วันเวลาปัจจุบัน 30 ส.ค. 2025, 20:27  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 17 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ส.ค. 2018, 20:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33766

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ทำไมจึงทรงยกย่องสังฆทานว่ามีผลมากที่สุด

สังฆทาน เป็นธรรมสำคัญอีกข้อหนึ่ง ทาน คือการให้ ในทางพุทธศาสนา แบ่งเป็น ๒ อย่าง คือ ให้แก่บุคคลหรือให้เจาะจงจำเพาะตัวผู้นั้นผู้นี้ เรียกว่า ปาฏิปุคคลิกทาน และให้แก่สงฆ์หรือให้มุ่งเพื่อส่วนรวม เรียกว่า สังฆทาน

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ส.ค. 2018, 20:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33766

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คำสอนในเรื่องนี้ มีว่า สำหรับการให้แก่บุคคล การให้แก่คนชั่วหรือคนมีคุณความดีน้อย มีผลน้อย

การให้แก่คนมีคุณความดีมาก มีผลมาก

การให้แก่ส่วนรวมหรือสงฆ์ มีผลมากกว่าการให้แก่บุคคลไม่ว่ากรณีใดๆ

พระพุทธเจ้าทรงแยกประเภท ปาฏิปุคคลิกทาน หรือการให้แก่บุคคลออกไป เช่น ให้แก่ พระพุทธเจ้า

ให้แก่พระปัจเจกพุทธเจ้า

ให้แก่พระอรหันตสาวก ตลอดลงไปจนถึงให้แก่ปุถุชนมีศีล ปุถุชนทุศีล และให้แก่สัตว์ดิรัจฉาน

ทรงเปรียบเทียบว่า ให้แก่สัตว์ดิรัจฉาน มีคุณความดีเป็นร้อย

ให้แก่ปุถุชนทุศีล มีคุณความดีเป็นพัน

ให้แก่ปุถุชนมีศีล มีคุณความดีเป็นแสน

ให้แก่นักบวชภายนอกที่ไม่มีราคะ มีคุณเป็นแสนโกฏิ

ให้แก่พระโสดาบัน มีคุณเป็นอสงไขย

ให้แก่บุคคลมีคุณความดียิ่งกว่านั้นไป เป็นอันไม่ต้องพูดถึง

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ส.ค. 2018, 21:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33766

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ส่วนของที่ให้เพื่อสงฆ์ ก็อาจจะถวายแก่สงฆ์สองฝ่าย มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข ซึ่งนับว่าเป็นสังฆทานขั้นครบถ้วนที่สุด
ถัดจากนั้น ก็อาจถวายแก่สงฆ์สองฝ่ายในเมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว ตลอดลงมาจนถึงถวายโดยให้จัดภิกษุหรือภิกษุณีจำนวนเท่านั้นเท่านี้จากสงฆ์มารับ (เป็นตัวแทนสงฆ์ โดยไม่เจาะจงว่าองค์นั้นองค์นี้) หรือ
แม้แต่เมื่อกาลเวลาล่วงไปนาน ธรรมวินัยจวนจะสิ้น จะถวายแก่พวกพระทุศีล เหลือแต่ผ้าเหลืองห้อยคอ แต่ถวายในนามของสงฆ์ ก็ยังมีผลมากมาย พระพุทธเจ้าทรงสรุปว่า

“เราไม่กล่าวว่า ปาฏิปุคคลิกทาน มีผลมากกว่าของที่ให้แก่สงฆ์ โดยปริยายใดๆเลย”* (วินย. อ.2/304)

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ส.ค. 2018, 21:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33766

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


พระพุทธเจ้าเคยทรงสนทนา กับ คฤหบดีคนหนึ่งในเรื่องนี้

ตรัสถาม: นี่แน่ะท่านคฤหบดี ทานในตระกูล ท่านยังให้อยู่หรือ?

คฤหบดีทูลตอบ: ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ยังให้อยู่ และทานนั้น ข้าพระองค์ถวายในพระภิกษุผู้ถืออยู่ป่า ถือบิณฑบาต ถือครองผ้าบังสุกุล ซึ่งเป็นพระอรหันต์ หรือบรรลุอรหัตมรรค

พระพุทธเจ้าได้ตรัสแนะนำว่า ท่านคฤหบดีเป็นคฤหัสถ์ อยู่ครองเรือน ยุ่งอยู่กับครอบครัว ยากที่จะรู้ได้ว่า พระองค์ไหนเป็นพระอรหันต์ หรือบรรลุอรหัตมรรค

พระองค์ตรัสว่า ไม่ว่าพระอยู่ป่า หรือพระอยู่ถิ่นบ้าน ไม่ว่าพระถือบิณฑบาต หรือพระรับนิมนต์ ไม่ว่าพระถือห่มผ้าบังสุกุล หรือพระห่มจีวรที่คหบดีถวาย ถ้าเป็นผู้ฟุ้งซ่าน ถือตัว เห่อเหิม ปากกล้า พูดเลอะ สติเฟือน ไม่มีสัมปชัญญะ ใจไม่ตั้งมั่น จิตพล่าน ไม่สำรวมอินทรีย์ ก็น่าติเตียนทั้งนั้น, ถ้าไม่ฟุ้งซ่าน ไม่ถือตัว ไม่เห่อเหิม ไม่ปากกล้า ไม่พูดเลอะ มีสติมั่น มีสัมปชัญญะ ใจตั้งมั่น จิตแน่วแน่ สำรวมอินทรีย์ ก็น่าสรรเสริญทั้งนั้น

สุดท้าย ตรัสเชิญชวนคฤหบดีให้ให้ทานในสงฆ์ เมื่อถวายทานในสงฆ์ จิตจักผ่องใส เมื่อจิตผ่องใส ตายก็ถึงสุคติ * (องฺ.ฉกฺก.22/330/437)

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ส.ค. 2018, 22:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7520

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
พกมือถือเล่นเฟสเล่นไลน์555
ภิกษุในธรรมวินัยไม่รับเงินทอง
ใช้สอยด้วยการซื้อหาเองไม่ได้
ไปเดินห้างสรรพสินค้าไปทำอะไร
ที่อโคจรซื้อขายแลกเปลี่ยนธุรกิจหรือคริคริคริ
:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ส.ค. 2018, 22:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33766

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ส.ค. 2018, 22:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33766

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


พระคุณเจ้าท่านตอบได้ดีมากๆ
#หลวงพ่อรูปหนึ่งท่านได้เทศน์ให้คุณโยมป้าสุจินต์ฟังเพราะท่านป้าสงสัยว่า...

เรื่อง #พระเล่นเฟสบุคทำไม?
......หลวงพ่อท่านก็ได้อธิบายโดยย่อว่า...
เฟสบุคก็เหมือนมีดมีคมปลายแหลม
.....
ใช้หั่นผักผลไม้ได้ ใช้แทงตัวเองก็ได้
ใช้เผยแพร่ธรรมก็ได้ ภาพและข้อความไหน?ดีก็เซฟไว้ในสมอง ภาพและข้อความไหนไม่ดีทำให้ใจเป็นทุกข์ ก็ลบทิ้งไป
.....
ทั้งโยมสุจินต์กับพระ คงไม่ใช้มีดหรือเฟสบุคแทงตัวเองเป็นแน่แท้
.....
กิเลสก็ขัดเกลา ดูเฟสก็ดูว่าใครเป็นภัยต่อพระพุทธศาสนา
.....
เหมือนเงินตรา จะใช้บริจาคทำบุญก็ได้ จะใช้จ้างมือปืนยิงคนก็ได้ จะใช้ทำบุญก็ได้
จะใช้ทำบาปก็ได้ จะดีหรือชั่วไม่ได้อยู่ที่เงิน อยู่ที่ตัวบุคลนั้นจะเห็นคุณค่าของเงิน
.....
เฟสก็เช่นกัน พระจะใช้เป็นสะพานบุญก็ได้ จะใช้เป็นสะพานบาปก็ได้ ถ้าพระท่านไม่ปรารถนานิพพานชาตินี้
ก็ใช้สร้างคุณประโยชน์ต่อพระศาสนาใน
ชาตินี้ได้
.....
พระที่เผยแพร่ธรรมทางโซเชียลมีเดียก็รวดเร็วถึงห้องนอนได้ นอนฟังได้
มันไม่เหมือนสมัยที่ยังไม่มีเทคโนโลยีนี้
คือต้องจาริกไป เดินไป แล้วไปเทศนา มันก็ต้องเหนื่อย
.....
อย่างเรานี้ ถ้าอยากเทศน์เฟสบุคไลฟ์ ก็เทศน์ได้เลย คนฟัง 5 คน อาตมาก็พอใจ ในสมัยครั้งพุทธกาลพระพุทธเจ้าแสดงธรรมให้คนฟัง 100 คน ได้ดวงตาเห็นธรรมเพียง 1 คน พระองค์ก็ถือว่าคุ้มค่า ไม่ใช่เอาไปไลฟ์ในทางที่ไม่ดี และโยมไม่ต้องให้ใครเสียเงินติดกันเทศน์ โยมสุจินต์ควรมองสองด้าน คือด้านคุณและด้านโทษ ด้านบวกและด้านลบ
ด้านคุณก็มีมาก ด้านโทษก็มีเยอะถ้าพระใช้ไม่ถูกธรรมวินัย
.....
คนเรามีอิสรคิดในกรอบที่ดีงาม
เมื่อพระใช้เฟสในกรอบที่ดีงาม ในการเผยแพร่พระธรรมก็ย่อมทำได้
มิใช่มีแต่โยมจะใช้เผยแพร่ธรรมได้เฉพาะโยมป้าสุจินต์เท่านั้น พระสงฆ์องค์เณรถือว่าเป็นหน้าที่สำคัญที่จะต้องเผยแผ่ธรรม
......
โยมอย่ามีโมหาคติ
คือลำเอียงเพราะหลง
ใช้อัตโนมติของตนติเตียนพระ
.....
เรื่องเห็นภัยในวัฏสงสาร...มันก็เป็นเรื่อง ต้องไปเรื่อยๆ ในระหว่างเดินทางในสังสารวัฏ
พระก็เห็นภัย แต่เมื่อยังไม่บรรลุธรรมเกิดชาติใหม่ก็ค่อยว่ากันต่อไป
โยมตัดภัยในวัฏสงสารได้ก่อนพระ อาตมาก็ขออนุโมทนาบุญกับโยมป้าสุจินต์ด้วย
แต่อาตมานี้ของดการเสพผู้หญิง (งดการมีเพศสัมพันธุ์) งดการอยู่การครองเรือน เสียสละจากเพศฆราวาส ก็รู้สึกอดทนมากมายหลายประการ และจางคลายความกำหนัดที่เคยเป็นเมื่อก่อนครั้งยังไม่ได้บวช หรืออาจจะเป็นด้วยอำนาจเนกขัมมะบารมีที่ได้สั่งสมมาก็อาจจะเป็นได้

https://www.facebook.com/photo.php?fbid ... =3&theater

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ส.ค. 2018, 22:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33766

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Kiss
พกมือถือเล่นเฟสเล่นไลน์555
ภิกษุในธรรมวินัยไม่รับเงินทอง
ใช้สอยด้วยการซื้อหาเองไม่ได้
ไปเดินห้างสรรพสินค้าไปทำอะไร
ที่อโคจรซื้อขายแลกเปลี่ยนธุรกิจหรือคริคริคริ


ปัจจุบันทุกสิ่งทุกอย่างไปอยู่ห้างหมดแล้ว แล้วจะให้เขาไปซื้อที่ไหนเล่า :b32:

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ส.ค. 2018, 22:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7520

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
พกมือถือเล่นเฟสเล่นไลน์555
ภิกษุในธรรมวินัยไม่รับเงินทอง
ใช้สอยด้วยการซื้อหาเองไม่ได้
ไปเดินห้างสรรพสินค้าไปทำอะไร
ที่อโคจรซื้อขายแลกเปลี่ยนธุรกิจหรือคริคริคริ


ปัจจุบันทุกสิ่งทุกอย่างไปอยู่ห้างหมดแล้ว แล้วจะให้เขาไปซื้อที่ไหนเล่า :b32:

cool
8บริขาร=อัฐบริขารมีมือถือไหมมีเงินไหม
คำสอนของพระพุทธเจ้าตรงจริงน๊า
บวชรับเงินทองต้องตกนรกน๊า
บวชตามประเพณีรับเงิน
พ่อแม่เกาะไปนรกน๊า
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ส.ค. 2018, 06:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33766

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
พกมือถือเล่นเฟสเล่นไลน์555
ภิกษุในธรรมวินัยไม่รับเงินทอง
ใช้สอยด้วยการซื้อหาเองไม่ได้
ไปเดินห้างสรรพสินค้าไปทำอะไร
ที่อโคจรซื้อขายแลกเปลี่ยนธุรกิจหรือคริคริคริ


ปัจจุบันทุกสิ่งทุกอย่างไปอยู่ห้างหมดแล้ว แล้วจะให้เขาไปซื้อที่ไหนเล่า :b32:

cool
8บริขาร=อัฐบริขารมีมือถือไหมมีเงินไหม
คำสอนของพระพุทธเจ้าตรงจริงน๊า
บวชรับเงินทองต้องตกนรกน๊า
บวชตามประเพณีรับเงิน
พ่อแม่เกาะไปนรกน๊า


8 อย่างก็ต้องเอาก้อนหิน (ถ้าว่าพกก้อนหินหนัก เปลี่ยนเป็นเม็ดมะขาม) ไปแลกร้านสังฆภัณฑ์ :b32:

เขาก็บวชสืบๆกันมาแล้วแต่ศรัทธา บ้างก็บวช 7-15 วัน บ้างก็ 1 พรรษา ถ้าบวชไม่ได้อย่างศิษย์บ้านธัมมะซึ่งนำโดยแม่สุจินแล้ว ป่านนี้พระพุทธศาสนาสูญสิ้นไปนานแล้ว คงไม่เหลือจนป่านนี้หรอก :b1:

นานแล้วเคยถกเถียงกับสมช.ลานนี่แหละ จำชื่อไม่ได้แล้ว เขาพูดประมาณว่า สมัยก่อนพระจะไปไหนเหาะไป เราก็ถามประมาณว่า สมัยนี้เหาะไม่ได้ ถ้ามีคนนิมนต์ไปเชียงใหม่ ทำยังไง เขาบอกต้องเหาะไป คิกๆๆ เหาะไม่ได้ก็ไม่ต้องไป

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ส.ค. 2018, 10:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7520

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
พกมือถือเล่นเฟสเล่นไลน์555
ภิกษุในธรรมวินัยไม่รับเงินทอง
ใช้สอยด้วยการซื้อหาเองไม่ได้
ไปเดินห้างสรรพสินค้าไปทำอะไร
ที่อโคจรซื้อขายแลกเปลี่ยนธุรกิจหรือคริคริคริ


ปัจจุบันทุกสิ่งทุกอย่างไปอยู่ห้างหมดแล้ว แล้วจะให้เขาไปซื้อที่ไหนเล่า :b32:

cool
8บริขาร=อัฐบริขารมีมือถือไหมมีเงินไหม
คำสอนของพระพุทธเจ้าตรงจริงน๊า
บวชรับเงินทองต้องตกนรกน๊า
บวชตามประเพณีรับเงิน
พ่อแม่เกาะไปนรกน๊า


8 อย่างก็ต้องเอาก้อนหิน (ถ้าว่าพกก้อนหินหนัก เปลี่ยนเป็นเม็ดมะขาม) ไปแลกร้านสังฆภัณฑ์ :b32:

เขาก็บวชสืบๆกันมาแล้วแต่ศรัทธา บ้างก็บวช 7-15 วัน บ้างก็ 1 พรรษา ถ้าบวชไม่ได้อย่างศิษย์บ้านธัมมะซึ่งนำโดยแม่สุจินแล้ว ป่านนี้พระพุทธศาสนาสูญสิ้นไปนานแล้ว คงไม่เหลือจนป่านนี้หรอก :b1:

นานแล้วเคยถกเถียงกับสมช.ลานนี่แหละ จำชื่อไม่ได้แล้ว เขาพูดประมาณว่า สมัยก่อนพระจะไปไหนเหาะไป เราก็ถามประมาณว่า สมัยนี้เหาะไม่ได้ ถ้ามีคนนิมนต์ไปเชียงใหม่ ทำยังไง เขาบอกต้องเหาะไป คิกๆๆ เหาะไม่ได้ก็ไม่ต้องไป

:b32:
เงินสำหรับซื้อขายแลกเปลี่ยนไม่ใช่เหรอคะ
บวชแล้วเป็นผู้ขอโดยบิณฑบาตซื้อไม่ได้ไงคะ
ไม่มีกิจต้องติดต่อซื้อขายแลกเปลี่ยนทำได้แค่เดิน
อุ้มบาตรอย่างเสงี่ยมเจียมตัวไปตามบ้านอย่างผู้ขอจริงไหม
ถ้าถือเงินจับจ่ายใช้สอยไปโน่นมานี่แสดงถึงไม่ละอายแก่ใจที่ขอบวช
มีอะไรที่ดีเหลือไหมในเมื่อแบมือขออยู่แบบไม่รู้ว่ารับเงินน้ันเป็นนิสัยของชาวบ้าน
:b32:
:b32: :b32:


แก้ไขล่าสุดโดย Rosarin เมื่อ 14 ส.ค. 2018, 10:27, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ส.ค. 2018, 10:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33766

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
พกมือถือเล่นเฟสเล่นไลน์555
ภิกษุในธรรมวินัยไม่รับเงินทอง
ใช้สอยด้วยการซื้อหาเองไม่ได้
ไปเดินห้างสรรพสินค้าไปทำอะไร
ที่อโคจรซื้อขายแลกเปลี่ยนธุรกิจหรือคริคริคริ


ปัจจุบันทุกสิ่งทุกอย่างไปอยู่ห้างหมดแล้ว แล้วจะให้เขาไปซื้อที่ไหนเล่า :b32:

cool
8บริขาร=อัฐบริขารมีมือถือไหมมีเงินไหม
คำสอนของพระพุทธเจ้าตรงจริงน๊า
บวชรับเงินทองต้องตกนรกน๊า
บวชตามประเพณีรับเงิน
พ่อแม่เกาะไปนรกน๊า


8 อย่างก็ต้องเอาก้อนหิน (ถ้าว่าพกก้อนหินหนัก เปลี่ยนเป็นเม็ดมะขาม) ไปแลกร้านสังฆภัณฑ์ :b32:

เขาก็บวชสืบๆกันมาแล้วแต่ศรัทธา บ้างก็บวช 7-15 วัน บ้างก็ 1 พรรษา ถ้าบวชไม่ได้อย่างศิษย์บ้านธัมมะซึ่งนำโดยแม่สุจินแล้ว ป่านนี้พระพุทธศาสนาสูญสิ้นไปนานแล้ว คงไม่เหลือจนป่านนี้หรอก :b1:

นานแล้วเคยถกเถียงกับสมช.ลานนี่แหละ จำชื่อไม่ได้แล้ว เขาพูดประมาณว่า สมัยก่อนพระจะไปไหนเหาะไป เราก็ถามประมาณว่า สมัยนี้เหาะไม่ได้ ถ้ามีคนนิมนต์ไปเชียงใหม่ ทำยังไง เขาบอกต้องเหาะไป คิกๆๆ เหาะไม่ได้ก็ไม่ต้องไป

:b32:
เงินสำหรับซื้อขายแลกเปลี่ยนไม่ใช่เหรอคะ
บวชแล้วเป็นผู้ขอโดยบิณฑบาตซื้อไม่ได้ไงคะ
ไม่มีกิจต้องติดต่อซื้อขายแลกเปลี่ยนทำได้แค่เดิน
อุ้มบาตรอย่างเสงี่ยมเจียมตัวไปตามบ้านอย่างผู้ขอจริงไหม
ถ้าถือเงินจับจ่ายใช้สอยไปโน่นมานี่แสดงถึงไม่ละอายแก่ใจที่ขอบวช


บอกไปแล้ว ถ้าสังคมไม่ใช่เงินแลกเปลี่ยนสิ่งของกัน ก็เอาก้อนหินหรือเม็ดมะขามแลกเปลี่ยน :b32: อ้าวจริงๆนะ ไม่ใช่พูดเล่น

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ส.ค. 2018, 10:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7520

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
พกมือถือเล่นเฟสเล่นไลน์555
ภิกษุในธรรมวินัยไม่รับเงินทอง
ใช้สอยด้วยการซื้อหาเองไม่ได้
ไปเดินห้างสรรพสินค้าไปทำอะไร
ที่อโคจรซื้อขายแลกเปลี่ยนธุรกิจหรือคริคริคริ


ปัจจุบันทุกสิ่งทุกอย่างไปอยู่ห้างหมดแล้ว แล้วจะให้เขาไปซื้อที่ไหนเล่า :b32:

cool
8บริขาร=อัฐบริขารมีมือถือไหมมีเงินไหม
คำสอนของพระพุทธเจ้าตรงจริงน๊า
บวชรับเงินทองต้องตกนรกน๊า
บวชตามประเพณีรับเงิน
พ่อแม่เกาะไปนรกน๊า


8 อย่างก็ต้องเอาก้อนหิน (ถ้าว่าพกก้อนหินหนัก เปลี่ยนเป็นเม็ดมะขาม) ไปแลกร้านสังฆภัณฑ์ :b32:

เขาก็บวชสืบๆกันมาแล้วแต่ศรัทธา บ้างก็บวช 7-15 วัน บ้างก็ 1 พรรษา ถ้าบวชไม่ได้อย่างศิษย์บ้านธัมมะซึ่งนำโดยแม่สุจินแล้ว ป่านนี้พระพุทธศาสนาสูญสิ้นไปนานแล้ว คงไม่เหลือจนป่านนี้หรอก :b1:

นานแล้วเคยถกเถียงกับสมช.ลานนี่แหละ จำชื่อไม่ได้แล้ว เขาพูดประมาณว่า สมัยก่อนพระจะไปไหนเหาะไป เราก็ถามประมาณว่า สมัยนี้เหาะไม่ได้ ถ้ามีคนนิมนต์ไปเชียงใหม่ ทำยังไง เขาบอกต้องเหาะไป คิกๆๆ เหาะไม่ได้ก็ไม่ต้องไป

:b32:
เงินสำหรับซื้อขายแลกเปลี่ยนไม่ใช่เหรอคะ
บวชแล้วเป็นผู้ขอโดยบิณฑบาตซื้อไม่ได้ไงคะ
ไม่มีกิจต้องติดต่อซื้อขายแลกเปลี่ยนทำได้แค่เดิน
อุ้มบาตรอย่างเสงี่ยมเจียมตัวไปตามบ้านอย่างผู้ขอจริงไหม
ถ้าถือเงินจับจ่ายใช้สอยไปโน่นมานี่แสดงถึงไม่ละอายแก่ใจที่ขอบวช


บอกไปแล้ว ถ้าสังคมไม่ใช่เงินแลกเปลี่ยนสิ่งของกัน ก็เอาก้อนหินหรือเม็ดมะขามแลกเปลี่ยน :b32: อ้าวจริงๆนะ ไม่ใช่พูดเล่น

cool
ชอบใช้เงินอยู่ก็ลาสิกขาออกมาทำสัมมาอาชีพถ้ารับเงินตอนครองผ้ากาสาวพัตรอยู่คือมิจฉาชีพจร้า
ตถาคตใช้คำเรียกแบบนี้นะอลัชชีเศรษฐีหัวโล้นมหาโจรมิจฉาชีพปล้นคำสอนทำเพื่อลาภสักการะ
:b13:
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ส.ค. 2018, 10:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7520

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
พกมือถือเล่นเฟสเล่นไลน์555
ภิกษุในธรรมวินัยไม่รับเงินทอง
ใช้สอยด้วยการซื้อหาเองไม่ได้
ไปเดินห้างสรรพสินค้าไปทำอะไร
ที่อโคจรซื้อขายแลกเปลี่ยนธุรกิจหรือคริคริคริ


ปัจจุบันทุกสิ่งทุกอย่างไปอยู่ห้างหมดแล้ว แล้วจะให้เขาไปซื้อที่ไหนเล่า :b32:

cool
8บริขาร=อัฐบริขารมีมือถือไหมมีเงินไหม
คำสอนของพระพุทธเจ้าตรงจริงน๊า
บวชรับเงินทองต้องตกนรกน๊า
บวชตามประเพณีรับเงิน
พ่อแม่เกาะไปนรกน๊า


8 อย่างก็ต้องเอาก้อนหิน (ถ้าว่าพกก้อนหินหนัก เปลี่ยนเป็นเม็ดมะขาม) ไปแลกร้านสังฆภัณฑ์ :b32:

เขาก็บวชสืบๆกันมาแล้วแต่ศรัทธา บ้างก็บวช 7-15 วัน บ้างก็ 1 พรรษา ถ้าบวชไม่ได้อย่างศิษย์บ้านธัมมะซึ่งนำโดยแม่สุจินแล้ว ป่านนี้พระพุทธศาสนาสูญสิ้นไปนานแล้ว คงไม่เหลือจนป่านนี้หรอก :b1:

นานแล้วเคยถกเถียงกับสมช.ลานนี่แหละ จำชื่อไม่ได้แล้ว เขาพูดประมาณว่า สมัยก่อนพระจะไปไหนเหาะไป เราก็ถามประมาณว่า สมัยนี้เหาะไม่ได้ ถ้ามีคนนิมนต์ไปเชียงใหม่ ทำยังไง เขาบอกต้องเหาะไป คิกๆๆ เหาะไม่ได้ก็ไม่ต้องไป

:b32:
เงินสำหรับซื้อขายแลกเปลี่ยนไม่ใช่เหรอคะ
บวชแล้วเป็นผู้ขอโดยบิณฑบาตซื้อไม่ได้ไงคะ
ไม่มีกิจต้องติดต่อซื้อขายแลกเปลี่ยนทำได้แค่เดิน
อุ้มบาตรอย่างเสงี่ยมเจียมตัวไปตามบ้านอย่างผู้ขอจริงไหม
ถ้าถือเงินจับจ่ายใช้สอยไปโน่นมานี่แสดงถึงไม่ละอายแก่ใจที่ขอบวช


บอกไปแล้ว ถ้าสังคมไม่ใช่เงินแลกเปลี่ยนสิ่งของกัน ก็เอาก้อนหินหรือเม็ดมะขามแลกเปลี่ยน :b32: อ้าวจริงๆนะ ไม่ใช่พูดเล่น

cool
ชอบใช้เงินอยู่ก็ลาสิกขาออกมาทำสัมมาอาชีพถ้ารับเงินตอนครองผ้ากาสาวพัตรอยู่คือมิจฉาชีพจร้า
ตถาคตใช้คำเรียกแบบนี้นะอลัชชีเศรษฐีหัวโล้นมหาโจรมิจฉาชีพปล้นคำสอนทำเพื่อลาภสักการะ
:b13:
:b32: :b32:

การรับเงินของภิกษุในธรรมวินัยคือโจร
ปล้นปัจจัยสี่ของผู้ที่ทำตามสิกขาบทได้ไง
แทนที่บวชจะได้บุญกลับกลายเป็นบาปเพราะรับเงินทอง
:b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ส.ค. 2018, 17:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33766

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
กรัชกาย เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
พกมือถือเล่นเฟสเล่นไลน์555
ภิกษุในธรรมวินัยไม่รับเงินทอง
ใช้สอยด้วยการซื้อหาเองไม่ได้
ไปเดินห้างสรรพสินค้าไปทำอะไร
ที่อโคจรซื้อขายแลกเปลี่ยนธุรกิจหรือคริคริคริ


ปัจจุบันทุกสิ่งทุกอย่างไปอยู่ห้างหมดแล้ว แล้วจะให้เขาไปซื้อที่ไหนเล่า :b32:

cool
8บริขาร=อัฐบริขารมีมือถือไหมมีเงินไหม
คำสอนของพระพุทธเจ้าตรงจริงน๊า
บวชรับเงินทองต้องตกนรกน๊า
บวชตามประเพณีรับเงิน
พ่อแม่เกาะไปนรกน๊า


8 อย่างก็ต้องเอาก้อนหิน (ถ้าว่าพกก้อนหินหนัก เปลี่ยนเป็นเม็ดมะขาม) ไปแลกร้านสังฆภัณฑ์ :b32:

เขาก็บวชสืบๆกันมาแล้วแต่ศรัทธา บ้างก็บวช 7-15 วัน บ้างก็ 1 พรรษา ถ้าบวชไม่ได้อย่างศิษย์บ้านธัมมะซึ่งนำโดยแม่สุจินแล้ว ป่านนี้พระพุทธศาสนาสูญสิ้นไปนานแล้ว คงไม่เหลือจนป่านนี้หรอก :b1:

นานแล้วเคยถกเถียงกับสมช.ลานนี่แหละ จำชื่อไม่ได้แล้ว เขาพูดประมาณว่า สมัยก่อนพระจะไปไหนเหาะไป เราก็ถามประมาณว่า สมัยนี้เหาะไม่ได้ ถ้ามีคนนิมนต์ไปเชียงใหม่ ทำยังไง เขาบอกต้องเหาะไป คิกๆๆ เหาะไม่ได้ก็ไม่ต้องไป

:b32:
เงินสำหรับซื้อขายแลกเปลี่ยนไม่ใช่เหรอคะ
บวชแล้วเป็นผู้ขอโดยบิณฑบาตซื้อไม่ได้ไงคะ
ไม่มีกิจต้องติดต่อซื้อขายแลกเปลี่ยนทำได้แค่เดิน
อุ้มบาตรอย่างเสงี่ยมเจียมตัวไปตามบ้านอย่างผู้ขอจริงไหม
ถ้าถือเงินจับจ่ายใช้สอยไปโน่นมานี่แสดงถึงไม่ละอายแก่ใจที่ขอบวช


บอกไปแล้ว ถ้าสังคมไม่ใช่เงินแลกเปลี่ยนสิ่งของกัน ก็เอาก้อนหินหรือเม็ดมะขามแลกเปลี่ยน :b32: อ้าวจริงๆนะ ไม่ใช่พูดเล่น

cool
ชอบใช้เงินอยู่ก็ลาสิกขาออกมาทำสัมมาอาชีพถ้ารับเงินตอนครองผ้ากาสาวพัตรอยู่คือมิจฉาชีพจร้า
ตถาคตใช้คำเรียกแบบนี้นะอลัชชีเศรษฐีหัวโล้นมหาโจรมิจฉาชีพปล้นคำสอนทำเพื่อลาภสักการะ
:b13:
:b32: :b32:

การรับเงินของภิกษุในธรรมวินัยคือโจร
ปล้นปัจจัยสี่ของผู้ที่ทำตามสิกขาบทได้ไง
แทนที่บวชจะได้บุญกลับกลายเป็นบาปเพราะรับเงินทอง
:b32: :b32:


แน่ะๆว่าปล้นเลยหรอ ไปเอามาแต่ไหน ปล้น

ถ้ารู้ไม่จริงแล้วก็เท่ากับก่ออกุศลจิตให้แก่ตนเอง ทั้งโดยเจตนาบ้างไม่เจตนาบ้าง อีกทั้งตนเองก็ตัดรอนกุศลจิต กุศลธรรมไปหมดสิ้น เรียกว่า ชาตินี้คุณโรสศิษย์บ้านธัมมะนำโดยแม่สุจิน จะเป็นปฏิปักษ์กับพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ถึงกับพูดว่าเห็นผ้าเหลืองก็เผ่นหนีแล้ว คิกๆๆ

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 17 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร