วันเวลาปัจจุบัน 07 ส.ค. 2020, 17:21  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 19 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ธ.ค. 2014, 11:04 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ธ.ค. 2012, 16:46
โพสต์: 412

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เราเป็นผู้ปฎิบัติธรรมอย่างงั้นหรือ s006

หรือ จิตเป็นผู้ปฎิบัติธรรม s006

หรือ ธาตุขันธ์ เป็นผู้ปฏิบัติธรรม s006

หรือจริงๆแล้ว ไม่มีใครปฏิบัติธรรม s006

ยังไงกันแน่นะ ใครกันนะกำลัง ปฏิบัติธรรมเพื่อนิพพาน s006 s006 s006


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ธ.ค. 2014, 11:53 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ธ.ค. 2011, 23:47
โพสต์: 298


 ข้อมูลส่วนตัว


ความจริงแล้วไม่มีสภาวะผู้ปฏิบัติธรรมและจิตของผู้ปฏิบัติธรรม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ธ.ค. 2014, 12:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2009, 22:21
โพสต์: 1975


 ข้อมูลส่วนตัว


คิดเหมือนพี่เต้ค่ะ พี่เต้มักจะคิด
ว่าเราไม่ใช่ผู้ปฎิบัติธรรม
เพียงแต่แค่ คือผู้ที่มีธรรมะอยู่ในใจ พอล่ะ

เพราะผู้ที่ปฎิบัติธรรมจริงๆ พวกเค้าจะไม่กล้ายุ่งเรื่องทางโลก เพราะถ้ายุ่งเรื่องทางโลก
ไม่สามารถที่จะหนีกิเลสต่างๆไปได้
ถ้าตัดเรื่องทางโลกได้เมื่อไหร่ นั่นหล่ะจะเข้าสู่การปฎิบัติธรรมได้

นี่เป็นความเห็นส่วนตัวของพี่เต้นะ
ก้อต้องดูความเห็นของผู้รู้ คนอื่นๆอีก :b55: :b41: :b48:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ธ.ค. 2014, 12:35 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 2077

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กาย จิต ธาตุขันธ์ ล้วนเกื้อกูลกันในการปฏิบัติธรรม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ธ.ค. 2014, 13:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2008, 21:56
โพสต์: 3924

ชื่อเล่น: เช่นนั้น
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ผู้ใดปฏิบัติธรรม สมควรแก่ธรรม ปฏิบัติชอบ ประพฤติตามธรรม ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติธรรม
ได้แก่
อุบาสก อุบาสิกา ภิกษุ ภิกษุณี ผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ปฏิบัติชอบ ประพฤติตามธรรม

ทาน ย่อมขัดเกลาความตระหนี่ ส่งเสริมความสละ
กุศลศีล ย่อมขัดเกลาให้พ้นจากอกุศลศีล
สัมมาสมาธิ ย่อมยังจิตให้ตั้งมั่นสงบจาก อภิชฌา พยาบาท และนิวรณ์ธรรม
ปัญญา ย่อมยังจิตให้พ้นจากมิจฉาทิฏฐิ และถึงซึ่งความดับแห่งอวิชชาตัณหาอุปาทาน

ดังนั้นจะกล่าวว่าผู้ปฏิบัติยิ่ง คือคู่บุรุษ 4 คู่
คือ โสดาปัตติบุคคล สกิทาคามีบุคลล อนาคามีบุคคล และอรหันตบุคคล เป็นผู้ปฏิบัติยิ่งในอริยะวินัย

ซึ่งไม่จำกัดเฉพาะสงฆ์ หรือภิกษุ แต่บุรุษ 4 คู่นั้นครอบคลุมไปทั่วทั้ง อุบาสก อุบาสิกา ภิกษุ ภิกษุณี

จะกล่าวโดยบุคคลาธิษฐาน คือแสดงถึง คู่บุรุษ4 คู่นี้
จะกล่าวโดยธรรมธิษฐาน คือคุณภาพของจิตในโลกุตรภูมิทั้ง 4

.....................................................
ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
บัญญัติ เป็นเพียงสิ่งต่ำต้อยแบกรับความยิ่งใหญ่


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ธ.ค. 2014, 00:24 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2012, 00:24
โพสต์: 34


 ข้อมูลส่วนตัว


แต่ละท่านที่กล่าวมา ตอบได้ถูก..แต่เข้าใจว่ามองคนละมิติ

จากคำถามของ เจ้าของกระทู้..หากคำถามนี้ผุดขึ้นมาระหว่างพิจารณาธรรม..เป็นคำถามที่น่าสืบค้นต่อ หากเราหาข้อสรุปจากผู้อื่น อาจได้ข้อสรุปที่ถูกต้อง..แต่เราจะพลาดการเห็นด้วยตนเอง
หากยังคงคำถามนี้ไว้ แล้วพิจารณามันต่อไป ปล่อยให้คำตอบเผยขึ้นมาเอง บางทีอาจพบมิติพิเศษของการเรียนรู้ นั่นคือ เราได้เป็นทั้งครูและลูกศิษย์ ของตัวเราเอง ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน อย่างสมบูรณ์


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ธ.ค. 2014, 04:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5941


 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
จากคำถามของ เจ้าของกระทู้..หากคำถามนี้ผุดขึ้นมาระหว่างพิจารณาธรรม..เป็นคำถามที่น่าสืบค้นต่อ หากเราหาข้อสรุปจากผู้อื่น อาจได้ข้อสรุปที่ถูกต้อง..แต่เราจะพลาดการเห็นด้วยตนเอง
หากยังคงคำถามนี้ไว้ แล้วพิจารณามันต่อไป ปล่อยให้คำตอบเผยขึ้นมาเอง บางทีอาจพบมิติพิเศษของการเรียนรู้ นั่นคือ เราได้เป็นทั้งครูและลูกศิษย์ ของตัวเราเอง ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน อย่างสมบูรณ์



คำตอบของคุณกิตติเป็นคำตอบที่ชาญฉลาด ลึกซึ้ง และแน่นอนที่สุด
และก็เป็นคำถามของ จขกท. ที่ถามใช้หลักธรรมที่พิจารณาธรรมไปตามหลักธรรม
ที่ค้นหาความจริงว่าอะไรเป็นเหตุอะไรเป็นผล :b8: ขออนุโมทนาละกัน

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ธ.ค. 2014, 06:56 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


เปลี่ยนชื่อใหม่ เขียน:
เราเป็นผู้ปฎิบัติธรรมอย่างงั้นหรือ s006

หรือ จิตเป็นผู้ปฎิบัติธรรม s006

หรือ ธาตุขันธ์ เป็นผู้ปฏิบัติธรรม s006

หรือจริงๆแล้ว ไม่มีใครปฏิบัติธรรม s006

ยังไงกันแน่นะ ใครกันนะกำลัง ปฏิบัติธรรมเพื่อนิพพาน s006 s006 s006


เป็น..เรา..ครับที่ปฏิบัติธรรม...

หากตอนนี้..เรามีความรู้สึกว่า...ร่างกายนี้เป็นเรา..ยังยึดร่างกายนี้เป็นเราอยู่...ก็เอาร่างกายนี้ปฏิบัติธรรมไปก่อน...รักษาร่างกายให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมกับการปฏิบัติ...ให้เหมาะสมกับการดำเนินชีวิต...พามันเข้าวัดฟังธรรม..รักษาศีล...เดินจงกรม...ทำสมาธิภาวนา...ฯลฯ..ไป...ทำไป..ทำไป...ให้เห็นอริยะสัจ...อะไรทุกข์..อะไรทำให้เกิดทุกข์...อาการสงบจากการไม่ทุกข์เป็นอย่างไร...เป็นต้น

หากยามใด..รู้สึกว่า..ธาตุขันธ์นี้เป็นเรา....ยังอยู่ในขั้นยึดธาตุขันธ์เป็นเราอยู่...ก็เอาธาตุขันธ์นี้ปฏิบัติธรรมไปก่อน...มีสติระลึกรู้เสมอในกาย...ให้รู้ว่ากายแสดงอาการอย่างนี้..อย่างนี้เกิดจากอะไร..มือสั่นปากสั่นเกิดจากโกรธ...เมื่อยตามข้อมือข้อเท้าเกิดจากอะไร...ใช่เพราะอยากขยับตัวเคลื่อนไหวออกไปจากที่ตรงนั้นเพื่อจะไม่ได้ยิน..ไม่ได้เห็น..ในสิ่งที่เราไม่ต้องการจากการถูกตำนิบ้าง..จากการเห็นภาพบาดตาบาดใจบ้าง...หรือไม่...รู้ทันเวทนา..รู้จิต..รู้ธรรม...ไปตามลำดับ..ทำไป..ทำไป...ให้เห็นอริยะสัจ...อะไรทุกข์..อะไรทำให้เกิดทุกข์...อาการสงบจากการไม่ทุกข์เป็นอย่างไร....อย่างนี้เป็นต้น

หากยามใด...รู้สึกว่า..จิตนี้เป็นเรา..ยังอยู่ในขั้นยึดจิตนี้เป็นเราอยู่...ก็ให้เอาจิตนี้ปฏิบัติธรรมไป...เมื่อผัสสะอย่างหนึ่งอย่างใด....ก็ให้รู้ทันจิต..ว่า..นี้จิตโลภเกิด...นี้จิตโกรธเกิด..นี้จิตโง่เกิด...เมื่อจิตโลภ..โกรธ..โง่...พวกนี้เกิด...เราจะเอามั้ย?...ทำไมถึงไม่เอา?...อันนี้ต้องรู้....ทำไป..ทำไป...ให้เห็นอริยะสัจ...อะไรทุกข์..อะไรทำให้เกิดทุกข์...อาการสงบจากการไม่ทุกข์เป็นอย่างไร...อย่างนี้เป็นต้น

เมื่อไร...เห็นอริยะสัจ4...สงบจากการไม่ทุกข์...ก็ให้รู้ว่า..เรานั้นแหละเป็นผู้ไม่ทุกข์....ส่วนเราจะเป็นอะไรก็คงไม่มีปัญหาแล้ว...ละ..ตอนนั้น
:b12: :b12: :b12:

ตอนแรก...อะไรๆก็เป็นเราไปหมดครับ...กายนี้เป็นเรา...ธาตุขันธนี้เป็นเรา..จิตนี้เป็นเรา...
พอเราสงบ...จิตก็สงบไม่ทุกข์...ธาตุขันธ์สงบไม่พลุ้งพล่าน..กายสงบไม่อาพาต..ส่งผลเป็นทอดๆ..


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ธ.ค. 2014, 08:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 08:10
โพสต์: 2812

แนวปฏิบัติ: ขันธ์5ด้วยการสังเกตุ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และอินทรีย์22
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระสุตตันตปิฎก
อายุ: 0
ที่อยู่: ระยอง อุบลราชธานี

 ข้อมูลส่วนตัว


เปลี่ยนชื่อใหม่ เขียน:
เราเป็นผู้ปฎิบัติธรรมอย่างงั้นหรือ s006

หรือ จิตเป็นผู้ปฎิบัติธรรม s006

หรือ ธาตุขันธ์ เป็นผู้ปฏิบัติธรรม s006

หรือจริงๆแล้ว ไม่มีใครปฏิบัติธรรม s006

ยังไงกันแน่นะ ใครกันนะกำลัง ปฏิบัติธรรมเพื่อนิพพาน s006 s006 s006


เป็นคำถามที่น่าสนใจครับ

เหมือนกับว่าถ้าไม่มีเราเขา ใครเป็นผู้ปฎิบัติธรรม

การปฎิบัติธรรมนั้นไม่ได้เจาะจงให้ธาตุใดปฎิบัติครับ

การปฎิบัติธรรมคือ การทำปัญญาให้แจ้งด้วยกุศลธรรมต่างๆ

ธาตุขันธ์ต่างๆเป็นแค่ธรรมชาติ มีเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป

แต่ธรรมชาติเป็นตัวแสดงให้รู้ว่า สัจธรรมนั้นย่อมเป็นไปตามกฎ

รูปขันธ์ย่อมแตกสลาย

นามขันธ์ย่อมแสดงเหตุและปัจจัย

อนุโมทนาครับ

.....................................................
อย่าท้อถอยต่อการปฏิบัติ อย่าปล่อยให้ความขุ่นเคืองเข้าแทรก สร้างพลังด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า รำลึกและตอบแทนพระคุณมารดา และบิดา มองโลกด้วยใจเป็นกลาง ระลึกเสมอว่าเรายังด้อยปัญญาหากยังไม่ได้ปัญญา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ธ.ค. 2014, 15:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มี.ค. 2010, 16:12
โพสต์: 2280

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เปลี่ยนชื่อใหม่ เขียน:
เราเป็นผู้ปฎิบัติธรรมอย่างงั้นหรือ s006

หรือ จิตเป็นผู้ปฎิบัติธรรม s006

หรือ ธาตุขันธ์ เป็นผู้ปฏิบัติธรรม s006

หรือจริงๆแล้ว ไม่มีใครปฏิบัติธรรม s006

ยังไงกันแน่นะ ใครกันนะกำลัง ปฏิบัติธรรมเพื่อนิพพาน s006 s006 s006

ใคร ที่รับผลบุญ ผลบาป
ผู้นั้นแหละ คือผู้ปฏิบัติธรรม ...


:b1:

.....................................................
"พุทโธ .. พุทโธ .. พุทโธ"
ภาวนาวันละนิด จิตแจ่มใส


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ธ.ค. 2014, 17:22 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ส.ค. 2011, 13:22
โพสต์: 80


 ข้อมูลส่วนตัว


รูปและนาม เราบังคับบัญชามันไม่ได้ เอาสติมาปฎิบัติธรรมดีกว่าครับ ขอบคุณครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ธ.ค. 2014, 18:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2009, 22:21
โพสต์: 1975


 ข้อมูลส่วนตัว


คุณ kitti1234 เขียน

อ้างคำพูด:
จากคำถามของ เจ้าของกระทู้..หากคำถามนี้ผุดขึ้นมาระหว่างพิจารณาธรรม..เป็นคำถามที่น่าสืบค้นต่อ หากเราหาข้อสรุปจากผู้อื่น อาจได้ข้อสรุปที่ถูกต้อง..แต่เราจะพลาดการเห็นด้วยตนเอง
หากยังคงคำถามนี้ไว้ แล้วพิจารณามันต่อไป ปล่อยให้คำตอบเผยขึ้นมาเอง บางทีอาจพบมิติพิเศษของการเรียนรู้ นั่นคือ เราได้เป็นทั้งครูและลูกศิษย์ ของตัวเราเอง ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน อย่างสมบูรณ์



จะเอาคำตอบของทุกท่านมาพิจารณา เพื่อจะได้คำตอบนั้น :b1:

ชอบคำตอบของคุณค่ะ :b8: :b41: :b55: :b48:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ธ.ค. 2014, 23:04 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ธ.ค. 2012, 16:46
โพสต์: 412

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อมันตรา เขียน:
รูปและนาม เราบังคับบัญชามันไม่ได้ เอาสติมาปฎิบัติธรรมดีกว่าครับ ขอบคุณครับ



สติมันบังคับได้ไหมครับ s006


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ธ.ค. 2014, 07:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5941


 ข้อมูลส่วนตัว


เปลี่ยนชื่อใหม่ เขียน:
อมันตรา เขียน:
รูปและนาม เราบังคับบัญชามันไม่ได้ เอาสติมาปฎิบัติธรรมดีกว่าครับ ขอบคุณครับ



สติมันบังคับได้ไหมครับ s006


วิสัชชนา
สติ คำเดียวทำหน้าที่หลายอย่าง ยกตัวอย่างเท่าที่พอจำได้

สติ อยู่ภายใต้ในกฏแห่งไตรลักษณ์ จึงคับบัญญชาไม่ได้
สติ เป็น อินทรีย์ คือสตินทรีย์ ความเป็นใหญ่ของสติ มีหน้าที่ รู้ทันปัจจุบันหรือระลึกกำหนดรู้ในสิ่งที่ควร
สติ เป็นสังขารขันธ์ เพราะว่าสติเป็นธรรมที่ปรุงแต่งจิตที่เป็นฝ่ายดี.
สติ เป็นอายตนะ เพราะสติเป็นธรรมายตนะ
สติ เป็นธาตุ เพราะสติเป็นธรรมธาตุ
สติ เป็นทุกขสัจจะ ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ต้องเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
สติ เป็นมรรค สัมมาสติมรรค การระลึกชอบ เป็นองค์หนึ่งในมรรค ๘
สติ เป็นมหาสติ ในสติปัฏฐาน ๔ มี กาย เวทนา จิต ธรรม

อุปมาเหมือนหญิงคนหนึ่ง
เมื่ออยู่กับพ่อแม่ เขาจะทำหน้าที่เป็นลูก
เมื่ออยู่กับลูก เขาจะทำหน้าที่เป็นแม่
เมื่ออยูกับสามี เขาทำหน้าที่เป็นภรรยา
เมื่ออยู่กับพี่ เขาจะทำหน้าที่เป็นน้อง
อยู่กับน้อง เขาจะทำหน้าที่เป็นพี่
เมื่อไปโรงเรียน เขาจะทำหน้าที่เป็นครู
เมื่อกลับจากโรงเรียน เขาจะหน้าที่เป็นแม่ครัว
เมื่อว่างจากงานอื่น เขาจะทำหน้าที่เป็นแม่บ้านทำความสะอาด

เป็นการยกตัวอย่างเปรียบเทียบให้เห็นว่า "สติ" ก็ในทำนองเดียวกัน
จะเจาะลงไปเลยที่เดียวเลยไม่ได้ แล้วแต่ว่าสถานะตอนนั้น

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ธ.ค. 2015, 10:37 
 
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 15:32
โพสต์: 1764


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 19 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร