วันเวลาปัจจุบัน 28 ก.พ. 2020, 13:46  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 มี.ค. 2018, 11:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32443

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อริยมรรคมีองค์ ๘ ได้แก่ สัมมาทิฏฐิ ฯลฯ สัมมาสมาธิ เราถกเถียงวิธีเรียงกันบ่อยๆ บ้างก็ว่า เรียงปัญญาก่อน แล้วก็ศีล แล้วก็สมาธิ (ปัญญา - ศีล - สมาธิ) บ้างก็ว่า ศีลก่อน เป็น ศีล สมาธิ แล้วก็ปัญญา (ศีล-สมาธิ-ปัญญา) จริงๆแล้วตำราท่านมีเหตุผลในการเรียงอย่างไร อย่างไหนผิด-ถูก หรือถูกทั้งสองอย่าง แต่ ?

หัวข้อนี้จะว่าเหตุผลทั้งสองอย่างตามหลักฐานในคัมภีร์

ส่วน กท.นี้ท่านว่าเพื่อให้เข้าใจกันง่ายๆ

พระสังฆคุณ

viewtopic.php?f=1&t=55566

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 มี.ค. 2018, 12:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32443

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


จากมรรคมีองค์ ๘ สู่สิกขา ๓

ไตรสิกขา นั้น ถือกันว่าเป็นระบบการปฏิบัติธรรมที่ครบถ้วนสมบูรณ์ มีขอบเขตครอบคลุมมรรคทั้งหมด และเป็นการนำเอาเนื้อหาของมรรคไปใช้อย่างหมดสิ้นบริบูรณ์ จึงเป็นหมวดธรรมมาตรฐาน สำหรับแสดงหลักการปฏิบัติธรรม และมักใช้เป็นแม่บทในการบรรยายวิธีปฏิบัติธรรม

ในที่นี้ขอสรุปว่า มรรคเป็นระบบการปฏิบัติธรรมทั้งหมดในแง่เนื้อหา ฉันใด ไตรสิกขา ก็เป็นระบบการปฏิบัติธรรมทั้งหมดในแง่การใช้งาน ฉันนั้น และไตรสิกขานี้แหละ ที่มารับช่วงหลักปฏิบัติ จากมรรคไปกระจายออกสู่ วิธีปฏิบัติ ในส่วนรายละเอียดอย่างกว้างขวางต่อไป

ความที่ว่ามานี้ มีความหมาย และเหตุผลอย่างไร จะได้พิจารณากันต่อไป

มรรค มีชื่อเรียกเต็มว่า อริยอัฏฐังคิกมัคค์ (อริย+อัฏฐังคิก+มัคค์) เรียก เป็นไทยว่า อริยอัฏฐังคิกมรรค บ้าง อารยอัษฏางคิกมรรค บ้าง แปลว่า ทางมีองค์แปดประการอันประเสริฐ ทางมีองค์ ๘ ของพระอริยะ ทางมีองค์ ๘ ที่ทำคนให้เป็นอริยะ ทางมีองค์ ๘ ที่พระอริยะคือพระพุทธเจ้าทรงค้นพบ หรือ มรรคาอันประเสริฐ มีองค์ประกอบ ๘ อย่าง

องค์หรือองค์ประกอบ ๘ อย่าง ของมรรคนั้น มีดังนี้

๑. สัมมาทิฐิ - เห็นชอบ
๒. สัมมาสังกัปปะ 3 ดำริชอบ
๓. สัมมาวาจา - วาจาชอบ
๔. สัมมากัมมันตะ - กระทำชอบ
๕. สัมมาอาชีวะ - เลี้ยงชีพชอบ
๖. สัมมาวายามะ - พยายามชอบ
๗. สัมมาสติ - ระลึกชอบ
๘. สัมมาสมาธิ - จิตมั่นชอบ


มรรคมีองค์ ๘ นี้ บางครั้งเรียกกันสั้นๆว่า มรรค ๘ ชวนให้บางท่านเข้าใจผิดว่า เป็นทาง ๘ สาย แล้วเลยถือความหมายว่า เป็นทางหลายเส้นทางต่างหากกัน หรือทอดต่อกัน เดินจบสิ้นทางหนึ่งแล้วจึงเดินต่ออีกทางหนึ่ง เรื่อยไปจนครบทั้งหมด กลายเป็นว่า หัวข้อทั้ง ๘ ของมรรค เป็นหลักการที่ต้องยกขึ้นมาปฏิบัติให้เสร็จสิ้นไปทีละข้อตามลำดับ แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2018, 05:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32443

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คำว่า “มรรคมีองค์ ๘” มีความหมายชัดเจนอยู่แล้วว่า หมายถึงทางสายเดียว มีส่วนประกอบ ๘ อย่าง เปรียบเหมือนทางหลวงที่สมบูรณ์ ต้องมีอะไรหลายอย่างประกอบกันเข้า จึงสำเร็จเป็นถนนได้ เช่น มีดิน กรวด ทราย หิน ลูกรัง ยาง หรือคอนกรีด เป็นขั้นลำดับขึ้นมา จนถึงผิวทาง รวมเป็นตัวถนนหรือพื้นถนน มีขอบคัน เส้นแนว ความเอียงเทของที่ลาดชัน โค้งเลี้ยว มีสัญญาณ เครื่องหมาย ป้ายบอกทิศทาง ระยะทาง และสถานที่ เป็นต้น ตลอดจนแผนที่ทาง และโคมไฟในยามค่ำคืน

ถนนประกอบด้วยส่วนประกอบเหล่านี้ทั้งหมด และผู้ขับรถเดินทาง ย่อมอาศัยส่วนประกอบเหล่านี้ทุกอย่างไปพร้อมๆกัน ฉันใด มรรคก็ประกอบขึ้นด้วยองค์ ๘ ประการรวมกัน และผู้ปฏิบัติธรรม ก็ต้องใช้องค์ทั้ง ๘ ของมรรคเนื่องไปด้วยกันโดยตลอด ฉันนั้น

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2018, 05:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32443

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อนึ่ง เพื่อให้มองเห็นเป็นหมวดหมู่ ซึ่งจะช่วยเสริมความเข้าใจให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ท่านจัดองค์ประกอบทั้ง ๘ ของมรรคเข้าเป็นประเภทๆ เรียกว่า ขันธ์ หรือธรรมขันธ์ แปลว่า หมวดธรรม หรือกองธรรม มี ๓ ขันธ์ หรือ ๓ ธรรมขันธ์ กล่าวคือ ศีลขันธ์ สมาธิขันธ์ และปัญญาขันธ์ เรียกง่ายๆ ว่า ศีล สมาธิ ปัญญา

ทั้งนี้ โดยจัด สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ และสัมมาอาชีวะ เข้าเป็นหมวดศีล เหมือนดังจัดกองดินที่ก่อแน่นขึ้นพร้อมทั้งหิน กรวด ทราย วัสดุผิวจราจรที่เป็นตัวถนน หรือพื้นถนนเข้าเป็นพวกหนึ่ง

จัดสัมมาวายามะ สัมมาสติ และสัมมาสมาธิ เข้าเป็นหมวดสมาธิ เหมือนดังจัดขอบกั้น คันถนน เส้นแนว โค้งเลี้ยว เป็นต้น ที่เป็นเครื่องกำกับแนวถนน เป็นพวกหนึ่ง

จัดสัมมาทิฏฐิ และสัมมาสังกัปปะ เข้าเป็นหมวดปัญญา เหมือนดังจัดสัญญาณ เครื่องหมาย ป้าย โคมไฟ เป็นต้น เป็นอีกพวกหนึ่ง เขียนให้ดูง่าย ดังนี้

๑. สัมมาทิฐิ
๒. สัมมาสังกัปปะ = ปัญญาขันธ์

๓. สัมมาวาจา
๔. สัมมากัมมันตะ
๕. สัมมาอาชีวะ = ศีลขันธ์

๖. สัมมาวายามะ
๗. สัมมาสติ
๘. สัมมาสมาธิ = สมาธิขันธ์

นี้เป็นการจัดหมวดหมู่ตามสภาวะที่เป็นธรรมประเภทเดียวกัน เรียกชื่อเต็มว่า ธรรมขันธ์ ๓ (ในจำนวนทั้งหมด ๕ กับทั้งวิมุตติขันธ์ และวิมุตติญาณทัสสนขันธ์) ศีลขันธ์ สมาธิขันธ์ และปัญญาขันธ์


ส่วนในทางปฏิบัติ คือการใช้งาน ก็จัดตามแนวเดียวกัน แต่เรียกชื่อว่า สิกขา ๓ หรือไตรสิกขา มีชื่อเรียกแยกต่างไปเล็กน้อย เป็นอธิศีลสิกขา อธิจิตตสิกขา อธิปัญญาสิกขา

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร