วันเวลาปัจจุบัน 27 ก.พ. 2024, 01:44  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 63 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ก.ค. 2015, 11:32 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12233


 ข้อมูลส่วนตัว


สมมุติ...สมมุติ...

หากเรายกพระธรรมคำสอน..มา...แต่...นำมาสื่อในความหมายที่ผิด...เอามาเฉพาะบางส่วน...เอามาเพื่อยืนยันความคิดเฉพาะตน..เป็นการนำมาเพื่อสื่อความหมายที่ผิดไปจากธรรมของพระองค์

อย่างนี้...จะเข้าข่ายบิดเบือนพระธรรมคำสอนของพระองค์หรือไม่?

ครับ..


แก้ไขล่าสุดโดย กบนอกกะลา เมื่อ 10 ก.ค. 2015, 05:45, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ก.ค. 2015, 11:44 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 5013


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
สมมุติ...สมมุติ...

หากเรายกพระธรรมคำสอน..มา...แต่...นำมาสื่อในความหมายที่ผิด...เอามาเฉพาะบางส่วน...เอามาเพื่อยืนยันความคิดเฉพาะตน..เป็นการนำมาเพื่อสื่อความหมายที่ผิดไปจากธรรมของพระองค์

อย่างนี้...จะเข้าข่ายบิดเบือนพระธรรมคำสอนของพระองค์หรือไม่?

ครับ..


:b1: ...

เข้าข่าย ... ลงขัน ...

เอ้ย ... ! หลงขันธ์ หลงอาการแห่งขันธ์ ...

:b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ก.ค. 2015, 12:20 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12233


 ข้อมูลส่วนตัว


พลาดมากันทุกคน...ไม่งั้นคงไม่ได้ทัวร์นรกกันมา..แน่..อิอิ

แต่สำคัญว่า..จะหลีกเลี่ยงที่จะเกิดซ้ำในอนาคต..ได้อย่างไร

ตัวอย่างที่1...
ข้าพเจ้าว่า......
แล้วยกพระสูตรมาสนับสนุน..

กับ..ตัวอย่างที่2...
พระสูตรนี้....
ข้าพเจ้าว่า..นี้งัย..ตรงกับความคิดของข้าพเจ้า...อย่างนี้..อย่างนี้

ตัวอย่างที่3...
ข้าพเจ้าคิดว่า..อย่างนี้..อย่างนี้
ข้าพเจ้าคิดว่าตรงกับพระสูตร..นี้...นี้

ตัวอย่างที่4..
พระสูตร..นี้..นี้
ข้าพเจ้าคิดว่า..หมายความว่า..อย่างนี้...อย่างนี้

ตัวอย่างที่1 ผมคิดว่า..เสี่ยงที่สุด..ถึงขนาดว่า...เป็นการบิดเบือนแทบจะทันที
รองลงมา..ก็ตัวอย่างที่2

เสี่ยงน้อยที่สุด..คือตัวอย่างที่4..รองลงมาคือ..ตัวอย่างที่3


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ก.ค. 2015, 16:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 8123


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
สมมุติ...สมมุติ...

หากเรายกพระธรรมคำสอน..มา...แต่...นำมาสื่อในความหมายที่ผิด...เอามาเฉพาะบางส่วน...เอามาเพื่อยืนยันความคิดเฉพาะตน..เป็นการนำมาเพื่อสื่อความหมายที่ผิดไปจากธรรมของพระองค์

อย่างนี้...จะเข้าข่ายบิดเบือนพระธรรมคำสอนของพระองค์หรือไม่?

ครับ..


ก็ได้มีการศึกษามา แต่ก็ยังเข้าใจผิด ซึ่งเข้าใจไม่ตรงกับคำสอน
แล้วได้นำมาบอกต่อตามที่ตนเข้าใจก็เป็นการบิดเบือนคำสอน เช่น ฝ่ายเถรวาท กับมหายาน
ซึ่งก็เป็นชาวพุทธที่มีความเห็นที่แตกต่างกันอยู่มากมาย อธิบายไม่หวัดไหวซึ่งเรื่องนี้
ถ้าฝ่ายเถรวาทถูก มหายานก็ต้องผิด แต่หากมหายานถูก เถรวาทก็ต้องผิด

จะถูกทั้งสองก็เป็นไปไม่ได้จริงไหม ? พระอาจารย์ที่สอนบางท่านเถราวาทแท้ๆ สอนไปสอนมา
ไปสอนของฝ่ายทางมหายานซะงั้น เพราะความที่ไม่เข้าใจไม่ได้ศึกษาให้ดี จึงจำมาสอนต่อ
เพราะเห็นว่าตรงกับใจของตัวเองจึงคิดว่าถูกต้อง เรื่องตกนรกน่ะหรือพระมาลัยไปท่องนรกมาบอกว่า
ผ้าเหลืองพาดต้นตาลยังอ่อนลู้....

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ก.ค. 2015, 19:28 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4941


 ข้อมูลส่วนตัว




buddha_resize.jpg
buddha_resize.jpg [ 46.31 KiB | เปิดดู 4669 ครั้ง ]
s004
ยกธรรมจากคัมภีร์มาแล้วอธิบายตามทัศนะความเห็นของตัว มีโอกาสจะเป็นการบิดเบือนธรรมได้มาก

แต่ยกธรรมที่ปรากฏในกายใจมาแจกแจงอธิบายว่าใดเป็นไปตามที่พระพุทธเจ้าทรงสอนโดยมีหลักใหญ่ว่า เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย คลายกำหนัดและหลุดพ้น มีโอกาสพลาดน้อยที่จะเป็นการบิดเบือนธรรม
:b39:
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ก.ค. 2015, 20:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2008, 21:56
โพสต์: 3925

ชื่อเล่น: เช่นนั้น
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
สมมุติ...สมมุติ...

หากเรายกพระธรรมคำสอน..มา...แต่...นำมาสื่อในความหมายที่ผิด...เอามาเฉพาะบางส่วน...เอามาเพื่อยืนยันความคิดเฉพาะตน..เป็นการนำมาเพื่อสื่อความหมายที่ผิดไปจากธรรมของพระองค์

อย่างนี้...จะเข้าข่ายบิดเบือนพระธรรมคำสอนของพระองค์หรือไม่?

ครับ..


ยกมาทั้งหมด หรือบางส่วน แต่ไม่มีการดัดแปลง เพียงนำมาสนับสนุนความคิดเห็น
โดยแยกแยะชัดเจน ว่าส่วนไหนมาจากพุทธวจนะ ส่วนไหนเป็นความคิดเห็นตน
อย่างนี้ ไม่บิดเบือนคำสอนครับ
ด้วยว่า เป็นการแสดงความเข้าใจ ต่อคำสอนนั้นอย่างไร

ที่บิดเบือนคำสอน คือ
การยกเอาคำสอนอาจารย์รุ่นหลังๆ หรือความคิดความเห็นตน แล้วนำมาแสดงว่า พระพุทธองค์ก็เห็นเช่นนี้ สอนอย่างนี้ เอาคำอาจารย์หรือความเห็นตนยัดใส่ปากพระพุทธองค์

.....................................................
ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
บัญญัติ เป็นเพียงสิ่งต่ำต้อยแบกรับความยิ่งใหญ่


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2015, 00:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 08:10
โพสต์: 2830

แนวปฏิบัติ: ขันธ์5ด้วยการสังเกตุ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และอินทรีย์22
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระสุตตันตปิฎก
อายุ: 0
ที่อยู่: ระยอง อุบลราชธานี

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
สมมุติ...สมมุติ...

หากเรายกพระธรรมคำสอน..มา...แต่...นำมาสื่อในความหมายที่ผิด...เอามาเฉพาะบางส่วน...เอามาเพื่อยืนยันความคิดเฉพาะตน..เป็นการนำมาเพื่อสื่อความหมายที่ผิดไปจากธรรมของพระองค์

อย่างนี้...จะเข้าข่ายบิดเบือนพระธรรมคำสอนของพระองค์หรือไม่?

ครับ..

ผิด เพราะไม่รู้
ยังชวนคนอื่นมาร่วมชะตากรรมด้วยนั่นเอง

.....................................................
อย่าท้อถอยต่อการปฏิบัติ อย่าปล่อยให้ความขุ่นเคืองเข้าแทรก สร้างพลังด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า รำลึกและตอบแทนพระคุณมารดา และบิดา มองโลกด้วยใจเป็นกลาง ระลึกเสมอว่าเรายังด้อยปัญญาหากยังไม่ได้ปัญญา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2015, 07:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 08:10
โพสต์: 2830

แนวปฏิบัติ: ขันธ์5ด้วยการสังเกตุ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และอินทรีย์22
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระสุตตันตปิฎก
อายุ: 0
ที่อยู่: ระยอง อุบลราชธานี

 ข้อมูลส่วนตัว


พอไม่รู้ก็บิดเบือนคำสอนไปเลย เป็นอย่างนั้นไป

.....................................................
อย่าท้อถอยต่อการปฏิบัติ อย่าปล่อยให้ความขุ่นเคืองเข้าแทรก สร้างพลังด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า รำลึกและตอบแทนพระคุณมารดา และบิดา มองโลกด้วยใจเป็นกลาง ระลึกเสมอว่าเรายังด้อยปัญญาหากยังไม่ได้ปัญญา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2015, 08:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มี.ค. 2010, 16:12
โพสต์: 2298

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
สมมุติ...สมมุติ...

หากเรายกพระธรรมคำสอน..มา...แต่...นำมาสื่อในความหมายที่ผิด...เอามาเฉพาะบางส่วน...เอามาเพื่อยืนยันความคิดเฉพาะตน..เป็นการนำมาเพื่อสื่อความหมายที่ผิดไปจากธรรมของพระองค์

อย่างนี้...จะเข้าข่ายบิดเบือนพระธรรมคำสอนของพระองค์หรือไม่?

ครับ..
คงไม่ถึงขั้นบิดเบือน ..

ส่วนมาก เรามักยึดมั่น ถือมั่น ในความคิดของตน เรียกว่ามี "ทิฏฐิ"

หากเป็นความเห็นถูก ก็เรียก "สัมมาทิฎฐิ"
เป็นความเห็นผิด ก็เรียก "มิจฉาทิฏฐิ"

"มิจฉาทิฏฐิ" ส่วนใหญ่ขาดปัญญา ขาดโยนิโสมนสิการ
ปัญญายังไม่ถึงขั้นรู้แจ้ง แทงตลอดในสัจจธรรม

แต่เพราะ "หลงตน" ยึดมั่น ถือมั่นในความคิด ความเห็นของตนเป็นใหญ่
จึงทำให้เกิดความหลงผิด เป็น "มิจฉาทิฏฐิ" ได้ ..


:b1:

.....................................................
"พุทโธ .. พุทโธ .. พุทโธ"
ภาวนาวันละนิด จิตแจ่มใส


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2015, 12:27 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ม.ค. 2015, 21:55
โพสต์: 1067

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


มันบิดเบือนคำสอนอยู่แล้วแหละ..

คำใดจริง แต่ไม่เป็นที่ถูกใจ ผู้รู้ทันก็ไม่ควรกล่าวคำนั้น
คำใดไม่จริง และไม่เป็นที่ถูกใจ ผู้รู้ทันก็ไม่ควรกล่าวคำนั้น
คำใดไม่จริง แต่ถูกใจ ผู้รู้ทันก็ไม่ควรกล่าวคำนั้น
คำใดจริงด้วย แต่ถูกใจด้วย ผู้รู้ทันก็ฉลาดเลือกในกาลที่จะกล่าวคำนั้น

จะคิดดับๆ

จากสายสืบสั่งสอนนิสัยศาสตร์

:b12: :b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2015, 16:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มิ.ย. 2012, 14:54
โพสต์: 2805


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
สมมุติ...สมมุติ...

หากเรายกพระธรรมคำสอน..มา...แต่...นำมาสื่อในความหมายที่ผิด...เอามาเฉพาะบางส่วน...เอามาเพื่อยืนยันความคิดเฉพาะตน..เป็นการนำมาเพื่อสื่อความหมายที่ผิดไปจากธรรมของพระองค์

อย่างนี้...จะเข้าข่ายบิดเบือนพระธรรมคำสอนของพระองค์หรือไม่?

ครับ..
ถ้างั้นกบก็บิดเบือนนะ

.....................................................
อย่าลืมทำกิจในอริยสัจ
เราจะเดินให้สุดทาง http://www.thaidhamma.net


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.ค. 2015, 20:59 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12233


 ข้อมูลส่วนตัว


bigtoo เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
สมมุติ...สมมุติ...

หากเรายกพระธรรมคำสอน..มา...แต่...นำมาสื่อในความหมายที่ผิด...เอามาเฉพาะบางส่วน...เอามาเพื่อยืนยันความคิดเฉพาะตน..เป็นการนำมาเพื่อสื่อความหมายที่ผิดไปจากธรรมของพระองค์

อย่างนี้...จะเข้าข่ายบิดเบือนพระธรรมคำสอนของพระองค์หรือไม่?

ครับ..
ถ้างั้นกบก็บิดเบือนนะ


:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ค. 2015, 06:24 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12233


 ข้อมูลส่วนตัว


ความเข้าใจผิด..เพราะได้ข้อมูลผิด...เป็นข้อมูลพื้น ๆ ( ไม่เกี่ยวกับคำสอนที่ใช้ออกจากทุกข์)..แล้วเผยแผ่ให้ผู้อื่นรู้...

ดั่งตัวอย่างข้างล่างนี้...ส่วนตัวคิดว่า...น่าจะยังไม่เข้าข่ายบิดเบือนพระธรรมคำสอน..นะครับ

ผู้เขียน..แกเข้าใจอย่างนี้..
http://www.watisan.com/showdetail.asp?boardid=1804

อ้างคำพูด:
ความเป็นผู้คงแก่เรียนเป็นมงคลแก่ชีวิต แต่ถ้าเอาความเป็นผู้คงแก่เรียนไปใช้ในทางที่ผิด ก็นำความวิบัติมาให้เช่นเดียวกัน เนื่องจากความคงแก่เรียนมิใช่ปัญญาที่แท้จริง คนที่มีความคงแก่เรียนจึงอาจหลงตัว แล่นไปสู่ความเห็นผิดอย่างมหันต์ได้ ดังนิทานสาธกดังต่อไปนี้

พระกปิละ

เรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนสมัยพุทธกาล ว่ากันว่าตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะ มีพี่น้องสามคน ชายสองหญิงหนึ่ง มีศรัทธาออกบวชในพระพุทธศาสนา บวชมาแล้ว น้องชายและน้องสาวตั้งหน้าปฏิบัติธรรม จนได้บรรลุพระอรหัตตผล

ส่วนพี่ชายคนโตไม่สนใจปฏิบัติสมถวิปัสสนา สนใจศึกษาปริยัติจนมีความรู้แตกฉานเป็นนักเทศน์ฝีปากเอก มีลูกศิษย์ลูกหาทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์มากมาย ได้รับการยกย่องเชิดชูทั่วไป (จะชูธงเหลือง หรือล่าชื่อสนับสนุนหรือไม่ไม่ทราบ)

ความรู้นั้นเป็นสิ่งดี แต่ถ้ารู้เฉพาะทฤษฎีก็อาจทำให้คนพาลมืดบอดได้ ดุจแสงสว่างกำจัดความมืดส่องทางให้คนตาดีได้ แต่ทำความมืดมัวให้แก่นกแสกฉะนั้น"

ข้อความข้างต้นดูเหมือนมีอยู่ในคัมภีร์ธรรมนีติ ข้อความนี้เป็นความจริงสำหรับพระนักเทศน์ฝีปากเอกอย่างพระกปิละ ท่านเข้าใจว่าไม่มีใครรู้เท่ากับท่าน เที่ยวดูหมิ่นเหยียดหยามพระเถรเณรชีทั่วไป กระทั่งพระอรหันต์ก็ถูกพระกปิละดูถูกเอาว่าโง่เง่า

พระน้องชายและพระเถรีน้องสาว เห็นว่าพระพี่ชายหลงผิดไปถึงปานนั้น ก็พากันไปเตือนสติ แต่ท่านก็ไม่ฟัง เมื่อเห็นว่าเตือนไม่ได้แล้วก็ปลีกตัวไป ปล่อยให้เป็นไปตามกรรม บุญทำกรรมแต่ง ใครทำใครได้ อะไรทำนองนั้น

เมื่อพระกปิละถึงแก่มรณภาพแล้ว ก็ไปตกนรกหมกไหม้ตามบาปกรรมที่ก่อไว้ เป็นเวลาหลายร้อยหลายพันชาติ ในที่สุดมาเกิดเป็นปลาทองตัวใหญ่ ในลำธารแห่งหนึ่งแห่งเมืองสาวัตถีในสมัยพุทธกาลนี้



กลับตาล..ปัด...(ทำไมกลับ ต้นมะม่วง..ต้นมะนาว..ก็มะรู้นะ)..
ไม่ตรงกับข้อมูลที่เชื่อถือมากกว่า..ว่า

http://www.84000.org/tipitaka/attha/att ... 5&i=34&p=1
อ้างคำพูด:
เรื่องปลาชื่อกปิละ [๒๔๐]
ข้อความเบื้องต้น
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภปลาชื่อกปิละ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า "มนุชสฺส" เป็นต้น.

สองพี่น้องออกบวช
ได้ยินว่า ในอดีตกาล ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่ากัสสป ปรินิพพานแล้ว กุลบุตรสองคนพี่น้องออกบวชในสำนักแห่งพระสาวกทั้งหลาย.

บรรดากุลบุตรสองคนนั้น คนพี่ได้ชื่อว่าโสธนะ คนน้องชื่อกปิละ. ส่วนมารดาของคนทั้งสองนั้น ชื่อว่าสาธนี น้องสาวชื่อตาปนา. แม้หญิงทั้งสองนั้นก็บวชแล้วใน (สำนัก) ภิกษุณี.
เมื่อคนเหล่านั้นบวชแล้วอย่างนั้น พี่น้องทั้งสองทำวัตรและปฏิวัตรแก่พระอาจารย์และพระอุปัชฌายะอยู่ วันหนึ่ง ถามว่า "ท่านขอรับ ธุระในพระศาสนานี้มีเท่าไร?" ได้ยินว่า "ธุระมี ๒ อย่าง คือ คันถธุระ ๑ วิปัสสนาธุระ ๑" ภิกษุผู้เป็นพี่คิดว่า "เราจักบำเพ็ญวิปัสสนาธุระ" อยู่ในสำนักแห่งพระอาจารย์และพระอุปัชฌายะ ๕ พรรษาแล้ว เรียนกัมมัฏฐานจนถึงพระอรหัต เข้าไปสู่ป่า พยายามอยู่ ก็บรรลุพระอรหัตผล.

น้องชายเมาในคันถธุระ
ภิกษุน้องชายคิดว่า "เรายังหนุ่มก่อน ในเวลาแก่จึงจักบำเพ็ญวิปัสสนาธุระ" จึงเริ่มตั้งคันถธุระ เรียนพระไตรปิฎก. บริวารเป็นอันมากได้เกิดขึ้นเพราะอาศัยปริยัติของเธอ ลาภก็ได้เกิดขึ้นเพราะอาศัยบริวาร. เธอเมาแล้วด้วยความเมาในความเป็นผู้สดับมาก อันความทะยานอยากในลาภครอบงำแล้ว
เพราะเป็นผู้สำคัญตัวว่าฉลาดยิ่ง ย่อมกล่าวแม้สิ่งที่เป็นกัปปิยะ อันคนเหล่าอื่นกล่าวแล้วว่า "เป็นอกัปปิยะ" กล่าวแม้สิ่งที่เป็นอกัปปิยะว่า "เป็นกัปปิยะ" กล่าวแม้สิ่งที่มีโทษว่า "ไม่มีโทษ" กล่าวแม้สิ่งไม่มีโทษว่า "มีโทษ"
เธอ แม้อันภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รักทั้งหลายกล่าวว่า "คุณกปิละ คุณอย่าได้กล่าวอย่างนี้" แล้วแสดงธรรมและวินัยกล่าวสอนอยู่ ก็กล่าวว่า "พวกท่านจะรู้อะไร? พวกท่านเช่นกับกำมือเปล่า" เป็นต้นแล้ว ก็เที่ยวขู่ตวาดภิกษุทั้งหลายอยู่.

น้องชายไม่เชื่อพี่
ครั้งนั้น ภิกษุทั้งหลายบอกเนื้อความนั้นแม้แก่พระโสธนเถระผู้เป็นพี่ชายของเธอแล้ว. แม้พระโสธนะเถระเข้าไปหาเธอแล้ว ตักเตือนว่า "คุณกปิละ ก็การปฏิบัติชอบของภิกษุทั้งหลายผู้เช่นเธอ ชื่อว่าเป็นอายุพระศาสนา เพราะฉะนั้น เธออย่าได้ละการปฏิบัติชอบแล้ว กล่าวคัดค้านสิ่งที่เป็นกัปปิยะเป็นต้นอย่างนั้นเลย." เธอมิได้เอื้อเฟื้อถ้อยคำแม้ของท่าน แม้เมื่อเป็นเช่นนี้ พระเถระก็ตักเตือนเธอ ๒-๓ ครั้ง ทราบเธอผู้ไม่รับคำตักเตือนว่า "ภิกษุนี้ไม่ทำตามคำของเรา" จึงกล่าวว่า "คุณ ถ้าดังนั้น เธอจักปรากฏด้วยกรรมของตน" ดังนี้แล้วหลีกไป.

น้องชายเสียคนเพราะถูกทอดทิ้ง
จำเดิมแต่นั้น ภิกษุทั้งหลายผู้มีศีลเป็นที่รักแม้เหล่าอื่น ทอดทิ้งเธอแล้ว. เธอเป็นผู้มีความประพฤติชั่วอันพวกผู้มีความประพฤติชั่วแวดล้อมอยู่
วันหนึ่ง คิดว่า "เราจักสวดปาติโมกข์" จึงถือพัดไปนั่งบนธรรมาสน์ในโรงอุโบสถแล้ว ถามว่า "ผู้มีอายุ ปาติโมกข์ย่อมเป็นไปเพื่อภิกษุทั้งหลายผู้ประชุมกันแล้วในที่นี้หรือ?" เห็นภิกษุทั้งหลายนิ่งเสีย ด้วยคิดว่า "ประโยชน์อะไรด้วยคำโต้ตอบที่เราให้แก่ภิกษุ?" จึงกล่าวว่า "ผู้มีอายุ ธรรมก็ดี วินัยก็ดี ไม่มี, ประโยชน์อะไรด้วยปาติโมกข์ที่พวกท่านจะฟังหรือไม่ฟัง" ดังนี้แล้ว ก็ลุกไปจากอาสนะ.
เธอยังศาสนา คือปริยัติของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่ากัสสป ให้เสื่อมลงแล้วด้วยอาการอย่างนี้.
แม้พระโสธนเถระก็ปรินิพพานในวันนั้นเอง.
ในกาลสิ้นอายุ ภิกษุกปิละเกิดในอเวจีมหานรก. มารดาและน้องสาวของเธอแม้นั้น ถึงทิฏฐานุคติของเธอนั่นแล ด่าบริภาษภิกษุทั้งหลายผู้มีศีลเป็นที่รักแล้ว ก็บังเกิดในอเวจีมหานรกนั้นเหมือน


แม้ไม่น่าเข้าข่ายบิดเบือนพระธรรม...แต่..เข้าข่ายผิดข้อไหนดีครับ?
:b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ค. 2015, 08:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 8123


 ข้อมูลส่วนตัว


ถ้าเราจะยกเอาคำสอนจากพระไตรปิฏกมาสอน
โดยไม่ต้องขยายความเลยก็น่าจะหาคนรู้ได้อยาก จึงต้องมีคำขยายความ
ของอรรถกถาจารย์รองรับอยู่ และก็เป็นที่ยอมรับกันทั่วๆไป

และก็ยังมีฏีกาจารย์ และอนุฏีกาจารย์อีก ถ้าเราจะเอาตามในพระไตรปิฎกแบบเป๊ะๆ
อรรถกถา ฏีกา อนุฏีกา ก็บิดเบือนมาแล้ว คำว่าบิดเบือนเราจะต้องดูที่ว่า
นั้นขยายความห่างไกลไปจากความจริงของคำสอนมากหรือเปล่า

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ค. 2015, 08:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 5977

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: กายคตาสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว


๓. ปฏิปทาสูตร
ว่าด้วยปฏิปทา

[๓] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ... เขตกรุงสาวัตถี
“ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงมิจฉาปฏิปทา(ข้อปฏิบัติผิด)
และสัมมาปฏิปทา(ข้อปฏิบัติถูก) แก่เธอทั้งหลาย
เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว”
ภิกษุเหล่านั้นทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสเรื่องนี้ว่า

“ภิกษุทั้งหลาย มิจฉาปฏิปทา เป็นอย่างไร
คือ เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย สังขารจึงมี
เพราะสังขารเป็นปัจจัย วิญญาณจึงมี
ฯลฯ
ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ มีได้ด้วยประการฉะนี้
นี้เรียกว่า มิจฉาปฏิปทา๑

ภิกษุทั้งหลาย สัมมาปฏิปทา เป็นอย่างไร
คือ เพราะอวิชชาดับไปไม่เหลือด้วยวิราคะ สังขารจึงดับ
เพราะสังขารดับ วิญญาณจึงดับ
ฯลฯ
ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ มีได้ด้วยประการฉะนี้
นี้เรียกว่า สัมมาปฏิปทา”

ปฏิปทาสูตรที่ ๓ จบ

เชิงอรรถ :
๑ มิจฉาปฏิปทา พระผู้มีพระภาคตรัสว่าปฏิจจสมุปบาทสายเกิดทุกข์นี้เป็นมิจฉาปฏิปทา เพราะเป็นปฏิปทา
ไม่แน่นอน นำไปเกิดในภพ ๓ และเป็นต้นตอแห่งวัฏฏะ(วฏฺฏสีส) (สํ.นิ.อ. ๒/๓/๒๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า :๙ }








เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย สังขารจึงมี
เพราะสังขารเป็นปัจจัย วิญญาณจึงมี
เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย นามรูปจึงมี
เพราะนามรูปเป็นปัจจัย สฬายตนะจึงมี
เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย ผัสสะจึงมี
เพราะผัสสะเป็นปัจจัย เวทนาจึงมี
เพราะเวทนาเป็นปัจจัย ตัณหาจึงมี
เพราะตัณหาเป็นปัจจัย อุปาทานจึงมี
เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย ภพจึงมี
เพราะภพเป็นปัจจัย ชาติจึงมี
เพราะชาติเป็นปัจจัย ชรา มรณะ โสกะ(ความเศร้าโศก) ปริเทวะ (ความคร่ำครวญ)
ทุกข์(ความทุกข์กาย) โทมนัส(ความทุกข์ใจ) และอุปายาส(ความคับแค้นใจ) จึงมี
ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ มีได้ด้วยประการฉะนี้

.....................................................
มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน (ตามความเป็นจริง)


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 63 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 15 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร