็นกุศลมีกำลังใจดี ทานจึงมีบุญมาก**

๑. ทาน การสละให้แก่บิดา มารดา บุพการี อุปถัมป์ค้ำจุนท่าน ด้วยสำนึกในบุญคุณของท่าน ชื่อว่ากตัญญู กตเวที เป็นธรรมคู่อันงามที่ควรเจริญ ที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนให้สาวกทำ

๒. ทำบุญมี่วัด คือ อุปถัมป์พระพุทธศาสนาของพระพุทธศาสดาให้คงอยู่ เอื้อเฟื้อแก่วัดแก่คณะสงฆก์ยังพระสัทธรรมของพระศาสดาให้ยั่งยืนสืบไป

๓. ให้ทานแบบอัปปะมัญญา คือให้แบบไม่เจาะจงว่าจำเพาะครูบาอาจารย์ท่านนี้ๆ วัดนี้ๆ แต่ให้ด้วยใจปารถนาว่าสิ่งที่ตนให้นี้จะยังประโยชน์สุขแก่ผู้รับเพื่อคงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนา พุทธบริษัท พุทธสถาน

๔. การให้ที่มีแก่คน สัตว์ บุคคลอื่นๆที่ไม่ใช่พระ ไม่ใช่วัด เราสละให้เพื่อถึงคสวามอิ่มใจในตน สะสมเป็นสาสะวะ เป็นบุญบารมีแก่ขันธ์ ทั้งโภคทรัพย์ บริวารในภายนอก และอริยะทรัยพ์ในภายในให้ติดตามไปทุกภพชาติ


ดังนั้นให้ที่ใดก็ได้ ให้ยังไงก็ได้ ดีที่สุดคือไม่ขาดสักที่ในทั้ง ๔ ข้อนั้น ด้วยเหตุว่า...

๑. กตัญญูกตเวที แก่ผู้บอกโลกให้แก่เรา ก็ต้องให้พ่อแม่ บุพการี ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง

๒. กตัญญูกตเวที ต่อพระรัตนตรับ พระพุทธศาสนา ที่ชี้สอนพระสัทธรรม และทางพ้นทุกข์ และทางสะสมอริยะทรัพย์เป็นบุญบารมีของเรา ก็ให้ในพระพุทธศาสนาอยู่เป็นประจำ เจริญครบทั้ง ทาน ศีล ภาวนา ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมะบูขา สังฆะบูชา อยู่เนืองๆไม่ขาด

๓. ให้แบบอัปปะมัญญาไม่เจาะจง เพื่อละการเอาความสุขสำเร็จของตนไปผูกขึ้นไว้กับผู้อื่น สัตว์อื่น สิ่งอื่น ไม่เอาใจเข้ายึดครองสิ่งของที่คนให้ทาน ทานมันสำเร็จตั้งแต่พร้อมสละนั้นแล้ว อีกประการคือละความติดใจข้องแวะ ขัดข้องใจในสิ่งที่รักที่ชังที่ต้องพบเจอ จึงต้องทำไม่ขาด

๔. ให้แก่คน สัตว์ ไม่ใช่ผู้มีศีล เป็นการให้เพื่อละความปรนเปรอตน แบ่งปันสุขและสิ่งดีงามแก่สตว์ด้วยความเสมอด้วยกัน ทำให้เรามีใจเอื้อเฟื้อเกื้อกูลเสมอด้วยตนเสมอด้วยกันหมด ถึงความอิ่มใจเป็นบุญบารมีให้ขันธ์ ข้อนี้ก็ควรทำสะสมเนืองๆไม่ควรละเลย

อย่างไหนก็สำคัญหมดครับ พระอรหันต์ท่านไม่เคยสอนว่าต้องให้เฉพาะวัดหรือต้องเจาะจงใคร มีมากก็ให้มาก มีน้อยก็ให้น้อย ไม่มีทรัพย์ก็ออกแรงกายแรงใจทำช่วยเหลือเป็นทาน ไม่ได้ให้อัตตาทาน เพราะทานคือละโลภในสิ่งปรนเปรอตน มีแล้วก็รู้จักพอ รู้จักให้ และพระอรหันต์ท่านจะสอนเสมอๆว่าทานนี้เป็นสิ่งจำเป็น ต้องทำเพื่อเป็นบุญบารมีแก่ขันธ์ของเราเอง

.....................................................
(จิตรู้สมมติ เป็นสมุทัย)
(ผลอันเกิดจากจิตรู้สมมติ เป็นทุกข์)
(จิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นมรรค)
(ผลอันเกิดจากจิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นนิโรธ)


แก้ไขล่าสุดโดย แค่อากาศ เมื่อ 22 พ.ย. 2018, 00:21, แก้ไขแล้ว 5 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 พ.ย. 2018, 17:24 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3870

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

สาธุ จิตที่เกิดเมตตาแล้วย่อมให้ได้ทุกสถาน

ผูกมิตรด้วยการให้ ผูกใจด้วยความดี ทำกายวาจาใจให้ดีเสมอย่อมจะพบเจอแต่สิ่งดีๆเพื่อนดีๆ

:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 พ.ย. 2018, 21:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3870

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

ผมเริ่มตั้งใจลงมือให้ทานครั้งแรกตอนอ่านเรื่องพระ
เวสดรชาดก พออ่านถึงตอน พระเวสดรทรงทาน ลูก
เมีย น้ำตาผมก็ไหล s006 เป็นไปได้ไหม เป็นไปดีหรือ
บุคคลสามารถที่จะให้ทานแม้กระทั่งลูกเมีย พอพิจารณา
ไปก็เลยเห็นหลักวิธีให้ทานดั่งนี้

ทานจากนอกเข้าสู่ใน
ทานจากในออกไปสู่นอก
ทานจากน้อยสู่มาก
งานนี้ต้องสั่งสมข้ามภพข้ามชาติถึงจะทำได้ คิดได้ดั่งนี้
ผมก็เริ่มให้วัตถุสิ่งของเงินทอง ความรู้มาเรื่อยๆจนเท่าทุก
วันนี้

ยิ่งให้ยิ่งได้ ยิ่งใช้ยิ่งมาก หวงหมดอดหมดไม่มา น้ำตานองหน้า แล้วจะต่อว่ากับใครเล่า

:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ย. 2018, 00:11 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2018, 00:52
โพสต์: 305

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สาธุขออนุโมทนาท่าน sssboun ครับ ที่น้อมใจในทานจิตดีแล้วครับ สาธุ สาธุ สาธุครับ

:b8: :b8: :b8:

.....................................................
(จิตรู้สมมติ เป็นสมุทัย)
(ผลอันเกิดจากจิตรู้สมมติ เป็นทุกข์)
(จิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นมรรค)
(ผลอันเกิดจากจิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นนิโรธ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ย. 2018, 00:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 5183

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ทานคือการให้ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
การให้ธรรมเป็นทานชนะการให้ทั้งปวง
การให้เป็นการสละออกในสิ่งที่ตนมี
เพี่อละคลายความติดข้องต้องการ
ถ้าการให้นั้นทำเพื่อหวังได้ผล
เป็นการให้เพื่อเอายังละโมบ
ตถาคตทรงให้บรรพชิต
สละทรัพย์สินเงินทอง
บ้านเรือนญาติมิตร
เพื่อมาลดกิเลส
ครองจีวรแค่3ผืน
ได้รับอนุญาตให้จำวัดซึ่งสงบแก่การขัดเกลากิเลส
ไม่ใช่ให้ภิกษุบวชเข้ามาเพื่อชักชวนคฤหัสถ์มานอนวัดมากๆ
ทราบหรือไม่บรรพชิตมีกิจ2ประการคือคันถธุระและวิปัสสนา
ภิกษุในธรรมวินัยไม่มีกิจให้ทานเพราะเป็นการให้เพื่อหวังผล
เพื่อโฆษณาตนกระจายข่าวเพื่อให้เขาเอามาให้เพิ่มทำไม่ได้
การบวชต้องจริงใจรู้อัธยาศัยของตนรู้ว่าตนสละได้ไหมไม่งั้นก็บวชเข้ามาทำลายคำสอนนะคะ
:b12:
:b4: :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ย. 2018, 06:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 27878

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


จขกท. มีความคิดใช้ได้

เคยแนะนำคุณโรสนับครั้งไม่ถ้วน ว่าให้ลบหน่วยความจำเดิมๆ ออกให้หมดให้เกลี้ยงแล้วมาเริ่มต้นธรรมะระดับพื้นๆเบื้องต้นก่อน เข้าใจธรรมะระดับนี้ให้ชัดก่อนแล้ว จึงค่อยๆขยับไปอีกขั้นหนึ่่ง

ทีนี้คุณโรสไม่ยังงั้น โดดขึ้นไปโน่นเลย ไม่มีตัวตน ไม่ใช่นั่นไม่ใช่นี่ ไม่มีอะไรเลย ไม่ใช่เขาไม่ใช่เรา อะไรนักก็ไม่รู้ ตัวผู้พูดเองก็ไม่เข้าใจ ไม่รู้ไม่เห็นเพียงแต่ได้ยินได้ฟังมา ก็เลยเคว้งในอารมณ์ อุปมาเหมือนนกที่บินร่อนในอากาศซึ่งหาต้นไม้เกาะไม่ได้ ก็เลยร่อนอยู่อย่างนั้น จนสิ้นชีวิตก็ตกลงดินตาย :b32:

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ย. 2018, 16:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3870

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

ไม่ว่าจะเป็นทางโลกหรือทางธรรมล้วนแล้วแต่ควรไปตาม
ขั้นตอน ตามระดับ บุคคลที่ยังไม่เคยให้อะไรใครการให้ครั้ง
แรกนั้นยากมาก แต่พอทำไปทำบ่อยๆเข้าก็จะเริ่มง่ายครับ
ความตระหนี่ของแต่ละบุคคลก็แตกต่างกันไปครับ บางท่าน
ให้เงินทองง่าย แต่ให้ความรู้ง่าย แต่บางคนให้ความรู้ง่ายแต่

ให้เงินทองยาก ตอนนั้นก็เป็นตอนที่ผมบวชใหม่ๆ เมื่อคิดได้ดั่ง
นั้นผมก็เริ่มสละออก คือนำวัตถุที่ได้มาออกแจกคนยาจน คนใกล้
ชิด เพื่อนที่แวะมาหาบ้าง และได้พิมพ์หนังสือ และหนังสือเล่มนั้น
ใหม่ทั้งหมด โดยเนื้อหาเดิมทำเองทั้งเล่ม ออกแบบหนังสือพิพม์
ตรวจจนกระทั่งออกหาเจ้าศรัทธาในการพิพม์ บางครั้งก็โดนว่าผู้

ที่ว่านั้นมีชาวบ้านบ้าง มีอยู่หลวงพ่อองค์โห่สาดคำพูดใส่ผมจน
ผมเกือบท้อ แต่พอคิดได้ว่าทำอะไรบ้างที่ไม่มีอุปสรรคบ้าง คิดได้
ดั่งนี้ก็เดินหน้าต่อไป และมั่นใจในความซื่อสัตย์ของตนเอง และเป็น
เรื่องทำมะดาที่เค้าจะมีความไม่เชื่อเราเพราะคนยุคนี้โดยส่วนมากแล้ว
ไม่มีศีลไม่มีหิริโอตัปปะเลย ในที่สุดก็พิพม์หนังสือพระเวสสันดรสำเร็จ
จำนวน ๕๐๐ เล่ม ขนาน เอ ๔ ผมก็แจก และบอกผู้ศรัทธาว่าใครต้อง
การจะนำหนังสือไปแจกเองก็บอกมาได้ ผมก็แจกให้ผู้ต้องการจะนำไป
แจกเองครับ

จุดเริ่มต้นของความดีผม

:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ย. 2018, 18:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3870

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

ตอนที่ผมจะบวชนั้น ผมเพียงคิดว่าอยากจะเรียนรู้ศาสนาพุทธ
ดูว่าเป็นอย่างไร จู่ๆก็อยากบวช แล้วก็บวชเลย ว่าจะบวชแค่
หนึ่งพรรษา ตอนนั้นก็แค่ ๓ เดือนคิดว่าออกพรรษาแล้วก็จะสึก
อยู่ไปมาเกือบอยู่ตลอดชีวิต แต่ก็ไม่เคยคิดว่าอยากจะสึกเลยตอน
นั้น เพราะมีความสุขกับความสงบ แต่พอถึงเวลาก็ได้สึกเอาเสียงั้น
ไม่เที่ยงจริงๆ

:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ย. 2018, 20:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3870

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

ในชีิวิตนี้บริจาค เลือดไป ๑๐ ครั้ง ครั้งแรกเจอพยาบาล
มือใหม่เสียด้วย แทงเข็มแล้วแทงอีกเจ็บจนกลัว แต่ก็ให้
มาถึง ๑๐ ครั้งหากความดันผมปกติ คงได้มากกว่านั้น เพราะ
กว่าจะให้ได้ครั้งนึ่งๆ ต้องไปตั้งหลายครั้ง เป็นคนมีความดันต่ำ
ทั้งที่ออกกำลังประจำเมื่อก่อนนะครับ

ทุกวันนี้ก็ยังให้เลือดเป็นทาน ตลอดทั้งวัน ให้ทานยุง ตลอด
เวลาที่ให้มาสิบกว่าปียังไม่เคยเป็นไข้เพราะยุงกัดจนได้นอน
รร บาลเลย

:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ย. 2018, 20:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3870

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

ประสบการณ์ในการให้ยุงกินนำมาฝากครับ

แรกเริ่ม ยังกลัวก็อาจจะไล่ยุงไป แต่ก็ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้องไม่
เพราะยุงยังหิว ย่อมจะย้อนกลับมาอีก เหมือนเด็กที่หิวก็จะวนเวียนกับ
ผู้ปกครองเพื่อจะได้กิน เมื่อใดก็ตามที่กินอิ่มแล้วเท่านั้นแหละจึงจะไป

ยุงกัดมิควรเกา อดทนไว้ ไม่นานก็จะหายไปเอง หากทนไม่ไหวจริงอาจ
จะหายาม่องมาทา

มีอยู่ครั้งนึงผม ลองให้ยุงกัดทั้งสองขาบวมเป็นจุดๆ หลายสิบจุด ผมก็
อดทน ไม่เกา ไม่ถึงชั่วโมงตุ่มแดงๆนั้นก็จางหายหมด

คุณเคย s006 และสังเกตุดูไหมครับ ว่าแถวไหน หรือบุคคลไหนชอบ
ฆ่ายุง ยุงก็ยิ่งกัดมาก อย่างเช่นบ้านหลังไหนที่ใช้ไม้ช๊อตยุง ยุงตายทุกวัน
วันละหลายร้อย หลายพันตัว แต่ทำไมไม่เคยหมด s006

:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ย. 2018, 20:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3870

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

แต่ที่บ้านผมไร้ยาฆ่าแมลง ไร้ไม้ช๊อตยุง ยุงก็ไม่มาก
เท่าไหร่ s006 คนในครอบครัวก็ยังไม่เคยเป็นไข้อันเนื่อง
มาจากยุงกัด เพราะผมสอนทุกคนว่า อย่าฆ่า และผมก็ทำให้ดู
อยู่ให้เห็น ยุงกินได้แค่เลือด เป็นอาหารหลัก เลือดก็แค่นิดเดียวเอง
มีดบาดมือยุงสามารถอิ่มไปได้หลายตัวเลย เวลาคุณหิวมากๆ ไม่ได้
ทานอะไรตอนนั้นรู้สึกอย่างบ้างครับ

:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ย. 2018, 21:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3870

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

เหตุผลที่เจ็บป่วยเพราะยุงกัด

ยุงก็มีพ่อ แม่ พี่น้อง เพื่อน มิตร มากมาย ยุงเองก็รักชีวิต
รักสุข เกลียดทุกข์ เช่นกับเรา เมื่อเราไปฆ่า สิ่งอันเป็นที่รัก
รักมากแล้วย่อมเกิดจิต อาฆาต แค้น ย่อมจะจองเวร ต่อผู้ที่
ฆ่า ญาติของยุงเหล่านั้น เราจะพบว่ายิ่งฆ่าก็ยิ่งมามาก พวกเค้า
เหล่านั้นจะชักชวนกันมาเพื่อแก้แค้น ฆ่าเรานั้นเอง

เมื่อยุงกัดไม่ควรเกา เพราะเวลาที่เราเกาแล้วพิษนั้นย่อมกระจาย
ออกกว้าง ร่างกายกำจัดออกได้ยาก ออกไม่หมด เป็นสาเหตุให้เป็นไข้
อันนี้คือความเห็นส่วนตัวนะครับ

:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ย. 2018, 21:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 3870

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

ผลจากการให้เลือดเป็นทานมีดั่งนี้

ความกล้าหาญ
ความอดทน อดกลั้น
จิตที่สงบจากเครื่องกังวล มีความกลัว ความตระหนี่เลือด
บารมีในทาน คือทานเลือด
ปัญญา รู้เห็นความจริงด้วยตัวเองเมื่อลงมือกระทำไปและเห็นผลแล้ว
ความไม่ก่อเวร
ความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
ความปลอดภัย ได้จากการไม่ก่อเวร

ทั้งหมดเป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ โปรดพิจารณา ดูให้ดีอีกครั้ง

ธรรม เป็นสิ่งที่สูง จะทำเล่นๆคงไม่ได้ง่ายๆ หลายท่านคงเคยได้ยินได้ฟังประวัติ
ของครูบาอาจารย์หลายองค์ บางครั้งก็ต้องเอาความตายเข้าแลกถึงจะเข้าถึงธรรม

:b8:

.....................................................
เมื่อไม่รู้ไม่เป็น ไม่เห็นจะยากลงมือเรียนรู้ทำเดี๋ยวก็รู้ก็ทำเป็นเอง

ทุกสิ่งสำเร็จได้ ล้วนแต่ต้องมีความขยันหมั่นเพียรทั้งนั้น


อ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องของความขยันครับ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=56897


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 พ.ย. 2018, 03:24 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 585

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


สมาทานซะก่อนนะคะ

จะได้มีต้นทุนในการให้ทาน


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 59 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 18 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร