วันเวลาปัจจุบัน 20 ต.ค. 2020, 22:25  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 17 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ธ.ค. 2015, 21:56 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ธ.ค. 2015, 22:13
โพสต์: 2

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ผมเอง เลี้ยงน้องหมาจรจัด หมาวัด หมาโดนเจ้าของทิ้ง

ภารกิจนี้ ไม่จบไม่สิ้น ทำทุกวันด้วยปัจจัยส่วนตัว

ที่ทำก็เพราะ เมตตา สงสาร หมาเคยมีบ้าน มีเจ้าของ ถูกทิ้ง

อย่างน้อย เพื่อเป็นการชดเชย ก็ให้เขามีอาหารก็ยังดี

.......................................

ที่เป็นทุกข์ก็คือการพลัดพราก จากกัน

บางตัว หายไปอย่างไร้ร่องรอย

บางตัว ทำหมัน มีที่พักพิง หน้าห้องแถว

หายไปอย่างไร้ร่องรอย

บางตัว ตายเพราะโดนทำร้าย

บางตัว ตายเพราะหมอผิดพลาด รักษามักง่าย

บางตัวตายเพราะโรคระบาด

........

ทุกครั้งที่สูญเสีย ใช้เวลานานมากกว่าผมจะทำใจได้

ตัวนั้น ยังไม่จาง ตัวใหม่มีเรื่องให้เสียใจซ้ำอีก

จนบางครั้งเหมือนคนเป็นโรคซึมเศร้า

เพราะสงสารหมาจรไร้บ้าน

เห็นสภาพ เห็นพฤติกรรมเจ้าของที่ใจดำ แล้วอดคิดไม่ได้

.........................

เศร้าใจครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ธ.ค. 2015, 22:41 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 พ.ค. 2012, 02:09
โพสต์: 456


 ข้อมูลส่วนตัว


เมื่อพระพุทธองค์สอนเรื่องความเมตตา พระองค์ได้ทรงสอนอีกสามสิ่งที่มากับความเมตตา นั่นคือ มุฑิตา กรุณา แะอุเบกขา สามอย่างนี้บุคคลผู้เจริญร่วมกับเมตตาอาจยังความเป็นพรหมให้บังเกิดขึ้น แม้รักษาให้สม่ำเสมอจะเจริญสมาธิถึงขั้นอัปปมัญญาสมาธิ หากเจริญเมตตาเพียงอย่างเดียวอาจกลายเป็นโมหะ คือความลุ่มหลงในสิ่งที่ตนเมตตา เมื่ิอผู้รับไม่เป็นไปในวิถีทางที่ตนต้องการ โลภะก็เกิดขึ้น ผลคือความทุกข์


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ธ.ค. 2015, 00:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2008, 21:56
โพสต์: 3924

ชื่อเล่น: เช่นนั้น
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


จขกท ...
-ให้ความรัก ความเมตตา ปราถนาให้สัตว์พ้นจากความทุกข์
-ทำความกรุณา โดยหยิบยื่นความจุนเจือความการุณย์แก่สัตว์ เพื่อให้สัตว์มีความสุข
-มีมุฒิตาจิต หากเห็นสัตว์นั้นมีความสุข ก็พลอยยินดี
แต่
จขกท. เมื่อเห็นความพลัดพลาดของสัตว์ ด้วยเหตุการณ์ต่างๆ
กลับวางใจไม่ได้เป็นทุกข์ขึ้นมา
V
สิ่งที่เจ้าของกระทู้ควรพิจารณา วางอุเบกขา คือการปลงใจในสิ่งธรรมดา ธรรมชาติดังนี้ว่า
V
-สัตว์ทั้งหลายความแก่เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้

-สัตว์ทั้งหลายมีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความเจ็บไข้ไปได้

-สัตว์ทั้งหลายมีความตายเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความตายไปได้

- เราจะต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งปวง

สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน เป็นผู้รับผลแห่งกรรม
มีกรรมเป็นกำเนิด
มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์
มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย
สัตว์ทั้งหลายทำกรรมอันใดไว้ ดีก็ตาม ชั่วก็ตาม สัตว์ทั้งหลายนั้นจักเป็นผู้รับผลแห่งกรรมนั้น.

ปลงใจในกรรมครับ .....
อย่างน้อยระยะหนึ่งในชีวิตของสัตว์นั้น ก็ได้รับความเมตตา ความกรุณา และมุฒิตาจาก จขกท.
แต่ก็ไม่อาจพ้นจากกรรมของสัตว์นั้นไปได้ครับ

http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v ... agebreak=0

.....................................................
ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
บัญญัติ เป็นเพียงสิ่งต่ำต้อยแบกรับความยิ่งใหญ่


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ธ.ค. 2015, 06:43 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


พังพอน เขียน:
ผมเอง เลี้ยงน้องหมาจรจัด หมาวัด หมาโดนเจ้าของทิ้ง

ภารกิจนี้ ไม่จบไม่สิ้น ทำทุกวันด้วยปัจจัยส่วนตัว

ที่ทำก็เพราะ เมตตา สงสาร หมาเคยมีบ้าน มีเจ้าของ ถูกทิ้ง

อย่างน้อย เพื่อเป็นการชดเชย ก็ให้เขามีอาหารก็ยังดี

.......................................

ที่เป็นทุกข์ก็คือการพลัดพราก จากกัน

บางตัว หายไปอย่างไร้ร่องรอย

บางตัว ทำหมัน มีที่พักพิง หน้าห้องแถว

หายไปอย่างไร้ร่องรอย

บางตัว ตายเพราะโดนทำร้าย

บางตัว ตายเพราะหมอผิดพลาด รักษามักง่าย

บางตัวตายเพราะโรคระบาด

........

ทุกครั้งที่สูญเสีย ใช้เวลานานมากกว่าผมจะทำใจได้

ตัวนั้น ยังไม่จาง ตัวใหม่มีเรื่องให้เสียใจซ้ำอีก

จนบางครั้งเหมือนคนเป็นโรคซึมเศร้า

เพราะสงสารหมาจรไร้บ้าน

เห็นสภาพ เห็นพฤติกรรมเจ้าของที่ใจดำ แล้วอดคิดไม่ได้

.........................

เศร้าใจครับ


เศร้าใจ..จริงจริง...คับ
:b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ธ.ค. 2015, 08:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2010, 09:07
โพสต์: 762

แนวปฏิบัติ: อานาปาฯ
งานอดิเรก: ศึกษาพุทธธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม
ชื่อเล่น: ปลีกวิเวก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สวัสดี คุณจขกท.

ในหลักพรหมวิหารสี่ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ อุเบกขา เปรียบเสมือนปัญญาที่คอยกำกับ
ความเมตตา กรุณา มุทิตา ให้เกิดความสมดุล อย่างที่หลายท่านได้กล่าวไว้
...โดยส่วนตัวเราเองก็เคยผ่านเหตุการณ์เช่นนี้มาหลายครั้งครา ใหม่ๆใช้เวลานานกว่าจะ
ทำใจได้ แต่เมื่อเราเข้าใจว่า สัตว์นั้นมีกรรมเป็นของๆตน ต่อให้เราปกป้องดูแลดีอย่างไรก็ไม่อาจหลีกพ้นผลแห่งกรรมนั้นๆได้ เมื่อเราเข้าใจในสิ่งนี้และหมั่นพิจารณาอยู่เนืองๆ เราจะทำใจได้มากขึ้นและ
สามารถปล่อยวางความยึดในสิ่งนั้นๆได้ ความทุกข์จะค่อยๆลดลงไปเรื่อยๆ ล่าสุดนี้ลูกแมวที่บ้าน
เป็นตัวที่เรารักและเอ็นดูเขามาก หายไปแบบไร้ร่องรอย ไม่ทราบว่าเขาตายแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่
ความไม่รู้ในสถานภาพของเขาทำให้เรารู้สึกเป็นห่วงและกังวลใจ มันจะฟุ้งขึ้นมาเป็นระยะๆ เมื่อเราขาดสติ
แต่เราก็ผ่านสิ่งนี้มาได้โดยอาศัยสติและปัญญา หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณจขกท.

ลองเข้าไปอ่านที่นี่ viewtopic.php?f=7&t=51562

.....................................................
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุสเส
ผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้คู่ความดี คือผู้ที่ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์และเทวดา
วรรคทอง วรรคธรรม โดยท่าน ว.วชิรเมธี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ธ.ค. 2015, 18:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มี.ค. 2010, 16:12
โพสต์: 2285

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


พังพอน เขียน:
ความเมตตาทำให้เกิดทุกข์ ผมควรจะทำอย่างไร

เพราะเมตตา กรุณาล้วนเกิน ปรารถนาช่วยให้พ้นทุกข์ แต่เกินความสามารถของตน จึงเกิดความทุกข์ ความเดือดร้อนใจขึ้นมาแทน

เมตตา ความรักความปรารถนาดี
กรุณา การลงมือทำอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อให้เกิดความสุข พ้นจากทุกข์

ถ้าจะเปรียบ "เมตตากรุณา" ก็เหมือนน้ำฝนที่หลากมา ถ้าไม่มีเขื่อนหรือฝายกั้นไว้ บ้านเรือนย่อมเกิดความเสียหาย "อุเบกขา" นั้นเปรียบเหมือนเขื่อนหรือฝายกั้นน้ำไว้ไม่ให้ไหลหลากเข้าทำลายบ้านเรือนหรือผู้คนทั้งตนเอง เพื่อยังประโยชน์ให้กับผู้คนและสัตว์โลก

อย่างเรื่องของคุณพังพอนนี้ ต้องพิจารณาเรื่องกรรมเป็นหลัก อย่างที่มีหลายท่านแนะนำไว้ เช่น ..

"ทุกสัตว์บุคคล มีกรรมเป็นของของตน เป็นทายาทรับผลของกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์
มีกรรมเป็นที่อาศัย ทำกรรมอันใด ดีหรือชั่ว ก็ต้องรับผลของกรรมนั้น ฯลฯ เป็นต้น"

เมื่อพิจารณาอย่างนี้บ่อย ๆ ย่อมเกิดความเข้าใจ เกิดความรู้เกิดปัญญา สามารถบรรเทาความเดือดร้อนใจ ได้ระดับหนึ่ง สามารถปล่อยวาง หรือทำใจเป็นกลาง วางเฉยได้ในกรณีที่คนอื่นสัตว์ประสบทุกข์ยากและเกินความสามารถของเราที่จะช่วยได้ เรียกว่า "อุเบกขา การวางใจเป็นกลาง การวางเฉยที่ถูกต้องประกอบด้วยปัญญา"

"พรหมวิหารสี่" ประกอบด้วยธรรมสี่ข้อ คือเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ท่านผู้บำเพ็ญหรือเจริญพรหมวิหารสี่นี้ ต้องเจริญธรรมทั้งสี่ข้อให้เสมอกัน ขาดข้อใดข้อหนึ่ง พรหมวิหารสี่ก็ขาดความสมบูรณ์ ไม่ได้ประโยชน์ให้เท่าที่ควร

เมตตาต้องมีอุเบกขาแทรก กรุณาก็ต้องมีอุเบกขาแทรก มุทิตาก็ต้องมีอุบกขาแทรกไว้เสมอ ท่านเปรียบไว้ เมตตากรุณาเป็นฐาน มุทิตาเป็นตัว อุเบกขาเป็นยอด "ยอดมงกุฎของพรหมวิหารสี่ คืออุเบกขา"

ขอโมทนากับคุณพังพอนในสิ่งที่คุณได้กระทำ มีใจเมตตากรุณาต่อสัตว์ ยินดีเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เพื่อบรรเทาความทุกข์โศกของสัตว์โลกทั้งหลาย ขอให้คุณพบแต่ความสุขความเจริญในชีวิตตลอดไป

สมดังคำสุภาษิตที่ว่า "โลโก ปตฺถมฺภิกา เมตฺตา" เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก

ขอโมทนาครับ .. :b8:

:b17: :b17:

.....................................................
"พุทโธ .. พุทโธ .. พุทโธ"
ภาวนาวันละนิด จิตแจ่มใส


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ม.ค. 2016, 18:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2009, 22:21
โพสต์: 1975


 ข้อมูลส่วนตัว


คุณ เช่นนั้น เขียน

อ้างคำพูด:
จขกท ...
-ให้ความรัก ความเมตตา ปราถนาให้สัตว์พ้นจากความทุกข์
-ทำความกรุณา โดยหยิบยื่นความจุนเจือความการุณย์แก่สัตว์ เพื่อให้สัตว์มีความสุข
-มีมุฒิตาจิต หากเห็นสัตว์นั้นมีความสุข ก็พลอยยินดี
แต่
จขกท. เมื่อเห็นความพลัดพลาดของสัตว์ ด้วยเหตุการณ์ต่างๆ 
กลับวางใจไม่ได้เป็นทุกข์ขึ้นมา
V
สิ่งที่เจ้าของกระทู้ควรพิจารณา วางอุเบกขา คือการปลงใจในสิ่งธรรมดา ธรรมชาติดังนี้ว่า
V
-สัตว์ทั้งหลายความแก่เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้

-สัตว์ทั้งหลายมีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความเจ็บไข้ไปได้

-สัตว์ทั้งหลายมีความตายเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความตายไปได้

- เราจะต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งปวง


อยากจะคุยกับกะทู้นี้นานแล้วค่ะ แต่ไม่ค่อยจะว่างเลย
พี่เต้ก้อเคยคิดแบบ คุณพังพอนค่ะ เคยคิดที่หยุด เพราะรับไม่ได้กับการพลัดพราก
โดยเฉพาะพวกลูกหมา การช่วย หรือการเป็นผู้ให้ เราต้องยึดหลักของการปล่อยวาง คือการวางอุเบกขา

ตอนแรกๆ อาจเหมือนยากหน่อยค่ะ ต้องค่อยๆฝึกการปล่อยวาง เหมือนกับเพื่อนๆที่เป็นกัลญามิตร ในนี้แนะนำนั่นหล่ะคะ พอฝึกใจของตัวเองบ่อยๆ ความเศร้าหรือความทุกข์ มันจะดีขึ้นค่ะ

พี่เต้ ขอให้คุณพังพอน ให้ความเมตตาต่อสัตว์ ต่อไปเถอะค่ะ อย่าไปหยุดเลย
ถ้าเจอกับความพลัดพราก ก้อยึดหลัก การปล่อยวางค่ะ :b41: :b55: :b47:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ม.ค. 2016, 21:08 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
พังพอน เขียน:
ผมเอง เลี้ยงน้องหมาจรจัด หมาวัด หมาโดนเจ้าของทิ้ง

ภารกิจนี้ ไม่จบไม่สิ้น ทำทุกวันด้วยปัจจัยส่วนตัว

ที่ทำก็เพราะ เมตตา สงสาร หมาเคยมีบ้าน มีเจ้าของ ถูกทิ้ง

อย่างน้อย เพื่อเป็นการชดเชย ก็ให้เขามีอาหารก็ยังดี

.......................................

ที่เป็นทุกข์ก็คือการพลัดพราก จากกัน

บางตัว หายไปอย่างไร้ร่องรอย

บางตัว ทำหมัน มีที่พักพิง หน้าห้องแถว

หายไปอย่างไร้ร่องรอย

บางตัว ตายเพราะโดนทำร้าย

บางตัว ตายเพราะหมอผิดพลาด รักษามักง่าย

บางตัวตายเพราะโรคระบาด

........

ทุกครั้งที่สูญเสีย ใช้เวลานานมากกว่าผมจะทำใจได้

ตัวนั้น ยังไม่จาง ตัวใหม่มีเรื่องให้เสียใจซ้ำอีก

จนบางครั้งเหมือนคนเป็นโรคซึมเศร้า

เพราะสงสารหมาจรไร้บ้าน

เห็นสภาพ เห็นพฤติกรรมเจ้าของที่ใจดำ แล้วอดคิดไม่ได้

.........................

เศร้าใจครับ


เศร้าใจ..จริงจริง...คับ
:b8: :b8:


:b2: :b2: :b2:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ม.ค. 2016, 22:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2009, 22:21
โพสต์: 1975


 ข้อมูลส่วนตัว


คุณ กบ ฯ เขียน

:
อ้างคำพูด:
b2: :b2: :b2:


หมายถึงอะไรอ่ะ ฯ จะเป็นกันเยอะนะ คนที่ช่วยพวกสุนัข
เท่าที่เรารู้นะ หลายๆ คน จะบอกว่า ไม่เอาล่ะ ไม่ช่วยล่ะพวกหมา
เสียน้ำตามาไม่รู้เท่าไหร่ล่ะ หมดความอดทน ก้อหยุดการช่วย พวกหมาไปเลย
คือถ้าเค้าเข้าใจ พวกเค้าจะไม่หยุดหรอก แต่ที่พวกเค้าหยุดการช่วยพวกหมาจรจัด
เป็นเพราะพวกเค้าไม่เข้าใจค่ะ คุณกบ ฯ ก้อชี้แนะให้เค้าไปสิคะ จะมาร้องไห้โชว์ทำไมอ่ะ :b32: :b41: :b55: :b47:

    


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ก.พ. 2016, 00:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 08:10
โพสต์: 2812

แนวปฏิบัติ: ขันธ์5ด้วยการสังเกตุ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และอินทรีย์22
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระสุตตันตปิฎก
อายุ: 0
ที่อยู่: ระยอง อุบลราชธานี

 ข้อมูลส่วนตัว


JANDHRA เขียน:
เมื่อพระพุทธองค์สอนเรื่องความเมตตา พระองค์ได้ทรงสอนอีกสามสิ่งที่มากับความเมตตา นั่นคือ มุฑิตา กรุณา แะอุเบกขา สามอย่างนี้บุคคลผู้เจริญร่วมกับเมตตาอาจยังความเป็นพรหมให้บังเกิดขึ้น แม้รักษาให้สม่ำเสมอจะเจริญสมาธิถึงขั้นอัปปมัญญาสมาธิ หากเจริญเมตตาเพียงอย่างเดียวอาจกลายเป็นโมหะ คือความลุ่มหลงในสิ่งที่ตนเมตตา เมื่ิอผู้รับไม่เป็นไปในวิถีทางที่ตนต้องการ โลภะก็เกิดขึ้น ผลคือความทุกข์


อนุโมทนาครับ

ความเห็นคุณ jandhra เอง หรือเอามาจากหนังสือครับข้อความนี้

.....................................................
อย่าท้อถอยต่อการปฏิบัติ อย่าปล่อยให้ความขุ่นเคืองเข้าแทรก สร้างพลังด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า รำลึกและตอบแทนพระคุณมารดา และบิดา มองโลกด้วยใจเป็นกลาง ระลึกเสมอว่าเรายังด้อยปัญญาหากยังไม่ได้ปัญญา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ก.พ. 2016, 03:58 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


bbby เขียน:
คุณ กบ ฯ เขียน

:
อ้างคำพูด:
b2: :b2: :b2:


หมายถึงอะไรอ่ะ ฯ จะเป็นกันเยอะนะ คนที่ช่วยพวกสุนัข
เท่าที่เรารู้นะ หลายๆ คน จะบอกว่า ไม่เอาล่ะ ไม่ช่วยล่ะพวกหมา
เสียน้ำตามาไม่รู้เท่าไหร่ล่ะ หมดความอดทน ก้อหยุดการช่วย พวกหมาไปเลย
คือถ้าเค้าเข้าใจ พวกเค้าจะไม่หยุดหรอก แต่ที่พวกเค้าหยุดการช่วยพวกหมาจรจัด
เป็นเพราะพวกเค้าไม่เข้าใจค่ะ คุณกบ ฯ ก้อชี้แนะให้เค้าไปสิคะ จะมาร้องไห้โชว์ทำไมอ่ะ :b32: :b41: :b55: :b47:

    


คือ..มันพูดยากนะครับ..

การที่ต้องเสียใจ...กับตัวนั้นตัวนี้...มันทรมานนะ...

.การที่จะไม่เสียใจ..นี้..สำหรับคนที่หนักทางเมตตาสงสารสัตว์....ต้องเข้าใจธรรมในระดับยอดเยี่ยม..

มันจึงยาก..

จะบอกว่าอย่าหยุดช่วยนะ....ก็สงสารคนเสียใจ...ที่จะต้องเสียใจอีก
เลย..ไม่รู้ยังงัย..ร้องไห้ดีกว่า.. :b2: :b2:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ก.พ. 2016, 04:05 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


ต้องใคร่ครวญ...สอนจิตตนเอง..เสมอๆ เวลาช่วยสัตว์..


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ก.พ. 2016, 04:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4988

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
ต้องใคร่ครวญ...สอนจิตตนเอง..เสมอๆ เวลาช่วยสัตว์..


Kiss


ขออนุโมทนากับเจ้าของกระทู้นะคะ :b8:

ทุกเช้า ฮานาโกะจะได้เจอลิงหลายต่อหลาย
ถูกคนเอาห่วงเหล็กคล้องคอพาไปขึ้นมะพร้าว
แดดออกไม่เท่าไร เวลาฝนตก พวกลิงก็ต้องเปียกฝนขนฟูๆนี่โชกเลย
ลิงก็กอดโครงเหล็กรถกระบะบรรทุกพวกนั้น หนีก็ไม่ได้ เขาเอาห่วงคล้องคอไว้
บางตัวออกอาการหนาว สะบัดขนพรืดๆ นึกถึงความเป็นจริงว่า
ถ้าลิงพวกนี้อยู่ตามธรรมชาติของเขาในป่า เขาจะมานั่งตากฝนแบบนี้ไหม
ลิงก็ต้องหาที่กำบังฝนแน่ๆ คงไม่ออกมาเกาะต้นไม้ให้ตัวเปียกฝนแบบนี้หรอก
และลิงบางตัวห้าว ดื้อ เห็นคนถอดรองเท้านี่ฟาดป้าบๆทันที
เหล่านี้เป็นภาพที่ชวนให้เกิดความสลดสังเวช สงสารเสียจนเหมือนจะทนไม่ได้เลยค่ะ

แต่ก็มานึกว่า หากเขาไม่มีกรรมของเขามาเนาะ หากเขาไม่เคยทำสัตว์อื่นให้เดือดร้อน
ก็ไม่ต้องมารับผลแห่งกรรมแน่นอน เขายังใช้กรรมอยู่ เขาก็ต้องอดทนเอา
ในขณะที่คนที่ทำแบบนี้กับพวกเขา ก็กำลังก่อเวรภัยให้ตัวเขาเองไม่สิ้นสุด
ก็ชวนให้สลดสังเวชไม่น้อย

เราห้ามคนอื่นเบียดเบียนสัตว์ไม่ได้ มีแต่เราตั้งใจไม่เบียดเบียนเขา
ช่วยเหลือเท่าที่ทำได้ มีกล้วยก็ให้กล้วย มีเงาะให้เงาะค่ะ
และลิงเดี๋ยวนี้ชอบโอวัลติน ชอบนมเปรี้ยว (แนวรักสุขภาพ) :b9:
บางทีเขาชอบ จะโยนให้ท่าไหนก็พลิ้วตัวรับได้หมด
บทไม่อยากได้ กำลังเซ็งก็นี่ทำเป็นเมิน โยนถึงหน้า ยังปล่อยให้ตกพื้นเลย :b32:
(พอกับหมาบางตัวในตลาดค่ะ กินตับเป็ด กินหูหมูพะโล้เสียจนเคย
เวลาได้ของกินพวกนี้นะเอือม ไม่กินซะก็มี 555)


.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ก.พ. 2016, 10:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว


พังพอน เขียน:
ผมเอง เลี้ยงน้องหมาจรจัด หมาวัด หมาโดนเจ้าของทิ้ง

ภารกิจนี้ ไม่จบไม่สิ้น ทำทุกวันด้วยปัจจัยส่วนตัว

ที่ทำก็เพราะ เมตตา สงสาร หมาเคยมีบ้าน มีเจ้าของ ถูกทิ้ง

อย่างน้อย เพื่อเป็นการชดเชย ก็ให้เขามีอาหารก็ยังดี

.......................................

ที่เป็นทุกข์ก็คือการพลัดพราก จากกัน

บางตัว หายไปอย่างไร้ร่องรอย

บางตัว ทำหมัน มีที่พักพิง หน้าห้องแถว

หายไปอย่างไร้ร่องรอย

บางตัว ตายเพราะโดนทำร้าย

บางตัว ตายเพราะหมอผิดพลาด รักษามักง่าย

บางตัวตายเพราะโรคระบาด

........

ทุกครั้งที่สูญเสีย ใช้เวลานานมากกว่าผมจะทำใจได้

ตัวนั้น ยังไม่จาง ตัวใหม่มีเรื่องให้เสียใจซ้ำอีก

จนบางครั้งเหมือนคนเป็นโรคซึมเศร้า

เพราะสงสารหมาจรไร้บ้าน

เห็นสภาพ เห็นพฤติกรรมเจ้าของที่ใจดำ แล้วอดคิดไม่ได้

.........................

เศร้าใจครับ


กฏพระไตรลักษณ์ค่ะ มีพบก็ต้องมีจาก ไม่เที่ยงแท้แน่นอนว่าจะเจอกันได้ตลอดไประหว่างหมากับเรา

คิดไว้เลยเวลาเห็นหน้าหมา มีพบก็ต้องมีจาก จะจากเป็นหรือจากตายก็คือจะต้องจาก

ไม่เราจากมันไปก่อน หรือหมามันจะจากเราไปก่อน ไม่มีอะไรแน่นอน แต่ที่แน่ๆ ต้องจากกันแน่นอน

วันข้างหน้าไม่รู้ว่าใครจะจากใครก่อน วันนี้ก็ทำดีที่สุดแล้ว มันจะไม่เกิดอกุศลในใจในภายหน้าว่า

สิ่งที่ดีที่ควรทำให้มันแล้วแต่เราไม่ได้ทำ ก็เลี้ยงดูให้ดีตามสภาพของมันที่เราทำได้

สัตว์ที่น่าสงสารมีอีกมากมายทั่วโลก เราก็ได้แต่มองด้วยความสงสารเท่านั้น

เราไม่สามารถช่วยได้ ก็อย่าให้ใจเศร้าหมอง เร่งทำกุศลไว้ เราเองยังวนเวียนเกิดตายอยู่ในวัฏฏทุกข์

เราเองก็ยังไม่พ้นจากความทุกข์ ชาติใดชาติหนึ่งข้างหน้าเราอาจจะเกิดมารับเคราะห์กรรมแบบนั้นบ้างก็ได้ค่ะ

หากว่าเรายังวนเวียนเกิดอยู่ เมตตา กรุณาต่อสัตว์แล้ว ก็ขอให้เมตตา กรุณาต่อตนเองด้วย

ด้วยการไม่ทำจิตใจตนเองให้เศร้าหมองค่ะ สัตว์ทั้งหลายนั้นมีกรรมของๆ ตน

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.พ. 2016, 19:24 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3931


 ข้อมูลส่วนตัว


บางสิ่งบางอย่างการที่จะตัดความรู้สึกดีๆไม่ว่าจะเป็นความรักที่ให้ต่อเพื่อน แฟน หรือความสัมพันธ์อย่างอื่นซึ่งทำได้ยาก แต่เมื่อพิจารณาจากธรรมะแล้วก็จะเห็นว่าเราควรที่จะมี พรหมวิหาร 4 จึงจะแก้ไขได้ แต่จะแนะนำว่าเมื่อสิ่งมีชีวิตที่เราผูกพันธ์ตายไป เมื่อเราทำบุญอะไรควรอุทิศบุญตัวนี้ให้แก่สัตว์ตัวนั้น ลองทำดูนะครับแล้วใจเราก็จะเป็นสุข


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 17 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 16 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร