วันเวลาปัจจุบัน 21 ต.ค. 2020, 12:13  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 85 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5, 6  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.พ. 2018, 09:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


จาก

รูปภาพ


(น.อ.ทองย้อย แสงสินชัย ป.ธ.9 อดีตผู้อำนวยการกองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษา กองทัพเรือ)

ในคัมภีร์ไม่มีศัพท์ "เตโชวิปสฺสนา" (เตโชวิปัสสนา) แต่มีศัพท์ "วิปสฺสนาเตโช" เป็นคำอธิบายความหมายของศัพท์ว่า "ปญฺญาเตโช" ซึ่งแปลว่า "เดชคือปัญญา" โดยอธิบายว่า "ปญฺญาเตโช" ก็คือ "วิปสฺสนาเตโช"

คำว่า "เตโช" ในที่นี้ท่านหมายถึง "ธรรมเป็นเครื่องเผาสิ่งเป็นข้าศึก" (ปฏิปกฺขตาปน)

โดยนัยนี้ "วิปสฺสนาเตโช" จึงแปลว่า "เดชคือวิปัสสนา" ซึ่งหมายถึงตัวปัญญา อันทำหน้าที่เผาความโง่เขลาเบาปัญญาให้มอดไหม้หมดสิ้นไป

ท่านว่า "วิปสฺสนาเตโช" จะตั้งมั่นได้ต้องอาศัยศีลเป็นฐานแห่งสมาธิ และสมาธิเป็นฐานแห่งปัญญา อันเป็นหลักการที่เรียกว่า "ไตรสิกขา" อันเป็นทางดำเนินสู่พระนฤพาน

ที่มา : สัทธัมมปกาสินี (อรรถกถาปฏิสัมภิทามรรค) ภาค 1 หน้า 526

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.พ. 2018, 10:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คัมภีร์

รูปภาพ


รูปภาพ

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.พ. 2018, 10:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


1) "เตโช"

คำเดิมในบาลีเป็น "เตช" (เต-ชะ) รากศัพท์มาจาก ติชฺ (ธาตุ = ทำให้ร้อน, ลับให้คม) + ณ ปัจจัย, ลบ ณ, แผลง อิ ที่ ติ- (ชฺ) เป็น เอ (ติชฺ > เตช)

ติชฺ + ณ = ติชณ > ติช > เตช แปลตามศัพท์ว่า "ผู้เผาภูตรูปและอุปาทายรูปให้มอดไหม้" หมายถึง ความร้อน, เปลวไฟ, ไฟ, แสงสว่าง; ความเปล่งปลั่ง, ความรุ่งโรจน์, ความโชติช่วง, ความงดงาม, พลัง, ความแข็งแรง, อำนาจ (heat, flame, fire, light; radiance, effulgence, splendour, glory, energy, strength, power)

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ บอกว่า "เตช" แปลตามศัพท์ว่า "sharpness" (ความคม)

บาลี "เตช" ในภาษาไทยใช้เป็น "เดช" "เดชะ" และ "เดโช"

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ดังนี้

(1) เดช, เดชะ : (คำแบบ) (คำนาม) อำนาจ; ความร้อน, ไฟ. (ป. เตช; ส. เตชสฺ).

(2) เดโช : (คำนาม) อำนาจ; ความร้อน, ไฟ. (ป. เตช; ส. เตชสฺ).

โปรดสังเกตว่า ในภาษาไทย พจนานุกรมฯ บอกว่า "เดช" และ "เดชะ" เป็นคำแบบ คือ คำที่ใช้เฉพาะในหนังสือ ไม่ใช่คำพูดทั่วไป

แต่ที่เป็น "เดโช" พจนานุกรมฯ ไม่ได้บอกว่าเป็นคำแบบ

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.พ. 2018, 10:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


2) "วิปัสสนา"

บาลีเขียน "วิปสฺสนา" (มีจุดใต้ ส ตัวแรก) อ่านว่า วิ-ปัด-สะ-นา รากศัพท์มาจาก วิ (คำอุปสรรค = วิเศษ, พิเศษ, แจ้ง, ต่าง) + ทิสฺ (ธาตุ = เห็น), แปลง ทิสฺ เป็น ปสฺสฺ + ยุ ปัจจัย, แปลง ยุ เป็น อน (อะ-นะ) + อา ปัจจัยเครื่องหมายอิตถีลิงค์

วิ + ทิสฺ > ปสฺส = วิปสฺสฺ + ยุ > อน = วิปสฺสน + อา = วิปสฺสนา แปลตามศัพท์ว่า "ปัญญาที่เห็นสภาวะต่างๆ มีอนิจจลักษณะเป็นต้นในสังขาร" หมายถึง การเห็นแจ้ง, ความเห็นวิเศษ, ญาณพิเศษ, ปัญญาเครื่องเห็นแจ้ง (inward vision, insight, intuition, introspection)

พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ไทย-อังกฤษ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต แปล "วิปัสสนา" เป็นอังกฤษดังนี้

"วิปัสสนา (Vipassanā) : insight; intuitive vision; introspection; contemplation; intuition; insight development."

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า

วิปัสสนา (คำนาม) ความเห็นแจ้ง, การฝึกอบรมปัญญาให้เกิดความเห็นแจ้งในสังขารทั้งหลายว่าเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา (ป.)

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.พ. 2018, 10:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.พ. 2018, 10:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ


เจ้าสำนักอธิบายความหมาย "เตโชวิปัสสนา" ดังนี้

เตโชวิปัสสนากรรมฐาน มาจากคำว่า เตโช+วิปัสสนากรรมฐาน คือหลักการปฏิบัติวิปัสสนาด้วยวิธีการจุดธาตุไฟในกายมาเผากิเลส โดยการเพ่งที่ฝ่ามืออย่างถูกต้อง อันเป็นวิธีทางลัดตัดตรงสู่นิพพาน ตามหลักสติปัฏฐานสี่

- พึงมีความเพียรเผากิเลส ซึ่งหลักปฏิบัติไม่เคยมีใครได้รู้วิธีการมาก่อน

พระอาจารย์สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังษี ได้สื่อจิตมาสอนอาจารย์อัจฉราวดี ในปี 2550 จนได้เข้าถึงมรรคผล ชั้นสูงอย่างรวดเร็ว

นำมาจาก
http://www.alittlebuddha.com/

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.พ. 2018, 10:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.พ. 2018, 10:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สำนักที่บรรลุธรรมอีกแห่งหนึ่ง :b1: อวิชชาขาดผึงก้นกระแทกเลย :b32: โชคดีที่หัวไม่ฟาดพื้น

รูปภาพ

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.พ. 2018, 10:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อีกแห่งหนึ่งที่บันลุพร้อมด้วยปติสำพิทา :b27:

https://www.youtube.com/watch?v=AnnomLIxYm0

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.พ. 2018, 18:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อีกสายหนึ่ง

รูปภาพ

https://pantip.com/topic/37344771

มีอ้างพระพุทธเจ้าเกี่ยวกับอิทธิบาทสี่ด้วย นี่ก็เข้าใจกัปป์ผิด กัปป์ที่พระพุทธเจ้าตรัสกับพระอานนท์ก่อนปลงอายุสังขาร หมายถึงอายุกัปป์ คืออายุของคนสมัยนั้น (เต็มที่ร้อยปี จะมีบ้างที่เกินร้อย เช่น พระอานนท์ ร้อยยี่สิบปี)

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.พ. 2018, 19:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โดนหมอดูแขกหลอกอีกแล้วววว

เราเห็นว่าแม่นเลยให้ดูเราบ้าง เราใส่ค่าครู ไป 40 ละ เค้าก็ทำนายเราว่าเราดวงไม่ดี ชาติที่แล้วเคยทำแท้ง (ที่เชื่อเพราะเราฝันเห็นเด็กบ่อย) ฯลฯ พอดูเราเสร็จน้องเราก็สนใจเลยมาดูบ้าง สรุปเสียตังไปคนละ 1039 รวมค่าครู

https://pantip.com/topic/37345421

ทีแรก 40 คลึงไปคลึงมาเล่นสะคนละพันกว่า

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.พ. 2018, 19:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กัป, กัลป์ กาลกำหนด, กำหนดอายุของโลก, ระยะเวลายาวนานเหลือเกิน, ที่กำหนดว่าโลกคือสกลจักรวาล ประลัยครั้งหนึ่ง (ศาสนาฮินดูว่าเป็นวันหนึ่งคืนหนึ่งของพระพรหม) ท่านให้เข้าใจด้วยอุปมาว่า เปรียบเหมือนมีภูเขาศิลาล้วน กว้าง ยาว สูง ด้านละ ๑ โยชน์ ทุก ๑๐๐ ปี มีคนนำผ้าเนื้อละเอียดอย่างดีมาลูบครั้งหนึ่ง จนกว่าภูเขานั้นจะสึกหรอสิ้นไป กัปหนึ่งยาวนานกว่านั้น, กำหนดอายุของมนุษย์หรือสัตว์จำพวกนั้นๆ ในยุคนั้นๆ เรียกเต็มว่า “อายุกัป” เช่นว่า อายุกัปของคนยุคนี้ ประมาณ ๑๐๐ ปี

ที่กล่าวข้างต้นนั้น เป็นข้อควรรู้ที่พอแก่ความเข้าใจทั่วไป

หากต้องการรู้ละเอียด พึงศึกษาคติโบราณ ดังนี้

กัป มี ๔ อย่าง ได้แก่

๑. มหากัป - กัปใหญ่ คือ กำหนดอายุของโลก อันหมายถึงสกลพิภพ

๒. อสงไขยกัป - กัปอันนับเวลามิได้ คือ ส่วนย่อย ๔ แห่งมหากัป ได้แก่

๑) สังวัฏฏกัป (เรียกเต็มว่า สังวัฏฏอสงไขยกัป) กัปเสื่อม คือ ระยะกาลที่โลกเสื่อมลงจนถึงวินาศ

๒) สังวัฏฏฐายีกัป (สังวัฏฏฐายีอสงไขยกัป) ระยะกาลที่โลกพินาศแล้วทรงอยู่

๓) วิวัฏฏกัป (วิวัฏฏอสงไขยกัป) กัปเจริญ คือ ระยะกาลที่โลกกลับเจริญขึ้น

๔) วิวัฏฏฐายีกัป ((วิวัฏฏฐายีอสงไขยกัป) ระยะกาลที่โลกเจริญแล้วทรงอยู่

ครบรอบ ๔ อสงไขยกัปนี้ เป็นมหากัปหนึ่ง

๓. อันตรกัป - กัปในระหว่าง ได้แก่ ระยะกาลที่หมู่มนุษย์เสื่อมจากส่วนใหญ่พินาศแล้ว ส่วนที่เหลือขึ้นเจริญขึ้น และมีอายุยืนยาวขึ้นจนถึงอสงไขย แล้วกลับเสื่อมทรามลง อายุสั้นลงๆ จนเหลือเพียงสืบปีแล้วพินาศ ครบรอบนี้เป็นอันตรกัปหนึ่ง ๖๔ อันตรกัปเช่นนั้น เป็น ๑ อสงไขยกัป

๔. อายุกัป - กำหนดอายุของสัตว์จำพวกนั้นๆเช่น อายุกัปของมหาพรหมเท่ากับ ๑ อสงไขยกัป

โดยทั่วไป คำว่า “กัป” ที่มาโดดๆ มักหมายถึงมหากัป

แต่หลายแห่งหมายถึงอายุกัป เช่น ที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า พระองค์ได้ทรงเจริญอิทธิบาท ๔ เป็นอย่างดีแล้ว หากทรงจำนง (เจตนา) จะทรงพระชนม์อยู่ตลอดกัป หรือเกินกว่ากัปก็ได้ “กัป” ในที่นี้ หมายถึงอายุกัป คือจะทรงพระชนม์อยู่จนครบกำหนดอายุของคนในยุคนั้นเต็มบริบูรณ์ คือ เต็ม ๑๐๐ ปี หรือเกินกว่านั้น ก็ได้

อสงไขยเวลา :b1:

https://www.youtube.com/watch?v=rSWiRsD65RE

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.พ. 2018, 19:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ดูอิทธิบาท ๔ ที่

viewtopic.php?f=1&t=55263&p=414987#p414987

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.พ. 2018, 20:27 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
สำนักที่บรรลุธรรมอีกแห่งหนึ่ง :b1: อวิชชาขาดผึงก้นกระแทกเลย :b32: โชคดีที่หัวไม่ฟาดพื้น

รูปภาพ


ตอดเล็กตอดน้อย...เป็นนิสัยเสีย...ประจำเลย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.พ. 2018, 20:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
กรัชกาย เขียน:
สำนักที่บรรลุธรรมอีกแห่งหนึ่ง :b1: อวิชชาขาดผึงก้นกระแทกเลย :b32: โชคดีที่หัวไม่ฟาดพื้น


ตอดเล็กตอดน้อย...เป็นนิสัยเสีย...ประจำเลย



ที่เขาพูดนั่นกบเชื่อว่าเป็นความจริงรึ

นี่แหละบ้านเรา บรรลุนั่นบรรลุนี่เพียงอ้างศัพท์ทางธรรมมาพูดแล้วมโนเอาวาดภาพเอาว่าเป็นนั่นเป็นนี่ :b1:

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 85 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5, 6  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 11 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร