วันเวลาปัจจุบัน 23 ต.ค. 2018, 09:46  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 ธ.ค. 2017, 05:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3203


 ข้อมูลส่วนตัว


"อย่าไปคิดว่า
ปีเก่า ปีใหม่ จะต่างอะไรเลย
ปีเก่า ปีใหม่ ก็คนๆ เดียวกัน
บ้าน ก็บ้านหลังเก่า
ลูกเมีย ก็คนเก่าคนเดิม
วัดวาอาราม ก็เหมือนเดิม
ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร
ยิ่งวันคืน เปลี่ยนเป็นปีใหม่ เร็วเท่าไร
มันก็ยิ่งทำให้เราเปลี่ยน เข้าสู่วัยชรา
ความตาย ได้เร็วเท่านั้น
สิ่งที่เราจะเปลี่ยนแปลง
เอาของเก่าออกไป ก็คือ คนที่ไม่มีศีล
คนไม่มีธรรม คนที่ไม่สวดมนต์ ไม่ภาวนา
มันเป็นอารมณ์เก่าๆ สิ่งเก่าๆ อารมณ์โกรธเก่าๆ
อารมณ์เกลียดเก่าๆ นั้น เป็นสิ่งที่เรา
ควรจะเอาออกไป จากหัวใจเรา"
-:- หลวงพ่อสนอง กตฺปุญโญ -:-





"ถ้าท่านทั้งหลาย ไม่เป็นคนอ่อนแอแล้ว
ปีใหม่นี้ จะต้องดีกว่าปีเก่า เป็นแน่นอน
ขอให้กระทำสิ่งนี้ ให้เป็นความดี
ให้เป็นศรี ให้เป็นพร แก่ตน"
-:- ท่านพุทธทาสภิกขุ -:-




คำว่า ดวงชาตาราศี ก็คือดวงของกรรม ลายมือ ก็คือลายของกรรมนั่นแล ที่เขาดูลายมือถูก ดูดวงถูก ผูกดวงถูก เขาก็เรียนหลักวิชามาผูก หลักวิชาที่เขาเรียนมาก็ออกมาจากตัวของคนนี้แหละ ซึ่งมีกรรมดีชั่วเป็นรากฐานอยู่แล้ว ถ้าเรามีความฉลาดสามารถเรียนผูกดวง หรือเรียนดูลายมือให้รู้ตามความเป็นจริงแล้ว ก็ไม่จำเป็นจะต้องมาดูลายมือเท่านั้น จะสามารถเข้าใจจนกระทั่งลายเท้า ดูข้างหลังก็เข้าใจ ดูข้างหน้าก็เข้าใจเพราะร่างกายเราทุกส่วนมันเป็นตัวกรรม เป็นรูปลักษณะของกรรมดีชั่วบอกไว้รอบตัว และเป็นผลของกรรมแสดงออกมาด้วยกันทั้งนั้น แต่เราไม่สามารถรู้ได้ตลอดทั่วถึงตามความเป็นจริงของร่างกายส่วนต่างๆ เท่านั้น รู้เพียงงูๆ ปลาๆ จับต้นชนปลายก็ไม่ถูกแต่ก็ชอบดูกัน เพราะมนุษย์มีนิสัยชอบโกหก ไม่ชอบของจริง ถ้าเรื่องโกหกแล้วเพลิดเพลินจนลืมเวล่ำเวลา ลืมหมดลืมยัง เงินเกลี้ยงกระเป๋า ใจก็ไม่เศร้าโศก เพราะความชอบความเพลินพาให้เป็นไป
.
ส่วนมากก็มารู้เพียงฝ่ามือ ดูลายมือ ดูดวงเกิดวันนั้น เดือนนี้ ปีนั้นเท่านั้น ก็ยังพอเป็นแบบเป็นฉบับพอทายกันให้เพลินๆ ผู้ที่เชื่อก็พอเชื่อให้เพลิน บางทีก็ถูก บางทีก็ผิด ถ้าจะดูให้ถูกจริงๆ ก็ดูตัวของเรานี้แหละเป็นสิ่งที่เหมาะที่สุด คือดูความเคลื่อนไหวทางกาย วาจา ใจของเราเองว่า มันเคลื่อนไหวไปในทางดีหรือทางชั่ว ก็รู้ว่าดวงเราตัวเราดีและไม่ดีไปตามการกระทำของตนนั่นแล
.
คนที่เชื่อกรรมก็ทำตัวให้ถูกต้องดีงามอยู่โดยสม่ำเสมอ จัดว่าเป็นผู้ที่มีดวงดี ดีอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าระยะนั้นดวงมันขึ้นมันลง เราพาขึ้นดวงก็ขึ้น เราพาลงดวงก็ลง เพราะดวงมันอยู่กับเรา เราพาดีมันก็ดี พาชั่วมันก็ชั่ว ดูไม่ดูมันก็ดีกับชั่วของมันอยู่นั้นแล เราหากไปดูเวลานั้นมันดียังงั้น มันชั่วยังงี้นะ ความจริงมันก็ดีกับชั่วเป็นประจำอยู่แล้ว จากการกระทำดีและชั่วของเรา จากตัวของเรา ซึ่งเป็นตัวดวงหรือเป็นตัวลายของลายมือ ดูตรงนี้เป็นเหมาะที่สุดสำหรับชาวพุทธเรา อย่าพากันคันมืออยู่ไม่เป็นสุขล้วงแต่กระเป๋า นักล้วงไม่หยุดไม่ถอย ไม่เข็ดไม่หลาบ เงินในกระเป๋าไม่เหมือนน้ำในท้องมหาสมุทรก็มีทางหมดไปได้ เพราะมือใหญ่ก็ล้วงมาก มือน้อยก็ล้วงน้อย ย่อมหมดไปได้เหมือนกันจะเอาอะไรมาทน
.
หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๙
"ศาสนธรรมคู่เคียงใจ"




อดีตที่ล่วงผ่านมาแล้ว อย่าไปคำนึงถึงเลย มันก็ออกไปจากปัจจุบันนี้แหละ
อนาคตก็เหมือนกัน มันก็ออกไปจากปัจจุบันนี้แหละ อย่าไปคำนึงถึงเลย
คุมมันเข้า ให้ดูหัวใจตัวเอง อย่าไปดูหัวใจคนอื่น เรื่องของเขา เรามีหน้าที่ของเรา
นักปฏิบัติต้องตัดอย่างนั้นนะ ถ้าไม่ตัดออกอย่างนั้น ก็จะโลเลอยู่อย่างนั้นแหละ
เดี๋ยวก็วิ่งไปนั่น ไปนี่ ไม่ว่าจะทำอะไร ก็จะต้องให้ถูกใจตัวเองหมด
อยู่อย่างนั้นเป็นอย่างนั้นก่อนที่จะเป็นบ้านะ มันบ้าตัวนี้แหละ
.
หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดป่าภูผาแดง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี




หัวใจของมนุษย์ยิ่งเป็นสิ่งที่ลำบากปราบยาก
การเจริญภาวนานี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะว่าใจนั้น เราไม่เคยดูแลไม่เคยรักษา เหมือนอย่างบ้านมันสกปรกโสมม เปื้อนไปด้วยฝุ่นละอองทุกประการ ไม่เคยเช็ดไม่เคยถูเลย
เพราะฉะนั้นการที่จะขัดเกลาให้สะอาด หมดจดลงไปนั้น ก็ต้องใช้เวลาเป็นหลายๆ ชั่วโมง หรือเป็นเวลาหลายๆ วันอย่างนี้
ใจเราก็เหมือนกัน เข้ามารักษาศีล 5 แล้ว ก็ทำสมาธิ ไม่ใช่วันสองวัน จะทำได้ทันทีอย่างนั้น
ก็ต้องมีความอุตสาหะ วิริยะ มีขันติ พากเพียรให้แข็งแรงอย่างนั้น จึงจะเกิดสมาธิได้
ถ้าเราทำเหลาะๆ แหละ มันก็ไม่ได้สักอย่าง
เหมือนอย่างที่เราจะเช็ดบ้านเช็ดเรือนก็เหมือนกัน ถูนู่นถูนี่ดีแล้ว มันก็ไม่เรียบร้อย ความสะอาดหมดจดก็ไม่เกิดขึ้น
"หัวใจของมนุษย์ยิ่งเป็นสิ่งที่ลำบากปราบยาก"
หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท


ให้มีสัตย์มีศีลอย่าพากันประมาท
" นี้หละคนมีสัจจะมีศีล คนซื่อสัตย์ สุจริตสร้างจิตดวงนี้ให้บริสุทธิ์ผุดผ่องถ้าจิตดวงนี้บริสุทธิ์ผุดผ่องแล้วอะไรดีหมด
บรรดาพี่น้องทั้งหลายจากนั้นคุณของพระพุทธเจ้า คุณของพระธรรม คุณของพระสงฆ์ เลิศเลอ องค์ไหนเถอะ..ที่ถึงคุณพระพุทธเจ้าแล้ว
หลวงปู่ฝั้นก็ดีอย่าลืม..พุทโธน่ะ ใครก็ใครเถอะองค์ไหน พากันเห็นแล้ว คุณค่าอันนี้เลิศเลอ พวกเรานี้มันอำนาจความโลภ ความขี้เกียจ มักง่ายครอบครองอยู่ มองไม่เห็นตัวนั้นพุทธะตัวจริง
นี้แหละ จึงเตือนบรรดาพี่น้องทั้งหลาย อย่าพากันประมาทชีวิตนี้
เอาแน่นอนไม่ได้ สมบัติก็ไม่ให้ประมาทน่ะ เอ้าอยากได้หามาอย่าฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมสุรุ่ยสุร่ายจนเกินไปอันนี้มันทำชีวิตให้เราอับเฉา ถ้าอับเฉาลงไปแล้วใครจะไปพึ่งใคร คนอื่นเขาก็ดูแคลน
ท่านจึงว่า..อัตตาหิ อัตตโน นาโถ ตนแลเป็นที่พึ่งของตน นั้น ร้อยเปอร์เซ็นต์ ทานอาหารก็ไม่มีใครทานแทนให้ได้น่ะ ทานพริกเองก็เผ็ดเองน่ะนั้น พากันสวด ใครทำกรรมอันใดไว้ ดีหรือชั่วเป็นบุญหรือเป็นบาป เราจักเป็นทายาท รับผลของกรรมนั้นไป
นั่น..พากันคิดแก้ไขตัวเอง โอ้ยทำมามากแล้ว อันนั้นอย่าไปคำนึงมันผ่านมาแล้ว ตั้งตัวในปัจจุบัน ตั้งให้อยู่ในสัจจะในศีล เป็นคนจริงซื่อสัตย์สุจริต.."
*******************
หลวงปู่ปรีดา ( ทุย ) ฉันทกโร วัดป่าดานวิเวก จ.บึงกาฬ




เคยเห็นผู้ปฏิบัติธรรม ชอบเข้าวัดฟังเทศน์ฟังธรรม แต่เมื่อใดใจไม่สบาย บางทีก็ไปหาหมอดู ให้เขาดูว่าเป็นอะไรไหม? หมอดูทายว่าปีนี้ระวังนะ ไปรถไปเรือระวังอุบัติเหตุ คนไม่รู้เรื่องกรรม ไม่เชื่อการกระทำของตัวเองก็กลัว กลัวจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ นี่คือจิตที่คิดผิด ไม่ปัญญา ไม่มีการพิจารณา
.
บางคนจะปลูกบ้านหรือเดินทางก็ต้องไปให้หมอดู บางทีหมอบอกว่าฤกษ์ไม่ดีอย่าไปเลย เขาเชื่อหมอกลับบ้านเลย อย่างข้าราชการมาอยู่อุบลฯแล้วจะย้ายไปกรุงเทพฯหรือไปที่อื่น เขามาหาแล้วถามว่า หลวงพ่อเดินทางวันไหนดี? ถ้าเราเดินดีมันก็ดีทุกวันนั่นแหละ ถ้าเราดีมันก็ดีทุกวัน โดยมากพวกข้าราชการก็ดีทุกวันนั่นแหละ ถ้าเราดีมันก็ดีทุกวัน โดยมากพวกข้าราชการจะโยกย้ายต้องกินเลี้ยงกินเหล้ากินยากัน มันไม่ดี อะไรให้ดี ๆ มีสติรอบคอบเชื่อมั่นในการกระทำที่ถูกต้องของเรา สิ่งอื่นจะมาทำให้เราเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ไม่มีหรอก
.
ให้ทำจิตใจเชื่อมั่นในการกระทำ เชื่อเหตุผลเชื่อมั่นในการกระทำ เชื่อเหตุผลเชื่อมั่นในความจริง ไม่ตื่นเต้นกับคำเล่าลือ เรื่องมงคลตื่นข่าว ไม่ตื่นเต้นกับอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ เป็นผู้อยู่นิ่งด้วยปัญญา เชื่อว่าทุกอย่างเกิดจากเหตุ ถ้าต้องการผลดีก็ต้องทำเหตุที่ดีอย่างนี้
.
หลวงปู่ชา สุภัทโท





"ดูแล อะไรจะดูแลยากยิ่งกว่ากายกับใจ
กายยังพอว่าอยู่ ใจยากที่สุด รวดเร็วที่สุด
ความคิดนี่พรื๊ดเดียว ไปไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่แล้ว
เป็นเรื่องแล้ว ดูแลยากจริงๆ
ไอ้ร่างกายถ้าไม่หวังอะไรกับมันมาก
มันก็ไม่ยากเท่าไหร่หรอก
ไอ้พวกหวังกับมันมากนี่สิ ยุ่ง
ดู โรคโน้น ไปเป็นโรคโน้น
เป็นโรคโน้น เปลี่ยนไปเป็นโรคโน้น
ถ้าหวังอะไรกับมันน่ะ เดือดร้อนจริงๆ
ทั้งกายทั้งใจ เมื่อไม่มีหวังอะไรกับมันเท่าไหร่เนี่ย
ก็ไม่มีอะไรยุ่งนะ เรื่องร่างกาย
ไปถึงใจก็เหมือนกันแหละ เมื่อไม่มีความหวังอะไร
กับความคิดเหล่านี้เท่าไหร่นะ ค่อยยังชั่วนะ
ไม่มีความหวังอะไรกับอะไรเท่าไหร่
มันค่อยยังชั่วขึ้นมา
มันจะไปแบบนึง ไอ้เราจะเอาอย่างนึงอย่างเนี้ย
ความต้องการจะเป็นอย่างนึง
สวนทางกันอยู่ แล้วเราแพ้เนี่ย
ความเห็นเรา ความต้องการของเราแพ้มัน
มันเป็นจริงของมันแบบนึง
เป็นไปตามประสีประสาของมัน
ไอ้ความต้องการของเรามันฝืนอยู่เรื่อย
เค้าไม่ผิด ไอ้เราดันผิด ความต้องการของเราดันผิด
ความรู้ความเห็นผิดนี่แหละ
เค้าจะเป็นอย่างนั้น แต่ไอ้เราสิอยากให้เป็นอย่างอื่น
ความรู้ผิด ความอยากเลยผิด ความต้องการผิด
มิจฉาทิฏฐิ ความเห็นผิด
เมื่อเห็นผิดซะเท่านั้นแหละ ทุกอย่างผิดไปหมดเลย"
พระอาจารย์วันชัย วิจิตโต
วัดภูสังโฆ (วัดสังโฆญาณวิสุทธิโสภณ)
ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 12 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร