วันเวลาปัจจุบัน 25 ต.ค. 2020, 15:49  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 มิ.ย. 2014, 08:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อรรถกถาคืออะไร


เป็นธรรมดาว่า ในการศึกษาค้นคว้าและทำงานต่างๆเกี่ยวกับพระไตรปิฎกนั้น ส่วนงานที่สำคัญก็คือ การแปลภาษาบาลี และการปรึกษาคัมภีร์ประกอบ เฉพาะอย่างยิ่งการดูอรรถกถา

อย่างไรก็ตาม ผู้ศึกษาที่อ่านที่ใช้พระไตรปิฎกแปล ไม่ว่าจะของใครหรอฉบับไหนก็ตาม บางทีไม่ทราบและมองไม่เห็นภาพรวมแห่งการเกิดขึ้นของหนังสือแปลพระไตรปิฎก ทำให้ไม่เข้าใจสถานะของคัมภีร์ทั้งหลาย ตลอดจนการปฏิบัติต่อพระไตรปิฎกฉบับที่แปลจากภาษาบาลีให้พอดีและสมควรตามความ เป็นจริง

บางคนประณามอรรถกถา หรือ ปฏิเสธอรรถกถา กลายเป็นสุดโต่งไปด้วยความไม่รู้

อย่างน้อยจึงควรรู้จักอรรถกถาว่าคืออะไร อรรถกถานั้นชื่อก็บอกอยู่ในตัวแล้วว่าคืออะไร

"อรรถกถา" แปลตรงตัวว่า คำบอกความหมาย ถ้าแปลให้ใหญ่ขึ้นอีก ก็ตรงกับ อัตถสังวรรณนา คือข้อความที่พรรณนาความหมาย


ว่า โดยพื้นฐาน พูดอย่างสมัยนี้ อรรถกถาก็คือ พจนานุกรม หรือ dictionary นั่นเอง แต่เป็น dictionary ที่ไม่เรียงคำตามลำดับอักษร (ไม่ใช่ alphabetically arranged) แต่เรียงตามลำดับพุทธพจน์ที่อยู่ในพระไตรปิฎก (เรียงตาม text sequence; text นี่คือตัวบทอันได้แก่พุทธพจน์)

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 มิ.ย. 2014, 08:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33853

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ต่อ


แต่ข้อทีทำให้คนบางทีมองอรรถกถาไม่ออก จับไม่ถูกว่าอะไรคืออรรถกถา ก็อยู่ที่ว่า superbly illustrated เลยทีเดียว คือมี illustrations อันได้แก่ส่วนเสริมประกอบช่วยอธิบายมากมายเหลือล้น แม้จะมิใช่ภาพประกอบ แต่มีตัวอย่าง มีเรื่องราว มีคำเล่าขาน มีนิทาน ที่ใช้ประกอบและขยายคำอธิบายเกลื่อนไป บางทีเป็นเรื่องเล่าในท้องถิ่น หรือเป็นเหตุการณ์ที่เล่าลือจำติดกันมา บางทีเป็นเรื่องนิยมตามยุคสมัย ซึ่งอาจจะดูพิลึกพิลั่นไปเลยก็มี


เรื่องเล่าตามเหตุการณ์และ ตำนาน เป็นต้นนี้ มีประกอบเสริมเข้ามา กว่าพระพุทธโฆสจะไปแปลอรรถกถากลับเป็นภาษาบาลี ก็ใกล้ พ.ศ. ๑๐๐๐ แล้วพระพุทธโฆสเอง และพระอาจารย์ร่วมสมัย ก็ยังเขียนมติของท่าน และเรื่องราวของยุคสมัยลงไปด้วย คนที่อ่านอรรถกถา บางทีมองภาพของอรรถกถาที่ส่วนเสริมประกอบเหล่านี้หรือจับเอาส่วนนี้เป็นความ หมายของอรรถกถา ก็เข้าใจเตลิดไป


ที่จริง เนื้อตัวแท้ๆหรือส่วนแกนของอรรถกถา ก็ตรงไปตรงมา คือ "คำบอกความหมาย" คล้าย dictionary ที่ว่าข้างต้น และส่วนนี้แหละที่นักแปลพระไตรปิฎกกล่าวได้ว่าทุกท่านได้ปรึกษาอาศัย


อย่าง ไรก็ดี ต่อจากส่วนแกนที่เป็นอย่างพจนานุกรมนี้แล้ว อรรถกถามีส่วนที่เหนือขึ้นไปอีก คือการสรุปคำอธิบาย การเชื่อมโยงเรื่องราวหรือสาระกับหลักฐานที่อื่น การแสดงมติของท่านเอง การยกมติของผู้อื่นมาวิจารณ์และเทียบเคียง เป็นต้น และคงเพราะมีส่วนนี้นั่นเองที่ทำให้ฝรั่งแปล "อรรถกถา" ว่า commentary

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 10 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร