วันเวลาปัจจุบัน 18 ม.ค. 2021, 09:20  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 39 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 เม.ย. 2018, 13:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว




20180423_171243.png
20180423_171243.png [ 708.78 KiB | เปิดดู 1957 ครั้ง ]
:b8: ขอบคุณภาพประกอบจากลุงหมานค่ะ :b4:


สวัสดีค่ะเพื่อนกัลยาณมิตรทุกท่าน คิดถึงนะคะ
เอาเรื่องจริงมาเล่าให้อ่าน ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่นะ แต่ที่เล่านี้มาจากเรื่องที่เจอในครอบครัว นำมาเล่ากันเพื่อให้อ่านเป็นเครื่องเตือนใจว่า ภพภูมิที่เราไม่เห็นนั้น มีจริงแน่นอน

เมื่อต้นปี ๒๕๕๙ นั้นพี่ชายของดิฉันได้เสียชีวิตไปด้วยโรคมะเร็ง ก่อนที่พี่ชายจะเสียชีวิตไปนั้นประมาณ ๑ สัปดาห์ ดิฉันกำลังจะนอน ก็หลับตาเห็นภาพคนสี่คนแบกโลงศพเดินออกจากประตูรั้วบ้านของพี่ชาย ซึ่งขณะนั้นพี่ชายได้นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล และก่อนหน้านั้นสองเดือน ลูกสาวของดิฉันก็ฝันเห็นลุง(พี่ชาย)อยู่กับตายายที่เสียชีวิตไปแล้ว คือนั่งอยู่ด้วยกันพร้อมพ่อแม่ลูกชาย ลูกสาวของดิฉันก็สงสัยว่าลุงทำไมไปอยู่กับตายยายที่ตายไปแล้ว คือที่บ้านของดิฉันนั้น ถ้าดิฉันหรือลูกสาวฝันเห็นใครไปรวมอยู่กับคนที่ตายไปแล้ว อีกประมาณสักสองหรือสามเดือน คนๆนั้นต้องตาย คือพิสูจน์มาแล้วหลายราย (รายล่าสูดที่ดิฉันเพิ่งไปงานเผาศพ เป็นคุณลุงที่นับถือกันเหมือนญาติ ดิฉันก็ฝันเห็นว่าแกไปอยู่รวมกลุ่มกับพ่อแม่ของดิฉันซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว แต่ดิฉันไม่ได้บอกใคร เพราะว่าถึงบอกไปก็คงไม่เชื่อ เรื่องแบบนี้มันยืนยันกันไม่ได้ แต่ดิฉันก็รู้ว่าอีกไม่เกิน ๓ เดือนคุณลุงไปแน่)

เข้าเรื่องล่ะนะ ในเรื่องที่จะเล่านี้มีเกี่ยวข้องกับการสวดคัมภีร์ปัฏฐาน

ในเรื่องที่พี่ชายของดิฉันได้เสียชีวิตไปนั้นมันมีเรื่องเกี่ยวกับไสยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวด้วย ซึ่งพวกมนต์ดำนี้จะบอกว่าปัจจุบันไม่มีแล้วทำไม่ได้จริงนั้น มันก็เป็นความประมาทอย่างยิ่ง เพราะคนที่ทำคุณไสย ทำเสน่ห์ที่เค้ายังทำได้ก็ยังมีอยู่ คือ ในตอนที่พ่อและแม่ของดิฉันยังมีชีวิตอยู่นั้น พี่ชายจะรักพ่อกับแม่มาก เรียกว่ามากกว่าใครในครอบครัวของพี่ชาย พ่ี่ชายที่โดนทำให้หลงมาหลายสิบปี แล้วยังมาโดนซ้ำแกล้งทำให้ไม่สบายก็เลยไม่รอด คือคนในครอบครัวพี่ชายโกรธที่พี่ชายรักพ่อแม่มากกว่ารักตัวเค้า ก็เลยแกล้งให้ป่วย แต่ดันมาตายจริง ก็อย่างที่ว่าแหละค่ะโดนทั้งทำเสน่ห์โดนทั้งแกล้งให้ป่วย อายุของพี่ชายแค่ 56 ปีซ้ำเป็นนายทหารที่มีตำแหน่งใหญ่พอสมควร คนที่ทำของใส่ก็คงไม่อยากให้ตาย แต่คนที่โดนทำของมานานหลายสิบปี จะรอดเหรอ พี่ชายของดิฉันก็เป็นหน้าเป็นตาให้พวกเค้าอวดชาวบ้านในจังหวัดของเค้าได้ว่า ลูกสาวบ้านนี้มีผัวมีหน้ามีตาทางสังคม แต่ความลับไม่มีในโลกทำของใส่พี่ชายของดิฉันซึ่งดิฉันนั้นรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น อันนี้ไม่เล่าเรื่องลงลึกนะคะ เป็นอันว่าพี่ชายเจอคนเล่นของตัวจริงในครอบครัวของแกนั้นเองแหละ ซึ่งคนกลุ่มนี้ก็รู้ว่าดิฉันรู้จักพวกเค้าดีว่าทำอะไรไว้กับพี่ชายของดิฉัน ทำไมดิฉันถึงรู้เพราะมีคนที่ต่างจังหวัดท่านหนึ่งได้รู้จักคนกลุ่มนี้ดีและบอกว่าเป็นคนเล่นของตัวจริงเสียงจริง ดิฉันได้ไปถามพระอาจารย์ท่านหนึ่ง ท่านอายุ 96 แล้วถ้าเป็นปีปัจจุบันนี้ แต่ท่านแข็งแรงมาก พูดดังฟังชัดออกบิณฑบาตเช้าเองทุกวัน ท่านเคยเป็นเณรเดินตามหลวงปู่ท่านหนึ่งที่เอ่ยมาใครๆ ก็รู้จัก พระอาจารย์ท่านนี้ท่านได้บอกดิฉันให้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น และยังมีคุณพี่ผู้ชายอีกท่านหนึ่งที่่พูดอะไรมานี้ตรงหมด(ไม่ใช่หมอดูนะคะ) พี่ผู้ชายท่านนี้ก็บอกกับดิฉันตรงกันกับพระอาจารย์ด้วย ทำให้สิ่งที่ดิฉันเคยรู้มานั้น ก็ไม่ต่างจากที่ท่านทั้งสองบอกมา ซึ่งก่อนหน้านี้เกือบสิบปีก็มีคุณลุงหมอดูท่านหนึ่งก็เตือนดิฉันมาให้ระวังคนกลุ่มนี้ไว้เพราะเป็นคนเล่นของและบอกว่าน่ากลัวด้วย

ในงานศพของพี่ชาย ดิฉันและลูกสาวทั้งสองก็ตกเป็นเป้าสายตาในคนกลุ่มหนึ่งหมั่นไส้ แล้วประกอบกับลูกสาวของดิฉันทั้งสองคน เรียนมหาวิทยาลัยรัฐ ระดับต้นๆถึงสองสถาบัน ก็เกิดมีคนกลุ่มหนึ่งหมั่นไส้เพราะลูกหลานพวกเค้าไม่ได้มีโอกาสเหมือนลูกสาวของดิฉัน ในงานญาติๆ ก็มีแต่แซวล้อเล่นเด็กทั้งสอง เรียกเด็กมหาวิทยาลัยที่เค้าเรียนอยู่นั่นแหละ ลูกสาวมองไปยังคนกลุ่มนั้น ก็เจอสายตาดุดันจะกินเลือดกินเนื้อมองกลับมาทุกครั้ง และก็หลังงานศพพี่ชายจบลง บ้านของดิฉันก็ได้เจอดีจนได้

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 เม.ย. 2018, 23:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 08:10
โพสต์: 2812

แนวปฏิบัติ: ขันธ์5ด้วยการสังเกตุ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และอินทรีย์22
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระสุตตันตปิฎก
อายุ: 0
ที่อยู่: ระยอง อุบลราชธานี

 ข้อมูลส่วนตัว




photo_jacky_accueil.png
photo_jacky_accueil.png [ 40.54 KiB | เปิดดู 1910 ครั้ง ]
รออ่านต่อครับ
กำลังทำความเข้าใจในเรื่องราวอยู่ หมายความว่าแต่ก่อนนั้นพี่ชายรักครอบครัวพ่อแม่มาก แล้วทีนี้โดยทำของกลายไปหลงผู้หญิงที่อื่น แบบนี้ใช่ไหมครับ

.....................................................
อย่าท้อถอยต่อการปฏิบัติ อย่าปล่อยให้ความขุ่นเคืองเข้าแทรก สร้างพลังด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า รำลึกและตอบแทนพระคุณมารดา และบิดา มองโลกด้วยใจเป็นกลาง ระลึกเสมอว่าเรายังด้อยปัญญาหากยังไม่ได้ปัญญา
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 เม.ย. 2018, 10:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว




20180424_185832.png
20180424_185832.png [ 35.56 KiB | เปิดดู 1915 ครั้ง ]
student เขียน:
รออ่านต่อครับ
กำลังทำความเข้าใจในเรื่องราวอยู่ หมายความว่าแต่ก่อนนั้นพี่ชายรักครอบครัวพ่อแม่มาก แล้วทีนี้โดยทำของกลายไปหลงผู้หญิงที่อื่น แบบนี้ใช่ไหมครับ


คือจะเห็นพี่ชายก็เอื้อมระอากับหนี้สินที่เมียสร้างมาบ่อยๆ อยากจะเลิก แต่ไม่เคยเลิกได้เลยสักครั้ง
พี่สะไภ้จะผลาญสมบัติของแม่ผัวเป็นว่าเล่น สร้างหนี้มาตลอดจนต้องขายที่ดินใช้หนี้ให้ ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวด้วย นี่แหละที่คนทางฝ่ายดิฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะว่าแม่อยากจะช่วยพี่ชาย ก็ไม่มีใครว่าถือว่าของนอกกายช่วยๆ กันไป พี่สะไภ้เป็นคนที่รังเกียจญาติทางฝ่ายผัวทุกคน ไม่ว่าจะเป็นพ่อผัวแม่ผัว พี่ผัวน้องผัว ไม่ปลื้มหมด แต่เวลาพี่สะไภ้เดือดร้อนก็ไปหาหมดทุกคนเพื่อขอความช่วยเหลือ ในเวลาที่พี่สะไภ้ดูมีฐานะเรียกว่าช่วงนั้นรอดแล้ว นางก็จะแอบเบ้ปากใส่คน ดิฉันเห็นมากับตาค่ะ และนางจะประจบญาติทางฝ่ายผัว ประจบทุกคนที่รวย และเหยียบคนที่ไม่มีผลประโยชน์ให้นาง ตอนที่นางต้องการให้ดิฉันกู้เงินให้นาง นางจะมาบ้านดิฉันทุกวัน มาจนดิฉันรำคาญแต่ดิฉันไม่ว่าและไม่แสดงอาการอะไรต่อนาง คนทางด้านครอบครัวดิฉันจะใจดีกันทุกคนโดยเฉพาะแม่ของดิฉัน ท่านจะใจดีมากๆ ก็เลยหมดไปกับครอบครัวพี่ชายเยอะ

ทีนี้จะเล่าว่า ครอบครัวของดิฉันโดนอะไรบ้างจากการที่รู้มากไป และไปขัดใจพี่สะไภ้ตอนที่พี่ชายใกล้ตาย เพราะพี่สะไภ้ไปเปิดเพลงธรรมะให้พี่ชายฟังตอนใกล้ตาย ดิฉันบอกให้เปิดเสียงพระสวดมนต์จะดีกว่า นางโกรธดิฉันมาก

ในเช้ามืดวันหนึ่งหลังจากที่พี่ชายเสีย ลูกสาวของดิฉัน ๒ คนนอนกันอยู่บนเตียงใหญ่ในห้องนอน คนพี่ก็โดนมือมาตะปบจับแก้มสองข้างกด พี่ก็ตกใจตื่นแล้วก็ตะปบกลับไปทันทีที่หน้าคนจับ มีเสียงร้องดังกรี๊ดดังลั่น พี่ก็เลยรู้แล้วว่านั่นไม่ใช่น้องสาวมาแกล้งแล้ว

ในเวลาเดียวกันที่พี่สาวโดนตะปบแก้มสองข้างนั้น ฝ่ายน้องสาวก็ลืมตาขึ้นมาเห็นเด็กหัวจุก ๒ คนที่ปลายตีนเตียงกำลังทำท่าหลอกและหัวเราะใส่น้องสาวอยู่ น้องก็เลยเอามือมาปลุกพี่ที่นอนอยู่ข้างๆ ฝ่ายพี่เมื่อรู้ว่าคนที่ตะปบแก้มไม่ใช่น้อง ทั้งสองคนก็รู้แน่แล้วว่าโดนผีหลอก

เด็กทั้งสองก็รีบมาหาดิฉันที่ห้องของดิฉัน ดิฉันก็โทรศัพท์ปรึกษากันกับเพื่อน สมัยก่อนบ้านเพื่อนของดิฉันคนนี้เคยช่วยแก้คนที่โดนคุณไสย แบบช่วยฟรีไม่รับเงิน มีใครเดือดร้อนมาขอความช่วยเหลือก็จะช่วยเท่านั้น เพื่อนของดิฉันก็บอกให้จุดธูปกลางแจ้งนอกบ้าน สวดบทต่างๆ ก่อนการสวดมนต์ตามปกติ แล้วก็สวดชุมนุมเทวดาต่อด้วยสวดคัมภีร์ปัฏฐาน ซึ่งก็ตรงกับใจของดิฉันที่คิดไว้ว่าจะสวดคัมภีร์ปัฏฐาน

วันที่เกิดเรื่องนี้ สามีของดิฉันแกไปทำงานที่ต่างจังหวัด จึงเหลือแค่เราสามคนแม่ลูก ในตอนสายวันนั้น ซึ่งมีแดดเริ่มๆ จะแรงแล้ว เราสามคนก็นั่งสวดมนต์กันในห้องนอนของลูกสาว หันหน้าออกหน้าต่างห้องที่กลางลานมีธูปปักไว้บนโต๊ะหิน ระหว่างที่สวดนั้น มีลมพัดแรงมากๆ ที่ต้นปาล์มหน้าบ้าน เสียงใบปาล์มตีกันสนั่น ลูกสาวทั้งสองนั้นสวดปัฏฐานเป็นครั้งแรกก็สวดกันตะกุกตะกัก พอสวดไปนานๆ เข้าชักจะชินกับบทสวด ก็สวดตามดิฉันทันและเสียงสวดจึงพร้อมเพรียงกันทั้งสามคน เมื่อสวดมนต์เสร็จลูกสาวทั้งสองจะตื่นเต้นมากและเล่าเรื่องต่างๆให้ดิฉันฟัง

ในช่วงที่เราทั้งสามสวดได้พร้อมเพรียงกันนั้น พี่สาวก็ได้ยินเสียงคนจำนวนมากทั้งชายและหญิงมาร่วมสวดมนต์กับพวกเราสามคน ส่วนน้องสาวก็ได้ยินเพียง ๑ เสียงเป็นเสียงของผู้ชาย ลูกสาวบอกเสียงผู้ชายท่านนี้สวดปัฏฐานเก่งเหมือนแม่เลย

และเด็กทั้งสองก็เล่าต่อไปว่า ในขณะที่เราสามคนกำลังสวดมนต์อยู่นั้น มีเสียงคนเดินไปมาหน้าบ้านหลายคนด้วยค่ะ

เท่าที่เล่ามานี้อาจจะฟังดูเหลือเชื่อ แต่สำหรับเราสามคนแม่ลูกนั้นได้เกิดขึ้นจริง ลูกสาวทั้งสองของดิฉันจบสายวิทย์และกำลังเรียนต่อมหาลัยวิทยาลัยของรัฐอยู่ในขณะนี้ เป็นเด็กวัยรุ่นที่เชื่อเรื่องเหล่านี้โดยไม่สงสัย เพราะได้สัมผัสสิ่งเหล่านี้มาด้วยตนเองค่ะ

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 เม.ย. 2018, 14:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 08:10
โพสต์: 2812

แนวปฏิบัติ: ขันธ์5ด้วยการสังเกตุ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และอินทรีย์22
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระสุตตันตปิฎก
อายุ: 0
ที่อยู่: ระยอง อุบลราชธานี

 ข้อมูลส่วนตัว


ครับ

คนไม่เคยโดนหรือเจอคงไม่เชื่อ

ผมก็อ่านแล้วก็เข้าใจดีครับ

ส่วนตัวผมนั้นไม่เคยเจอหรือโดนอะไรเลยครับ คงไม่มีsenseทางด้านนี้

เวลาสวดมนต์จบ แต่สัญญายังไม่จบ จะวนเวียนในการสวดสักพัก จึงค่อยๆจางลง

เวลาผมวิตกกังวล จะสวดนะโมตัสสะ3จบ เกือบตลอดทั้งวันครับ
เดินข้ามถนนก็นะโมตัสสะ ขับรถก็นะโมตัสสะ ก็อุ่นใจดีครับ

.....................................................
อย่าท้อถอยต่อการปฏิบัติ อย่าปล่อยให้ความขุ่นเคืองเข้าแทรก สร้างพลังด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า รำลึกและตอบแทนพระคุณมารดา และบิดา มองโลกด้วยใจเป็นกลาง ระลึกเสมอว่าเรายังด้อยปัญญาหากยังไม่ได้ปัญญา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 เม.ย. 2018, 16:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว




AW357015_15.gif
AW357015_15.gif [ 101.67 KiB | เปิดดู 1913 ครั้ง ]
student เขียน:
ครับ

คนไม่เคยโดนหรือเจอคงไม่เชื่อ

ผมก็อ่านแล้วก็เข้าใจดีครับ

ส่วนตัวผมนั้นไม่เคยเจอหรือโดนอะไรเลยครับ คงไม่มีsenseทางด้านนี้

เวลาสวดมนต์จบ แต่สัญญายังไม่จบ จะวนเวียนในการสวดสักพัก จึงค่อยๆจางลง

เวลาผมวิตกกังวล จะสวดนะโมตัสสะ3จบ เกือบตลอดทั้งวันครับ
เดินข้ามถนนก็นะโมตัสสะ ขับรถก็นะโมตัสสะ ก็อุ่นใจดีครับ


:b8: สาธุค่ะ

เรื่อง sense นี่ดิฉันโดนคนทักมาตลอด ไม่ว่าหมอดูหรือไม่ใช่หมอดู
พระอาจารย์ที่ท่านอายุุ 96 กับคุณพี่ผู้ชาย ก็บอกว่าดิฉันมี sense
เห็นผีมาเยอะ จนล่าสุดที่เห็นนี่นิ่งมากค่ะ

เมื่อไม่นานมานี้ ดิฉันได้สมาทานศีล ๘ ตอนเช้ามืดก่อนไปใส่บาตร ในเวลาก่อน ๖ โมงเช้า
ใส่บาตรเสร็จแล้วก็กลับมาเปิดประตูบ้านพ่อกับแม่ ดิฉันเข้าออกจากบ้านตัวเองผ่านมาทางบ้านพ่อกับแม่ซึ่งไม่มีใครนอนตอนกลางคืน แต่กลางวันก็อยู่หมดทั้งบ้านตัวเองและบ้านพ่อแม่ บ้านพ่อแม่ก็ยังมืดอยู่จึงมีแต่ความเงียบเป็นปกติที่บ้านพ่อแม่ ดิฉันก็ได้แบ่งบุญแก่ท่านท้าวสักกะเทวราชก่อนเป็นอันดับแรก อันดับสองก็ตามด้วยท่านยมบาลและบริวารของท่าน จากนั้นก็อุทิศให้พ่อแม่ครูอาจารย์ญาติเทวดาและสรรพสัตว์

ในขณะที่กำลังเริ่มแบ่งบุญแก่ท่านท้าวสักกะเทวราช จิ้งจกรอบๆ ตัวเสียงทั้งในบ้านและเสียงจากนอกบ้าน ร้องดังระงมไม่หยุด น่าจะหลายสิบตัวร้องอยู่รอบๆ ตัวของดิฉัน แต่ดิฉันมองไม่เห็นตัวจิ้งจกเลยในตอนนั้น แต่ก็ร้องกันจ๊กๆๆ จนดิฉันอุทิศบุญเสร็จก็หยุด ฟังดูเหมือนจะโอเว่อร์นะคะ แต่ก็เกิดขึ้นจริง

ตามปกติดิฉันจะแบ่งบุญ อุทิศบุญตอนสว่างๆแล้ว วันนั้นก็อยากทำเสียทันทีหลังจากใส่บาตร
วันต่อๆมาก็ไม่ทำอีกแล้ว คอยให้สว่างก่อนค่อยแบ่งบุญ อุทิศบุญดีกว่าค่ะ :b12:

ครั้งต่อไปจะมาเล่าเรื่องเห็นผีครั้งล่าสุดให้อ่านกัน
เป็นการเห็นผีที่น่ารักๆ ขำๆ ค่ะ

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 เม.ย. 2018, 12:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว


หลังจากที่ลูกสาวทั้งสองโดนผีหลอกแล้ว ก็ถึงตาของดิฉันต้องโดนบ้าง

เราสามคนแม่ลูกก็นอนรวมกันบนเตียงใหญ่ในห้องนอนลูก มีหมาตัวเล็กๆ นอนด้วยตามปกติ
ที่สำคัญคือเปิดไฟนอนสว่างทั้งห้อง ดิฉันตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะได้ยินเสียงน้องหมาเดิน
ก็ลุกขึ้นมาเห็นน้องหมาเดินกลับไปกลับมาวนอยู่ปลายตีนเตียง คือถ้าเห็นแบบนี้ก็เป็นอันรู้กันในครอบครัวว่า น้องหมาปวดฉี่ ดิฉันก็พูดกับน้องหมาว่า ปวดฉี่เหรอ ก็เปิดประตูห้องให้ออกไปฉี่ แล้วดิฉันก็ปิดประตูเพราะนอนห้องแอร์ จึงไม่เปิดประตูค้างไว้ให้น้องหมาเข้ามาเอง ดิฉันก็นั่งคอยที่ปลายเตียงใกล้ประตู เพราะเมื่อฉี่เสร็จแล้ว น้องหมาจะมาเรียกที่หน้าประตูเอง แต่แล้วดิฉันได้ยินเสียงแกร๊กๆๆ ดังอยู่ใต้เตียง ดิฉันก็สงสัยว่าอะไรอยู่ใต้เตียง จึงก้มลงไปดู ปรากฏว่าเป็นน้องหมา

ทีนี้แหละดิฉันก็สงสัยแล้วว่า ใครตัวจริงตัวปลอม ดิฉันก็เลยเปิดประตูออกจากห้องมาตามหาน้องหมาตัวที่ดิฉันเปิดประตูให้ออกจากห้องไปฉี่ ไปเดินตามหาในบ้านแต่ก็ไม่มี จึงรู้ว่าตัวที่นอนสั่นแกร๊กๆ ใต้เตียงนั้นคือตัวจริง

เรียกอย่างไร น้องหมาก็ไม่ยอมออกมาจากใต้เตียง จนไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว ดูนาฬิกาเป็นเวลาตี ๒
ง่วงก็ง่วง เลยเปิดโน๊ตบุ๊คเปิดเสียงพระสวดคัมภีร์ปัฏฐาน สักพักใหญ่น้องหมาก็ออกมาจากใต้เตียง แล้วก็กระโดดขึ้นเตียงมาหาพวกเรา ดูแล้วน้องหมาจะดีใจที่ได้มาหาพวกเราบนเตียง

ไปเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนหัวเราะบอกกระจอกจัง มาเป็นผีหมา


อยากจะบอกว่า อย่าประมาทคิดว่าสมัยนี้ไม่มีใครทำของใส่ใครได้
มนต์ดำยังไม่เสื่อมความชั่วยังไม่เคยหมดไป ที่จะเสื่อมลงเรื่อยๆ จากใจคนนั้นคือพุทธศาสนาต่างหาก

วันเวลาข้างหน้าใจคนนั้นมันก็จะมีแต่โลภ โกรธ หลง ครอบงำหนักขึ้น

บ้านของดิฉันโดนทำของใส่ตลอด เมื่อ ๑๒ กว่าปีก่อน ลูกสาวคนโตยังอยู่ชั้นประถม เดินพลิกหกล้มข้อเท้าแพง รักษาโรงพยาบาลเอกชน เป็นเวลา ๓ เดือนก็ยังไม่หาย ต้องใส่รองเท้าแตะใช้ไม้ค้ำยันไปโรงเรียนเหมือนคนพิการ รักษาที่โรงพยาลเอกชนนานถึง ๓ เดือนเต็ม จนเข้าเดือนที่ ๔ หมอจึงส่งไปกายภาพบำบัด ไปแผนกกายภาพบำบัด ก็ไม่ได้ดีขึ้น นักกายภาพบังคับให้ลูกสาวเดินเองโดยไม่ใช้ไม่ค้ำยัน ลูกสาวเดินแล้วเจ็บมากๆ นักกายภาพบอกว่าลูกสาวแกล้งทำเจ็บเพื่อไม่อยากจะไปโรงเรียน ลูกสาวของดิฉันแกออกแนวไม่พอใจที่นักกายภาพไปว่าแก เพราะแกก็อยากเดินได้ปกติ ก็จบการรักษาคือ นักกายภาพบอกว่าลูกสาวของดิฉันไม่ได้เป็นอะไร ลูกสาวก็ยังคงใส่รองเท้าแตะมีไม่ค้ำยันช่วยเดิน ความเจ็บที่ข้อเท้าก็ยังเหมือนเดิม

ดิฉันก็ออกจะงงๆ เพราะว่าลูกก็ไปเรียนทุกวัน ใส่รองเท้าแตะมีไม้ค้ำยันช่วยพยุงในการเดิน
ลูกสาวอยากจะเดินได้ปกติมากๆ บอกให้ทำอะไรก็ทำหมด แต่ก็ไม่หาย

สุดท้ายก็พึ่งทางเลือกที่ไม่น่าจะเชื่อว่าจะหายได้ เป็นคุณลุงแก่ๆ ที่แกบวชใจ แกอยู่อย่างพระแต่เป็นฆราวาส ดิฉันรู้จักแกนานแล้ว เคยเห็นแกช่วยอาแปะที่เป็นอัมพาต ก็เลยนึกว่าแกคงช่วยได้ แกจะไม่คุยกับใครนาน พูดน้อยแต่พูดมานี้จริง ดิฉันพาลูกสาวไปหาแก แต่ว่าวันนั้นแกไม่ว่าง ดิฉันเดินสวนทางกับแกที่ปากซอย แกบอกให้กลับบ้านไปก่อน เดี๋ยวแกจะช่วยให้เอง วันนั้นเป็นวันอาทิตย์

พอรุ่งเช้าวันจันทร์ลูกจะไปโรงเรียน ปรากฏว่าลูกสาวเดินไปปกติ วิ่งได้ด้วย ในขณะที่วันอาทิตย์เดินกะแพกใช้ไม่ค้ำยันพยุงช่วยการเดินไปหาคุณลุง แล้วดิฉัันกลับไปหาคุณลุงอีกครั้ง แกบอกว่าก็คืนวันที่เอ็งมาหาข้านั้นแหละข้าแก้ให้ มีเส้นใยออกมาจากข้อเท้าลูกเอ็งเยอะมากๆ คุณลุงทำให้ฟรีไม่เสียตังค์สักบาท

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2018, 11:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว


มีคนจำนวนมากที่ใส่บาตร ทำบุญทำกุศลที่วัด สร้างสิ่งต่างที่วัดบอกบุญ แต่ในขณะเดียวกันพ่อแม่พี่น้องลูกหลานญาติและคนรอบๆ บ้านของตน คนเหล่านี้ไม่ใส่ใจ ไม่คิดจะช่วยเหลือใคร

คนเหล่านี้สอบตกค่ะ เพราะรอบๆ ตัวคุณเองนั้นยังมีคนเดือดร้อนอยู่ คนใกล้ตัวคุณไม่ใส่ใจ ไม่ช่วยเหลือ แต่คุณกลับวิ่งออกไปทำบุญนอกบ้าน การที่คุณจะไปทำบุญนอกบ้านได้นั้น คุณต้องทำในบ้านของคุณก่อน ลองสำรวจดูว่าคุณได้ทำหรือยัง เช่น คุณให้ความเมตตากรุณาต่อคนในบ้านหรือไม่ แล้วญาติและเพื่อนบ้าน คุณเป็นผู้ให้แก่พวกเขาหรือยัง

การให้ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นสิ่งของเสมอไป การให้ความเป็นมิตร มีไมตรีที่ดีต่อกัน แบ่งปันกันตามสมควรแก่ฐานะ หรือช่วยเหลือยามที่มีใครเดือดร้อน

การทำกุศลไม่ได้มุ่งว่าต้องไปวัดไปทำบุญกับวัดไปปฎิบัติภาวนาเท่านั้น แล้วคุณคิดว่าคุณรอดแล้ว แต่กับคนรอบๆ ตัวคุณ คุณกลับไม่ใส่ใจที่จะทำบุญด้วย ถ้าคุณคิดและทำเช่นนี้คุณสอบตกค่ะ

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2018, 13:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 08:10
โพสต์: 2812

แนวปฏิบัติ: ขันธ์5ด้วยการสังเกตุ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และอินทรีย์22
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระสุตตันตปิฎก
อายุ: 0
ที่อยู่: ระยอง อุบลราชธานี

 ข้อมูลส่วนตัว


น่าสนใจดีครับกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับคุณsoamusa เป็นเรื่องที่นำไปพิจารณาถึงศาสตร์แห่งมนต์ดำ

ส่วนเรื่องการทำบุญทำทานนั้น การทำหน้าที่ของสมาชิกครอบครัวให้ต่อกันเป็นธรรมะอย่างหนึ่งที่ควรปฏิบัติ

การทำบุญตามวัดนั้นเป็นเพราะความศรัทธานำ

การปฎิบัติต่อคนในครอบครัวเป็นเพราะธรรมะนำ นั่นเองครับ
อนุโมทนา

.....................................................
อย่าท้อถอยต่อการปฏิบัติ อย่าปล่อยให้ความขุ่นเคืองเข้าแทรก สร้างพลังด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า รำลึกและตอบแทนพระคุณมารดา และบิดา มองโลกด้วยใจเป็นกลาง ระลึกเสมอว่าเรายังด้อยปัญญาหากยังไม่ได้ปัญญา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 เม.ย. 2018, 09:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว


เรื่องเหลือเชื่อที่เป็นประสบการณ์ในชีวิตของดิฉันบอกเลยว่ามีหลายเรื่อง
เท่าที่เล่ามานี้ก็เล่าไปอย่างงั้นแหละค่ะ ก็คิดกันเสียว่าอ่านนิยายล่ะกัน
คงยากที่จะหาคนเชื่อในเรื่องที่เล่ามานี้ คนที่จะเชื่อเรื่องที่เล่ามานี้ได้ ก็คงต้องเป็นคนที่มีประสบการณ์มาคล้ายๆ กันนั่นแหละถึงจะพอเชื่อกันได้บ้าง

ที่เล่ามานี้ก็เพราะว่า มนต์ดำ ภูตผีปีศาจ เทวดานางฟ้า ภพภูมิต่างๆ นั้นมีจริง
เราชาวพุทธไม่นับถือพวกเดรัจฉานวิชาก็จริงอยู่ แต่เราต้องยอมรับว่ายังมีคนทำได้อยู่ วันหนึ่งถ้าเราเห็นว่าเราโดนเข้าแล้ว เราก็ต้องหาทางแก้ไขด้วยวิถีทางของชาวพุทธ

เราต้องยอมรับว่า เราไม่ทำร้ายใครด้วยมนต์ดำด้วยเดรัจฉานวิชา
แต่เราห้ามใครไม่ให้ทำร้ายทำของใส่เราไม่ได้

หลวงปู่มั่นท่านออกเดินธุดงค์ ตามประวัติแล้วท่านก็โดนลองของมาแล้ว แต่ก็ไม่มีใครทำอันตรายแก่ท่านได้เพราะคุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ คุณแห่งพระรัตนตรัยคุ้มครองท่าน หลวงปู่ท่านเป็นผู้ประพฤติปฏิบัติธรรมและศรัทธาคุณพระรัตนตรัยอันเป็นที่พึ่งอันสูงสุด

พระอาจารย์ที่ท่านอายุ 96 นั้นท่านได้ให้ดิฉันและลูก ท่องแค่ พุทธะสังมิ แล้วกราบหมอนก่อนนอนทุกคืน และหมอนที่เรากราบนั้นต้องเป็นหมอนที่เรานอนทุกคืนนั่นแหละค่ะ


:b47: :b47: :b47: :b47: :b47:

ส่วนเรื่องความช่วยเหลือกันภายในบ้านนั้น น้ำใจจากคนในบ้านนั้น ดิฉันมีประสบการณ์จากเพื่อนที่เป็นสาวโสด เพื่อนเล่าให้ฟังว่า มรดกที่ควรได้รับจากพ่อแม่ ก็โดนพี่น้องกีดกันไม่แบ่งให้เพราะเป็นคนโสด

พี่อีกคนก็เล่าว่า อยู่บ้านที่เป็นกงสี อยู่ร่วมกับน้อง แต่ว่าน้องทำกับข้าวกินข้าวกันเฉพาะในครอบครัวตัวเอง ไม่เคยเรียกพี่กินข้าวด้วย พี่ก็ช่วยงานในบ้านทุกอย่างในบ้านเหมือนคนรับใช้ แต่น้องก็ชอบไปทำบุญเหมือนคนทั่วไป พี่คนนี้ก็โดนกีดกันเรื่องรับมรดกของพ่อด้วย

มีหลายครอบครัวที่เล่าสู่กันฟัง ล้วนแล้วแต่แล้งน้ำใจกันแก่พี่น้องในครอบครัว

ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว หรือว่าเพื่อนบ้าน หรือแม้แต่คนรอบๆ ตัวเวลาเราไปสถานที่ต่างๆนั้น เราต้องใส่ใจดูแลไม่ใช่ทำตัวแล้งน้ำใจ เอาตัวอย่างของตัวดิฉันเองนะ ดิฉันขึ้นรถสองแถวเข้าซอย จะเขยิบที่นั่งให้คนได้นั่งมากที่สุด ยามใดที่เสียสละที่นั่งให้คนแก่ได้ดิฉันก็ทำ แต่ที่เห็นนะเดี๋ยวนี้คนแล้งน้ำใจกันมาก แม้มีที่พอจะเขยิบให้คนอื่นนั่งได้ ก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ไม่เขยิบ แล้วก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่นุ่งขาวห่มขาวไปวัด แต่ว่าอยู่บ้านหรือว่ากับคนรอบบ้าน คนๆนั้นเป็นคนเห็นแก่ตัวเอารัดเอาเปรียบคนอื่น เคยเห็นหรือไม่คะคนแบบนี้

คือไม่ว่าจะอยู่บ้าน หรือออกไปนอกบ้าน สิ่งที่ต้องพกติดไว้ในใจตลอดคือ พรหมวิหาร ๔ ความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา

การปฏิบัติธรรมไม่ใช่ว่าต้องไปวัดไปทำบุญ ไปนั่งภาวนาเสมอไป แต่การทำความดีนั้นอยู่รอบๆ ตัวเรา ทำกับสิ่งต่างๆ และบุคคลภายนอกให้ดีได้ด้วย จิตใจที่อยู่ภายในของเราก็จะดียิ่งขึ้นตามไปด้วย ที่เคยดีอยู่แล้วก็จะดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก เป็นการพัฒนาจิตใจทั้งภายในและภายนอก อย่ามัวแต่นั่งภาวนานั่งทำบุญอยู่บนความเห็นแก่ตัวของตนเองกันอยู่เลยค่ะ

เดี๋ยวจะมาเล่าเรื่องผีให้อ่านกันอีกนะคะ

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 เม.ย. 2018, 11:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 6067


 ข้อมูลส่วนตัว




mohiniyattam.png
mohiniyattam.png [ 77.87 KiB | เปิดดู 1798 ครั้ง ]
เล่าไปเถอะเพราะเราเล่าเรื่องจริง ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ
เราหมดหน้าที่แล้วตั้งแต่เล่าจบ จะให้ติดตามคนเชื่ออีกไม่ใช่แล้ว

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 เม.ย. 2018, 13:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 08:10
โพสต์: 2812

แนวปฏิบัติ: ขันธ์5ด้วยการสังเกตุ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และอินทรีย์22
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระสุตตันตปิฎก
อายุ: 0
ที่อยู่: ระยอง อุบลราชธานี

 ข้อมูลส่วนตัว


อนุโมทนาครับ

คนที่ใฝ่ธรรม จะเข้าใจในความเป็นไปในโลกแม้สิ่งเล็กๆน้อยๆก็มองออก

อย่างเช่นที่บอกว่านั่งปฎิบัติธรรม เขยิบให้คนได้เนื้อที่นั่งหน่อยก็ทำไม่ได้ เป็นต้น

.....................................................
อย่าท้อถอยต่อการปฏิบัติ อย่าปล่อยให้ความขุ่นเคืองเข้าแทรก สร้างพลังด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า รำลึกและตอบแทนพระคุณมารดา และบิดา มองโลกด้วยใจเป็นกลาง ระลึกเสมอว่าเรายังด้อยปัญญาหากยังไม่ได้ปัญญา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 เม.ย. 2018, 13:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 08:10
โพสต์: 2812

แนวปฏิบัติ: ขันธ์5ด้วยการสังเกตุ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และอินทรีย์22
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระสุตตันตปิฎก
อายุ: 0
ที่อยู่: ระยอง อุบลราชธานี

 ข้อมูลส่วนตัว


ลูกพี่ลูกน้องรุ่นเดียวกันพ่อแม่ส่งมาอยู่บ้านผมเรียนหนังสือตั้งหลายปีหลายคน ไม่เคยให้เงินค่าขนมผม ไม่เคยมีน้ำใจช่วยตัดหญ้า หรือ ซ่อมรั้วบ้าน แม้แต่หมาแมวก็ไม่เคยช่วยให้อาหารเลี้ยง มาอยู่กันตั้งหลายคน จนเรียนจบไปทำงานทำการ มีคนหนึ่งภายหลังชอบไปนั่งสมาธิ ลงเพสบุคบอกคนนั้นคนนี้ ธรรมที่ปรากฎนั้นรู้ได้เฉพาะตน ปัจจัคตัง ผมอ่านแล้วผมหัวเราะ คงจะลืมสิ่งที่ตัวเองเคยทำไว้ว่า แม้สิบบาทสมัยเด็กนักเรียนที่ผมเคยงุบงิบไว้ ก็ทวงผมแล้วทวงผมอีก ผมก็เลยทวงย้อนหลังเหมือนกันว่า มาอยู่บ้านผมตั้งหลายปีตั้งแต่ต้นจนจบการศึกษา นับลูกพี่ลูกน้องที่มาพักมากกว่า10คน ถ้างั้นผมทวงค่าเช่าบ้านย้อนหลังละกัน คนละ500บาทต่อเดือน ไม่ลดให้แม้แต่บาทเดียวเช่นกัน ผมก็ลงแบบนี้ครับในเพสบุค บางคนบอกผมพูดแรง ผมก็บอกว่า ผมพูดตรงมากกว่าครับ ความจริงเป็นอย่างไรก็รู้ๆกัน

.....................................................
อย่าท้อถอยต่อการปฏิบัติ อย่าปล่อยให้ความขุ่นเคืองเข้าแทรก สร้างพลังด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า รำลึกและตอบแทนพระคุณมารดา และบิดา มองโลกด้วยใจเป็นกลาง ระลึกเสมอว่าเรายังด้อยปัญญาหากยังไม่ได้ปัญญา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 เม.ย. 2018, 14:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว


student เขียน:
ลูกพี่ลูกน้องรุ่นเดียวกันพ่อแม่ส่งมาอยู่บ้านผมเรียนหนังสือตั้งหลายปีหลายคน ไม่เคยให้เงินค่าขนมผม ไม่เคยมีน้ำใจช่วยตัดหญ้า หรือ ซ่อมรั้วบ้าน แม้แต่หมาแมวก็ไม่เคยช่วยให้อาหารเลี้ยง มาอยู่กันตั้งหลายคน จนเรียนจบไปทำงานทำการ มีคนหนึ่งภายหลังชอบไปนั่งสมาธิ ลงเพสบุคบอกคนนั้นคนนี้ ธรรมที่ปรากฎนั้นรู้ได้เฉพาะตน ปัจจัคตัง ผมอ่านแล้วผมหัวเราะ คงจะลืมสิ่งที่ตัวเองเคยทำไว้ว่า แม้สิบบาทสมัยเด็กนักเรียนที่ผมเคยงุบงิบไว้ ก็ทวงผมแล้วทวงผมอีก ผมก็เลยทวงย้อนหลังเหมือนกันว่า มาอยู่บ้านผมตั้งหลายปีตั้งแต่ต้นจนจบการศึกษา นับลูกพี่ลูกน้องที่มาพักมากกว่า10คน ถ้างั้นผมทวงค่าเช่าบ้านย้อนหลังละกัน คนละ500บาทต่อเดือน ไม่ลดให้แม้แต่บาทเดียวเช่นกัน ผมก็ลงแบบนี้ครับในเพสบุค บางคนบอกผมพูดแรง ผมก็บอกว่า ผมพูดตรงมากกว่าครับ ความจริงเป็นอย่างไรก็รู้ๆกัน



แสดงว่าคุณพ่อคุณแม่ของคุณใจดีมาก สำหรับคนที่มาขออาศัยนี้แหละคนแบบนี้มีเยอะเสียด้วย คุณพูดตรงไปเลยนี่แหละดีแล้ว จะได้เจาะไปที่ขั้วหัวใจเผื่อจะสำนึกได้บ้าง :b4:

แล้วเชื่อมั้ยว่าคนแบบนี้มาปฏิบัติธรรมอย่างไรก็ไม่รุ่ง ปัจจัคตังที่พบอาจจะโดนหลอก ได้แค่ทำเพราะใจเค้าไม่ได้ละความเห็นแก่ตัวในแต่ละวัน ญาติห่างๆ ของดิฉันก็มีที่เห็นแก่ตัวไม่เอาใคร ถ้าทำอะไรให้ใครก็แอบแฝงด้วยแผนการหาผลประโยชน์ มีอยู่ครั้งหนึ่งคนๆนี้ทำดีกับคนอื่นเพื่อหวังซื้อที่ดินของเค้าในราคาถูก คือการเอาเงินไปล่อให้เค้ายืม(กู้) พอเค้าติดหนี้ก็ต้องขายที่ดินเป็นการหักเงินกู้ คนๆนี้ก็ได้ทั้งดอกเบี้ยเงินที่ยืมไปและที่ดินราคาถูก คนๆนี้ได้ข่าวว่าชอบไปวัดไปปฏิบัติธรรม

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 พ.ค. 2018, 08:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33871

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เชื่อ ผีซ่อนผัว! นิมนต์พระนั่งทางใน ชี้ผีบังบด 3 ตน เอาตัวไป

ชายวัย 56 ปี อดีตข้าราชการ เจ้าของร้านอาหารดังใน อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ หายออกจากบ้านขึ้นไปบนเทือกเขาภูพานนาน 9 วัน ภรรยานิมนต์พระมานั่งทางใน บอกยังไม่ตาย แต่ถูก ผีบังบด เอาตัวไปซ่อนไว้


https://www.thairath.co.th/content/1269237

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 พ.ค. 2018, 07:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
เชื่อ ผีซ่อนผัว! นิมนต์พระนั่งทางใน ชี้ผีบังบด 3 ตน เอาตัวไป

ชายวัย 56 ปี อดีตข้าราชการ เจ้าของร้านอาหารดังใน อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ หายออกจากบ้านขึ้นไปบนเทือกเขาภูพานนาน 9 วัน ภรรยานิมนต์พระมานั่งทางใน บอกยังไม่ตาย แต่ถูก ผีบังบด เอาตัวไปซ่อนไว้


https://www.thairath.co.th/content/1269237



:b8: ขอบคุณคุณกรัชกายที่มาลงเรื่องให้อ่านกัน น่าสนใจลึกลับมากผีบังบด

ตกลงได้เจอผัวหรือยัง แล้วผีบังบดบังจริงหรือไม่ ติดตามได้จากที่ไหนต่อ มาบอกด้วยนะคะถ้ารู้

:b47: :b47: :b47: :b47: :b47:

สำหรับท่านผู้อ่านที่อ่านมาถึงตรงนี้นั้นดิฉันขอเรียนว่า
การที่เราได้พูดถึงความไม่ดีในตัวคนใดคนหนึ่งนั้น เป็นการยกให้เห็นอกุศลในตัวผู้นั้นเป็นอุทาหรณ์ว่า อกุศลที่มีอยู่ในตัวผู้นั้น อย่าได้เกิดมีแก่ตัวเราเลย เมื่อมีการคิดอะไรที่ไม่ดีเกิดขึ้นในใจขึ้นก็รีบละเสียด้วยการมีสติและใคร่ครวญไตร่ตรองให้ดีถึงผลของการกระทำสิ่งที่ไม่ดีนั้น และก็อย่าให้ได้กระทำออกมาทางกายทางวาจาเด็ดขาด (เห็นตัวอย่างไม่ดีเช่นนี้แล้วก็อย่าทำตาม)

และเห็นความดีในตัวผู้ใดแล้ว ก็คิดว่าความดีเช่นนั้นจงเกิดมีแก่เราบ้างแล้วก็มุ่งหน้าทำความดีแฉกเช่นที่เห็นนั้นบ้าง

คนที่เล่นไสยาศาสตร์นั้นเป็นคนมักง่าย มีความโลภอยากได้สิ่งต่างๆมาโดยง่าย จึงหาตัวช่วยให้สำเร็จ และไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ มันต้องแลกมาด้วยการเมื่อตายไปแล้วก็ต้องตกนรกเป็นค่าตอบแทนนั้น

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 39 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 16 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร