วันเวลาปัจจุบัน 01 ต.ค. 2020, 01:50  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 เม.ย. 2014, 08:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3911


 ข้อมูลส่วนตัว


ร่างกายเราก็ดี ร่างกายเขาก็ดี วัตถุธาตุทั้งหมด ก็ดี
ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน มีความเกิดขึ้นในเบื้องต้น
มีความแปรปรวนไปในท่านกลาง มีการสลายตัวไปในที่สุด
และร่างกายของแต่ละร่างกาย ก็เต็มไปด้วยความสกปรกโสโครก
มันไม่มีอะไรเป็นจริงเป็นของเราเสียจริง ๆ

• ธรรมโอวาทพระราชพรหมยาน : หลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ) วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี •
::กฏของธรรมดา




บทกลอนเทิดพระเกียรติ องสมเด็จพระอรหันตสัมมาสมพุทธเจ้า

ฝูงมัจฉา ไม่อาจเห็น เช่นสัตว์บก
หมู่วิหค ก็ไม่เห็น เช่นมัจฉา
พระพุทธเจ้า แจ้งจบ ทุกภพมา!
พระญาณา ธรรมทิพย์ จรด..นิพพาน..

ตรัสรู้ หลักธรรม อันล้ำเลิศ
สุดประเสริฐ เทพ-พรหมา พาโจทย์ขาน
น้อมสดับ ตรับฟัง อย่างโอฬาร
ทิพย์พิมาน สะเทือนลั่น ทุกชั้นไป..

พระมหา บุรุษเลิศ ประเสริฐสุด!
เปรียบประดุจ ประทีปแก้ว แผ้วผ่องใส
ปหานปวง โมหันธ์..พลันบรรลัย
ส่องจิตใจ ด้วยโอสถ รสสัจจธรรม..

ชนเหล่าใด พึงสดับ กลับปลอดโปร่ง
เลิกยึดโยง ตัณหา พาอิ่่มหนำ
จิตสว่าง กระจ่างแจ้ง แสงพระธรรม
ดังดื่มด่ำ อมฤต ปิดอบาย..

เรามนุษย์ เกิดมา นาเพื่อนเอ๋ย
อย่าละเลย หรือผัดผ่อน ก่อนจะสาย
อันวันเกิด รู้แน่ แต่วันตาย
จะมีใคร ล่วงรู้..ด้วยหูตา..

หมั่นให้ทาน รักษาศีล คงสิ้นทุกข์
อบายมุข เลิกหมด งดอิจฉา
อบรมจิต สมาธิ ตริปัญญา
ปรารถนา สู่สวรรค์..นิพพานเทอญ.

กลอน สื่อทิพย์ เสียงสวรรค์




เรืองภิกษุฆ่าหงส์


ข้อความเบื้องต้น

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภภิกษุผู้ฆ่าหงส์

รูปหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า " หตฺถสญฺญโต " เป็นต้น.



สองสหายออกบวช

ดังได้สดับมา สหายสองคนชาวกรุงสาวัตถี ได้บรรพชาอุปสมบท

ใน (สำนัก) ภิกษุทั้งหลายแล้ว โดยมากเที่ยวไปด้วยกัน.

ในวันหนึ่ง ภิกษุสองรูปนั้นไปสู่แม่น้ำอจิรวดี สรงน้ำแล้วผิงแดด

อยู่ ได้ยืนพูดกันถึงสาราณียกถา. ในขณะนั้น หงส์สองตัวบินมาโดย

อากาศ.



ภิกษุรูปหนึ่งดีดตาหงส์ด้วยก้อนกรวด

ขณะนั้น ภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งหยิบก้อนกรวดแล้วพูดว่า " ผมจักดีด

ตาของหงส์ตัวหนึ่ง," ภิกษุนอกนี้กล่าวว่า " ท่านจักไม่สามารถ."

ภิกษุรูปที่หนึ่ง. ตาข้างนี้จงยกไว้, ผมจักดีดตาข้างโน้น.

ภิกษุรูปที่สอง. แม้ตาข้างนี้ ท่านก็จักไม่สามารถ (ดีด) เหมือนกัน.

ภิกษุรูปที่หนึ่ง. พูดว่า " ถ้าอย่างนั้น ท่านจงคอยดู" แล้วหยิบ

กรวดก้อนที่สอง ดีดไปทางข้างหลังของหงส์. หงส์ได้ยินเสียงก้อนกรวด

จึงเหลียวดู. ขณะนั้น เธอหยิบก้อนกรวดกลมอีกก้อนหนึ่ง แล้วดีดหงส์

ตัวนั้นที่ตาข้างโน้น ให้ทะลุออกตาข้างนี้. หงส์ร้อง ม้วนตกลงแทบเท้า

ของภิกษุเหล่านั้นนั่นแล.



ภิกษุทั้งหลายติเตียนแล้วทูลแด่พระศาสดา

ภิกษุทั้งหลาย ยืนอยู่ในที่นั้น ๆ เห็นแล้ว จึงกล่าวว่า " ผู้มีอายุ

เธอบวชในพระพุทธศาสนา ทำปาณาติบาต (นับว่า) ทำกรรมไม่สมควร"

แล้วพาภิกษุทั้งสองรูปนั้นไปเฝ้าพระตถาคต.



พระศาสดาประทานโอวาท

พระศาสดาตรัสถามว่า " ภิกษุ ได้ยินว่า เธอทำปาณาติบาตจริง

หรือ ?" เมื่อเธอกราบทูลว่า " จริง พระเจ้าข้า " จึงตรัสว่า " ภิกษุ เธอ

บวชในพระศาสนาที่เป็นเหตุนำสัตว์ออกจากทุกข์ เห็นปานนี้ ได้ทำแล้ว

อย่างนี้ เพราะเหตุอะไร ? บัณฑิตในปางก่อน เมื่อพระพุทธเจ้ายิ่งไม่

ทรงอุบัติ อยู่ในท่ามกลางเรือน ทำความรังเกียจในฐานะแม้มีประมาณ

น้อย, ส่วนเธอบวชในพระพุทธศาสนาเห็นปานนี้ หาได้ทำแม้มาตรว่า

ความรังเกียจไม่" อันภิกษุเหล่านั้นทูลอ้อนวอนแล้ว ทรงนำอดีตนิทาน

มา (ตรัส) ว่า :-



ศีล ๕ ชื่อกุรุธรรม

" ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าธนญชัยเสวยราชสมบัติอยู่ในพระนคร

ชื่ออินทปัตตะ ในแคว้นกุรุ, พระโพธิสัตว์ถือปฏิสนธิในพระครรภ์ของ

พระอัครมเหสีของพระราชานั้น ถึงความเป็นผู้รู้เดียงสาแล้วโดยลำดับ

ทรงเรียนศิลปะทั้งหลายในเมืองตักกสิลาแล้ว อันพระบิดาทรงให้ดำรงใน

ตำแหน่งอุปราช ในกาลต่อมา โดยกาลเป็นที่ล่วงไปแห่งพระบิดา ได้รับ

ราชสมบัติแล้ว ไม่ทรงละเมิดราชธรรมทั้ง ๑๐ ประการ๑ ทรงประพฤติ



(๑. ราชธรรม ๑๐ คือ:- ทานํ การให้ ๑ สีลํ ศีล ๑ ปริจฺจาคํ การบริจาค ๑ อาชฺชวํ ความ

ซื่อตรง ๑ มทฺทวํ ความอ่อนโยน ๑ ตปํ ความเพียร ๑ อกฺโกธํ ความไม่โกรธ ๑ อวิหึสา

ความไม่เบียดเบียน ๑ ขนฺติ ความอดทน ๑ อวิโรธนํ ความไม่พิโรธ ๑)



อยู่ในกุรุธรรมแล้ว. ศีล ๕ ชื่อว่ากุรุธรรม. พระโพธิสัตว์ทรงรักษาศีล ๕

นั้น ทำให้บริสุทธิ์. พระชนนี พระอัครมเหสี พระอนุชา อุปราช

พราหมณ์ปุโรหิต อำมาตย์ผู้ถือเชือก๑ นายสารถี เศรษฐี มหาอำมาตย์

ผู้เป็นขุนคลัง๒ คนรักษาประตู นางวรรณทาสี๓ ผู้เป็นหญิงงามเมือง

ของพระโพธิสัตว์นั้น ย่อมรักษาศีล ๕ เหมือนพระโพธิสัตว์ ด้วยประการ

ฉะนี้.



แคว้นกาลิงคะเกิดฝนแล้ง

เมื่อชนทั้ง ๑๑ คนนี้ รักษากุรุธรรมอยู่อย่างนั้น, เมื่อพระราชา

ทรงพระนามว่ากาลิงคะ เสวยราชสมบัติอยู่ในพระนครทันตบุรี ในแคว้น

กาลิงคะ ฝนมิได้ตกในแคว้นของพระองค์แล้ว . ก็ช้างมงคล ชื่อว่าอัญ-

ชนาสภะของพระมหาสัตว์ เป็นสัตว์มีบุญมาก. ชาวแคว้นพากันกราบทูล

ด้วยสำคัญว่า " เมื่อนำช้างนั้นมาแล้ว ฝนจักตก."

พระราชาทรงส่งพวกพราหมณ์ไป เพื่อต้องการนำช้างนั้นมา.

พราหมณ์เหล่านั้นไปแล้ว ทูลขอช้างกะพระมหาสัตว์แล้ว. เพื่อจะทรง

แสดงอาการขอนี้ของพราหมณ์เหล่านั้น พระศาสดาจึงตรัสชาดก๔ในติก-

นิบาตนี้เป็นต้นว่า :-



" ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นใหญ่แห่งชน ข้าพระพุทธ-

เจ้าทั้งหลาย ทราบศรัทธาและศีลของพระองค์แล้ว

ขอพระราชทานแลกทองด้วยช้าง ซึ่งมีสีดุจดอกอัญ-

ชัน ไปในแคว้นกาลิงคะ."

(๑. พนักงานรางวัด. ๒. โทณมาปโก ผู้ตวงวัตถุด้วยทะนาน. โทณะหนึ่งเท่ากับ ๔ อาฬหก.

๓. หญิงคนใช้รูปงาม ๔. ขุ. ชา. ๒๗/ข้อ ๔๒๗. กุรุธรรมชาดก. อรรถกถา. ๔/ ๑๑๙.)



ก็เมื่อพราหมณ์ทั้งหลายนำช้างมาแล้ว, เมื่อฝนไม่ตก, ด้วยทรง

สำคัญว่า "พระราชานั้นทรงรักษากุรุธรรม; เพราะฉะนั้น ฝนจึงตกใน

แคว้นของพระองค์" พระเจ้ากาลิงคะ จึงทรงส่งพวกพราหมณ์และอำมาตย์

ไปอีก ด้วยพระดำรัสว่า " พวกท่านจงจารึกกุรุธรรมที่พระราชานั้นรักษา

ลงในแผ่นทองคำแล้วนำมา." เมื่อพราหมณ์และอำมาตย์เหล่านั้นไปทูลขอ

อยู่, ชนเหล่านั้นแม้ทั้งหมด นับแต่พระราชาเป็นต้น กระทำอาการสักว่า

ความรังเกียจบางอย่างในศีลทั้งหลายของตน ๆ แล้ว ห้ามว่า " ศีลของ

พวกเราไม่บริสุทธิ์ " ถูกพราหมณ์และอำมาตย์เหล่านั้นอ้อนวอนหนักเข้า

ว่า " ความทำลายแห่งศีล หาได้มีด้วยเหตุเพียงเท่านี้ไม่" จึงได้บอกศีล

ทั้งหลายของตน ๆ แล้ว.



พระเจ้ากาลิงคะทรงรักษากุรุธรรมฝนจึงตก

พระเจ้ากาลิงคะ ได้ทอดพระเนตรกุรุธรรมที่พวกพราหมณ์และ

อำมาตย์จารึกลงในแผ่นทองคำนำมา ทรงสมาทานบำเพ็ญให้บริบูรณ์ด้วย

ดี. ฝนจึงตกในแคว้นของพระองค์, แว่นแคว้นได้เกษม มีภิกษาหาได้

โดยง่ายแล้ว.



พระศาสดาครั้นทรงนำอดีตนิทานนี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า:-

" หญิงแพศยาในครั้งนั้น ได้เป็นนางอุบลวรรณา,

คนรักษาประตู ได้เป็นภิกษุชื่อว่าปุณณะ, อำมาตย์ผู้

ถือเชือก ได้เป็นกัจจานภิกษุ, และอำมาตย์ผู้เป็น

ขุนคลัง ได้เป็นโกลิตะ, เศรษฐีในครั้งนั้น ได้เป็น

สารีบุตร, นายสารถี ได้เป็นอนุรุทธะ, พราหมณ์

ได้เป็นกัสสปเถระ, อุปราช ได้เป็นนันทบัณฑิต,

พระมเหสี ได้เป็นมารดาของราหุล, พระชนนี ได้

เป็นพระนางมายาเทวี, พระเจ้ากุรุ ได้เป็นพระโพธิ-

สัตว์; พวกเธอจงจำชาดกไว้ด้วยอาการอย่างนี้"



ดังนี้แล้ว ตรัสว่า " ภิกษุ บัณฑิตในครั้งก่อน เมื่อความรำคาญ

แม้มีประมาณน้อยเกิดขึ้นแล้ว, ทำศีลเภทของตนให้เป็นเครื่องรังเกียจแล้ว

อย่างนี้, ส่วนเธอ บวชในศาสนาของพระพุทธเจ้าผู้เช่นกับด้วยเรา ยัง

ทำปาณาติบาตอยู่ (นับว่า) ได้ทำกรรมอันหนักยิ่งนัก; ธรรมดาภิกษุ ควร

เป็นผู้สำรวมด้วยมือ เท้า และวาจา" ดังนี้แล้ว ตรัสพระคาถานี้ว่า :-



๒. หตฺถสญฺญโต ปาทสญฺญโต

วาจาย สญฺญโต สญฺตตฺตโม

อชฺฌตฺตรโต สมาหิโต

เอโก สนฺตุสิโต ตมาหุ ภิกขุ.



" บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวบุคคลผู้มีมือสำรวม

แล้ว มีเท้าสำรวมแล้ว มีวาจาสำรวมแล้ว มีตน

สำรวมแล้ว ยินดีในธรรมอันเป็นไปภายใน มีจิต

ตั้งมั่นแล้ว เป็นคนโดดเดี่ยว สันโดษว่า " เป็น

ภิกษุ."



แก้อรรถ

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า หตฺถสญฺญโต ความว่า ชื่อว่าผู้มีมือ

อันสำรวมแล้ว เพราะความไม่มีการคะนองมือเป็นต้น* หรือการประหาร

สัตว์เหล่าอื่นเป็นต้นด้วยมือ.

(๑. การยังมือให้เล่นเป็นต้น.)



นัยแม้ในบทที่สอง ก็เหมือนนัยนี้.

ก็ชื่อว่าผู้มีวาจาอันสำรวมแล้ว เพราะไม่ทำวจีทุจริต มีพูดเท็จทาง

วาจาเป็นต้น.

บทว่า สญฺญตตฺตโม คือผู้มีอัตภาพอันสำรวมแล้ว, อธิบายว่า ผู้

ไม่ทำอาการแปลก มีโคลงกาย สั่นศีรษะ และยักคิ้ว เป็นต้น.

บทว่า อชฺฌตฺตรโต ความว่า ผู้ยินดีในการเจริญกัมมัฏฐาน

กล่าวคือโคจรธรรมอันเป็นไป ณ ภายใน.

บทว่า สมาหิโต คือ ผู้มีจิตตั้งมั่นด้วยดีแล้ว.

สองบทว่า เอโก สนฺตุสิโต ความว่า เป็นผู้มีปกติอยู่ผู้เดียวยินดี

แล้วด้วยดี คือมีใจยินดีแล้วด้วยอธิคมแห่งตน จำเดิมแต่การประพฤติใน

วิปัสสนา. จริงอยู่ พระเสขบุคคลแม้ทุกจำพวก ตั้งต้นแต่กัลยาณปุถุชน

ย่อมยินดีด้วยอธิคมแห่งตน เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าผู้สันโดษ, ส่วนพระ-

อรหันต์ เป็นผู้ยินดีแล้วโดยส่วนเดียวแล; พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหมาย

เอาพระอรหันต์นั้น จึงตรัสคำนั่นว่า " เอโก สนฺตุสิโต. "



ในกาลจบเทศนา ชนเป็นอันมากบรรลุอริยผลทั้งหลาย มีโสดา-

ปัตติผลเป็นต้น ดังนี้แล.



เรื่องภิกษุฆ่าหงส์ จบ.





เอาบุญมาฝากจะถวายสังฆทาน เจริญวิปัสสนา ให้ธรรมะเป็นทาน ให้อภัยทาน บอกบุญ สักการะพระธาตุ ให้อาหารสัตว์เป็นทาน ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน ถวายข้าวพระพุทธ อนุโมทนาบุญกับผู้อื่น สร้างพระสร้างเจดีย์สร้างธรรมจักรสร้างรอยพระพุทธบาทสร้างระฆังและอัครสาวกซ้ายขวาสร้างพระสีวลีสร้างพระกัสสะปะสร้างพระอุปคุตสร้างพระองคุลีมารผสมทองคำเปลวพร้อมนำดอกไม้มาบูชาถวายพระรัตนตรัย
รักษาศีล เจริญภาวนา สวดมนต์ ให้อาหารสัตว์เป็นทานเป็นประจำ กรวดน้ำอุทิศบุญ อนุโมทนากับพ่อแม่ญาติพี่น้องที่รักษาศีล ฟังธรรม ให้ทาน อนุโมทนากับเพื่อนๆที่รักษาศีล ศึกษาการรักษาโรค ที่ผ่านมาคุณแม่ได้ถวายสังฆทานมาโดยตลอด ที่ผ่านมาได้ปิดทองพระ รักษาอาการป่วยของผู้อื่นกับผู้ร่วมงาน และที่ผ่านมาได้รักษาอาการป่วยของบิดามารดา ปล่อยชีวิตสัตว์มาโดยตลอด ถวายยาแก่ภิกษุ ขัดองค์พระ ที่ผ่านมาได้จุดเทียนถวายพระรัตนตรัย ให้ความรู้สมุนไพรเพื่อสุขภาพเป็นวิทยาทาน ที่ผ่านมาคุณแม่ได้ทำบุญหลายอย่างมาโดยตลอด ที่ผ่านมาได้ถวายสังฆทานและทำบุญสร้างอาคารผู้ป่วยและกฐินกับเพื่อนๆและให้อาหารเป็นทานแก่สรรพสัตว์กับเพื่อนๆและเพื่อนคนหนึ่งและบริวารของเพื่อนและครอบครัวของเพื่อนได้มีจิตเมตตาให้ทานและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือผู้อื่นอยู่ตลอดและเพื่อนได้เคยสวดมนต์เย็นกับคุณแม่และที่ผ่านมาได้ทำบุญสักการะพระธาตุทำบุญปิดทองชำระหนี้สงฆ์และไหว้พระและทำบุญตามกล่องรับบริจาคตามวัดต่างๆกับเพื่อนและตั้งใจว่าจะสร้างบารมีให้ครบทั้ง 10 อย่างขอให้อนุโมทนาบุญด้วย

ขอเชิญถวายสังฆทาน เจริญวิปัสสนา ให้ธรรมะเป็นทาน ให้อภัยทาน บอกบุญ ให้อาหารสัตว์เป็นทาน สักการะพระธาตุ ฟังธรรม สวดมนต์ ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน
รักษาศีล เจริญภาวนา สวดมนต์ สร้างพระสร้างเจดีย์สร้างธรรมจักรสร้างรอยพระพุทธบาท
สร้างระฆังและอัครสาวกซ้ายขวาสร้างพระสีวลีสร้างพระกัสสะปะสร้างพระอุปคุตสร้างพระองคุลีมารผสมทองคำเปลวพร้อมนำดอกไม้มาบูชาถวายพระรัตนตรัย กรวดน้ำอุทิศบุญ ถวายข้าวพระพุทธ อนุโมทนาบุญกับผู้อื่น สนทนาธรรม
ถวายข้าวพระพุทธ อนุโมทนาบุญกับผู้อื่น รักษาอาการป่วยของผู้อื่น รักษาอาการป่วยของบิดามารดา จุดเทียนถวายพระรัตนตรัย
ปิดทอง สักการะพระธาตุ กราบอดีตสังขารเจ้าอาวาสที่ไม่เน่าเปื่อย ที่วัดแจ้ง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ปิดทองพระ ปล่อยชีวิตสัตว์ถวายยาแก่ภิกษุ ไหว้พระตามวัดต่างๆ ขัดองค์พระ ให้ความรู้สมุนไพรในการดูแลสุขภาพเป็นทาน
และสร้างบารมีให้ครบทั้ง 10 อย่างขอเชิญร่วมบุญกุศลร่วมกันนะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 เม.ย. 2014, 14:09 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ม.ค. 2014, 08:17
โพสต์: 73

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:
แม้ร่างกายจะเป็นของสกปรก มีธาตุไหลเข้า ไหลออก ตลอดเวลานั้น
มนุษย์ผู้ครองเรือน ก็ยังเห็นเป็นของน่าบำรุง รักษา เห็นเป็นของน่ารัก น่าใคร่ เป็นที่เจริญตาเจริญใจอยู่
ด้วยเหตุที่เรือนร่างผุดผาด เปร่งปรั่ง สะพรั่ง ถูกตาต้องใจ หนุ่มสาวยิ่งนัก

หากแต่ผู้มีปัญญา พิจารณาแล้วเห็นตามจริงว่า มีสิ่งใดซุกซ่อนอยู่ในหีบแห่งร่างกายอันสวยสดงดงามนี้
:b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 เม.ย. 2014, 14:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มิ.ย. 2011, 10:18
โพสต์: 590

โฮมเพจ: www.bhuddhakhun.blogspot.com
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


สองใจ เขียน:
:b8:
แม้ร่างกายจะเป็นของสกปรก มีธาตุไหลเข้า ไหลออก ตลอดเวลานั้น
มนุษย์ผู้ครองเรือน ก็ยังเห็นเป็นของน่าบำรุง รักษา เห็นเป็นของน่ารัก น่าใคร่ เป็นที่เจริญตาเจริญใจอยู่
ด้วยเหตุที่เรือนร่างผุดผาด เปร่งปรั่ง สะพรั่ง ถูกตาต้องใจ หนุ่มสาวยิ่งนัก

หากแต่ผู้มีปัญญา พิจารณาแล้วเห็นตามจริงว่า มีสิ่งใดซุกซ่อนอยู่ในหีบแห่งร่างกายอันสวยสดงดงามนี้
:b8:

อนุโมทนานะครับ :b8:

.....................................................
รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 เม.ย. 2014, 06:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5984


 ข้อมูลส่วนตัว


สองใจ เขียน:
:b8:
แม้ร่างกายจะเป็นของสกปรก มีธาตุไหลเข้า ไหลออก ตลอดเวลานั้น
มนุษย์ผู้ครองเรือน ก็ยังเห็นเป็นของน่าบำรุง รักษา เห็นเป็นของน่ารัก น่าใคร่ เป็นที่เจริญตาเจริญใจอยู่
ด้วยเหตุที่เรือนร่างผุดผาด เปร่งปรั่ง สะพรั่ง ถูกตาต้องใจ หนุ่มสาวยิ่งนัก

หากแต่ผู้มีปัญญา พิจารณาแล้วเห็นตามจริงว่า มีสิ่งใดซุกซ่อนอยู่ในหีบแห่งร่างกายอันสวยสดงดงามนี้
:b8:


สิ่งที่ว่าไม่สวยไม่งามเป็นสิ่งโสโครกของร่างกายนั้น ถูกห่อหุ้มด้วยถุงหนัง
เพื่อปกปิดความ สะอิ สะเอียน บางคนก็ได้ถุงหนังมาดีก็ดูงาม ได้ถุงหนังไม่ดีก็ดูไม่งาม
ในที่สุดสิ่งโสโครกก็จะไหลออกมาตามถุงหนังทุกคน จึงจำเป็นที่จะต้องทำความสะอาดกันทุกวี่วัน

ไม่มีตรงไหนเลยที่จะว่างเว้นการดูแลทำความสะอาดจะแม้แต่น้อย
แต่ก็ยังดูเหมือนว่าร่างกายนี้จะเปล่งปลั่งสวยงามนั้น ก็เพราะถูกตัณหาครอบงำอยู่
แล้วตัวสังขารเป็นผู้บงการทั้งสิ้น จึงวนเวียนกันเป็นอย่างนี้หาที่สิ้นสุดมิได้

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 เม.ย. 2014, 19:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3911


 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 13 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร


cron