วันเวลาปัจจุบัน 28 ต.ค. 2020, 07:33  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ค. 2015, 05:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3939


 ข้อมูลส่วนตัว


อุปาทานคือยึดถือว่า "ตัวเรา" "ของเรา"

ในความรู้สึกทุกข์ที่มาจากตัณหา เราพบกับสิ่งที่เราไม่รัก เราพลัดพรากจากสิ่งที่เรารัก แล้วเราต้องการอย่างไรแล้วเราก็ไม่ได้ มันมีความหมายอยู่ที่ตัวเรา เรารู้สึกว่าตัวเราพบกับสิ่งที่ไม่รัก พรากจากสิ่งที่รัก ถ้ามันไม่มีความรู้สึกว่าตัวเรา มันจะพบกันอย่างไร มันจะจากกันอย่างไร มันก็ไม่มีความทุกข์ ทีนี้มันมีความรู้สึกว่าเรา มันพบกับสิ่งที่เรารัก หรือว่าพรากจากสิ่งที่เรารัก มันมีส่วนที่เป็นตัณหา ต้องการอย่างนี้ ต้องการอย่างนั้น เราเป็นผู้ที่ต้องการ แล้วเราก็ไม่ได้ มันมีความหมายแห่งอุปทานเข้าไปร่วมอยู่ด้วยเสมอ มันจึงเป็นทุกข์


ตัวอย่างเช่นว่า เราพบกับศัตรู คนที่เป็นศัตรูของเรา มันมีความรู้สึกว่าเรา แล้วนั่นศัตรูของเรา มันมีเราเข้ามาอย่างนี้มันจึงเป็นทุกข์ ถ้าคนที่เป็นศัตรูของเรา แต่เราลืมไปว่าคนนี้เป็นศัตรูของเรา แม้จะเห็นหรือนั่งด้วยกัน มันก็ไม่รู้สึกเป็นทุกข์ ความหมายของเราหรือว่าตัวเรามันไม่มี
คนที่เรารักเขาก็เหมือนกัน ถ้าเราลืมไป มันก็ไม่มีความรู้สึกว่าพลัดพรากุจากของรัก ถ้าเราไม่ได้มีตัวเขาเป็นผู้ต้องมาเป็นของเรา มันก็ไม่มีความหมายอะไรที่ว่าจะได้หรือไม่ได้ จะได้ไม่ได้มันก็เท่ากัน ความรู้สึกว่าตัวเรามีอุปาทานเข้าไปเกี่ยวข้อง มันจึงมีความรู้สึกว่าพบกับสิ่งที่ไม่รัก พรากจากสิ่งที่รัก แล้วปรารถนาสิ่งใดก็ไม่ได้สิ่งนั้น มันมีอุปาทานว่าเราว่าของเราเป็นตัวเหตุให้เกิดทุกข์

คนที่เป็นศัตรูของเรา เราไม่ชอบ เพียงแต่เราได้ยินชื่อของเขา ไม่ได้เผชิญหน้าเขา เพียงแต่ได้ยินชื่อของเขา มีใครออกชื่อของเขาให้เราได้ยิน หรือเพียงแต่เราเห็นชื่อของเขาในหน้าหนังสือพิมพ์ เราก็มีความทุกข์ ในความหมายว่าเราเกลียดเราโกรธ เป็นความทุกข์ที่ทรมานใจเรา มันมีความหมายแห่งตัวตน เป็นเหตุให้เกิดทุกข์ ไม่ใช่ว่าตัวแท้ๆ มันจะเป็นทุกข์ ตัวแท้ๆ มีเพียงลักษณะแห่งความทุกข์ ไม่ได้เกี่ยวกับอะไร ถ้ามีความหมายว่าเรา ว่าของเรา เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย มันก็เป็นทุกข์แก่ตัวเรา แก่ผู้มีความรู้สึกว่าเรา ว่าของเรา ศัตรูของเรา คนรักของเรา หรือสิ่งที่เราต้องการ

พุทธทาสภิกขุ .....


ตถาคตเป็นเพียงผู้บอก จะถึงที่หมายต้องเดินเอาเอง
“ก็สาวกของพระโคดมผู้เจริญ เมื่อพระโคดมกล่าวสอน
พร่ำสอนอยู่อย่างนี้ ทุก ๆ รูปได้บรรลุนิพพานอันเป็นผลสำเร็จถึงที่สุด
อย่างยิ่งหรือ ? หรือว่าไม่ได้บรรลุ ?” พราหมณ์ผู้หนึ่งทูลถาม
พระผู้มีพระภาค.
พราหมณ์ ! สาวกของเรา แม้เรากล่าวสอน
พร่ำสอนอยู่อย่างนี้ น้อยพวกที่ได้บรรลุนิพพาน อันเป็น
ผลสำเร็จถึงที่สุดอย่างยิ่ง, บางพวกไม่ได้บรรลุ.
“พระโคดมผู้เจริญ ! อะไรเล่าเป็นเหตุ อะไรเล่าเป็น
ปัจจัย, ที่พระนิพพานก็ยังตั้งอยู่, หนทางที่ยังสัตว์ให้ถึงนิพพาน ก็ยัง
ตั้งอยู่. พระโคดมผู้ชักชวน (เพื่อดำเนินไป) ก็ยังตั้งอยู่, ทำไมน้อยพวก
ที่บรรลุ และบางพวกไม่บรรลุ ?”
พราหมณ์ ! เราจักย้อนถามท่านในเรื่องนี้,
ท่านจงตอบตามควร. ท่านเป็นผู้ช่ำชองในหนทางไปสู่เมือง
ราชคฤห์มิใช่หรือ ? มีบุรษผู้จะไปเมืองราชคฤห์ เข้ามาหา
และกล่าวกับท่านว่า “ท่านผู้เจริญ ! ข้าพเจ้าปรารถนาจะไป
เมืองราชคฤห์ ขอท่านจงชี้บอกทางไปเมืองราชคฤห์
แก่ข้าพเจ้าเถิด” ดังนี้; ท่านก็จะกล่าวกะบุรุษผู้นั้นว่า
“มาซิท่าน ทางนี้ไปเมืองราชคฤห์ ไปได้ครู่หนึ่งจักพบบ้าน
ชื่อโน้น แล้วจักเห็นนิคมชื่อโน้น จักเห็นสวนและป่าอัน
น่ารื่นรมย์ จักเห็นภูมิภาคอันน่ารื่นรมย์ สระโบกขรณีอัน
น่ารื่นรมย์ของเมืองราชคฤห์” ดังนี้. บุรุษนั้นอันท่าน
พร่ำบอก พร่ำชี้ให้อย่างนี้ ก็ยังถือเอาทางผิด กลับหลัง
ตรงกันข้ามไป, ส่วนบุรุษอีกคนหนึ่ง ไปถึงเมืองราชคฤห์
ได้โดยสวัสดี. พราหมณ์เอย ! อะไรเล่าเป็นเหตุ อะไร
เล่าเป็นปัจจัย ที่เมืองราชคฤห์ก็ยังตั้งอยู่ ท่านผู้ชี้บอก
ก็ยังตั้งอยู่ แต่ทำไมบุรุษผู้หนึ่งกลับหลงผิดทาง ส่วนบุรุษ
อีกผู้หนึ่งไปถึงเมืองราชคฤห์ได้โดยสวัสดี ?
“พระโคดมผู้เจริญ ! ในเรื่องนี้ ข้าพเจ้าจักทำอย่างไรได้เล่า,
เพราะข้าพเจ้าเป็นแต่เพียงผู้บอกทางเท่านั้น”
พราหมณ์ ! ฉันใดก็ฉันนั้นแล, ที่พระนิพพาน
ก็ยังตั้งอยู่ ทางเป็นเครื่องถึงพระนิพพาน ก็ยังตั้งอยู่ เรา
ผู้ชักชวนก็ยังตั้งอยู่;
แต่สาวกแม้เรากล่าวสอนพร่ำสอน
อยู่อย่างนี้ น้อยพวกที่ได้บรรลุนิพพานอันเป็นผลสำเร็จ
ถึงที่สุดอย่างยิ่ง, บางพวกไม่ได้บรรลุ.
พราหมณ์ ! ในเรื่องนี้ เราจักทำอย่างไรได้เล่า,
เพราะเราเป็นแต่เพียงผู้บอกทางเท่านั้น.
อุปริ. ม. ๑๔/๘๕-๘๗/๑๐๑-๑๐๓.



หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
วัดอรัญญบรรพต จ.หนองคาย

เมื่อเขาด่ามาก็ด่าตอบอย่างนี้
ใครเขาไม่ได้ว่าเป็น "นักปราชญ์" เลย เขาว่าเป็น "คนพาล"
ไม่ใช่เป็นคนพาลเฉพาะผู้เริ่มด่านะ ผู้ด่าตอบก็เป็นคนพาลเหมือนกัน
ในตำราพระพุทธเจ้ายังทรงแสดงว่า บุคคลที่ด่าตอบนั่นแหละ
เป็นบุคคลที่น่าตำหนิมากกว่าคนที่ด่าแต่ทีแรก


"ขันติธรรม" นั่นเอง
ผู้ใดมีความอดกลั้นทนทานอยู่ในใจแล้ว ผู้นั้นก็ระงับเวรทั้งหลายดังกล่าวมาได้เลย



เอาบุญมาฝากจะถวายสังฆทาน เจริญวิปัสสนา ให้ธรรมะเป็นทาน ให้อภัยทาน บอกบุญ สักการะพระธาตุ ให้อาหารสัตว์เป็นทาน ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน ถวายข้าวพระพุทธ อนุโมทนาบุญกับผู้อื่น สร้างพระสร้างเจดีย์สร้างธรรมจักรสร้างรอยพระพุทธบาทสร้างระฆังและอัครสาวกซ้ายขวาสร้างพระสีวลีสร้างพระกัสสะปะสร้างพระอุปคุตสร้างพระองคุลีมารผสมทองคำเปลวพร้อมนำดอกไม้มาบูชาถวายพระรัตนตรัย
รักษาศีล เจริญภาวนา สวดมนต์ ให้อาหารสัตว์เป็นทานเป็นประจำ กรวดน้ำอุทิศบุญ อนุโมทนากับพ่อแม่ญาติพี่น้องที่รักษาศีล ฟังธรรม ให้ทาน อนุโมทนากับเพื่อนๆที่รักษาศีล ศึกษาการรักษาโรค ที่ผ่านมาคุณแม่ได้ถวายสังฆทานมาโดยตลอด ที่ผ่านมาได้ปิดทองพระ รักษาอาการป่วยของผู้อื่นกับผู้ร่วมงาน และที่ผ่านมาได้รักษาอาการป่วยของบิดามารดา ปล่อยชีวิตสัตว์มาโดยตลอด ถวายยาแก่ภิกษุ ขัดองค์พระ ที่ผ่านมาได้จุดเทียนถวายพระรัตนตรัย ให้ความรู้สมุนไพรเพื่อสุขภาพเป็นวิทยาทาน ที่ผ่านมาคุณแม่ได้ทำบุญหลายอย่างมาโดยตลอด ที่ผ่านมาได้ถวายสังฆทานและทำบุญสร้างอาคารผู้ป่วยและกฐินกับเพื่อนๆและให้อาหารเป็นทานแก่สรรพสัตว์กับเพื่อนๆและเพื่อนคนหนึ่งและบริวารของเพื่อนและครอบครัวของเพื่อนได้มีจิตเมตตาให้ทานและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือผู้อื่นอยู่ตลอดและเพื่อนได้เคยสวดมนต์เย็นกับคุณแม่และที่ผ่านมาได้ทำบุญสักการะพระธาตุทำบุญปิดทองชำระหนี้สงฆ์และไหว้พระและทำบุญตามกล่องรับบริจาคตามวัดต่างๆกับเพื่อนและตั้งใจว่าจะสร้างบารมีให้ครบทั้ง 10 อย่างขอให้อนุโมทนาบุญด้วย

ขอเชิญถวายสังฆทาน เจริญวิปัสสนา ให้ธรรมะเป็นทาน ให้อภัยทาน บอกบุญ ให้อาหารสัตว์เป็นทาน สักการะพระธาตุ ฟังธรรม สวดมนต์ ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน รักษาศีล เจริญภาวนา สวดมนต์ สร้างพระสร้างเจดีย์สร้างธรรมจักรสร้างรอยพระพุทธบาท
สร้างระฆังและอัครสาวกซ้ายขวาสร้างพระสีวลีสร้างพระกัสสะปะสร้างพระอุปคุตสร้างพระองคุลีมารผสมทองคำเปลวพร้อมนำดอกไม้มาบูชาถวายพระรัตนตรัย กรวดน้ำอุทิศบุญ ถวายข้าวพระพุทธ อนุโมทนาบุญกับผู้อื่น สนทนาธรรม
ถวายข้าวพระพุทธ อนุโมทนาบุญกับผู้อื่น รักษาอาการป่วยของผู้อื่น รักษาอาการป่วยของบิดามารดา จุดเทียนถวายพระรัตนตรัย
ปิดทอง สักการะพระธาตุ กราบอดีตสังขารเจ้าอาวาสที่ไม่เน่าเปื่อย ที่วัดแจ้ง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ปิดทองพระ ปล่อยชีวิตสัตว์ถวายยาแก่ภิกษุ ไหว้พระตามวัดต่างๆ ขัดองค์พระ ให้ความรู้สมุนไพรในการดูแลสุขภาพเป็นทาน
และสร้างบารมีให้ครบทั้ง 10 อย่างขอเชิญร่วมบุญกุศลร่วมกันนะ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 12 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร