วันเวลาปัจจุบัน 28 ต.ค. 2020, 13:29  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 29 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 พ.ย. 2016, 10:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33852

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ชาวบ้าน ดำเนินตามมรรคาด้วยการศึกษาบุญ

ต่อจาก

viewtopic.php?f=1&t=53391&p=401637#p401637

พุทธธรรมหน้า 549

http://travel.mthai.com/app/uploads/201 ... land-A.jpg

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 พ.ย. 2016, 10:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33852

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ชาวบ้าน ดำเนินมรรคาด้วยการศึกษาบุญ

ก่อนหน้านี้ ได้บอกแล้วว่า ในคำสอนธรรมเพื่อให้เหมาะสำหรับคฤหัสถ์คือชาวบ้าน แทนที่ท่านจะนำระบบของมรรคมาจัดขั้นตอนในรูปของไตรสิกขาเป็น ศีล สมาธิ ปัญญา แต่ท่านจัดใหม่เหมือนดังจะให้เป็นไตรสิกขาฉบับที่ง่ายลงมา โดยวางรูปขั้นตอนใหม่ เป็นหลักทั่วไป ที่เรียกว่าบุญกิริยา หรือบุญกิริยาวัตถุ ซึ่งมีจำนวน ๓ ข้อ หรือ ๓ ขั้น เท่ากับไตรสิกขานั่นเอง แต่มีชื่อหัวข้อต่างออกไปเป็น ทาน ศีล ภาวนา

ถึงตอนนี้ เมื่อยกไตรสิกขาขึ้นมาย้ำในแง่การศึกษาแล้ว ก็ควรให้เข้าใจบุญกิริยาในความหมายของการศึกษาด้วย และแท้จริงนั้น สาระหรือเนื้อแท้ทั้งหมดของบุญกิริยา คือการทำบุญนั้น ก็คือการศึกษานั่นเอง

ขอให้ดูพุทธพจน์ที่แสดงหลักบุญกิริยาวัตถุ ๓ ดังนี้

"ภิกษุทั้งหลาย บุญกิริยาวัตถุ ๓ ประการนี้...คือ ทานมัย บุญกิริยาวัตถุ ๑ ศีลมัย บุญกิริยาวัตถุ ๑ ภาวนามัย บุญกิริยาวัตถุ ๑ ...

"ผู้ใฝ่อัตถะนั้น พึงศึกษาบุญนั่นทีเดียว อันมีผลกว้างไกล มีความสุขเป็นกำไร คือ พึงเจริญทาน ๑ สมจริยา (ความประพฤติเข้ากับธรรม หรือสมตามธรรม) ๑ เมตตาจิต ๑ บัณฑิตเจริญธรรม ๓ ประการ อันก่อให้เกิดความสุขเหล่านี้แล้ว ย่อมเข้าถึงโลกที่เป็นสุข ไร้การเบียดเบียน" (ขุ.อิติ.25/238/270)

จะเห็นว่า พระพุทธเจ้าทรงแสดงหลักบุญกิริยาวัตถุว่ามี ๓ อย่าง คืออะไรบ้างแล้ว ก็ตรัสคาถาสรุป ทรงบอกให้รู้กันว่าจะทำอะไรกับบุญกิริยาวัตถุนั้น คือตรัสว่า พึงศึกษาบุญนั่นทีเดียว ขอย้ำพระดำรัสเป็นคำบาลีว่า "ปุญฺญเมว โส สิกฺเขยฺย" ถ้านำคำทั้งสองมาสมาส (รวมเข้าด้วยกัน) ก็เป็น ่"บุญสิกขา" นั่นเอง

ที่ว่าศึกษา ก็คือ ฝึกทำให้เป็นให้มีขึ้น ฝึกหัดอบรมพัฒนาให้เจริญเพิ่มพูนถนัดชำนาญยิ่งขึ้นไป ก็คือก้าวหน้างอกงามขึ้นไปในมรรค อย่างคล้อยตามไตรสิกขานั่นเอง และเมื่อถือไตรสิกขาเป็นหลัก

ก็เทียบกันได้ ดังนี้

ศีล = => สมาธิ => ปัญญา (=> วิมุตติ)
- V - - - - - - - - - V
ทาน<>ศีล - - - - ภาวนา
- - - - - - - - - - - - V
- - - - - จิตตภาวนา<>ปัญญาภาวนา
- - - - - - - V
- - - เมตตาภาวนา

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 พ.ย. 2016, 10:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33852

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอย้ำความอย่างที่เคยกล่าวมาแล้วว่า หลักศึกษาบุญสำหรับชาวบ้านนี้ เน้นชีวิตด้านนอก และการประพฤติปฏิบัติพื้นฐานขั้นต้น ตรงข้ามกับฝ่ายบรรพชิตคือพระสงฆ์ ที่เน้นด้านใน และขั้นสูงขึ้นไป

จะเห็นได้ชัดว่า หลักปฏิบัติขั้นต้นของไตรสิกขา รวมคลุมไว้ด้วยศีลคำเดียว แต่บุญกิริยาของชาวบ้าน ซึ่งเน้นด้านนอก ให้น้ำหนักแก่เรื่องการจัดการกับวัตถุ และการอยู่ร่วมสังคม จึงแยกขั้นต้นออกเป็น ๒ ข้อ โดยเอาเรื่องการจัดการวัตถุ คือทาน มาหนุนมานำศีล ขณะที่ของพระมีศีล แต่ของชาวบ้านมี ทาน และ ศีล

แต่ทางด้านใน ที่เป็นระดับลึกสูงขึ้นไป ไตรสิกขาของพระแบ่งชัดเป็น ๒ คือ สมาธิ และปัญญา แต่บุญกิริยาของชาวบ้าน พูดรวมคลุมด้วยภาวนาคำเดียว และตามพุทธพจน์ ให้มุ่งที่เมตตาภาวนา คือเจริญเมตตา

พูดอีกแบบหนึ่งว่า ชีวิตพระนั้น ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับวัตถุ ทานจึงมีบทบาทน้อย ดังนั้น ในไตรสิกขา จึงเอาทานไปผนวกหรือแอบไว้ในศีล (จะดูการจัดสรรวัตถุของพระก็ไปมองในวินัย)

แต่ ชีวิตของพระนั้น มุ่งอุทิศแก่ด้านใน คือจิตใจและปัญญา ไตรสิกขา จึงจัดแยกการศึกษาพัฒนาด้านในนั้น ออกเป็น ๒ อย่างให้เด่นชัดขึ้นมา เป็นสมาธิ กับ ปัญญา (อธิจิตต์ และอธิปัญญา)


ส่วนชีวิตของชาวบ้าน อยู่กับวัตถุโดยตรงเต็มที่ และการแสวงหาจัดการวัตถุนั้น ก็ ดำเนินไปท่ามกลางเพื่อนมนุษย์ร่วมสังคม ถ้าประพฤติปฏิบัติจัดการไม่ดี ทั้งวัตถุก็เสียหาย คนและสังคมก็เดือดร้อนวุ่นวาย จึงต้องยกทาน และศีล ขึ้นมาให้สำคัญโดดเด่น เป็นบุญกิริยา ๒ อย่างก่อน ส่วนการพัฒนาด้านใน ถึงแม้สำคัญ ก็ต้องจัดให้พอเหมาะแก่กำลัง เวลา เป็นต้น ที่เขาจะปฏิบัติได้ โดยเอาทั้งเรื่องจิตใจ และปัญญามารวมเป็นข้อเดียวกัน คือ ทั้งพัฒนาจิตใจ (จิตตภาวนา) และพัฒนาปัญญา (ปัญญาภาวนา) มารวมไว้เป็นภาวนาข้อเดียว และเพราะการอยู่ร่วมกันในสังคมเป็นลักษณะชีวิตของชาวบ้าน แม้แต่ภาวนานั้นก็จึงเน้นที่การเจริญเมตตา คือเมตตาภาวนา


คำที่พูดกันสามัญว่า "ทำบุญ" ถ้าจะพูดให้ตรงตามที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้ ก็ต้องว่า "ศึกษาบุญ" คือให้ทำอย่างเป็นการฝึกฝนพัฒนา หมายความว่า บุญนี้เป็นคุณสมบัติ คือ ความดีงามความสามารถ ทางกายบ้าง ทางวาจาบ้าง ทางใจบ้าง รวมทั้งทางปัญญา เราต้องทำให้เพิ่มขึ้นและประณีตขึ้นเรื่อยๆ ให้เป็นการฝึกกาย ฝึกวาจา ฝึกจิตใจ และฝึกปัญญา ชีวิตของเราก็ประณีตงอกงามขึ้นเรื่อยๆ เป็นการพัฒนาชีวิต หรือพัฒนาตนเอง

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 พ.ย. 2016, 14:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33852

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ดังที่กล่าวแล้ว มี บุญกิริยาวัตถุ ๓ อย่าง คือ

๑. ทาน การให้ เผื่อแผ่ แบ่งปัน

๒. ศีล การประพฤติสุจริต มีความสัมพันธ์ที่ดี เกื้อกูล ไม่เบียดเบียนกัน

๓. ภาวนา ฝึกอบรมพัฒนาจิตใจ พัฒนาปัญญา

ในอดีตที่ยาวนาน ท่านย่อมได้สอนได้อธิบายหลักธรรมเหล่านี้กันเรื่อยมา ปรากฏว่า ถึงยุคอรรถกถา ได้มีบุญกิริยาวัตถุเพิ่มขึ้นอีก ๗ ข้อ ซึ่งที่จริงก็ต้องถือว่าเป็นการขยายความและเพิ่มตัวอย่างของบุญกิริยาวัตถุ แต่ละข้อออกไป ดังที่อรรถกถาก็จัดไว้ ซึ่งขอประมวลมาดูเป็นแนวทางเสริมความเข้าใจ ดังนี้

๑. ทาน ในข้อนี้ รวมทั้งปัตติทานมัย คือการเปิดโอกาสให้คนอื่นได้มีส่วนร่วมบุญด้วยการทำความดีด้วยกัน และปัตตานุโมทนามัย คือการอนุโมทนาส่วนบุญ โดยพลอยชื่นชม หรือแสดงความยินดี ยอมรับเห็นชอบในการทำบุญทำความของผู้อื่น

๒. ศีล ในข้อนี้ รวมทั้งอปจายนมัย คือการมีความอ่อนโยน สุภาพอ่อนน้อม ให้เกียรติกัน เคารพยกย่องท่านผู้มีความเป็นผู้ใหญ่ ผู้สูงด้วยคุณธรรมความดี เป็นต้น รวมมาถึงการมีกิริยามารยาทงดงาม ตามวัฒนธรรมประเพณี และ ไวยาวัจจมัย คือการช่วยเหลือ รับใช้ บริการ ขวนขวายในกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์

๓. ภาวนา ในข้อนี้ รวมทั้ง ธรรมสวนมัย คือการแสดงธรรมให้คำสอนคำแนะนำความรู้แก่ผู้อื่น

ข้อพิเศษ: ทิฏฐชุกรรม คือการทำความเห็นให้ตรง ซึ่งต้องทำร่วมกำกับการทำบุญข้ออื่นทุกข้อ ให้เป็นการกระทำด้วยความรู้เข้าใจตั้งใจมุ่งหมายถูกต้อง เท่ากับได้ตรวจสอบทุกกิจกรรม เป็นประกันให้ได้ผลดี และมีการพัฒนา

โดยนัยนี้ จึงเกิดเป็นชุดขยาย เรียกกันว่า บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ คือ

๑. ทานมัย ทำบุญด้วยการให้

๒. สีลมัย ทำบุญด้วยการรักษาศีลประพฤติดีงาม

๓. ภาวนามัย ทำบุญด้วยการเจริญภาวนา

๔. อปจายนมัย ทำบุญด้วยการประพฤติอ่อนน้อม

๕. ไวยาวัจจมัย ทำบุญด้วยการขวนขวายรับใช้

๖. ปัตติทานมัย ทำบุญด้วยการให้ส่วนความดีแก่ผู้อื่น

๗. ปัตตานุโมทนามัย ทำบุญด้วยการยินดีการทำดีของผู้อื่น

๘. ธัมมัสสวนมัย ทำบุญด้วยการฟังธรรม

๙. ธัมมเทสนามัย ทำบุญด้วยการสอนแสดงธรรม

๑๐. ทิฏฐุชุกรรม ทำบุญด้วยการทำความเห็นให้ตรง

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 พ.ย. 2016, 06:07 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


บุญกิริยาวัตถุ 10 ...จะสมบูรณ์ได้ด้วยบารมี10...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 พ.ย. 2016, 08:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33852

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
บุญกิริยาวัตถุ 10 ...จะสมบูรณ์ได้ด้วยบารมี10...


อธิบายสิทำไมจึงเป็นเช่นว่านั้น :b14: :b10: จะออกแนวๆ กท. ปชต.จะสมบูรณ์ได้ ต้องมีธรรมป่ะ

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 พ.ย. 2016, 09:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33852

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ก่อนจะตั้งอีกกระทู้หนึ่งต่อจาก กท. นี้ เกริ่นให้เห็นภาพสะตอนนี้เลย ทวนความ กท.ก่อนหน้าโน้น (สังเกตดีดี)

1. สัมมาทิฏฐิ
2.สัมมาสังกัปปะ = ปัญญาขันธ์

3. สัมมาวาจา
4. สัมมากัมมันตะ
5 . สัมมาอาชีวะ = ศีลขันธ์

6. สัมมาวายามะ
7. สัมมาสติ
8. สัมมาสมาธิ = สมาธิขันธ์


1. อธิศีลสิกขา 2. อธิจิตตสิกขา 3. อธิปัญญาสิกขา
- สัมมาวาจา - - - สัมมาวายามะ -- สัมมาทิฏฐิ
- สัมมากัมมันตะ -- สัมมาสติ - - - สัมมาสังกัปปะ
- สัมมาอาชีวะ - - - สัมมาสมาธิ




กท. ต่อไปจะเฉลยความต่างกันนั่น ^ V (จับประเด็นให้ได้)

กระบวนธรรมในตัวคนของมรรค กับ กระบวนการฝึกคนของสิกขา

มีคำถามว่า เหตุใด การจัดลำดับองค์ธรรมในมรรค กับ ในไตรสิกขา จึงต่างกัน ? เมื่อเป็นมรรค เริ่มด้วยสัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ และลงท้ายด้วยสัมมาสมาธิ

แต่เหตุใด เมื่อมาจัดเป็นไตรสิกขา จึงเอาสัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ ที่เป็นหมวดปัญญา ไปต่อท้ายสัมมาสมาธิ กลายเป็นเริ่มต้นด้วยสัมมาวาจาที่เป็นหมวดศีลแทน

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 พ.ย. 2016, 20:12 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
บุญกิริยาวัตถุ 10 ...จะสมบูรณ์ได้ด้วยบารมี10...


อธิบายสิทำไมจึงเป็นเช่นว่านั้น :b14: :b10:


ติดใว้ก่อน...ยังไม่มีอารมณ์


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 พ.ย. 2016, 05:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33852

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
กรัชกาย เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
บุญกิริยาวัตถุ 10 ...จะสมบูรณ์ได้ด้วยบารมี10...


อธิบายสิทำไมจึงเป็นเช่นว่านั้น :b14: :b10:


ติดใว้ก่อน...ยังไม่มีอารมณ์


มั่วมาแต่ข้างใน มิใช่ไม่มีอารมณ์ จึงฟันธงไม่ได้ :b1:

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 พ.ย. 2016, 05:39 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
กรัชกาย เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
บุญกิริยาวัตถุ 10 ...จะสมบูรณ์ได้ด้วยบารมี10...


อธิบายสิทำไมจึงเป็นเช่นว่านั้น :b14: :b10:


ติดใว้ก่อน...ยังไม่มีอารมณ์


มั่วมาแต่ข้างใน มิใช่ไม่มีอารมณ์ จึงฟันธงไม่ได้ :b1:


แหม่ม..กะจะคุยดีดี..มีเหตมีผลแล้วเชียว..

พูดมายังงี้...เจริญ..ละพ่อคุณ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 พ.ย. 2016, 05:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33852

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
กรัชกาย เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
กรัชกาย เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
บุญกิริยาวัตถุ 10 ...จะสมบูรณ์ได้ด้วยบารมี10...


อธิบายสิทำไมจึงเป็นเช่นว่านั้น :b14: :b10:


ติดใว้ก่อน...ยังไม่มีอารมณ์


มั่วมาแต่ข้างใน มิใช่ไม่มีอารมณ์ จึงฟันธงไม่ได้ :b1:


แหม่ม..กะจะคุยดีดี..มีเหตมีผลแล้วเชียว..

พูดมายังงี้...เจริญ..ละพ่อคุณ


ไม่ควรเลี่ยงหนีสภาวธรรมคือความจริงตามที่มันเป็น อย่าหลอกใจตัวเอง :b32:

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 พ.ย. 2016, 05:43 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
กรัชกาย เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
กรัชกาย เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
บุญกิริยาวัตถุ 10 ...จะสมบูรณ์ได้ด้วยบารมี10...


อธิบายสิทำไมจึงเป็นเช่นว่านั้น :b14: :b10:


ติดใว้ก่อน...ยังไม่มีอารมณ์


มั่วมาแต่ข้างใน มิใช่ไม่มีอารมณ์ จึงฟันธงไม่ได้ :b1:


แหม่ม..กะจะคุยดีดี..มีเหตมีผลแล้วเชียว..

พูดมายังงี้...เจริญ..ละพ่อคุณ


ไม่ควรเลี่ยงหนีสภาวธรรมคือความจริงตามที่มันเป็น อย่าหลอกใจตัวเอง :b32:


ขี้เดา...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 พ.ย. 2016, 08:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33852

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
กรัชกาย เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
กรัชกาย เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
กรัชกาย เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
บุญกิริยาวัตถุ 10 ...จะสมบูรณ์ได้ด้วยบารมี10...


อธิบายสิทำไมจึงเป็นเช่นว่านั้น :b14: :b10:


ติดใว้ก่อน...ยังไม่มีอารมณ์


มั่วมาแต่ข้างใน มิใช่ไม่มีอารมณ์ จึงฟันธงไม่ได้ :b1:


แหม่ม..กะจะคุยดีดี..มีเหตมีผลแล้วเชียว..

พูดมายังงี้...เจริญ..ละพ่อคุณ


ไม่ควรเลี่ยงหนีสภาวธรรมคือความจริงตามที่มันเป็น อย่าหลอกใจตัวเอง :b32:


ขี้เดา...


แล้วเป็นไง บอกสิ

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 พ.ย. 2016, 09:29 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


ว่าคนอื่นมั่ว....แล้วยังจะอยากฟังอยู่อีกรึ...?

มองไม่เห็นประโยชน์...ที่จะคุย...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 พ.ย. 2016, 18:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33852

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
ว่าคนอื่นมั่ว....แล้วยังจะอยากฟังอยู่อีกรึ...?

มองไม่เห็นประโยชน์...ที่จะคุย...


อย่าเพิ่งท้อซี่ หนักนิดเบาหน่อยอภัยให้กัน ชาวบ้านเดินตามมรรคด้วยการศึกษาบุญ เชื่อดิ :b1:

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 29 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 15 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร