วันเวลาปัจจุบัน 30 ก.ย. 2020, 23:46  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 21 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ย. 2018, 05:24 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33839

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คิกๆๆ :b12:

รูปภาพ


ต่อจาก

viewtopic.php?f=1&t=56743


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ย. 2018, 05:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33839

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


การพัฒนาความสุข: วัดผลเชิงอุดมคติ

ได้พูดไปมากแล้ว ถึงขั้นระดับของความสุข ซึ่งสัมพันธ์ กับ เรื่องความต้องการที่ว่ามา นอกจากพูดถึงระดับ และขั้นของความสุขแล้ว ก็ได้พูดถึงประเภทของความสุขไว้อย่างกว้างๆ ด้วย

ในที่นี้ เพื่อเป็นความรู้ประกอบ พอให้ผ่านๆตาไว้ ขอแสดงประเภทของความสุข แบบที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้เป็นชุดๆ เช่น แห่งหนึ่ง ตรัสความสุขไว้ ๑๓ คู่ แม้ว่าในที่นี้จะไม่ได้ต้องการให้สนใจอะไรมาก ก็เอ่ยถึงไว้ให้ได้ยิน เพื่อจะได้มองในแง่ที่ว่า ความสุขสามารถแบ่งจำแนกออกไปได้มากมาย

สุข ๑๓ คู่นี้ เป็นความสุขในประเภท และในขั้นเดียวกันบ้าง คาบเกี่ยวเกยกันในระดับต่างๆบ้าง ท่านไม่ได้มุ่งในแง่จัดประเภท แต่ให้เห็นความเข้าชุดกันเป็นคู่ๆ ยกตัวอย่าง เช่น

คู่หนึ่ง: กายิกสุข คือ ความสุขทางกาย
เจตสิกสุข คือ ความสุขทางใจ

คู่หนึ่ง: สามิสสุข คือ ความสุขอิงอามิส สุขที่ต้องอาศัยกามวัตถุ หรือขึ้นต่อสิ่งเสพ
นิรามิสสุข คือ ความสุขไม่อิงอามิส ไม่ต้องอาศัยกามวัตถุ ไม่ขึ้นต่อสิ่งเสพ สุขในระดับอิสระ

คู่หนึ่ง: คิหิสุข คือ ความสุขของคฤหัสถ์ สุขแบบชาวบ้าน
ปัพพชิตสุข คือ ความสุขของบรรพชิต สุขแบบผู้บวช

คู่หนึ่ง: กามสุข คือ ความสุขจากกาม สุขกับ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสกาย ที่น่าใคร่น่าปรารถนา สุข กับ การได้การเสพ
เนกขัมมสุข คือ ความสุขปลีกหรือปลอดจากกาม สุขปลอดโปร่งจากสิ่งล่อเร้าเย้ายวน สุขแบบสลัดออก ไม่ยุ่งกับการได้การเอา


ที่ยกมานี่เพียง ๔ คู่ เพื่อให้ดูเป็นตัวอย่าง จะได้เห็นว่า ความสุขมีมากมาย พระพุทธเจ้าตรัสไว้เพื่อให้เห็นแง่มุมที่จะจำแนกแยกแยะดูความแตกต่าง แบ่งได้หลากหลาย ถึงแม้บางแห่งจะแบ่งเป็นสุข ๑๐ อย่าง ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องสำคัญ แต่เป็นข้อที่รู้ไว้ เมื่อจำสาระตามที่กล่าวได้แล้ว พอพบ ก็จะมองออกว่าความสุขอย่างนี้ๆ อยู่ในตำแหน่งแห่งที่ตรงไหน เป็นอย่างไร


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ย. 2018, 05:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33839

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


นักอภิธรรมดูดีๆ

ต่อ

นอกจากนี้ ในแง่ความรู้ประกอบนั้น เมื่อมองอย่างกว้างๆ ก็สามารถจัดประเภทความสุขได้ในเชิงอุดมคติด้วย กล่าวคือ เมื่อถือว่า ความสุขเป็นจุดหมายของการศึกษา ก็โยงไปได้ถึงหลักในเรื่องภพภูมิ โดยจำแนกการแบ่งเป็นภูมิต่างๆ คือ การจัดตามระดับจิต และระดับชีวิต ที่จะพัฒนาขึ้นไป

อย่างที่รู้กันมาเป็นประเพณีว่า สรรพโลกนี้แบ่งเป็นภูมิต่างๆมากมาย จัดได้เป็น ๓ ระดับ คือ
กามภูมิ (ระดับที่ยังเกี่ยวข้องกับกาม)
รูปภูมิ (ระดับรูปพรหม)
อรูปภูมิ (ระดับอรูปพรหม) เรียกรวมว่า “ไตรภูมิ”

แล้วเหนือไตรภูมิ มีอีกกระดับหนึ่ง คือ โลกุตรภูมิ (ระดับเหนือโลก, เขียนอย่างเต็มเป็น โลกุตตรภูมิ )

ภูมิในไตรภูมินี้ หมายถึง โลก หรือแดนอันเป็นที่อยู่ของประดาสัตว์ที่มีชีวิตในระดับดียวกันนั้นๆ ก็ได้ หมายถึง ระดับจิตของสัตว์ที่พัฒนาถึงระดับนั้น ๆ ก็ได้

ความหมายที่ ๒ คือ ระดับจิตนี้ ใช้กับโลกุตรภูมิได้ด้วย ดังนั้น จึงมีความหมายต่อไปอีกว่า สัตว์ที่อยู่ในโลกเดียวกัน เฉพาะอย่างยิ่ง มนุษย์ทั้งหลายในโลกนี้ อาจจะมีผู้ที่พัฒนาอยู่ในภูมิต่างๆ ของไตรภูมิ จนถึงโลกุตรภูมิ ได้ทั้งหมด


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ย. 2018, 05:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33839

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ถ้าจะจัดประเภทให้สะดวกที่จะเข้าใจได้ง่าย ก็แบ่งทั้งหมดให้เป็น ๓ คือ

๑. กามภูมิ คือ ชั้นกาม (ชั้นที่เกี่ยวข้องกับกาม)
๒. รูปภูมิ และอรูปภูมิ เรียกรวมกันเป็น ชั้นพรหม
๓. โลกุตรภูมิ คือ ชั้นเหนือโลก (หรือชั้นโลกุตระ)


เมื่อมองในแง่ความสุข ก็จัดระดับได้เป็น

๑. ชั้นกาม ระดับ กามสุข มีความเป็นเทพหรือสวรรค์ เป็นอุดมคติ คือมีการพัฒนาถึงขั้นที่มีกามสุขอย่างเลิศ แม้จะยังมีทุกข์ตามประสาปุถุชน แต่ว่าเว้นจากการเบียดเบียน ไม่ต้องมีทัณฑอาชญา
๒. ชั้นพรหม ระดับ ฌานสุข มีความเป็นพรหม เป็นอุดมคติ
๓. ชั้นโลกุตระ ระดับ นิพพานสุข มีอรหัตผล เป็นอุดมคติ


พระพุทธศาสนาเป็นระบบการศึกษาเพื่อพัฒนามนุษย์ ซึ่งมีหลักว่า ตลอดทุกเวลา แต่ละคนพึงพัฒนาตนให้ดีงามประเสริฐมีความสุขสูงขึ้นไป และในแต่ละเวลานั้น คนทั้งหลายอยู่ในระดับการพัฒนาที่ต่างๆกันไป ด้วยเหตุนี้ โลกควรมีสภาพที่เอื้อต่อการอยู่ดีของเหล่าชนที่มีระดับการพัฒนาต่างๆกัน และเกื้อหนุนให้แต่ละคนพัฒนาตนยิ่งขึ้นไปได้ด้วยดี


แก้ไขล่าสุดโดย กรัชกาย เมื่อ 28 พ.ย. 2018, 17:54, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ย. 2018, 05:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33839

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เมื่อตั้งความสุข หรือสุขภาวะ คือ ความเป็นสุข ขึ้นเป็นจุดหมายของการศึกษา มนุษย์ก็พึงพัฒนาตนสูงขึ้นไปในภูมิทั้งหลายที่ว่ามานั้น ให้เข้าถึงความสุขที่ประณีตสูงขึ้นไปๆ

ด้วย ศีลศึกษา พัฒนากายให้มีความสัมพันธ์ กับ สิ่งแวดล้อมอย่างเป็นคุณประโยชน์ และพัฒนาศีลให้อยู่ในสังคมอย่างเกื้อกูลมีความสุขร่วมกัน หรือพูดสั้นๆว่า พัฒนาด้วยทานและศีล ก็จะเข้าถึงกามสุขอย่างชาวสวรรค์

ด้วย จิตตศึกษา ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อนั้น พัฒนาจิตใจให้งอกงามในคุณธรรม โดยเฉพาะพรหมวิหารธรรม มีความเข้มแข็งมั่นคง และมีความสุข โดยมีสมาธิเป็นที่ตั้ง ก็เจริญด้วยความสุขของจิตใจ จนสามารถเข้าถึงฌานสุขได้


ด้วย ปัญญาศึกษา อาศัยสภาพจิตที่พร้อมนั้น พัฒนาปัญญาให้เกิดความรู้เข้าใจเท่าทัน มองเห็นสิ่งทั้งหลายตรงตามเป็นจริง หรือ ตามที่มันเป็น หยั่งถึงเหตุปัจจัย รู้จักดำเนินการให้สำเร็จลุจุดหมาย แก้ปัญหาดับทุกข์ได้ ทำจิตให้เป็นอิสระ มีความสุขที่ไร้ทุกข์ เข้าถึงนิพพานสุข

ในขณะที่พวกชาวสวรรค์บันเทิงด้วยวัตถุ และกิจกรรมทางกามสุข พวกชั้นพรหมอิ่มอยู่กับความสุขทางจิตถึงขั้นฌานสุข และพระอรหันต์ลุนิพพานสุขสมบูรณ์ พ้นไปแล้วจากเยื่อใยในอามิสสุข บุคคลโสดาบันเข้าถึงความสุขใน ๓ ภูมินั้น ทั้งกามสุข ทั้งอธิจิตตสุข และโลกุตรสุข โดยยังไม่ทิ้งอย่างหนึ่งอย่างใด


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ย. 2018, 05:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33839

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


จบ ตอน พุทธธรรมหน้า ๑๑๐๑


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ย. 2018, 05:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33839

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ย้ำอีกทีก็ได้ว่า พระพุทธศาสนาในเมืองไทยไปไม่รอด ยิ่งมีลัทธิแม่สุจินมากขึ้นเท่าใด ก็เสื่อมได้เร็วเท่านั้น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ย. 2018, 05:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7296

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b12:
สุขน่ะคือชอบใจคือโลภะ+โมหะ
ทุกข์คือไม่ชอบใจคือโทสะ+โมหะ
เป็นกิเลสทั้งคู่เลยค่ะมีเพิ่มขึ้นถ้าไม่เริ่มสุตะ
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ย. 2018, 05:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33839

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
:b12:
สุขน่ะคือชอบใจคือโลภะ+โมหะ
ทุกข์คือไม่ชอบใจคือโทสะ+โมหะ
เป็นกิเลสทั้งคู่เลยค่ะมีเพิ่มขึ้นถ้าไม่เริ่มสุตะ
:b32: :b32:


เขาพูดถึงความสุข ไม่ใช่พูดถึงกิเลส ไม่ใช่พูดถึงเรื่องสุตะ สุแตะอะไรที่ไหน สมองคุณโรสเป็นแผ่น แยกแยะอะไรไม่เป็นไม่ได้ :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ย. 2018, 07:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7296

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
:b12:
สุขน่ะคือชอบใจคือโลภะ+โมหะ
ทุกข์คือไม่ชอบใจคือโทสะ+โมหะ
เป็นกิเลสทั้งคู่เลยค่ะมีเพิ่มขึ้นถ้าไม่เริ่มสุตะ
:b32: :b32:


เขาพูดถึงความสุข ไม่ใช่พูดถึงกิเลส ไม่ใช่พูดถึงเรื่องสุตะ สุแตะอะไรที่ไหน สมองคุณโรสเป็นแผ่น แยกแยะอะไรไม่เป็นไม่ได้ :b32:

:b32:
ถ้าอยากมีความสุข
โน่นเปิดเพลงฟังสิ
เต้นๆแด๊นซ์กระจาย
จะมาเก็บกดอยากไป
ทำดีทำไมล่ะก็บอกแล้ว
ว่าจิตเกิดดับทีละ1ขณะ
เป็นสมาธิตรงทางสลับกัน
สว่าง1มืด5รวมเป็น6ทางไม่ซ้ำเก่า
กะพริบตามืดนิดเดียวคือเห็นผิดไงคะ
ตามคำสอนมืด5สว่าง1แต่คุณมืดบอดสนิทไปแล้ว
เห็นแสงสี1สีดับมืด5มันมืดมากกว่าสว่างตาไม่บอดดูสิ
ตื่นรู้แจ้งดูความจริงตามที่คุณเห็นเดี๋ยวนี้เทียบคำสอน555กำลังเห็นผิดไงคะ
จะเห็นถูกเกิดสัมมาตามคำสอนได้ตอนกำลังคิดถูกตามเสียงเพราะได้ยินในมืดคิดในมืดจะเห็นได้ที่ไหนล่ะ
:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ย. 2018, 08:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7296

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
:b12:
สุขน่ะคือชอบใจคือโลภะ+โมหะ
ทุกข์คือไม่ชอบใจคือโทสะ+โมหะ
เป็นกิเลสทั้งคู่เลยค่ะมีเพิ่มขึ้นถ้าไม่เริ่มสุตะ
:b32: :b32:


เขาพูดถึงความสุข ไม่ใช่พูดถึงกิเลส ไม่ใช่พูดถึงเรื่องสุตะ สุแตะอะไรที่ไหน สมองคุณโรสเป็นแผ่น แยกแยะอะไรไม่เป็นไม่ได้ :b32:

:b32:
ถ้าอยากมีความสุข
โน่นเปิดเพลงฟังสิ
เต้นๆแด๊นซ์กระจาย
จะมาเก็บกดอยากไป
ทำดีทำไมล่ะก็บอกแล้ว
ว่าจิตเกิดดับทีละ1ขณะ
เป็นสมาธิตรงทางสลับกัน
สว่าง1มืด5รวมเป็น6ทางไม่ซ้ำเก่า
กะพริบตามืดนิดเดียวคือเห็นผิดไงคะ
ตามคำสอนมืด5สว่าง1แต่คุณมืดบอดสนิทไปแล้ว
เห็นแสงสี1สีดับมืด5มันมืดมากกว่าสว่างตาไม่บอดดูสิ
ตื่นรู้แจ้งดูความจริงตามที่คุณเห็นเดี๋ยวนี้เทียบคำสอน555กำลังเห็นผิดไงคะ
จะเห็นถูกเกิดสัมมาตามคำสอนได้ตอนกำลังคิดถูกตามเสียงเพราะได้ยินในมืดคิดในมืดจะเห็นได้ที่ไหนล่ะ
:b32: :b32: :b32:

ความจริงคือสิ่งที่ควรเรียกให้มาดู
โดยเฉพาะคนที่ชอบนั่งหลับตา
ทำมิจฉาสมาธิเพิ่มไงเพราะว่า
มองเห็นปกตินี่คือรู้แจ้งเห็นจริง
ไม่รู้จักดูแล้วพึ่งคิดตามคำตถาคต
หลับตาเสียโอกาสสะสมรูปของเห็น
ดูสินิมิตที่ปรากฏสวยงามขนาดไหนรู้ไหม
:b16: :b16:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ย. 2018, 09:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33839

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
:b12:
สุขน่ะคือชอบใจคือโลภะ+โมหะ
ทุกข์คือไม่ชอบใจคือโทสะ+โมหะ
เป็นกิเลสทั้งคู่เลยค่ะมีเพิ่มขึ้นถ้าไม่เริ่มสุตะ
:b32: :b32:


เขาพูดถึงความสุข ไม่ใช่พูดถึงกิเลส ไม่ใช่พูดถึงเรื่องสุตะ สุแตะอะไรที่ไหน สมองคุณโรสเป็นแผ่น แยกแยะอะไรไม่เป็นไม่ได้ :b32:

:b32:
ถ้าอยากมีความสุข
โน่นเปิดเพลงฟังสิ
เต้นๆแด๊นซ์กระจาย
จะมาเก็บกดอยากไป
ทำดีทำไมล่ะก็บอกแล้ว
ว่าจิตเกิดดับทีละ1ขณะ
เป็นสมาธิตรงทางสลับกัน
สว่าง1มืด5รวมเป็น6ทางไม่ซ้ำเก่า
กะพริบตามืดนิดเดียวคือเห็นผิดไงคะ
ตามคำสอนมืด5สว่าง1แต่คุณมืดบอดสนิทไปแล้ว
เห็นแสงสี1สีดับมืด5มันมืดมากกว่าสว่างตาไม่บอดดูสิ
ตื่นรู้แจ้งดูความจริงตามที่คุณเห็นเดี๋ยวนี้เทียบคำสอน555กำลังเห็นผิดไงคะ
จะเห็นถูกเกิดสัมมาตามคำสอนได้ตอนกำลังคิดถูกตามเสียงเพราะได้ยินในมืดคิดในมืดจะเห็นได้ที่ไหนล่ะ
:b32: :b32: :b32:

ความจริงคือสิ่งที่ควรเรียกให้มาดู
โดยเฉพาะคนที่ชอบนั่งหลับตา
ทำมิจฉาสมาธิเพิ่มไงเพราะว่า
มองเห็นปกตินี่คือรู้แจ้งเห็นจริง
ไม่รู้จักดูแล้วพึ่งคิดตามคำตถาคต
หลับตาเสียโอกาสสะสมรูปของเห็น
ดูสินิมิตที่ปรากฏสวยงามขนาดไหนรู้ไหม
:b16: :b16:


อ้างคำพูด:
ดูสินิมิตที่ปรากฏสวยงามขนาดไหนรู้ไหม



พอบอกได้ไหม สวยงามขนาดไหนขอรับ :b10:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ย. 2018, 09:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33839

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
:b12:
สุขน่ะคือชอบใจคือโลภะ+โมหะ
ทุกข์คือไม่ชอบใจคือโทสะ+โมหะ
เป็นกิเลสทั้งคู่เลยค่ะมีเพิ่มขึ้นถ้าไม่เริ่มสุตะ
:b32: :b32:


เขาพูดถึงความสุข ไม่ใช่พูดถึงกิเลส ไม่ใช่พูดถึงเรื่องสุตะ สุแตะอะไรที่ไหน สมองคุณโรสเป็นแผ่น แยกแยะอะไรไม่เป็นไม่ได้ :b32:

:b32:
ถ้าอยากมีความสุข
โน่นเปิดเพลงฟังสิ
เต้นๆแด๊นซ์กระจาย
จะมาเก็บกดอยากไป
ทำดีทำไมล่ะก็บอกแล้ว
ว่าจิตเกิดดับทีละ1ขณะ
เป็นสมาธิตรงทางสลับกัน
สว่าง1มืด5รวมเป็น6ทางไม่ซ้ำเก่า
กะพริบตามืดนิดเดียวคือเห็นผิดไงคะ
ตามคำสอนมืด5สว่าง1แต่คุณมืดบอดสนิทไปแล้ว
เห็นแสงสี1สีดับมืด5มันมืดมากกว่าสว่างตาไม่บอดดูสิ
ตื่นรู้แจ้งดูความจริงตามที่คุณเห็นเดี๋ยวนี้เทียบคำสอน555กำลังเห็นผิดไงคะ
จะเห็นถูกเกิดสัมมาตามคำสอนได้ตอนกำลังคิดถูกตามเสียงเพราะได้ยินในมืดคิดในมืดจะเห็นได้ที่ไหนล่ะ
:b32: :b32: :b32:


อ้างคำพูด:
จะเห็นถูก เกิดสัมมาตามคำสอนได้ ตอนกำลังคิดถูกตามเสียง เพราะได้ยินในมืด คิดในมืดจะเห็นได้ที่ไหนล่ะ


นี่คือกำลังเข้าใจแบบสำนัก อ.แนบ คิกๆๆ

ถ้างั้นถาม อยู่ในถ้ำคิดได้ไหม ? กลางค่ำกลางคืนเดือนมืดคิดได้ไหม ? ดำน้ำคิดได้ไหม?


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ย. 2018, 19:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7296

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
:b12:
สุขน่ะคือชอบใจคือโลภะ+โมหะ
ทุกข์คือไม่ชอบใจคือโทสะ+โมหะ
เป็นกิเลสทั้งคู่เลยค่ะมีเพิ่มขึ้นถ้าไม่เริ่มสุตะ
:b32: :b32:


เขาพูดถึงความสุข ไม่ใช่พูดถึงกิเลส ไม่ใช่พูดถึงเรื่องสุตะ สุแตะอะไรที่ไหน สมองคุณโรสเป็นแผ่น แยกแยะอะไรไม่เป็นไม่ได้ :b32:

:b32:
ถ้าอยากมีความสุข
โน่นเปิดเพลงฟังสิ
เต้นๆแด๊นซ์กระจาย
จะมาเก็บกดอยากไป
ทำดีทำไมล่ะก็บอกแล้ว
ว่าจิตเกิดดับทีละ1ขณะ
เป็นสมาธิตรงทางสลับกัน
สว่าง1มืด5รวมเป็น6ทางไม่ซ้ำเก่า
กะพริบตามืดนิดเดียวคือเห็นผิดไงคะ
ตามคำสอนมืด5สว่าง1แต่คุณมืดบอดสนิทไปแล้ว
เห็นแสงสี1สีดับมืด5มันมืดมากกว่าสว่างตาไม่บอดดูสิ
ตื่นรู้แจ้งดูความจริงตามที่คุณเห็นเดี๋ยวนี้เทียบคำสอน555กำลังเห็นผิดไงคะ
จะเห็นถูกเกิดสัมมาตามคำสอนได้ตอนกำลังคิดถูกตามเสียงเพราะได้ยินในมืดคิดในมืดจะเห็นได้ที่ไหนล่ะ
:b32: :b32: :b32:


อ้างคำพูด:
จะเห็นถูก เกิดสัมมาตามคำสอนได้ ตอนกำลังคิดถูกตามเสียง เพราะได้ยินในมืด คิดในมืดจะเห็นได้ที่ไหนล่ะ


นี่คือกำลังเข้าใจแบบสำนัก อ.แนบ คิกๆๆ

ถ้างั้นถาม อยู่ในถ้ำคิดได้ไหม ? กลางค่ำกลางคืนเดือนมืดคิดได้ไหม ? ดำน้ำคิดได้ไหม?

:b12:
คำสอนของพระพุทธเจ้าคือคำวาจาสัจจะตรงปัจจุบันขณะ
ทุกคนรู้ตรงปัจจุบันขณะได้เพียง1ทางก็ดับคนทั้งตัวแล้ว
https://youtu.be/aaZgEzVvY5g
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ย. 2018, 19:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33839

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
:b12:
สุขน่ะคือชอบใจคือโลภะ+โมหะ
ทุกข์คือไม่ชอบใจคือโทสะ+โมหะ
เป็นกิเลสทั้งคู่เลยค่ะมีเพิ่มขึ้นถ้าไม่เริ่มสุตะ
:b32: :b32:


เขาพูดถึงความสุข ไม่ใช่พูดถึงกิเลส ไม่ใช่พูดถึงเรื่องสุตะ สุแตะอะไรที่ไหน สมองคุณโรสเป็นแผ่น แยกแยะอะไรไม่เป็นไม่ได้ :b32:

:b32:
ถ้าอยากมีความสุข
โน่นเปิดเพลงฟังสิ
เต้นๆแด๊นซ์กระจาย
จะมาเก็บกดอยากไป
ทำดีทำไมล่ะก็บอกแล้ว
ว่าจิตเกิดดับทีละ1ขณะ
เป็นสมาธิตรงทางสลับกัน
สว่าง1มืด5รวมเป็น6ทางไม่ซ้ำเก่า
กะพริบตามืดนิดเดียวคือเห็นผิดไงคะ
ตามคำสอนมืด5สว่าง1แต่คุณมืดบอดสนิทไปแล้ว
เห็นแสงสี1สีดับมืด5มันมืดมากกว่าสว่างตาไม่บอดดูสิ
ตื่นรู้แจ้งดูความจริงตามที่คุณเห็นเดี๋ยวนี้เทียบคำสอน555กำลังเห็นผิดไงคะ
จะเห็นถูกเกิดสัมมาตามคำสอนได้ตอนกำลังคิดถูกตามเสียงเพราะได้ยินในมืดคิดในมืดจะเห็นได้ที่ไหนล่ะ
:b32: :b32: :b32:


อ้างคำพูด:
จะเห็นถูก เกิดสัมมาตามคำสอนได้ ตอนกำลังคิดถูกตามเสียง เพราะได้ยินในมืด คิดในมืดจะเห็นได้ที่ไหนล่ะ


นี่คือกำลังเข้าใจแบบสำนัก อ.แนบ คิกๆๆ

ถ้างั้นถาม อยู่ในถ้ำคิดได้ไหม ? กลางค่ำกลางคืนเดือนมืดคิดได้ไหม ? ดำน้ำคิดได้ไหม?

:b12:
คำสอนของพระพุทธเจ้าคือคำวาจาสัจจะตรงปัจจุบันขณะ
ทุกคนรู้ตรงปัจจุบันขณะได้เพียง1ทางก็ดับคนทั้งตัวแล้ว
https://youtu.be/aaZgEzVvY5g
:b32: :b32:



ถามอย่างพูดตอบไปอีกอย่าง คิกๆๆ งอกไปเรื่อย เหมือนที่ดินริมตลิ่ง :b32:

เสียเวลาเปล่า


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 21 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 15 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร


cron