วันเวลาปัจจุบัน 20 ก.พ. 2020, 17:17  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 97 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5 ... 7  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 พ.ค. 2016, 19:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32421

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

อริยสัจ มี ๔ ข้อ แต่เวลาเราปฏิบัติ ปฏิบัติตามข้อ ๔ ข้อเดียว เมื่อปฏิบัติถูกต้องแล้วมันถึงกันหมด

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 พ.ค. 2016, 19:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32421

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


จากหนังสือเล่มนี้ หน้า ๔๒๑

รูปภาพ


ตัดแต่เนื้อๆมาแค่พอมองเห็นเค้า

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 พ.ค. 2016, 19:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32421

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รู้ทุกข์ จึงดับทุกข์ได้ ไม่ใช่รู้ทุกข์ไป แล้วกลายเป็นทุกข์


ธรรมของพระพุทธเจ้านั้น ทุกอย่าง ถ้าเราจับจุดถูกแล้ว มันอยู่ในระบบความสัมพันธ์ จึงโยงถึงกันหมดทุกอย่าง จับที่นี่ ก็ถึงที่อื่นทั้งหมดด้วย

ดังนั้น ถ้าจับหลักการนี้ได้ ไม่ว่าใครจะพูดธรรมข้อไหนมา ก็จับโยงได้หมด ว่าธรรมนี้อยู่ที่จุดนั้น อยู่ในระดับนี้ สัมพันธ์ส่งผลต่อไปยังข้อโน้น มองเห็นธรรมนั้นในภาพรวมของระบบใหญ่ ความหมายในการปฏิบัติก็ชัดเจนโล่งไป อย่างพระพุทธเจ้า ที่ทรงมีวิธีสรุปธรรมมากมายหลายแบบ

วิธีสรุปธรรมของพระพุทธเจ้า เช่น สรุปลงในอริยสัจ ๔ แล้วพระองค์ก็ยังโยงอริยสัจ ๔ ไปสู่ธรรมทุกสิ่งทุกประการ

จะขอพูดให้ผู้ศึกษาธรรมฟังอีกนิดหนึ่ง ให้เห็นตัวอย่างวิธีสรุปของพระพุทธเจ้า ที่พระองค์สรุปไว้หลายนัย สรุปเป็น ๒ ก็ได้ สรุปเป็น ๓ ก็ได้ สรุปเป็น ๔ ก็ได้

บางคนไปยึดอย่างเดียว แล้วไปเถียงกับคนอื่น ก็ยุ่งอยู่นั่นแหละ ทั้งๆที่ว่า ธรรมนั้นเป็นความจริงตามธรรมดาที่มีระบบของมัน และในระบบสัมพันธ์นั้น ก็เอามาแสดงให้เห็นได้หลายอย่าง เป็นเรื่องของวิธีการจำแนก แต่ไม่ว่าจะแสดงอย่างไร มันก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ดังตัวอย่าง เช่น พระพุทธเจ้าตรัสธรรมว่า ทั้งหมดรวมในอริยสัจ ๔ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค

จากอริยสัจนั้น พระองค์ก็โยงไปหาหลักอีกชุดหนึ่ง ซึ่งเป็นการประมวลธรรมทั้งปวงให้เข้าเป็นชุดเดียวกันอีก โดยตรัสว่า ทุกฺขํ อริยสจฺจํ ปริญฺเญยฺยํ เป็นต้น

นี่คือหลักที่เรียกว่า กิจในอริยสัจ ๔ ถ้าใครจะปฏิบัติต่ออริยสัจ ๔ ให้ถูกต้อง ไม่รู้หลักกิจในอริยสัจ ก็พลาด

อริยสัจ ๔ จะรู้แต่อริยสัจไม่ได้ ต้องรู้กิจในอริยสัจด้วย มิฉะนั้น จะเสียดุลอีก ถ้าปฏิบัติหน้าที่ต่ออริยสัจผิด ก็พลาดไปเลย เพราะว่า อริยสัจ ๔ แต่ละข้อเรามีหน้าที่ต่อมัน

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 พ.ค. 2016, 19:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32421

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


หน้าที่เหล่านั้นตรัสไว้แล้วในธัมมจักกัปปวัตนสูตรนี่แหละ ซึ่งเราก็สวดกันอยู่เรื่อยว่า ทุกขอริยสัจนั้นเป็นสิ่งที่จะต้องปริญญา หน้าที่ต่อทุกข์ คือ ปริญญา แปลว่า กำหนดรู้

@ เรามีหน้าที่รู้ทุกข์ เราไม่มีหน้าที่เป็นทุกข์

- คุณหมอรู้โรค ก็ไม่ใช่คุณหมอเป็นโรค แต่คุณหมอต้องรู้โรค คุณหมอจึงบำบัดโรครักษาคนได้

- คนที่รู้ปัญหา ก็ไม่ใช่คนเป็นปัญหา แต่คนต้องรู้ปัญหา คนจึงจะแก้ปัญหาได้

-คนที่รู้ทุกข์ ก็ไม่ใช่คนเป็นทุกข์ แต่คนต้องรู้ทุกข์ คนจึงจะดับทุกข์ได้

การรู้ทันทุกข์ หรือรู้จักทุกข์ กับการเป็นทุกข์ ไม่ใช่อย่างเดียวกัน

การเป็นทุกข์ เป็นการปฏิบัติผิดหน้าที่ต่ออริยสัจ ถ้าใครปฏิบัติหน้าที่ต่ออริยสัจผิด ก็ผิดพลาดออกนอกทาง

พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนให้ใครเป็นทุกข์ แต่ทรงสอนให้รู้ทันทุกข์ แค่กิจในอริยสัจข้อที่หนึ่งนี้ หลายคนก็พลาด

เป็นอันว่า ทุกข์เป็นสภาวะสำหรับปัญญารู้ เอาปัญญาเผชิญหน้ากับมัน ทุกข์นี้เราต้องมีปริญญา คือรู้ทันมัน

ดูกันให้ครบ กิจในอริยสัจทั้ง ๔ ข้อ

๑.ทุกขํ อริยสจฺจํ ปริญฺเญยฺยํ

ทุกขอริยสัจ เป็นสิ่งที่พึงกำหนด-รู้

๒.ทุกฺขสมุทโย อริยสจฺจํ ปหาตพฺพํ

ทุกฺขสมุทัยอริยสัจ เป็นสิ่งที่พึง-ละ

๓.ทุกฺขนิโรโธ อริยสจฺจํ ฉจฺฉิกาตพฺพํ

ทุกขนิโรธอริยสัจ เป็นสิ่งที่ต้องทำให้- แจ้ง ทำให้เป็นจริง บรรลุถึง

๔. ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อริยสจฺจํ ภาเวตพฺพํ

ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ เป็นสิ่งที่พึง- เจริญ ปฏิบัติ ลงมือทำ

พูดให้เข้าใจง่ายขึ้นในภาษาไทยว่า

๑. หน้าที่ต่ออริยสัจข้อที่หนึ่ง คือทุกข์ ได้แก่ ปริญญา การกำหนดรู้ รู้จัก รู้เข้าใจ รู้ทัน

๒. หน้าที่ต่ออริยสัจข้อที่สอง คือสมุทัย ได้แก่ ปหานะ การละ หรือกำจัด

๓. หน้าที่ต่ออริยสัจข้อที่สาม คือนิโรธ ได้แก่ สัจฉิกิริยา การทำให้แจ้ง บรรลุ หรือทำให้เป็นจริง

๔. หน้าที่ต่ออริยสัจข้อที่สี่ คือมรรค ได้แก่ ภาวนา การลงมือปฏิบัติ

การปฏิบัติอยู่ที่ข้อ ๔ เรียกว่า ภาวนา เราต้องปฏิบัติข้อเดียว คือ ข้อสี่ - มรรค

นอกนั้น เมื่อเราปฏิบัติไปตามข้อ ๔ แล้ว มันถึงกันหมด แต่เรารู้ไว้

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 พ.ค. 2016, 19:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32421

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ท่านอโศกดูออก โยงถึงภาคปฏิบัติกรรมฐานได้มั้ยขอรับ :b1:

รูปภาพ

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 พ.ค. 2016, 20:00 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12215


 ข้อมูลส่วนตัว


มามา..ถามมา..

อิอิ.. :b32: :b32:

viewtopic.php?f=1&p=391173#p391173

กบนอกกะลา เขียน:
บางที่..เรียกร้องให้ตั้งเป็นจังหวัด..
รูปภาพ

แต่บางที่...ก็เผาศาลาจังหวัด
รูปภาพ

เอาแน่ไม่ได้เน๊าะ..คนเรานี้

ความเปลี่ยนแปลง..นี้...เป็นของธรรมดาซะจริง ๆ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 พ.ค. 2016, 07:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32421

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สังคมไทย ยังมีอะไรอีกหลายๆอย่าง ที่คิดได้แต่พูดไม่ได้ และความเป็นเช่นนั้นเอง ได้กลายมาเป็นทุกข์ของสังคม ความแตกแยกของคนในชาติปัจจุบัน :b14:

รูปภาพ


อ้างคำพูด:
ถ้าสงสัยว่าการชุมนุมในช่วงรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่มีทั้งปิดถนน ปะทะกับตำรวจ เผารถตำรวจ พกพาอาวุธ ทำไมไม่กลัวคดีความ

มีคนในพื้นที่บอกว่า เป็นเพราะครั้งนั้น มีนักการเมืองบางพวก ที่ไปเชิญชวนให้ออกมาชุมนุม การันตีว่าจะไม่ถูกดำเนินคดี เพราะได้ “ไฟเขียว” มาแล้ว

คำกล่าวของนักการเมืองที่ว่านั้นน่าเชื่อถือเพราะว่าเพราะหลังไล่รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ เสร็จตามเป้าหมายดูเหมือนว่าแทบจะไม่มีคนถูกดำเนินคดีเลย


http://www.lokwannee.com/web2013/?p=196024


ลูกพี่ๆผมเผารถมันแล้ว :b32:

https://www.youtube.com/watch?v=PSbglLos0QA

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 พ.ค. 2016, 08:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32421

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กบ เห็นๆการขวาง ลต. ผิด กม. แต่ทำไม ? คิกๆๆ

รูปภาพ

บ้างต้องปีนกำแพงเข้าไปทำหน้าที่พลเมือง :b1:

https://www.google.co.th/search?q=%E0%B ... DM0QsAQIHg

แล้วทำไม :b32: ป่านนี้เหมือนคลื่นกระทบฝั่ง บางแห่งบอกไม่ผิด :b14:


รูปภาพ

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 พ.ค. 2016, 13:14 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว




อริยสัจ 4_resize.jpg
อริยสัจ 4_resize.jpg [ 58.29 KiB | เปิดดู 1092 ครั้ง ]
กรัชกาย เขียน:
ท่านอโศกดูออก โยงถึงภาคปฏิบัติกรรมฐานได้มั้ยขอรับ :b1:

รูปภาพ

s004
คุณกรัชกายจั่วหัวกระทู้ไว้ดี แต่ทำท่าจะเป็น

"ต้นตรงแต่คดปลาย"

ทำไมจะต้องเอาเรื่องโลกิยะ มาตามธรรมะดีๆทันทีล่ะ กปปส. คสช.บบบบ.

พูดถึงเรื่องกิจในอริยสัจ 4 น่าจะเอามาให้ครบนะ มีปริวัฏ 3 มีอาการ 12

ทุกข์ควรกำหนดรู้ เราได้เพียรกำหนดรู้ เราได้กำหนดรู้แล้ว

สมุทัยควรละ เราได้เพียรละ เราละได้แล้ว

นิโรธควรทำให้แจ้ง เราได้เพียรทำให้แจ้ง เราได้แจ้งแล้ว

มรรคควรเจริญ เราได้เพียรเจริญ เราเจริญได้แล้ว

onion
เมื่อได้ทำกิจทั้ง 12 อย่างนี้ครบแล้ว จึงเกิด

จักขุงอุทัปปาติ ญาณังอุทัปปาติ ปัญญาอุทัปปาติ วิชชาอุทัปปาติ อาโลโกอุทัปปาติ

เราจึงอาจหาญที่จะประกาศว่าเป็นสัมมาสัมพุทธเจ้า
onion
ส่วนการจะโยงและประยุกต์อริยสัจ 4 ไปสู่การปฏิบัติกรรมฐานนั้น ต้องมาคุยรายละเอียดกันก่อนจึงจะเข้าใจ การอธิบายต้องให้ผู้เรียน ได้ตาเห็นรูป หูได้ฟังเสียง
จิตได้คิดพิจารณาตามและสอบถามแก้ข้อสงสัยในใจได้ทันที จึงจะมีประสิทธิภาพ นำไปใช้อย่างได้ผลสมบูรณ์จริงๆ

ไปเที่ยวเชียงใหม่สักวันสิ ใช้เวลาบรรยายประกอบการปฏิบัติไม่เกิน 3 ชั่วโมง ถ้าคำถามไม่มาก
onion
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 พ.ค. 2016, 21:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32421

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


asoka เขียน:
กรัชกาย เขียน:
ท่านอโศกดูออก โยงถึงภาคปฏิบัติกรรมฐานได้มั้ยขอรับ :b1:

รูปภาพ

s004
คุณกรัชกายจั่วหัวกระทู้ไว้ดี แต่ทำท่าจะเป็น

"ต้นตรงแต่คดปลาย"

ทำไมจะต้องเอาเรื่องโลกิยะ มาตามธรรมะดีๆทันทีล่ะ กปปส. คสช.บบบบ.

พูดถึงเรื่องกิจในอริยสัจ 4 น่าจะเอามาให้ครบนะ มีปริวัฏ 3 มีอาการ 12

ทุกข์ควรกำหนดรู้ เราได้เพียรกำหนดรู้ เราได้กำหนดรู้แล้ว

สมุทัยควรละ เราได้เพียรละ เราละได้แล้ว

นิโรธควรทำให้แจ้ง เราได้เพียรทำให้แจ้ง เราได้แจ้งแล้ว

มรรคควรเจริญ เราได้เพียรเจริญ เราเจริญได้แล้ว

onion
เมื่อได้ทำกิจทั้ง 12 อย่างนี้ครบแล้ว จึงเกิด

จักขุงอุทัปปาติ ญาณังอุทัปปาติ ปัญญาอุทัปปาติ วิชชาอุทัปปาติ อาโลโกอุทัปปาติ

เราจึงอาจหาญที่จะประกาศว่าเป็นสัมมาสัมพุทธเจ้า
onion
ส่วนการจะโยงและประยุกต์อริยสัจ 4 ไปสู่การปฏิบัติกรรมฐานนั้น ต้องมาคุยรายละเอียดกันก่อนจึงจะเข้าใจ การอธิบายต้องให้ผู้เรียน ได้ตาเห็นรูป หูได้ฟังเสียง
จิตได้คิดพิจารณาตามและสอบถามแก้ข้อสงสัยในใจได้ทันที จึงจะมีประสิทธิภาพ นำไปใช้อย่างได้ผลสมบูรณ์จริงๆ

ไปเที่ยวเชียงใหม่สักวันสิ ใช้เวลาบรรยายประกอบการปฏิบัติไม่เกิน 3 ชั่วโมง ถ้าคำถามไม่มาก
onion


อริยสัจ 4 ก็เรื่องของคน เรื่องในตัวคน เอาสั้นๆนะขอรับ "สังขิตเตน ปัญจุปาทานนักขันธา ทุกขา"

อ้างคำพูด:
ไปเที่ยวเชียงใหม่สักวันสิ ใช้เวลาบรรยายประกอบการปฏิบัติไม่เกิน 3 ชั่วโมง ถ้าคำถามไม่มาก


เอาตรงนี้เลยครับ :b20: ว่าไป

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 พ.ค. 2016, 03:55 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12215


 ข้อมูลส่วนตัว


ไม่รบกวนให้รกกระทู้ละนะ..ว่ากันตามบาย.. :b9: :b9:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 พ.ค. 2016, 06:04 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
ไม่รบกวนให้รกกระทู้ละนะ..ว่ากันตามบาย.. :b9: :b9:

s004
อ้าว!......กบกลายเป็นคนมรรยาทดีขี้เกรงใจไม่ชอบทำกระทู้ใครให้รกรุงรังสกปรกเสียแล้วหรือนี่?

ก็ไม่มันละซิ ถ้าทิ้งให้คุณกรัชกายต้องเหงา
Kiss


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 พ.ค. 2016, 06:04 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
ไม่รบกวนให้รกกระทู้ละนะ..ว่ากันตามบาย.. :b9: :b9:

s004
อ้าว!......กบกลายเป็นคนมรรยาทดีขี้เกรงใจไม่ชอบทำกระทู้ใครให้รกรุงรังสกปรกเสียแล้วหรือนี่?

ก็ไม่มันละซิ ถ้าทิ้งให้คุณกรัชกายต้องเหงา
Kiss


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 พ.ค. 2016, 07:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32421

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
ไม่รบกวนให้รกกระทู้ละนะ..ว่ากันตามบาย.. :b9: :b9:


รับความจริงไม่ได้ คริๆๆๆ :b32:

ที่บ้านเมืองวุ่นวาย สังคมไทยแตกแยก เพราะคนมีความคิดเช่นกบนี่แหละน้า :b13: นี่แลเห็นทะลุไปถึงไส้ติ่งโน่น

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 พ.ค. 2016, 07:11 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว




อริยสัจ 4_resize.jpg
อริยสัจ 4_resize.jpg [ 58.29 KiB | เปิดดู 1059 ครั้ง ]
s006
อ้างคำพูด:
อริยสัจ 4 ก็เรื่องของคน เรื่องในตัวคน เอาสั้นๆนะขอรับ "สังขิตเตน ปัญจุปาทานนักขันธา ทุกขา"

อ้างคำพูด:
ไปเที่ยวเชียงใหม่สักวันสิ ใช้เวลาบรรยายประกอบการปฏิบัติไม่เกิน 3 ชั่วโมง ถ้าคำถามไม่มาก


เอาตรงนี้เลยครับ :b20: ว่าไป

:b22:
ขนาดมีแผนภูมิให้ดูโดยละเอียดกรัชกายยังตีความจับประเด็นยังไม่ออกเลย อธิบายด้วยตัวหนังสือยิ่งจะเข้าใจยากกว่ากระมังครับ?
grin
ก็จะลองๆดูสักหน่อยดูว่ากรัชกายจะพอรู้เรื่องไหม?
:b11:
อริยสัจ 4 เป็นหัวใจของการค้นพบของพระพุทธเจ้า

พระธรรมทั้ง 84,000 พระธรรมขันธ์ล้วนแล้วแต่งอกออกมาจากอริยสัจ 4 นี้ทั้งสิ้น ดังที่พระบรมศาสดาทรงแสดงไว้ว่า ร้อยเท้าสัตว์อื่นใดย่อมรวมลงไปได้ในรอยเท้าช้างทั้งหมด อันอุปมัยหรือแปลความหมายได้ว่า ธรรมทั้งปวงไม่มีอะไรใหญ่ไปกว่าอริยสัจ 4

ดั้งนั้นใครที่ศึกษาแลทำความเข้าใจอริยสัจ 4 ได้อย่างถูกต้อง ละเอียดละออ ลึกซึ้งย่อมจะเหมือนกับได้เนื้อธรรมแก่นธรรมทั้งหมดไปเลยทีเดียว

ทั้งเมื่อมีความสงสัยในธรรมใดว่าใช่คำสอนของพระพุทธเจ้าหรือไม่ การศึกษาปฏิบัติธรรม เผยแพร่ธรรมนี้เป็นไปตามพุทธวัจนะหรือเปล่า ก็สามารถเอาอริยสัจ 4 นี้เป็นเครื่องวัดและตรวจสอบได้

onion
อริยสัจ 4 ความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ มีบาลีว่า ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค
แต่เมื่อแปลเป็นไทยและทำให้ง่ายแล้วก็อาจอธิบายได้ง่ายๆว่า

อริยสัจ 4 คือ กฎของเหตุและผล

มีเหตุทุกข์กับผลทุกข์ คู่หนึ่ง และ เหตุสุขกับผลสุขอีกคู่หนึ่ง (ดูภาพประกอบ)
การปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพระพุทธเจ้าคือการเอาเหตุสุขไปต่อสู้กับเหตุทุกข์ ถ้าเหตุทุกข์ดับ ผลทุกข์ก็ดับ

คือเอามรรคไปต่อสู้กับสมุทัย ไม่ใช่เอามรรคไปต่อสู้กับทุกข์อย่างที่คนส่วนใหญ่คิดกันเพราะการสู้สมุทัยเป็นการสู้ที่เหตุ แต่การสู้กับทุกข์เป็นการสู้ที่ผล ผล นั้นแก้ไม่ได้ต้องรับอย่างเดียว แต่เหตุนั้นแก้ได้

ดังนั้นคนที่ไปพยายามต่อสู้กับกิเลส ตัณหา โลภ โกรธ หลง จึงเป็นการต่อสู้ที่ไม่ถูกต้อง จึงเหน็ดเหนื่อย ยากและหนัก

คนที่ฉลาดมีปัญญาดีเข้าใจอริยสัจ 4 ถูกต้องเขาจะสู้ที่ เหตุที่มาของกิเลส ตัณหา โลภโกรธ หลง


กรัชกายรู้ไหมว่า อะไรเป็นเหตุที่มา หรือเป็นที่เกิดของกิเลส ตัณหา โลภ โกรธ หลง

ตอนที่ 1 เอาแค่นี้ก่อนไหม ถ้าเข้าใจถูกต้องแล้วค่อยไปต่อกันอีก

:b38:
แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 97 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5 ... 7  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร