วันเวลาปัจจุบัน 26 เม.ย. 2018, 12:53  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ธ.ค. 2017, 05:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3026


 ข้อมูลส่วนตัว


"คำว่า.. เจริญก้าวหน้าทางธรรม
มิใช่เจริญด้วยยศศักดิ์ เหมือนทางโลก
หากหมายถึง ใจที่นิ่ง
หนักแน่นมั่นคง
คลายความยึดติดในโลก
หากผู้ใด ยังหลงในยศศักดิ์
ก็ชื่อว่าหลงตน และหลงโลก
เพราะสิ่งนั้น เป็นของประจำโลก"
-:- หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป -:-




"ทุกชีวิต มีเวลาจำกัด
อย่างมากไม่เกินร้อยปี
ก็จะต้องละร่างนี้ ละโลกนี้ไป
อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง
ที่จะทำความดี"
-:- สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ -:-



"เหาะเหินเดินอากาศ
ด้วยความหยิ่งในตัว
ยังสู้การเดินธรรมดาๆ เท้าเปล่า
ด้วยสติสัมปชัญญะไม่ได้"
-:- พระอาจารย์ชยสาโร ภิกขุ -:-




ถาม : การสวดคาถาเมตตามหานิยม ให้ผู้ที่พบเจอรักใคร่ ค้าขายดี บทสวดนี้ใช้ได้จริงไหมเจ้าค่ะ
พระอาจารย์ : ไม่จริง งั้นผู้คนที่สวดคาถานี้ก็เป็นคนน่ารักไปหมดแล้วสิ มันไม่ได้อยู่ที่การสวด มันอยู่ที่การทำตัวให้มีความเมตตา เป็นการกระทำ เจอใครก็ยิ้มให้เขา เดี๋ยวคนก็รักเราเอง ถ้าไปเจอหน้าคนแล้วเราทำหน้าบึ้งใส่เขา ไม่มีใครเขารักหลอก ต้องอยู่ที่กิริยาอาการของเรา ถ้าเรายิ้มแย้มแจ่มใสทักทายใครต่อใคร เราไม่โกรธเคืองใคร ใครเขาทำอะไรกับเรา เราก็สาธุ ให้อภัย ใครเดือนร้อนก็ช่วยเหลือเขาไป มีอะไรเกินกว่าที่เราจะเก็บใว้ได้ก็เอาไปแบ่งปันกัน แจกจ่ายกัน ช่วยเหลือกัน อย่างนี้แหละ จะเป็นคนที่น่ารัก
พระพุทธเจ้าท่านบอก จะเป็นที่รักของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย คือผู้ที่มีความเมตตา ไม่ใช่ผู้ที่ท่องคาถาเมตตามหานิยมต่างๆ เหมือนที่ “บ้า” ท่องกันอยู่อย่างนี้ ชอบนั่งสวดอยู่คนเดียว สัพเพ สัตตา นี่เป็นการท่องเฉยๆ เป็นการเรียนรู้ เป็นการสอนใจ ถ้าอยากจะเป็นคนที่ให้คนรักชอบเรา เราก็ต้องมีความเมตตา เราต้อง อะเวรา ไม่จองเวรกัน เราต้อง อัพยาปัชฌา เราไม่เบียดเบียนกัน อย่างนี้ต่างหาก เราต้องเอาไปทำ เราต้องเอาไปปฏิบัติ ไม่ใช่เอามาสวด สวดไปจนวันตายก็ไม่มีใครเขารัก ไม่มีใครเขาชอบเรา ถ้าเราไม่กระทำตามที่เราสวด
ธรรมะชาวบ้าน
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ธรรมะบนเขา ณ จุลศาลา เขตปฏิบัติธรรมเขาชีโอน
วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร ชลบุรี
วันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๐




"...บุญคือการทำใจของเราให้สบาย ให้มีความสุข ให้สงบ ให้ใส ให้เย็น ให้สว่าง บุญคือการทำใจของเราให้สมบูรณ์ขึ้นมาด้วยศีลธรรม
สิ่งใดเป็นประโยชน์แก่โลก แก่สังคมโลก อันนั้นเรียกว่าบุญได้ทั้งนั้น เพราะบุญคือสิ่งที่สร้างสรรค์ การทำสิ่งที่สร้างสรรค์นั้นจึงเป็นการทำบุญ... "
หลวงปู่แบน ธนากโร
วัดดอยธรรมเจดีย์ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร



ผู้ที่ไม่เคยทำบุญไว้แต่ชาติก่อน ความสมหวังแห่งผู้นั้นไม่มี
ย่อมคลาดแคล้วแห่งสมบัติหลายประการ ทำนาข้าวตาย ค้าขายขาดทุน
หาคนค้ำจุนไม่ค่อยได้ คนนั้นป่วยไข้ไปหาหมอก็ขัดข้อง รักษาไม่ได้
ให้ตกอับทุกหน้าที่ ตกลงคนนั้นต้องกอดเข่าเจ่าจุก
เพราะไม่ได้ทำบุญไว้แต่ชาติปางก่อน ไม่ชวนให้คนอื่นเมตตา
.
หลวงปู่หลุย จันทสาโร




เพราะชีวิตนี้จะไม่มียั่งยืนถาวรไปถึงไหน
ก้าวไปขณะใด ล้วนมีความแปรสภาพ และดับสลายติดตามไปด้วยทุกระยะ
ไม่เคยปล่อยให้อิริยาบถ และลมหายใจดำเนินไปโดยอิสรเสรีแม้แต่ขณะเดียว
ผู้ประมาทเพราะขาดความสังเกตกองทุกข์มหาศาลในตัวเอง
จะไม่ได้รับประโยชน์จากชีวิตและลมหายใจที่เข้าออกนี้เลย
จะตายทิ้งเปล่าเหมือนท่อนไม้ท่อนหิน แม้จะผ่านความเกิดตายมากี่ครั้ง
จำต้องเป็นลักษณะเกิดตายเปล่าไปเสียทั้งชาติ
ไม่อาจจะทำแม้วัฏฏะส่วนย่อย ๆ ให้น้อยลงได้จากชีวิตซึ่งกำลังมีราคานี้เลย
ส่วนผู้ไม่ประมาทชอบอ่านเรื่องของตัวเสมอ หายใจออกก็มีกำไร
หายใจเข้าก็ไม่ขาดทุน ทั้งได้สติและความรู้ความฉลาดจากลมหายใจ
และร่างกายอันไม่เป็นสาระแก่นสารนี้
.
หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
เทศน์อบรมพระ ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๐๖
"วัฏฏะเป็นสิ่งที่รู้ได้ยาก"


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร