วันเวลาปัจจุบัน 16 ต.ค. 2019, 02:34  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 36 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ส.ค. 2015, 00:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 16:34
โพสต์: 1050

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ไม่ได้โพสต์สร้างกระแสนะครับ TV ช่องหนึ่งเผยแพร่ภาพ ก็เลยอยากถาม หรือ ขอคอมเม้นท์ท่านผู้รู้ว่า เหมาะสมหรือไม่ อาบัติหรือ ผิดกฏ พระธรรมวินัย หรือไม่ สนทนากันตามความเห็น หรือ ท่านคิดว่า อย่างไร และ TV ช่องนั้น นำเสนอ เพื่อเป็นไปในทาง ลบ หรือ บวก อันนี้ไม่มีบทสรุปนะครับ แต่ได้นำคลิปมาเผยแพร่และ TV ช่องนั้นยังตามไป สัมภาษณ์ พระสงฆ์รูปนั้น หลัง จากที่สึกแล้ว และ มารดาเขาด้วย ส่วนท่าก้มกราบเท้ามารดา น่าจะตรงกับวันแม่ อนุโมทนา ในทุกๆ คำตอบ หรือ คำวิจารณ์ :b8: เจริญในธรรม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ส.ค. 2015, 01:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 08:10
โพสต์: 2778

แนวปฏิบัติ: ขันธ์5ด้วยการสังเกตุ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และอินทรีย์22
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระสุตตันตปิฎก
อายุ: 0
ที่อยู่: ระยอง อุบลราชธานี

 ข้อมูลส่วนตัว


สมัยผมเองเป็นเด็ก อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนอก ที่ไม่มีแม้แต่ไฟฟ้า มีความสามารถในการทำนาทำสวน ใส่เบ็ด ตกปลา หุงข้าว ตักน้ำจากบ่อ หาหญ้าเลี้ยงวัวควายตั้งแต่อายุน้อยๆเหมือนๆกันหมดเช่นเด็กในหมู่บ้านเดียวกัน

วัดในหมู่บ้านก็จะมีการจัดกิจกรรมถือศีล8 ให้ญาติโยมเข้าปฎิบัติธรรม

แม่ผมก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้นที่ต้องเข้าปฎิบัติถือศีลให้ครบกำหนด3วัน5วันก็ว่ากันไป

ต้องถือปฎิบัติที่วัด กินนอนในวัด

ผมเป็นเด็กมาก ไม่รู้เรื่องราวมากนัก

ความรู้สึกเหมือนโลกแตกสลาย เพราะอยู่ๆแม่ก็หายไปจากบ้าน(ไปปฎิบัติถือศีลเช่นคนอื่นๆ)

มันเป็นความรู้สึกว่าถูกพลัดพรากจากคนที่เป็นที่รัก

เพราะกฎของการเข้าปฎิบัติคือ ต้องห้ามแตะต้องคนอื่น แม้กระทั่งลูกตัวเองก็ห้ามอุ้ม ห้ามพูดคุย ห้ามมอง

แต่ถือปฎิบัติอยู่ห่างๆ ผมนั้นต้องถูกคุณยายผมเองดึงตัวไว้ (ตอนนั้นอายุ4-5ขวบ)

รู้สึกเหมือนว่า เกิดอะไรขึ้น ทำไมแม่ไม่คุยกับผม ทำไมเหินห่างไปเหมือนอยู่คนละโลก

รู้สึกงงมาก และเริ่มทำใจว่า นี่หรือคืออารมณ์ของการสูญเสีย ทั้งๆที่แม่ยังอยู่

สักวันหนึ่งเราก็ต้องอยู่คนเดียว

มันเป็นอารมณ์หลอน เพราะผมมีแม่คนเดียว เพราะพ่อจากไปตั้งแต่ผมเล็กๆ แม้ไม่ตายแต่แยกไปอยู่ที่อื่น

จึงมีแม่คนเดียว โตมากับความหลอน ว่าแม่อย่าจากไปไหนนะ อย่าจากไปไหนนะ

แต่เหมือนมีกรรม พอเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นปลายๆ แม่ก็จากไปด้วยโรคร้ายจริงๆ

งงมาก ไม่รู้จะใช้ชีวิตอย่างไร จึงเข้าใจความรู้สึกของผู้ที่กำพร้าพ่อแม่เป็นอย่างดี

ว่ามันเจ็บปวดขนาดไหน

พอได้อ่านหนังสือธรรมะที่เริ่มต้นด้วยทุกข์ (ไม่เคยได้ยินมาก่อน) เพราะความเข้าใจในศาสนาพุทธคือรักษาศีล พออ่านเรื่องทุกข์ เท่านั้นแหละ น้ำตาผมก็ไหลแตกออกมาเป็นบ่อน้ำ

ว่าจริงๆพุทธศาสนาเน้นเรื่องทุกข์ว่า ชีวิตเรานั้นเผชิญกับความทุกข์นั่นเอง

จะเห็นได้ว่า ความเห็นผมส่วนมากจึงเป็นเรื่องของทุกข์และสัจธรรมนำ แล้วตามด้วยศีล

ความรักของแม่ลูกเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ผมว่าเราโตมาทีหลัง ผู้ใหญ่อาบน้ำร้อนมาก่อน

เราควรเข้าไปสานต่อวินัยให้สมบูรณ์

ด้วยการรักแม่ให้ถูกกาลและเวลา

.....................................................
อย่าท้อถอยต่อการปฏิบัติ อย่าปล่อยให้ความขุ่นเคืองเข้าแทรก สร้างพลังด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า รำลึกและตอบแทนพระคุณมารดา และบิดา มองโลกด้วยใจเป็นกลาง ระลึกเสมอว่าเรายังด้อยปัญญาหากยังไม่ได้ปัญญา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ส.ค. 2015, 01:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 16:34
โพสต์: 1050

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


student เขียน:
ความรักของแม่ลูกเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ผมว่าเราโตมาทีหลัง ผู้ใหญ่อาบน้ำร้อนมาก่อน

เราควรเข้าไปสานต่อวินัยให้สมบูรณ์

ด้วยการรักแม่ให้ถูกกาลและเวลา

ขอโมทนา สาธุครับ :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ส.ค. 2015, 06:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5726


 ข้อมูลส่วนตัว


ทำไมจึงต้องยึดว่าการกราบเท้าพ่อแม่เป็นการกตัญญู ทั้งที่พระพุทธเจ้าได้บอกไว้ว่า
กตัญญูทำได้หลายวิธี ทั้งการให้อามิสสิ่งของ อนุญาตให้พระอุปัฏฐากดูแลมารดาบิดาได้
อนุญาตให้นำมารดาบิดาที่เจ็บป่วยมาดูแลในวัดได้ ให้บิณฑบาตที่พระยังไม่ฉันกับพ่อแม่ได้
โดยไม่ถือเป็นความผิด นี่ต่างหากคือสิ่งที่พระทำได้และควรทำ
พระพุทธเจ้าท่านสรรเสริญการเลี้ยงดูพ่อแม่

เพศบรรพชิตหรือเพศนักบวช คือ ผู้สละหมดสิ้นแล้วทุกอย่าง
ซึ่งผู้ที่จะบวชในพระพุทธศาสนาได้ จะต้องสละวงศาคณาญาติ อาคารบ้านเรือน
ละกองแห่งโภคสมบัติทั้งหลายทั้งปวงแล้ว เพื่ออบรมเจริญปัญญา
และขัดเกลากิเลสตัวเองจนกว่าจะดับไป

พระภิกษุ ซึ่งการมีความกตัญญูนั้นไม่ผิด แต่พระภิกษุ ถือเป็นบุตรของพระสมณะโคดม
เป็นเชื้อสายของพระศากยะ เป็นคนของสังฆะแล้ว ต้องอยู่ในกฎเกณฑ์ ยึดถือพระวินัย
ไม่ใช่เป็นฆราวาสทั่วไป ซึ่งพระพุทธเจ้า ได้บัญญัติเอาไว้ว่า ไม่ให้พระภิกษุสงฆ์กราบไหว้มาตุคาม(ผู้หญิง)
รวมถึงมารดาด้วย เนื่องจากก่อนบวช เมื่อครั้งที่ยังเป็นนาค ได้มีการทำพิธีกรรมขอขมาลาโทษ
ล้างเท้าให้พ่อแม่เสร็จแล้ว เมื่อบวชจะทำเช่นนี้ไม่ได้ การอ้างความเป็นลูกมากราบเท้าพ่อแม่
ทั้งที่อยู่ในสมณเพศไม่ได้

๓๖. บุคคลที่ภิกษุไม่พึงไหว้อีก ๕ ประเภท "ดูก่อนอุบาลี บุคคลที่ภิกษุไม่พึงไหว้อีก ๕ ประเภท คือ

๑. ภิกษุผู้บวชภายหลัง
๒. บุคคลที่มิได้บวชเป็นภิกษุ (อนุปสัมบัน)
๓. ภิกษุต่างนิกาย (นานาสังวาส) ที่แก่กว่า แต่พูดไม่เป็นธรรม
๔. มาตุคาม (ผู้หญิง)
๕. บัณเฑาะก์ (กระเทย)"

http://www.larnbuddhism.com/tripitaka/i ... rt2.2.html

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ส.ค. 2015, 09:31 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ธ.ค. 2012, 16:46
โพสต์: 412

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ผมถามเพิ่มหน่อยครับ ถ้าแม่เป็นโสดาบัน พระเป็นสมมุติสงฆ์ละครับ


เคยได้ยินว่า มีพระมากราบเณร เพราะ เณรบรรลุธรรมสูงกว่า นี่ได้ไหมครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ส.ค. 2015, 10:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5726


 ข้อมูลส่วนตัว


เปลี่ยนชื่อใหม่ เขียน:
ผมถามเพิ่มหน่อยครับ ถ้าแม่เป็นโสดาบัน พระเป็นสมมุติสงฆ์ละครับ


เคยได้ยินว่า มีพระมากราบเณร เพราะ เณรบรรลุธรรมสูงกว่า นี่ได้ไหมครับ


ก็อยู่ในกฏข้อพระวินัยที่บัญญัติไว้ในอันเดียวกัน
สำหรับมารดาที่บรรลุคุณธรรมที่สูงกว่านั้น ย่อมจะต้องรู้และหลีกเลิ่ยงข้อนี้ได้มากขึ้น

จะให้พระมากราบเณรที่บรรลุธรรมที่สูงกว่าก็ไม่ได้ เพราะ

"ดูก่อนอุบาลี บุคคลที่ภิกษุไม่พึงไหว้อีก ๕ ประเภท คือ
๑. ภิกษุผู้บวชภายหลัง
๒. บุคคลที่มิได้บวชเป็นภิกษุ (อนุปสัมบัน)
๓. ภิกษุต่างนิกาย (นานาสังวาส) ที่แก่กว่า แต่พูดไม่เป็นธรรม
๔. มาตุคาม (ผู้หญิง)
๕. บัณเฑาะก์ (กระเทย)"

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ส.ค. 2015, 10:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 16:34
โพสต์: 1050

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ลุงหมาน เขียน:
"ดูก่อนอุบาลี บุคคลที่ภิกษุไม่พึงไหว้อีก ๕ ประเภท คือ
๑. ภิกษุผู้บวชภายหลัง
๒. บุคคลที่มิได้บวชเป็นภิกษุ (อนุปสัมบัน)
๓. ภิกษุต่างนิกาย (นานาสังวาส) ที่แก่กว่า แต่พูดไม่เป็นธรรม
๔. มาตุคาม (ผู้หญิง)
๕. บัณเฑาะก์ (กระเทย)"

อนุโมทนา สาธุ ครับท่าน :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ส.ค. 2015, 10:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.พ. 2009, 20:42
โพสต์: 699


 ข้อมูลส่วนตัว


onion ไม่มีใคร ควรกราบใคร.

ตามคติยูโทเปีย การกราบเป็นการขัดต่อหลักความเท่าเทียมกันของมนุษย์.
จะมีข้อยกเว้นก็ได้, กราบได้เฉพาะบิดามารดาที่เลี้ยงดูมา.

อาเมน... onion


grin grin grin


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ส.ค. 2015, 11:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6275

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เปลี่ยนชื่อใหม่ เขียน:
ผมถามเพิ่มหน่อยครับ ถ้าแม่เป็นโสดาบัน พระเป็นสมมุติสงฆ์ละครับ


เคยได้ยินว่า มีพระมากราบเณร เพราะ เณรบรรลุธรรมสูงกว่า นี่ได้ไหมครับ

Kiss
ท่านผู้รู้ ท่านกราบคุณธรรม ไม่ใช่กราบบุคคล
เพราะมารดาตามสมมติเป็นพระอรหันต์ของลูก
แม่ป่วยท่านก็อนุญาตให้ลูกพระเป็นผู้ดูแลได้ค่ะ
ไม่ผิดถ้าเป็นการกราบด้วยการถึงคุณพระรัตนตรัย
บุตรเสมอบุพการี3แบบเสมอด้วยคุณธรรมใช่หรือไม่
:b43:
:b44: :b44:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ส.ค. 2015, 11:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6275

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Rosarin เขียน:
เปลี่ยนชื่อใหม่ เขียน:
ผมถามเพิ่มหน่อยครับ ถ้าแม่เป็นโสดาบัน พระเป็นสมมุติสงฆ์ละครับ


เคยได้ยินว่า มีพระมากราบเณร เพราะ เณรบรรลุธรรมสูงกว่า นี่ได้ไหมครับ

Kiss
ท่านผู้รู้ ท่านกราบคุณธรรม ไม่ใช่กราบบุคคล
เพราะมารดาตามสมมติเป็นพระอรหันต์ของลูก
แม่ป่วยท่านก็อนุญาตให้ลูกพระเป็นผู้ดูแลได้ค่ะ
ไม่ผิดถ้าเป็นการกราบด้วยการถึงคุณพระรัตนตรัย
บุตรเสมอบุพการี3แบบเสมอด้วยคุณธรรมใช่หรือไม่
:b43:
:b44: :b44:

Kiss
ทุกอย่างเป็นธัมมะ ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา
ถ้าคิดให้ดีจะรู้ว่ากตัญญู กตเวทิตาคุณคืออะไร
กำเนิดเรามาจากมีพ่อแม่แต่งงานกันแล้วให้ชีวิตเรา
พ่อแม่เราท่านกราบพระรัตนตรัยก่อนเราชื่อว่าให้ทุกสิ่ง
อภิชาตบุตรลึกซึ้งกว่าที่คิคเพราะทำให้พ่อแม่ถึงคุณธรรม
อันว่าบุพการีสูงสุดคือพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าใช่หรือไม่
ความหมายของบุพการีแปลว่าผู้ให้ก่อน มารดาเป็นบุพการีของลูก
ถ้ามารดาถึงอริยบุุคลก่อนเทียบตามสมมติลูกก็ต้องกราบแม่จริงไหม
แต่ถ้าลูกถึงอริยบุคคลทางธรรมก่อนก็ย่อมต้องเป็นอภิชาติบุตรใช่หรือไม่
พระพุทธเจ้ากราบเฉพาะพระธรรมและทรงกราบพระองค์เองได้เพราะกราบสิ่งสูงสุด
ปัญญาถึงเฉพาะพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเป็นสัจจธรรม
:b8:
onion onion onion


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ส.ค. 2015, 12:00 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ม.ค. 2015, 21:55
โพสต์: 606

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เป็นปัญหาอ่อน ของคนปัญญาอ่อนที่จะลุ้นปัญญาแก่ของพระพุทธเจ้า เหมือนกับเอาหัวชนศิลาชะนั้น เป็นปัญหาที่ไม่อยู่ในดุลย์พินิจที่จะวินิฉัย

จากสายสืบสั่งสอนนิสัยศาสตร์


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ส.ค. 2015, 12:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6275

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


muisun เขียน:
เป็นปัญหาอ่อน ของคนปัญญาอ่อนที่จะลุ้นปัญญาแก่ของพระพุทธเจ้า เหมือนกับเอาหัวชนศิลาชะนั้น เป็นปัญหาที่ไม่อยู่ในดุลย์พินิจที่จะวินิฉัย

จากสายสืบสั่งสอนนิสัยศาสตร์

:b1:
เป็นปัญญาของผู้รู้ที่สามารถไตร่ตรองตามคำสอนได้ด้วยความเข้าใจ
มีใครคิดคำสอนของพระพุทธเจ้าได้ว่าอะไรคืออภิชาตบุตร
สายสืบสั่งสอนนิสัยศาสตร์ถึงอภิชาตบุตรหรือยังล่ะ
ด้วยคุณธรรมของอริยบุคคลน๊าไม่ใช่เงินมากกว่า
:b16: :b16:
:b44: :b44: :b44:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ส.ค. 2015, 12:38 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ม.ค. 2015, 21:55
โพสต์: 606

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สายสืบสั่งสอนนิสัยศาสตร์คงไม่ถึงอภิชาติบุตรหรอก แต่ก็สอนคนได้เกือบทั้งประเทศ สอนพระเจ้าอาวาสได้ทีเป็นพันๆ วัด สอนเด็กนักเรียนวันละ 4 โรงเรียน สอนพี่สอนน้องเป็นผู้นำได้ รวมทั้งสอนพ่อ สอนแม่ และครูบาอาจารย์ได้ด้วย แต่ก็ไม่ได้เป็นอภิชาติบุตร แต่เพียงนำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาเผยแพร่เท่านั้นเอง และเผยแพร่อย่างนี้มา 30 กว่าปีแล้ว (ทุกวันนี้พ่อแม่ก็ยังอยู่ให้สอน) เพราะเรียนธรรมะมาตั้งแต่เด็กแล้ว ฟังหลักธรรมคำสอนของอาจารย์ต่างๆ มาเกือบทั้งวัน ทั้งคืน ได้บทสรุปของต้นเหตุของปัญญา ว่าปัญญาของคนทั้งหมดมีปัญญาเดียวคือ ปัญญาแห่งความรู้ไม่ทันต้นคิด จะคิดดับๆ
จากสายสืบสั่งสอนนิสัยศาสตร์


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ส.ค. 2015, 13:23 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ก.พ. 2015, 21:06
โพสต์: 84

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b1: ดิฉันก็เคยสงสัยในใจ เมื่อได้เข้าทำบุญกับพระที่ ปฏิบัติตรงมากๆ ในทางปริยัติ และปฏิบัติ ของพระสายพระป่าธรรมยุติวัดแห่งหนึ่ง แต่ทำไมสิ่งที่ดิฉันสัมผัสถึงกระแสเมตตาของท่าน ที่ส่งออกมาจากคำพูด กริยา ของท่าน ชวนให้เอะในใจ แต่พระอีกวัดแห่งหนึ่งปฏิบัติตรงเหมือนกันสายวัดบ้าน กฏระเบียบปฏิบัติอลุ้มอล่วยดิฉันได้สัมผัส เมตตาของท่าน มีเมตตามากๆค่ะ ทั้งสายตา คำพูดกริยาท่าน
:b48: ตามความคิดนะคะ ดิฉันไม่มีความรู้มากในทางปริยัติ ในภาพที่พระท่านก้มกราบมารดาในผ้าเหลืองดิฉันเห็น ท่านใช้หัวใจกราบค่ะ พ่อกับแม่ ในหัวใจของดิฉันถ้าดิฉันสูงส่งเทียมฟ้าดิฉันก็จะกราบพวกท่านด้วยหัวใจค่ะ กราบแต่ละครั้ง ไม่ว่ากราบใคร อัตตาในใจมันลดน้อยลงๆ ค่ะ :b48:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ส.ค. 2015, 14:01 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ม.ค. 2015, 21:55
โพสต์: 606

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


หลักธรรมคำสอนทั่วไปบอกว่า ทำดีก็ได้ขึ้นสรรค์ทั้งหมด ทำชั่วก็ตกนรกทั้งหมด กรรมใดหนัก กรรมนั้นย่อมพาไป พระพุทธเจ้าพระองค์ทรงตรัสสอนไว้ว่า ถ้าหลักธรรมคำสอนเหล่านี้ถูกแล้วไทร้ บุคคลทั่วไปก็ไม่ต้องตกนรก เพราะว่า กรรมใดหนัก กรรมนั้นพาไป เพราะคนเราไม่สามารถที่จะฆ่าสัตว์ได้ทั้งวัน ลักทรัพย์ได้ทั้งวัน ประพฤติผิดในกามทั้งวัน พูดโกหกได้ทั้งวัน กินเหล้าทั้งวัน คนเราแค่ผิดศีลได้ชั่วขณะหนึ่งๆ เท่านั้นเอง กรรมที่ไม่ได้ผิดศีลนั้นมากกว่าจึงไม่ต้องตกนรกด้วยประการฉะนี้ แต่พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า ใครไม่ละความคิดเห็นเช่นนั้น เรากล่าวว่าผู้นั้นต้องตกนรกทั้งหมด ไม่ได้เกี่ยวว่ากรรมใดหนัก
เพราะไม่ละความคิดเห็นเช่นนั้น เป็นกรรมนั้นหนักที่สุด อยู่ที่ต้นคิด จิตปัจจุบัน คิดอย่างไรได้อย่างนั้น เพราะฉะนั้น ความคิดเห็นนั่นแหละ โทษหนัก กรรมหนัก คลายช้า พาให้ตกนรก ควรละความคิดเห็น ดับต้นคิดซะ จะคิดดับๆ เพราะฉะนั้น อย่าไปยุ่งเรื่องของคนอื่นเค้า นรกชัดๆ
จากสายสืบสั่งสอนนิสัยศาสตร์


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 36 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร