วันเวลาปัจจุบัน 27 ก.พ. 2021, 10:30  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ก.ย. 2020, 07:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 4057


 ข้อมูลส่วนตัว


"หากว่าในขณะใด จิตใจของเรา
มันเหนื่อยหน่าย ท้อแท้ ไม่เอาไหน
ประโยชน์ตนก็ไม่เอา ประโยชน์ท่าน
ก็ไม่แลเหลียว ปล่อยชีวิตของตัวเอง
ให้ล่วงเลยไป...
โดยเปล่าปราศจากประโยชน์
ในขณะนั้น กายของเราเป็นมนุษย์
แต่จิตใจของเรา เป็นเปรต
เปตะ แปลว่า ผู้ละ และทิ้งซึ่ง
ประโยชน์ทั้งปวง... "

#หลวงปู่แหวน_สุจิณโณ










...การปฏิบัติมันจะกำจัดกิเลสไปเรื่อยๆ
มันจะเห็นโทษของกิเลสว่า
“กิเลสนี่แหละ ที่ทำให้ใจทุกข์ “

.และธรรมนี่แหละ...
“เป็นตัวที่จะทำให้ ใจไม่ทุกข์”.
...........................................
สนทนาธรรมะบนเขา
วันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๙
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี









“ถ้าจิตไม่สงบจากบาปแล้ว...จะเห็นจิตที่บริสุทธิ์ไม่ได้เลย"

ธรรมะคำสอน
คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม









#ผู้ถามกรรมเวรที่มีติดตัวมาในชาตินี้จะสามารถชดใช้ให้หมดสิ้นในชาติหนึ่งหรือไม่? ถ้าไม่สร้างกรรมเวรใหม่ และมีวิธีใดจะชดใช้ ให้หมดสิ้นไปโดยเร็วในชาติหนึ่งๆ

หลวงปู่ : โอ้ ญาติโยม เรื่องกรรมเรื่องเวรเนี่ย ปัญหานี้อาตมาไม่อยากให้คิดจะดีกว่า อยากให้มุ่งสร้างความดีเลยปฏิบัติดีไปเลย กรรมเวรที่สร้างมาทุกภพทุกชาตินี้ มีมากมายก่ายกองอย่าไปคิดถึงมัน

#ครูบาอาจารย์ทุกองค์เนี่ยอาตมาถามท่าน ถ้าเราว่าจะใช้ให้มันหมดเนี่ย มันเล่นงานเราทีเดียวเลยนะโยม เล่นงานให้เจ็บป่วยเลย มันรุมใส่เลย เหมือนเราปฏิบัติเร่งเดินจงกรม เร่งนั่งภาวนา เร่งปฏิบัติ ขันธ์มารในร่างกาย ก็มีการเจ็บป่วยเป็นหวัดเป็นไอเป็นไข้รบกวน มันไม่อยากให้เราพ้นทุกข์ นี่ก็อย่างหนึ่งมันเป็นมาร

ทีนี้ถ้าเรานึกว่ากรรมเวรทั้งหลาย ทุกชาติที่ทำมาขอจะใช้ ให้มันหมดชาตินี้ มันรุมจนโยมลุกไม่ได้แน่ อย่าไปคิดเลยเรื่องอย่างนี้ รีบพากันทำความดีไปเลย กรรมที่ไม่ดีที่มันจองเวรจองผลาญกัน ที่มันผูกเวรผูกพยาบาท หยุดเลยหยุดเลย

#พระพุทธเจ้าจึงสอนเวรย่อมไม่ระงับด้วยการผูกเวรเอาไว้

ก็เหมือนเราไปผิดกันโกรธกันเนี่ย แล้วก็ไปเข้าหากันเลยคุยกันให้เลิกไม่มีเวรต่อกันไปเลยดีกว่า หรือใครเป็นเวรเป็นกรรมกับพ่อกับแม่ทำไม่ดีกับพ่อกับแม่ ก็รีบเข้าไปหาเลยยอมรับผิด ลูกทำผิดลูกไม่ดี ให้อโหสิกรรมกันตั้งแต่มีชีวิตอยู่ดีที่สุด กับเพื่อนกับฝูงเหมือนกันถ้าเราทำผิดอะไรรีบเข้าไปแก้ไขเลย ให้มันสิ้นในชาตินี้อย่าให้มันผูกต่อไปข้างหน้า มันก็หมดเวรหมดกรรมไป

ทีนี้กรรมเวรแต่ชาติอดีต เราทำบุญทำกุศลทำความดีอะไร รักษาศีล ภาวนา เราอุทิศส่วนกุศลให้เขาเพื่อให้เขายอมอโหสิกรรมให้เรา จะให้มันสิ้นหมดทุกอย่างนี่ มันไม่สิ้นนะโยมนะเพราะมันเกิด มาไม่รู้กี่โกฏิกี่ล้านชาติ สร้างทั้งความดีและความชั่ว ถ้าไม่ถึงนิพพานมันไม่หมด ถ้าใครถึงชาตินี้กรรมเวรทั้งหลาย มันก็หมดเรื่องกัน ไม่มีติดตาม

เหมือนกับโจรไปปล้นเขาเอาเงินมา ไปงัดร้านทองร้านสิ่งของเขาเอาของเค้าไป แล้วไปขโมยโคกระบือไป แล้วก็ไปฆ่าคนตาย โจรคนเดียวเนี่ยนะ พอตำรวจตามแล้วก็ยิงตาย ก็ไปบอกร้านทอง ก็ไปบอกคนที่เป็นเจ้าของโค คนถูกลักสิ่งของอะไรก็มาดูมันตาย เจ้าโจรมันตายแล้วจะเข้าห้องขังก็ไม่ได้ ก็หมดแล้วกลายเป็นอโหสิกรรมกันไป ท่านเปรียบเทียบผู้ที่พ้นไป จิตทั้งหลายที่นิพพานไปกรรมจึงติดตามไม่ได้ ทำไมจึงติดตามไม่ได้?

ก็มันไม่มีรูปขันธ์นี่สิ เมื่อไม่มีรูปร่างกายแล้วจะเอาอะไรไปใช้กรรม ถ้ารูปร่างกายอยู่กรรมมันจึงตามได้ ในจิตของคนที่พ้นทุกข์แล้วเนี่ย รูปร่างกายนี้ยังไม่แตกดับไป มันก็ใช้อยู่ ยังใช้กรรมอยู่

#เห็นไหมหลวงปู่นั้นหลวงปู่นี้เดี๋ยวก็เจ็บโน่นเจ็บนี่เข้าโรงพยาบาล แท้ที่จริงจิตท่านหลุดแล้ว แต่ร่างกายมันเป็นของที่รองรับกรรมทั้งหลาย

#อาตมาจึงไปถามหลวงปู่แหวน หลวงปู่ตื้อ อาตมาก็ศึกษา หลวงปู่เวลาหลวงปู่จะหนีเข้านิพพานกรรมมันว่ากันยังไง? โอ้ยมันรุมกันมากันไม่รู้ทางใต้ทางเหนือ มาทุกรูปแบบจะมารบกวน ก็จะหนีแล้วนี่ใครก็อยากใช้ เหมือนญาติโยมเป็นหนี้เขาซัก 10 คน พอขายที่บ้านในกรุงเทพได้หลายล้าน ให้เจ้าของนี่มีแต่คนจะมาเอา รุมเลย เค้าก็อยากมาเอาค่าหนี้ที่เราติดเค้า ก็เหมือนกับพระอริยเจ้าทั้งหลายที่ท่านจะเข้านิพพาน ก็เคยคิดนะบางที ว่าเออกรรมอะไรที่มันมีอยู่มาใช้ให้หมดตอนนี้ซะดีกว่า ไข้เลยนะ ไม่ถึงสามวัน เอาเลยมาจริงๆนะ เลยไม่พูดเลยทุกวันนี้

#โอวาทธรรมพ่อแม่ครูอาจารย์
หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป
วัดอรัญญวิเวก อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่










ให้รักษาศีลนะ แล้วมาบวชด้วยกัน
ทางต่ำมีแต่คนแย่งกันไป
ส่วนทางสูงไม่มีใครอยากจะไปเลย...

ผิดศีลข้อหนึ่ง...ก็ไปนรก
ผิดศีลข้อสอง...ก็ไปเป็นเปรต
ผิดศีลข้อสาม...ก็ไปเป็นสัตว์เดรัจฉาน
ส่วนข้อสี่กับข้อห้านี้...เป็นวิกลจริตเป็นไปหมดเลย

สิ่งไหนที่จะไปทางต่ำ พระพุทธเจ้าท่านห้ามไว้

หลวงปู่อว้าน เขมโก










#จิตที่จะเข้าถึงภูมิ

... จิตที่ยังไม่เข้าถึงภูมิควรจะรับธรรม จะพิจารณาธรรมก็ไม่เห็นสัจธรรมที่แท้จริงได้

... จิตที่จะเข้าถึงภูมิควรจะรับธรรมนั้น เข้าได้ ๒ อาการ คือ

๑. เมื่อยกอุบาย หรือ บทธรรมกรรมฐานใดขึ้นมาพิจารณาอยู่ #จิตนั้นค่อยอ่อนละเอียดจนเข้าเป็นสมาธิแล้วละภูมิเดิมที่เป็นโลกๆ #เสียแล้วจนเข้าสนิทติดอยู่กับอุบาย หรือ #บทธรรมกรรมฐานนั้นๆแล้วเกิดปีติ ปัสสัทธิสุข ต่อนั้นไปแม้จะพิจารณาอะไรๆ ก็ชัดและเกิดธรรมสังเวชใจในสิ่งนั้นๆ แบบนี้การพิจารณามักแฝงไปในภูมิเดิม (โลก) (ถ้าสติปัญญาไม่ดี มักจะหลงส่งออกนอกโดยไม่รู้ตัว) เรียกว่า เดินมรรคมีสมาธิเป็นหลัก

๒. เมื่อยกอุบาย หรือ บทธรรมกรรมฐานใดขึ้นมาพิจารณาอยู่ #จิตตอนนั้นจะมีความกล้าหาญยอมสละเสียทุกๆอย่าง #แล้วเข้าไปหาความสงบสุขโดยส่วนเดียว (ฌาน) #จนจิตละภูมิเดิม (โลก) #อย่างพลิกโลกเลย แล้วจะเกิดปีติ ปัสสัทธิ สุข เอกัคคตา #จนถึงอุเบกขาเป็นที่สุด โดยสรุปแล้วโดยมากจิตจะไปหยุดชมฌานของตนอยู่เพียงแค่นั้น วิธีนี้พิจารณาอะไรไม่ค่อยได้ นอกจากจะชมฌานของตนเท่านั้น ถ้าผู้มีปัญญาแยบคาย ถอยจิตออกมาพิจารณาพระไตรลักษณ์ก็เดินมรรคได้

... สรุปแล้วถ้าจิตยังไม่เข้าถึงภูมิควรจะรับธรรม คือ #เป็นสมาธิ ฌาน #ข้ามจากอารมณ์ที่มีรสชาติเป็นโลกๆอยู่ก่อนแล้ว จะนำเอาธรรมกรรมฐานอันใดมาพิจารณา ก็เป็นเรื่องของโลกๆ อยู่เช่นเคย จะข้ามโลกไม่ได้เลยเด็ดขาด

... ปีติ ปัสสัทธิ สุข อันเกิดจากฌาน มีรสชาติเหมือนกับคนชมหนังที่ดีๆ ปีติ ปัสสัทธิ สุข อันเกิดจากฌาน #มีรสชาติเหมือนกับคนนอนฝันได้ไปชมเมืองฟ้าเมืองสวรรค์ ฉะนั้น #หากไม่ใช้ปัญญาพิจารณาองค์พระไตรลักษณญาณเข้าประกอบแล้วไปไม่รอดแน่

หลวงปู่เทส เทสรังสี












#นี่มันก็เป็นทุกข์

เมื่อเจ็บเข้าหนัก ๆ ก็ปลง คือ ปลงเป็นอนัตตา คือร่างกายของเรานี้ พระพุทธเจ้าท่านสอนว่า เรายืมมาใช้ชั่วคราว เดี๋ยวเขาก็มาทวงเอากลับคืน

ตาของเราแต่ก่อนนั้น เคยมองเห็นสิ่งนั้น สิ่งนี้ไกล ๆ สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ สิ่งที่ละเอียดก็มองเห็น แต่เมื่อแก่ชรามาแล้ว ตาฝ้าฟาง มองไม่เห็น อ่านหนังสือไม่ได้

คือ มันทวงเอากลับคืนไป เนื้อหนังมังสังก็ทวงเอาคืนไป กำลังวังชาก็ทวงเอาคืนกลับไป


#ผลที่สุดก็ต้องทวงมอบให้มันทั้งร่างกายนี้คือตาย

นี่ความตายเป็นอนัตตาคือ ไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตนของเรา เราบอกไม่ฟัง ไม่ให้มันเกิดมันก็เกิด ไม่ให้มันแก่มันก็แก่ ไม่ให้มันเจ็บมันก็เจ็บ ไม่ให้มันตายมันก็ตาย

ท่านเรียกว่าอนัตตา คือ ของไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตน เราบอกไม่ฟังไม่อยู่ใต้อำนาจบังคับบัญชาของบุคคลผู้ใด



#อันนี้แสดงถึงสามัญลักษณะที่มีแก่สังขารหรือแก่สัตว์ทั้งหลายที่เกิดมา


คนเราเกิดมานั้นนอกจากสังขารหรือร่างกายแล้ว มีอีกอย่างหนึ่ง คือจิตใจของเรานั้นยังมีห่วง ยังมีบ่วงยังมีห่วงอยู่ 3 ห่วง

#ห่วง3ห่วงนั้นคืออะไร ?

ห่วงบุตร ห่วงภรรยา สามี ห่วงทรัพย์ ห่วงสมบัติ โบราณอีสานของเราจึงพูดกันว่า "ความฮักลูกคือฝ้ายผูกคอ ความฮักผัว ฮักเมีย คือปอผูกศอก ความฮักข้าวของเงินทองคือปลอกสุบตีน"

อันนี้เป็นคำภาษาอีสานความรู้ลูกเหมือนเฮือกผูกคอ จะไปไหนมาไหนก็เหมือนว่าเชือกผูกคอมันแขวนคออยู่อย่างนั้น มันคิด ห่วงลูก

พ่อ แม่คิดถึงลูก ห่วงลูก เหมือนด้ายผูกคอไว้ ไปไหนก็ต้องกลับมา เห็นไหม วัว ควาย พอเชือกผูกคอมันไว้ผู้ใส่หลักเอาไว้ มันจะไปสุดเชือกแล้วก็กลับมาจนเวียนอยู่ในบริเวณนั้นแหละ อันนี้แหละเชือกผูกคอ ปอผูกศอกนี้ก็คือ คู่หัวผัวเมีย ...

#หลวงตาพวง #สุขินทริโย












บุญอยู่กับครอบครัว เลี้ยงครอบครัวให้มีความสุข จุนเจือครอบครัวให้อยู่ได้ บุญไม่ใช่เอาซองขาว ไปบีบคอ ไปปล้นไปจี้ ให้เขาทำบุญ

เมื่อเหลือกินเหลือใช้ ค่อยเสียสละมีน้ำใจบริจาค ตามสมควรฐานะของตน หลวงปู่มั่นท่านมา เหลือกินแล้ว ค่อยสละทานมา..

ปรัชญาคำสอนง่ายๆ
ในองค์หลวงปู่ทุย ฉนฺทกโร









#ภัยใหญ่ของมนุษย์คือการเกิด

ผู้บ่อยากเกิด จั่งปฏิบัติภาวนาหลีกหนีการมาเวียนว่ายในภพต่างๆ เรียกว่าพระอริยเจ้า แต่ผู่โง่เขลาอยู่ ยังพากันหลงยุ

#การมาเกิดมันเป็นทุกข์

ทุกข์ตั้งแต่มื้อเกิด จนมื้อตายพุ้นเด้ สิอยากพากันทุกข์ให้ไฟไหม้หัวยุสุชาติบ้อ ปฏิบัติเข้าไป อย่าลดละ ศีล ทาน เป็นพื้นฐาน ภาวนาเป็นโตถอนจากกิเลส

สุมื้อนิหาสิเป็นยากะบ่มีผู้เฮ็ด
พากันหลงยุจั่งซั่น ให้ไฟเผาจะของ

คติธรรมองค์หลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม










"อย่ารอคอยให้มันเฒ่าคร่ำชรา
หรือจะรอความตายมาเยี่ยมเสียก่อน
จึงจะเข้ากัมมัฏฐาน

เมื่อถึงคราวเช่นนั้น มันจะสายเกินไป
ท่านทั้งหลายชีวิตเป็นของไม่แน่นอน
ความตายเป็นของแน่นอนเหลือเกิน"

ครูบาเจ้าพรหมา พฺรหฺมจกฺโก








"คนอื่นเขาดี ก็ดีเขา
เขาชั่ว ก็ชั่วเขา
จิตใจของเรา เป็นอย่างไร"

หลวงปู่ขาว อนาลโย








"ตนของตนย่อมเป็นที่พึ่งแก่ตนเอง
เหตุนี้ จึงต้องหัดบังคับตนเอง ผู้อื่นถึงจะเป็นศัตรู
ก็ไม่เท่าตนเป็นศัตรูต่อตนของตนเอง
ถ้ายังไม่สามารถบังคับตนของตนเองให้ดีได้แล้ว
ก็อย่าหวังเลยว่า จะบังคับผู้อื่นให้ดีได้”

ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 17 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร