วันเวลาปัจจุบัน 14 ก.ค. 2020, 01:27  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ต.ค. 2017, 10:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3832


 ข้อมูลส่วนตัว


"ความชั่วของคนอื่นมีมาก
หากมีคนมาถาม ก็ไม่พูด
หรือพูดน้อย

ความดีของคนอื่นมีน้อย
หากมีผู้มาถาม ก็พูดให้มาก

ความชั่วของตนมีน้อย
หากมีผู้มาถาม ก็พูดให้หมด

ความดีของตนถึงจะมีมาก
ถ้าไม่มีผู้ถามก็ไม่ต้องพูด"

-:- หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี -:-





"เราก็เกิดมาในโลกนี้
เพื่อมาสร้างบารมี ไม่ใช่เกิดมาเล่น
เกิดมาแสวงหาความสุข
สนุกชั่วคราว ไม่มีประโยชน์อะไร

ชีวิต เป็นของไม่เที่ยง
ความตาย เป็นของแน่นอน
โลกนี้เป็นแต่ทางผ่าน เท่านั้นเองล่ะ
มาเกิดแล้ว หมดอายุ หมดบุญ
แล้วก็ผ่านไป ก็หาที่เกิดใหม่

บุญบาปนำไป หมดบุญ หมดกรรม
ที่นำไปเกิดในที่นั้นๆ
ก็วกกลับมาเกิด บนโลกนี้อีก
มาเฝ้าโลกนี้อีกอยู่ มาเฝ้าแล้ว
ไม่เห็นมีใครได้อะไร ได้แต่บุญกับบาปที่ทำ

เราก็เกิดในโลกนี้
ไม่ใช่ว่ามาเกิดเล่นนะ
ให้คิดให้พิจารณากันให้ดี
เกิดมาเพื่อมาสร้างบารมี
อาศัยบุญบารมี นำดวงจิตนี้
ให้พ้นจากทุกข์ ไปตามลำดับนะ"

-:- หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ -:-




"พูดมาก เสียมาก
พูดน้อย เสียน้อย
ไม่พูด ไม่เสีย
นิ่งเสีย โพธิสัตว์

ทุกสิ่งทุกอย่าง ในโลกนี้
ล้วนแต่เคลื่อนที่ไปสู่
ความเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

ทุกอย่างในโลกนี้ เคลื่อนไปสู่
การสลายตัวทั้งสิ้น
ไม่ยึด ไม่ทุกข์ ไม่สุข
ละได้ ย่อมสงบ"

-:- หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ -:-




"กรรม แปลว่า การกระทำ
จะร้ายจะดี จะสุขหรือทุกข์
ย่อมเกิดมาแต่กรรม

ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า
กัมมุนา วัตตติ โลโก
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม

ข้อสำคัญ ควรนึกถึง นรกในปัจจุบัน
ที่เรียกว่า นรกในใจให้มาก
อย่าให้บาปเกิดขึ้นในใจ
ให้รักษาใจให้บริสุทธิ์
อย่าให้เศร้าหมอง

ถ้าใจเศร้าหมอง ด้วยบาปอกุศล
ก็มีทุคติ คือ อบายเป็นที่ไปบังเกิด
เที่ยงแท้แน่นอน ไม่ต้องสงสัย"

-:- ครูบาพรหมจักร พรหมจักโก -:-






“โลกนี้มันมีหลายรูปแบบ”

ถาม : ที่ทำงานมีเพื่อนร่วมงานไม่ชอบเรา เราควรปฏิบัติตนอย่างไร เพราะเราอยู่ด้วยแล้วอึดอัดทำงานไม่สบายใจ การฟังพระสวดมนตร์ทุกวันนี้ช่วยอะไรได้บ้างไหมคะ

พระอาจารย์ : อ๋อ เราต้องมองว่าในโลกนี้มันมีคนหลายรูปแบบมีหลากหลาย คนชอบเราก็มีคนไม่ชอบเราก็มี เราก็เหมือนนิ้วของเรานี้มันก็มีหลายขนาดใช่ไหม มีสั้นมียาวมีอ้วนมีผอม เรายังอยู่กับนิ้วของเราได้ ทำไมเราจะอยู่กับคนที่มีความแตกต่างกันไม่ได้ ปัญหาของพวกเราก็คืออยากจะให้เขาชอบเราหมดนี่ พอไปเจอคนที่เขาไม่ชอบเราเราก็เลยทุกข์ขึ้นมา ทุกข์ก็เพราะความอยาก อยากให้เขาชอบเราทุกคน นี่เราก็มองต้องมองว่าโลกนี้มันคนก็เหมือนกับนิ้วของเราเนี่ยแหละ นิ้วของเราก็มีหลายขนาดใช่ไหม มีนิ้วก้อยมีนิวโป้งนิ้วชี้มีนิ้วนาง เนี่ยมันไม่เหมือนกัน ทำไมเราอยู่กับนิ้วของเราได้ เพราะเรายอมรับมันได้ใช่ไหม แต่ถ้าเราอยากให้นิ้วของเราเป็นนิ้วนางหมดเป็นนิ้วชี้หมดนี่เดี๋ยวเราก็จะทุกข์ขึ้นมาทันที เดี๋ยวต้องไปทำศัลยกรรมเปลี่ยนนิ้วกันยุ่งไปหมด

ฉะนั้นใจของเราน่ะเป็นตัวปัญหา ปัญหาคืออยากให้ทุกคนชอบเรา พอไปเจอคนไม่ชอบเราก็เลยทุกข์ขึ้นมาเท่านั้นเอง หัดทำใจว่ามันเป็นเหมือนนิ้ว เราต้องอยู่กับเขาก็อยู่กับเขาไป เขาไม่ชอบก็เรื่องของเขา มันไม่เกี่ยวกับเรานี่เขาจะชอบไม่ชอบมันก็เป็นเรื่องของเขา เรื่องของเราก็คือเราต้องเฉยๆ อย่าไปอยากให้เขาชอบเราแล้วเราจะไม่ทุกข์กับเขา.

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๐

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต





...ถ้าหยุดความอยากได้
"ก็ไม่ต้องมาเกิด"

.
ตอนนี้เรามีความสุขแล้ว
ไม่ต้องไปหาความสุขจาก
ลาภยศสรรเสริญแล้ว
ไม่ต้องไปหาความสุขจากอะไรแล้ว

.
หาความสุขจาก "ความสงบ"
แค่นี้เหลือเฟือ..
เป็นความสุขที่แท้จริง
เป็นความสุขที่ไม่มีวันสิ้นวันหมด
เป็นของเราไปตลอด
.........................................
.
คัดลอกการสนทนาธรรม
ธรรมะบนเขา 18/10/2560
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี






...มีพระพุทธเจ้านี่แหละที่ทรงค้นพบว่า
ตัวเราคือ "ใจ ผู้รู้ผู้คิด"
ผู้สั่งให้ร่างกายทำอะไรต่างๆ

.
ผู้รู้ผู้คิดนี้ ไม่ได้ตายไปกับร่างกาย
พอร่างกายตายไป..ผู้รู้ผู้คิดถ้ายังมี
"ความอยากมีร่างกายอยู่"
ก็ไปหาร่างกายอันใหม่ ไปเกิดใหม่

.
เราจึงต้องมาเกิดใหม่อยู่เรื่อยๆ
หลังจากร่างกายอันเก่าตายไป
เราก็ไปเกิด ไปหาร่างกายอันใหม่กันต่อ

.
แต่การเกิดมันไม่ดีตรงที่ว่า
"เกิดมาแล้วมันต้องทุกข์"
..........................................
.
คัดลอกการสนทนาธรรม
ธรรมะบนเขา 19/10/2560
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี





...นี้เป็นหน้าที่ของปัญญา
ที่จะสอนให้รู้ว่า..
สิ่งต่างๆทั้งหลายในโลกนี้
ไม่ได้เป็นคุณเป็นประโยชน์กับใจเลย
เป็นโทษทั้งนั้น

.
เพราะทำให้ใจทุกข์
ทำให้ใจวุ่นวาย "ถ้าไปยึดติด"

.
ดังนั้น ขอให้ท่านจงให้ความสำคัญ
ของการสร้างความสงบสุขของจิตใจ
เพราะเป็นความสุขที่แท้จริง
เป็นความสุขที่ถาวร...
....................................
.
คัดลอกการแสดงธรรม
ธรรมะบนเขา19/10/2557
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี






...น้อมไปสอนตัวเอง...

..มาทางตา มาทางหู ได้ยินเสียงก็เหมือนกัน เสียงดี หรือเสียงไม่ดี เสียงแบบไหน เสียงนก เสียงสัตว์ เสียงผู้ เสียงคน เขาฆ่ากัน เขาด่ากัน เสียงเขาว่าดี ๆ ไม่ดีอะไรก็ตาม น้อมเข้ามาสอนจิตใจตัวเอง ทางลิ้น ทางกาย ทางธรรมารมณ์ ซึ่งมันเกิดขึ้นกับจิตใจ ก็ทำนองเดียวกันหมด ฉะนั้น ครูบาอาจารย์ อย่างท่านหลวงปู่มั่น ท่านว่าฟังเทศน์อยู่ตลอดเวลา เพราะว่า อายตนะ ทั้ง ๖ เรา คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ รับอยู่ตลอด มีแต่เขามาแสดงธรรมให้ฟัง นี้ไม่จำเป็นจะต้องฟังอะไรมากมายก่ายกอง ฟังแล้วก็น้อมเข้าไปสอนจิตสอนใจตัวเอง สอนตัวเองนั้นหละ..

..หลวงปู่ศรี มหาวีโร..




คนมีทานหรือคนที่เด่นในการให้ทาน ย่อมเป็นผู้สง่าผ่าเผย
และเด่นในปวงชนโดยไม่น้อยมีรูปร่างลักษณะ
ผู้เช่นนี้มนุษย์และสัตว์ตลอดเทวดาที่มองไม่เห็นก็เคารพรัก
จะตกทิศใดแดนใดย่อมไม่อดยากขาดแคลน
หากมีสิ่งหรือผู้อุปถัมภ์จนได้ ไม่อับจนทนทุกข์
แม้ในแดนมนุษย์เรานี้ก็พอเห็นได้อย่างเต็มตารู้ได้อย่างเต็มใจว่า
ผู้มีทานเป็นเครื่องประดับตัวย่อมเป็นคนไม่ล้าสมัยในสังคม
และบุคคลทุกชั้นไม่รังเกียจ
.
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต




“มีคุณใหญ่”
..ธรรมของพระพุทธองค์ท่านว่า เกิดจากเหตุคือการกระทำ ว่ามีการกระทำแล้ว ผลมันก็จะเกิดขึ้นมาเลย เริ่มตั้งแต่การกราบ การไหว้ การทำบุญสุนทาน หนักเข้า การรักษาศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗ ตลอดถึงการนั่งสมาธิภาวนา อันสิ่งเหล่านี้ต้องฝึกหัดปฏิบัติเอา แต่ว่าสิ่งต่าง ๆ ซึ่งเป็นอุปสรรคขัดข้อง ซึ่งแต่ละคนเคยทำมาแล้ว เท่าไหร่ก็ตาม สิ่งที่เป็นอุปสรรคมากเท่าไหร่ก็ตาม ถ้าหากเราผ่านไปได้แล้ว มันเป็นของที่มีประโยชน์ใหญ่ ของอะไรที่ว่ายาก ๆ อุปสรรคใหญ่ ๆ ถ้าผ่านพ้นไปได้แล้ว อันนั้นหละมีคุณใหญ่ ของนิด ๆ หน่อย ๆ ถ้าผ่านไปแล้ว ก็ได้บ้างนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้น..

หลวงปู่ศรี มหาวีโร
เทศนา เรื่อง วันอาสาฬหบูชา




“ปฏิบัติบูชา”
..บูชาด้วยอามิสบูชา ก็มีอานิสงส์เหมือนกัน แต่ไม่พิเศษ อานิสงส์ที่จะพิเศษคือการปฏิบัติบูชา ลงมือประพฤติปฏิบัติทั้งร่างกายจิตใจหมดทุกอย่าง บูชาคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ประพฤติปฏิบัติ ให้รู้ให้เห็นได้ อันนี้เป็นของที่มีอานิสงส์มาก คือตัวเองเป็นผู้รู้เอง เป็นผู้ตัดสินเอง แต่ในด้านบูชาด้วยอามิสนี้ ทำได้ง่ายกันอยู่หรอก แต่ด้านปฏิบัตินี้ทำได้ยาก อยากได้แต่ไม่ปฏิบัติเอา คืออยากกินข้าวนี้หละ อยากอยู่ แต่ไม่กิน ไม่หยิบใส่ปาก อยากอยู่ก็เฝ้าอยู่อย่างนั้นหละ โดยมากบรรดาผู้ที่มีศรัทธาทั้งหลาย มักจะตกอยู่ในขั้นนี้มาก..

หลวงปู่ศรี มหาวีโร
เทศนา เรื่อง วันอาสาฬหบูชา




“ อยากสบายใจอย่าไปใช้ดีกว่า”

อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดใช่ไหม แต่ความหลงมันไม่ทำให้เราคิดด้วยเหตุด้วยผล คิดด้วยความอยาก ต้องเป็นไปตามความอยากของเราอย่างเดียว ต้องดีกับเราอย่างเดียว ต้องเป็นของเราอย่างเดียว ทั้งๆ ที่ก็รู้ลึกๆ อยู่ในใจ ว่ามันไม่แน่นอน วันดีคืนดีเขาก็จากเราไปได้ จากได้ด้วยหลายสาเหตุ จากด้วยโรคภัยไข้เจ็บ จากด้วยอุบัติเหตุ จากด้วยใจเขานอกใจเราแล้ว เขาเปลี่ยนใจ เขาเบื่อเราแล้ว ถ้าคิดอย่างนี้ได้ก็จะปลงได้ว่ายังไงเขาก็ต้องจากเรา เราไปอยากมันก็ทุกข์ไปเปล่าๆ เวลาเขาจากเรา แสดงว่าเขาไม่ได้เป็นของเราแล้ว

ฉะนั้นให้รู้ว่าเขาเป็นของเราชั่วคราว เป็นของยืมเขามาก็แล้วกัน เดี๋ยวเจ้าของเขามาขอคืนก็คืนเขาไป เวลายืมของเขาเราไม่ค่อยเสียใจใช่ไหม เราต้องคืนของเขาไป เพราะเรารู้ว่าเป็นของยืมมา แปลว่าต้องคืนเจ้าของไป

นี่คือแก้ความหลง คิดว่าทุกอย่างให้เป็นของของเราชั่วคราว ของยืมมาไม่ใช่ของเรา เป็นของชั่วคราว อย่าไปยึดอย่าไปถือว่าเป็นของเรา นี่เวลาเรามาเรามีอะไรติดตัวมาหรือเปล่า ร่างกายนี้ยังไม่มีเลย มาแล้วก็ได้ร่างกายอันนี้ ออกมาละจากท้องแม่ก็ได้ร่างกายนี้ แล้วก็เอาร่างกายอันนี้ไปหาทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทองต่างๆ ตอนนี้มีอะไรเยอะแยะไปหมด แล้วเดี๋ยวเวลาตายเอาอะไรไปได้หรือเปล่า เขาเรียกว่ามาตัวเปล่าๆ ไปตัวเปล่าๆ แล้วมากังวลอะไรกับของที่เราเอาไปไม่ได้ เอาของที่ไม่ได้เป็นของเรา มันมีให้เราใช้ก็ใช้มันไป แต่ถ้าอยากจะสบายใจก็อย่าไปใช้มันดีกว่าใช้มันเท่าที่จำเป็น ใช้น้อยๆใช้มากก็ทุกข์มากใช้น้อยก็ทุกข์น้อย ไม่ต้องใช้มันเลยได้ก็ยิ่งดี พระพุทธเจ้านี่ท่านเลิกใช้ทุกอย่างได้หมด ลาภยศสรรเสริญ รูปเสียงกลิ่นรส ท่านไม่ใช้มัน ออกบวชได้ แล้วก็มาเลิกใช้ร่างกาย ร่างกายก็ไม่ใช้มัน ไม่ใช้มันไปหาความสุข ไม่ใช้มันเป็นที่พึ่งของใจ ใช้ธรรมะแทน ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง ธรรมคืออะไร ก็คือธรรมที่ทำให้ใจสงบ ก็ศีล สมาธิ ปัญญา.

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๐

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต






...ตั้งสติไว้...

..ถ้าหากมีสติกำหนดจดจ่อดู อยู่ในเรื่องของตัวเอง ไม่ส่งไปทางอื่น เรื่องอารมณ์ภายนอก พักไว้เสียก่อน ไม่ต้องเกี่ยว มารู้อยู่ในตัวของเราเอง เพื่อรวบรวมพลังของใจ ให้มันเป็นก้อนใหญ่สักหน่อย จนกว่าจะมีความสงบ คำว่าสงบในที่นี้ สงบจากอารมณ์ภายนอก มาสังเกตดูอยู่ในปฏิกิริยา ซึ่งแสดงออกทาง กาย วาจา และจิตใจของเรา มารู้อยู่ในส่วนภายใน อันนี้ก็เรียกว่า เป็นผู้ตั้งสติไว้..

..หลวงปู่ศรี มหาวีโร..


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 10 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร