วันเวลาปัจจุบัน 10 ธ.ค. 2019, 08:55  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 10 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 มี.ค. 2015, 16:35 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ม.ค. 2011, 17:26
โพสต์: 353


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:

หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล ท่านเป็นลูกศิษย์หลวงปู่ดูลย์ อตุโล บวชเมื่อปี 2515 เมื่อท่านอายุได้ 20 ปี เมื่อท่านได้บวชแล้ว วันแรกหลวงปู่บอกว่าให้ไปนั่งภาวนากับหมู่เพื่อน โดยบอกว่าให้กำหนดลมหายใจเข้าพุท ออกโธ เหมือนปกติที่ตามแบบวัดป่า หลวงพ่อท่านได้เล่าให้ฟังว่า ท่านก็กำหนดตามที่หลวงปู่สอน แต่ในจิตลึกๆ มันบอกท่านว่า ถ้ามัวจะตามลมหายใจเข้า และออกอยู่อย่างนี้มันจะสงบได้อย่างไร ท่านจึงเปลี่ยนใหม่ว่า เมื่อกำหนดลมหายใจเข้าแล้ว เวลาลมหายใจออกท่านไม่ตามลมออก กลับกำหนดเข้าไปข้างใน ท่านบอกว่าท่านนั่งกำหนดได้ไม่นาน มันกลับดิ่งเข้าไปจนมันทะลุ แล้วจิตท่านก็เปลี่ยนเลย ท่านบอกว่าครั้งแรกที่นั่งมันเหมือนตาย ตายแล้วเกิดใหม่ เช้าวันรุ่งขึ้น หลวงปู่เรียกหาเณรให้ไปดูพระที่เพิ่งบวชใหม่ให้มาหาหลวงปู่ หลวงปู่ก็ถามว่า ภาวนา เป็นยังไง หลวงพ่อบอกว่า ไม่ทราบว่ายังไงนะครับหลวงปู่ แต่จิตผมมันว่าพุทโธเองอยู่ในใจนี่แม๊บๆๆ ไม่ยอมออก หลวงปู่ช่วยเอาออกที หลวงปู่จึงได้นั่งกำหนดดูอยู่ แล้วก็บอกว่า เอาออกไม่ได้หรอก จิตเขาว่าพุทโธเอง ตอนนี้คุณน่ะเปลี่ยนแล้ว

หลวงพ่อท่านเล่าให้ฟังว่า ท่านบอกว่าตอนนั้นจิตมันว่าแต่พุทโธเอง จะคิดถึงบ้านก็ไม่ได้ จะนึกถึงแม่ก็ไม่ได้ ตาที่มองไปทางไหนมันก็ทะลุไปหมด เห็นอะไรก็ละลายไปหมด ตอนนั้นท่านบอกว่า ท่านอยากนั่ง ใจมันก็สั่งให้เดินจงกรม เดินจงกรมรอบโบสถ์วัดบูรพ์อยู่อย่างนั้น เห็นโบสถ์โบสถ์ก็ละลายหายไปหมด ท่านบอกว่า ท่านยังไม่ได้เรียนหนังสือธรรมเลย อ่านหนังสือก็ไม่ค่อยออก เพราะจบ ป.4 ไม่รู้จักคำว่าไตรลักษณ์ แต่เข้าใจว่า ทุกอย่างมันละลายหมด

วันที่สอง หลวงปู่สั่งไม่ให้ไปภาวนากับหมู่เพื่อน ให้ไปภาวนาเดี่ยวเลย ท่านก็นั่งภาวนาตั้งแต่หัวค่ำ วันที่สองนี้จิตมันได้พิจารณาธาตุ ขันธ์ กลับไปกลับมาเองจนไม่เหลืออะไร ท่านได้เคยพูดให้ผู้เขียนฟังว่า จิตมันตัดสินของมันเอง จิตมันเอาความว่างแยกความว่าง เอาจิตแยกจิต ท่านจับเอาความว่างตรงนั้นชนความว่าง เพราะจิตมันคิดว่า ให้มีความว่าง มันก็ยังมีตัว ยังเป็นอวิชชา ท่านก็เลยเอาตรงที่เห็นมันใสๆ ว่างๆ ตรงนั้นจับชนกัน จนแตกละเอียด จิตจึงลอยเด่น เหมือนพระจันทร์เต็มดวง วันรุ่งขึ้นหลวงปู่ดุลย์ก็เรียกอีกครั้ง คราวนี้ท่านนั่งกำหนดดูนานทีเดียว แล้วก็บอกว่า ต่อจากไปนี้ ออกพรรษาแล้ว ผมจะส่งคุณไปอยู่ที่วัดป่าบ้านตาด ไปอยู่กับพระอาจารย์มหาบัว ไปเอาข้อวัตรหลวงปู่มั่น

หลังจากออกพรรษาแล้ว หลวงพ่อเยื้อนท่านจึงไปอยู่กับหลวงตามหาบัวที่บ้านตาด เป็นเวลา 4 ปี ท่านทำหน้าที่อุปฐากหลวงตา หลวงตาท่านจะเรียกหลวงพ่อเยื้อนว่า "ธรรมสุรินทร์"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 มี.ค. 2015, 16:48 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12214


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:

"ถามผม..แล้วผมจะไปถามใคร

เป็นงง...แล้วผมจะตอบยังง๊าย..."

ร้องเพลงสำหรับคนโบราณ
:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 มี.ค. 2015, 20:51 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


:b27:
อาการที่จิตเข้าถึงมรรคผลครั้งที่ 1-2-3และ 4 อาจคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน เป็นเรื่องเฉพาะตัวของใครของมัน แต่ความเปลี่ยนแปลงเหมือนตายแล้วเกิดใหม่นั้นมีทุกคน

รายละเอียดและตัวอย่างของการบรรลุธรรมแต่ละชั้นนั้น มีการสังเกตการณ์และจดบันทึกเล่าต่อกันมาอย่างเป็นระบบอยู่บ้างอย่างเช่นที่สำนักของเจ้ามาวหลวง เมืองต้างยาน เขตรัฐฉาน ประเทศพม่า พระอาจารย์ที่สามารถเล่าถ่ายทอดให้ฟังได้เป็นศิษย์ของเจ้ามาวหลวง ชื่อพระอาจารย์อภิสิทธิ์ ฉายา อริยวังโส ท่านเข้าออกเมืองไทยสอนวิธีปฏิบัติธรรมตามแบบเจ้ามาวหลวง เคยมาสอนที่กรุงเทพ และยินดีมาแสดงธรรมสอนหากมีผู้สนใจนิมนต์ ใช้เวลาคอร์สละประมาณ 10 วัน

พยานหลักฐานผลการสอนของเจ้ามาวหลวงคือมีศิษย์ของท่านเป็นภิกษุรูปหนึ่งชื่อ เจ้าเสี่ยหลอยฮาง ซึ่งเคยได้ปัฐวีกสิณมาก่อนแล้วมาเจริญปัญญาต่อ กับเจ้ามาวหลวง จนถึงที่สุดแห่งธรรมแล้วไม่นานมรณภาพ เผาแล้วอัฐิแปลงเป็นพระธาตุทันที มีรูป โอกาสต่อไปจะนำมาโพสต์ให้ดูครับ
smiley


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มี.ค. 2015, 21:32 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:
เคยมีพระบางรูปถามหลวงปู่มั่นว่า "ตอนบรรลุธรรม มันเป็นยังไงครับหลวงปู่"

หลวงปู่ตอบว่ามันไม่ทันรู้ละเอียดทันทีหรอก เปรียบเหมือนคนตกต้นไม้ เมื่อรู้ตัวก็นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นดินแล้ว
:b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มี.ค. 2015, 11:35 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ม.ค. 2011, 17:26
โพสต์: 353


 ข้อมูลส่วนตัว


asoka เขียน:
:b8:
เคยมีพระบางรูปถามหลวงปู่มั่นว่า "ตอนบรรลุธรรม มันเป็นยังไงครับหลวงปู่"

หลวงปู่ตอบว่ามันไม่ทันรู้ละเอียดทันทีหรอก เปรียบเหมือนคนตกต้นไม้ เมื่อรู้ตัวก็นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นดินแล้ว
:b8:

หลวงปู่มั่นน่าจะหมายถึง จิตเข้าอรหันต์แล้วครับ แต่ของหลวงพ่อเยื้อน อาจจะเข้าจิตโสดาบัน
:b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มี.ค. 2015, 12:19 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ธ.ค. 2012, 16:46
โพสต์: 412

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ผมว่าช่วงที่เข้า มันต้องมีสัมมาสติ และ สัมมาสมาธิ อยู่แล้ว

ยังไงก็น่าจะรู้สภาวะนั้นทันนะครับ เพราะมันน่าจะเป็นเหมือนสภาวะธรรม อื่นๆ s002

ผมคิดเอาเองนะครับ

ไม่แน่ใจเท่าไหร่ครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มี.ค. 2015, 12:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5733


 ข้อมูลส่วนตัว


เปลี่ยนชื่อใหม่ เขียน:
ผมว่าช่วงที่เข้า มันต้องมีสัมมาสติ และ สัมมาสมาธิ อยู่แล้ว

ยังไงก็น่าจะรู้สภาวะนั้นทันนะครับ เพราะมันน่าจะเป็นเหมือนสภาวะธรรม อื่นๆ s002

ผมคิดเอาเองนะครับ

ไม่แน่ใจเท่าไหร่ครับ


มรรคจิตเกิดขึ้นชั่วขณะจิตเดียวแล้วก็ดับ เกิดขึ้นมาประหานกิเลสเท่านั้น
ผลจิตก็จะเกิดขึ้นแทน และตั้งอยู่ในผลจิตตลอดไป

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 มี.ค. 2015, 11:38 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ม.ค. 2011, 17:26
โพสต์: 353


 ข้อมูลส่วนตัว


ลุงหมาน เขียน:
เปลี่ยนชื่อใหม่ เขียน:
ผมว่าช่วงที่เข้า มันต้องมีสัมมาสติ และ สัมมาสมาธิ อยู่แล้ว

ยังไงก็น่าจะรู้สภาวะนั้นทันนะครับ เพราะมันน่าจะเป็นเหมือนสภาวะธรรม อื่นๆ s002

ผมคิดเอาเองนะครับ

ไม่แน่ใจเท่าไหร่ครับ


มรรคจิตเกิดขึ้นชั่วขณะจิตเดียวแล้วก็ดับ เกิดขึ้นมาประหานกิเลสเท่านั้น
ผลจิตก็จะเกิดขึ้นแทน และตั้งอยู่ในผลจิตตลอดไป

อธิบายได้แจ่มแจ้งไปเลยครับ :b17:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 มี.ค. 2015, 01:37 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


deecup เขียน:
asoka เขียน:
:b8:
เคยมีพระบางรูปถามหลวงปู่มั่นว่า "ตอนบรรลุธรรม มันเป็นยังไงครับหลวงปู่"

หลวงปู่ตอบว่ามันไม่ทันรู้ละเอียดทันทีหรอก เปรียบเหมือนคนตกต้นไม้ เมื่อรู้ตัวก็นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นดินแล้ว
:b8:

หลวงปู่มั่นน่าจะหมายถึง จิตเข้าอรหันต์แล้วครับ แต่ของหลวงพ่อเยื้อน อาจจะเข้าจิตโสดาบัน
:b8:

:b8:
สำหรับเราท่านทั้งหลายก็คงได้กันเพียงคาดเดาอนุมาณกันเอาไปตามความคิดความเห็นและเหตุผลกันอย่างนี้แหละครับสำหรับการบรรลุธรรมเป็นพระอริยเจ้า แต่เมื่อถึงวันที่เราทำลายสมุทัยหรือเหตุทุกข์ลงได้บ้างแล้วเรื่องอย่างนี้จะกลายเป็นธรรมดาไม่มีปัญหาอะไรให้ต้องสงสัยเลยครับ
พึงควรสนทนากันแล้วกลับเอาไปเป็นกำลังใจหนุนให้เพียรทำจริงยิ่งๆขึ้นไปจนได้เสวยวิมุติธรรมจึงจักได้กำไรจากการสนทนา
:b38:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 มี.ค. 2015, 11:58 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2011, 09:13
โพสต์: 73


 ข้อมูลส่วนตัว


ความคิดเห็นส่วนตัว วิปัสนูกิเลส 10 ประการ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 10 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร