วันเวลาปัจจุบัน 16 ก.ย. 2019, 09:05  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 220 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8 ... 15  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ม.ค. 2014, 12:20 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มี.ค. 2013, 20:15
โพสต์: 91

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
เอาอีกแล้ว เอาพระอภิธรรมในพระไตรปิฎกกับพระอภิธรรมมัตถสังคหะมายำซะเละ
นี่มาอีกแล้วคร้าบ เอาท่านพุทธโฆษะมาอ้างอีก งานนี้สงสัยได้กินจับฉ่ายหรือไม่ก็แกงโฮ๊ะแน่ๆ


เมาน้ำหมักชีวะภาพหรือครับคุณโฮ
ที่ผมยกมาเป็นคำอธิบายใน อัฏฐสาลินีอรรถกถาครับ
เป็นอรรถกถาอธิบายพระอภิธรรมปิฏกครับ

s002


อ้างคำพูด:

เอาอย่างนี้คุณกล้าให้สัจจ์มั้ยว่า เนื้อหาที่คุณเอามาเป็นอรรถกถาของท่านพุทธโฆษะแท้ๆ
ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงบัญญัติที่ท่านพุทธโฆษาจารย์บัญญัติไว้

ผมว่าอีกหน่อยคุณต้องอ้าง คัมภีร์เก้าอิมของวัดเส้าหลินแน่ๆ :b32:


อัฏฐาสาลินีอรรถกถา หน้า 376-378 ไปอ่านดูครับ


อ้างคำพูด:
คุณนี่สงสัยไม่เข้าใจภาษา สนทนาธรรมกันด้วยภาษาไทย มันต้องมีหลักเทียบเคียง
มันต้องเอาให้แน่ว่า จะเอาอะไรเป็นหลัก......จะเอาพระไตรปิฎก หรือจะเอาพระอภิธรรมมัตถ์ฯ
มันให้มันแน่เป็นอย่างๆ นี่อะไรกันหาเหตุผลไม่ได้ดันไพร่ไปหา ท่านพุทธโฆษะแล้ว


ผมสู้ระบบจิ้นของคุณโฮไม่ได้หรอกครับ
จนถึงตอนนี้ ยกหลักฐานมาตอบคำถามที่ผมถามได้บ้างหรือยังครับ

น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง ออกเรื่องโน้น อ้างเรื่องนี้ ไปเรื่องนั้น


ตอบมาหน่อยสิครับ

อ้างคำพูด:
คุณอ่านพระธรรมไม่ใช่สมาธิ อีกทั้งไม่รู้ความเป็นมาของธรรม
ดันเอาพระอภิธรรมมาอ้างทั้งๆที่ไม่รู้เรื่อง ความหมายในพระอภิธรรม
มันต้องวางแบบนี้..............

[๒๑] จิต มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
.

จิตมีสมัยนั้น...หมายถึง จิตที่เป็นกุศล อันเป็นส่วนประกอบของธรรมที่เป็นกุศล
(แนะนำไปแล้วให้อ่านพระธรรมให้หมด ไม่ใช่อ่านเป็นท่อนๆ)

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ท่านบัญญัติจิต มโน มานัส หทัย ปัณฑร กลุ่มนี้เป็นตัวจิตที่เป็นกุศลแท้ๆ

ส่วน มโน มนายตนะ มนินทรีย์ วิญญาน วิญาฯขันธ์ มโนวิญญานธาตุ เป็นกระบวนการ
ที่ทำให้เกิดจิตที่เป็นกุศลกลุ่มแรก


ถ้าจะให้วางสูตรแบบคุณ....

ธรรมที่เป็นกุศล=จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑร ๑- นี้คือกลุ่มของจิตที่เป็นกุศล=

มโน มนายตนะ มนินทรีย์ วิญญาณ วิญญาณขันธ์มโนวิญญาณธาตุนี้เป็นกระบวนการที่ทำให้เกิดจิตที่เป็นกุศล


อันนี้คุณตีความของคุณเองอีกแล้วครับ
ผมยกอรรถกถาอัฐสาลินีที่อธิบายพระอภิธรรมบทนี้มาแล้วนี่ครับ
ผมควรจะเชื่อการจิ้นของคุณโฮ หรือการอธิบายของพระพุทธโฆสะดีล่ะครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ม.ค. 2014, 12:23 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มี.ค. 2013, 20:15
โพสต์: 91

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สรุปอีกที

คำถามแรก
จิตกับวิญญาณขันธ์ เป็นคนละตัวกัน คุณเอามาจากไหนครับ

คำถามที่สอง
จิตเป็นอัตตา คุณเอามาจากไหนครับ

คำถามที่สาม

อ้างคำพูด:
ไอ้ที่ว่าจิตเกิดดับ ท่านให้ความหมายว่า จิตที่มีต่อผัสสะ เมื่อเกิดผัสสะแล้วจิตที่มีต่อผัสสะก็ดับ
หมายความว่าผัสะดับหรืออาการณุ้นั้นดับไป


คำพูดที่คุณกล่าวมาข้างบน เอามาจากไหนครับ


เมื่อไหร่จะตอบครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ม.ค. 2014, 12:39 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มี.ค. 2013, 20:15
โพสต์: 91

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


แถมให้อีกอย่าง ยังไงช่วยใช้ตรรกะเดิมอธิบายเรื่องนี้ด้วยนะครับ
ตกลงอะไรเป็นส่วนประกอบอะไรกันแน่ครับ
หลักพิจารณาของคุณโฮคืออะไรครับ
หรือว่า "จิ้น" ล้วนๆ
s002

พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑
ธรรมสังคณีปกรณ์

[๙๒] วิญญาณขันธ์ ๑ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑระ มโน มนายตนะ มนินทรีย์ วิญญาณ วิญญาณขันธ์ มโนวิญญาณธาตุที่สมกัน ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า วิญญาณขันธ์ ๑ มีในสมัยนั้น.

[๙๓] มนายตนะ ๑ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑระ มโน มนายตนะ มนินทรีย์ วิญญาณ วิญญาณขันธ์ มโนวิญญาณธาตุที่สมกัน ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า มนายตนะ ๑ มีในสมัยนั้น.

[๙๔] มนินทรีย์ ๑ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑระ มโน มนายตนะ มนินทรีย์ วิญญาณ วิญญาณขันธ์ มโนวิญญาณธาตุที่สมกัน ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า มนินทรีย์ ๑ มีในสมัยนั้น.

[๙๕] มโนวิญญาณธาตุ ๑ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
จิต มโน มานัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุที่สมกัน ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า มโนวิญญาณธาตุ ๑ มีในสมัยนั้น.

[๙๖] ธัมมายตนะ ๑ มีในสมัยนั้นเป็นไฉน?
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ นี้ชื่อว่า ธัมมายตนะ ๑ มีในสมัยนั้น.

[๙๗] ธรรมธาตุ ๑ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ นี้ชื่อว่า ธรรมธาตุ ๑ มีในสมัยนั้น.



โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ม.ค. 2014, 14:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


cantona_z เขียน:
อ้างคำพูด:
เอาอีกแล้ว เอาพระอภิธรรมในพระไตรปิฎกกับพระอภิธรรมมัตถสังคหะมายำซะเละ
นี่มาอีกแล้วคร้าบ เอาท่านพุทธโฆษะมาอ้างอีก งานนี้สงสัยได้กินจับฉ่ายหรือไม่ก็แกงโฮ๊ะแน่ๆ


เมาน้ำหมักชีวะภาพหรือครับคุณโฮ
ที่ผมยกมาเป็นคำอธิบายใน อัฏฐสาลินีอรรถกถาครับ
เป็นอรรถกถาอธิบายพระอภิธรรมปิฏกครับ


ก่อนอื่น ผมถามคุณว่า คุณเข้าใจหรือเปล่าว่า จะคุยธรรมมันต้องมีหลักอ้างอิง
หรือมีหลักในการพูด
นั้นหมายความว่า ความเห็นหรือคำพูดของคุณ มันต้องเป็นอันเดียวกันกับสิ่งที่คุณยึดเป็นหลัก

ไม่ใช่ว่าพูดอย่างหนึ่งแต่ไปยึดหลักอีกอย่างหนึ่ง

อย่างเช่น คำพูดที่คุณใช้ มันเป็นบัญญัติที่เขาใช้กันใน พระอภิธรรมมัตถสังคหะ
แต่เวลาเทียบเคียงหรืออ้างอิง คุณดันไปเอาพระไตรปิฎกมาอ้างอิง
มันเป็นคนล่ะเรื่อง การให้ความหมายของพระไตรปิฎกกับพระอภิธรรมมัตถ์ มันไม่เหมือนกัน

และที่หนักไปกว่านั้นคือ คุณเอาบัญญัติที่ใช่กันคนล่ะความหมาย
มันพูดผสมปนเปกัน พูดบัญญัติของพระอภิธรรมมัตถฯ แต่ดันให้ความหมายเป็นของพระไตรปิฎก


และเรื่องเนื้อหาที่คุณอ้าง แล้วบอกว่า เป็นอรรกถา มันก็ไม่ใช่อรรถกถา
ผมถึงท้าคุณว่ามันใช่อรรถกถาแน่หรือ เพราะดูยังไงๆก็ไม่ใช่อรรถกถา
และไปเปิดดูมันก็ไม่ใช่จริงๆนั้นแหล่ะ

สิ่งที่คุณเอามาอ้าง แล้วบอกว่าเป็น.....อัฏฐาสาลินีอรรถกถา
มันก็แค่เป็นการตีความของใครก็ไม่รู้ ถอดความมาแบบถอดคำศัพท์อีกต่อ
ถูกบางผิดบางก็ไม่รู้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ม.ค. 2014, 15:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


cantona_z เขียน:
สรุปอีกที

คำถามแรก
จิตกับวิญญาณขันธ์ เป็นคนละตัวกัน คุณเอามาจากไหนครับ

คำถามที่สอง
จิตเป็นอัตตา คุณเอามาจากไหนครับ

คำถามที่สาม

อ้างคำพูด:
ไอ้ที่ว่าจิตเกิดดับ ท่านให้ความหมายว่า จิตที่มีต่อผัสสะ เมื่อเกิดผัสสะแล้วจิตที่มีต่อผัสสะก็ดับ
หมายความว่าผัสะดับหรืออาการณุ้นั้นดับไป


คำพูดที่คุณกล่าวมาข้างบน เอามาจากไหนครับ


เมื่อไหร่จะตอบครับ


คุณว่าไอ้คำถามพวกนี้มันซ้ำซากมั้ยครับ

คุณลองคิดดูดีๆว่า ก่อนที่คุณจะเอาคำว่า "จิ้น"มาใช้

มันมีเหตุอะไรมาก่อนครับ

คุณนี้มันไม่มีสติ ไร้ซึ้งสมาธิจริงๆ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ม.ค. 2014, 15:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


cantona_z เขียน:
แถมให้อีกอย่าง ยังไงช่วยใช้ตรรกะเดิมอธิบายเรื่องนี้ด้วยนะครับ
ตกลงอะไรเป็นส่วนประกอบอะไรกันแน่ครับ
หลักพิจารณาของคุณโฮคืออะไรครับ
หรือว่า "จิ้น" ล้วนๆ
s002

พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑
ธรรมสังคณีปกรณ์

[๙๒] วิญญาณขันธ์ ๑ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑระ มโน มนายตนะ มนินทรีย์ วิญญาณ วิญญาณขันธ์ มโนวิญญาณธาตุที่สมกัน ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า วิญญาณขันธ์ ๑ มีในสมัยนั้น.

[๙๓] มนายตนะ ๑ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑระ มโน มนายตนะ มนินทรีย์ วิญญาณ วิญญาณขันธ์ มโนวิญญาณธาตุที่สมกัน ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า มนายตนะ ๑ มีในสมัยนั้น.

[๙๔] มนินทรีย์ ๑ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑระ มโน มนายตนะ มนินทรีย์ วิญญาณ วิญญาณขันธ์ มโนวิญญาณธาตุที่สมกัน ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า มนินทรีย์ ๑ มีในสมัยนั้น.

[๙๕] มโนวิญญาณธาตุ ๑ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
จิต มโน มานัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุที่สมกัน ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า มโนวิญญาณธาตุ ๑ มีในสมัยนั้น.

[๙๖] ธัมมายตนะ ๑ มีในสมัยนั้นเป็นไฉน?
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ นี้ชื่อว่า ธัมมายตนะ ๑ มีในสมัยนั้น.

[๙๗] ธรรมธาตุ ๑ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ นี้ชื่อว่า ธรรมธาตุ ๑ มีในสมัยนั้น.



กรุณาไปเอาพระอภิธรรมบทนี้ มาโพสให้หมดทั้งบท ไม่ใช่ยกมาเป็นข้อๆ
นี่รู้เลยว่าอ่านพระไตรปิฎกไม่เป็น

อีกอย่างเอาลิ้งเรื่องที่คุณปรามาสท่านพุทธ มาวางให้หน่อย
อยากรู้นัก คุณมีค่าพอที่จะไปลามปามครูบาอาจารย์ของคนอื่นหรือเปล่า
นิสัยอย่างคุณไม่ต้องบอกก็รู้ ใครเป็นอาจารย์มาจากสำนักไหน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ม.ค. 2014, 15:35 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มี.ค. 2013, 20:15
โพสต์: 91

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
และเรื่องเนื้อหาที่คุณอ้าง แล้วบอกว่า เป็นอรรกถา มันก็ไม่ใช่อรรถกถา
ผมถึงท้าคุณว่ามันใช่อรรถกถาแน่หรือ เพราะดูยังไงๆก็ไม่ใช่อรรถกถา
และไปเปิดดูมันก็ไม่ใช่จริงๆนั้นแหล่ะ

สิ่งที่คุณเอามาอ้าง แล้วบอกว่าเป็น.....อัฏฐาสาลินีอรรถกถา
มันก็แค่เป็นการตีความของใครก็ไม่รู้ ถอดความมาแบบถอดคำศัพท์อีกต่อ
ถูกบางผิดบางก็ไม่รู้


ก็หาเรื่องแถไปเรื่อยๆโดยไม่ยอมตอบคำถามเสียที

ถามง่ายๆแค่สามคำถาม เป็นคำถามที่อยู่ในประเด็นเสียด้วย
แต่ก็ไม่กล้าตอบ
ฟุ้งออกไปเรื่องโน้นเรื่องนี้ หาว่าคนนั้นคนนี้อ่านอภิธรรมไม่รู้เรื่องบ้างอะไรบ้าง
ทั้งๆที่จริงๆแล้วสิ่งที่ต้องการคือหลบเลี่ยงการตอบคำถามที่ผมถามไปเรื่อยๆ

เอาล่ะ เมื่ออ้างว่าเป็นการตีความของใครก็ไม่รู้ ผิดถูกก็ไม่รู้
ก็ดูเอาว่าเป็นตามคุณว่าหรือไม่
มีการบิดเบือนเนื้อหาหรือไม่


รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ม.ค. 2014, 15:41 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มี.ค. 2013, 20:15
โพสต์: 91

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เวลาคุณแย้งผม ผมหาหลักฐานได้ตลอด
คุณก็๋เปลี่ยนเรื่องหาว่าผมอ่านอภิธรรมไม่รู้เรื่องบ้าง หาว่าอย่างโน้นอย่างนี้บ้าง
อ้างหลักภาษาไทยบ้าง ทั้งๆที่ผมก็ยังไม่เห็นว่าแต่ละเรื่องผมอ้างผิดตรงไหน
แต่ไอ้ที่ตัวเองตอบมา ไปมั่วเอาเรื่องโน้นเรื่องนี้ โดยไม่มีที่มาที่ไป


หลบเลี่ยงประเด็นนึกว่าผมไม่รู้เหรอครับ



จนถึงตอนนี้ ผมยังไม่เห็นพ่อคนเก่งแสดงหลักฐานสิ่งที่แย้งผมตั้งแต่ต้นกระทู้แม้แต่เรื่องเดียว

ผมบอกหลายครั้งแล้วว่าเอาตรงนี้ก่อน
เรื่องพุทธทาสไม่เกี่ยวกับกระทู้นี้ แยกออกไปตั้งกระทู้อื่นก็ได้
อย่าคิดว่าทำเนียนแตกประเด็นแล้วผมจะลืม

ผมย้ำคำถามอีกที


สรุปอีกที

คำถามแรก
จิตกับวิญญาณขันธ์ เป็นคนละตัวกัน คุณเอามาจากไหนครับ

คำถามที่สอง
จิตเป็นอัตตา คุณเอามาจากไหนครับ

คำถามที่สาม

อ้างคำพูด:
ไอ้ที่ว่าจิตเกิดดับ ท่านให้ความหมายว่า จิตที่มีต่อผัสสะ เมื่อเกิดผัสสะแล้วจิตที่มีต่อผัสสะก็ดับ
หมายความว่าผัสะดับหรืออาการณุ้นั้นดับไป


คำพูดที่คุณกล่าวมาข้างบน เอามาจากไหนครับ


เมื่อไหร่จะตอบครับ
เมื่อไหร่จะตอบครับ
เมื่อไหร่จะตอบครับ
เมื่อไหร่จะตอบครับ
เมื่อไหร่จะตอบครับ
เมื่อไหร่จะตอบครับ
เมื่อไหร่จะตอบครับ
เมื่อไหร่จะตอบครับ
เมื่อไหร่จะตอบครับ
เมื่อไหร่จะตอบครับ
เมื่อไหร่จะตอบครับ
เมื่อไหร่จะตอบครับ
เมื่อไหร่จะตอบครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ม.ค. 2014, 15:49 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มี.ค. 2013, 20:15
โพสต์: 91

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ผมเริ่มถามตั้งแต่หน้าต้นๆ ผ่านมาห้าหน้าเข้าไปแล้วยังหาคำตอบไม่ได้
เอางี้แล้วกัน

ผมจะรอดูคำตอบของคุณหลังจากนี้ไปอีกซักสองความเห็น
หากยังเลี่ยงประเด็นตอบไม่ตรงคำถามอีก ก็เลิกคุย กลับบ้านนอนเหอะครับ

สิทธิ์ในการปิดกระทู้เป็นของคุณ..ใช่
แต่สิทธิ์ในการเลิกสนทนาเป็นของผม

ใครเข้ามาอ่านกระทู้นี้ย่อมเห็นเองว่า ใครเป็นอย่างไร
ในเมื่อกล้าเปิดกระทู้ว่าผม เมื่อผมถามก็กล้าตอบหน่อยสิครับคุณโฮ
เป็นลูกผู้ชายหน่อยครับ

หรือว่า......ตุ๊ด ครับ?
s005


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ม.ค. 2014, 18:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


cantona_z เขียน:
อ้างคำพูด:
และเรื่องเนื้อหาที่คุณอ้าง แล้วบอกว่า เป็นอรรกถา มันก็ไม่ใช่อรรถกถา
ผมถึงท้าคุณว่ามันใช่อรรถกถาแน่หรือ เพราะดูยังไงๆก็ไม่ใช่อรรถกถา
และไปเปิดดูมันก็ไม่ใช่จริงๆนั้นแหล่ะ

สิ่งที่คุณเอามาอ้าง แล้วบอกว่าเป็น.....อัฏฐาสาลินีอรรถกถา
มันก็แค่เป็นการตีความของใครก็ไม่รู้ ถอดความมาแบบถอดคำศัพท์อีกต่อ
ถูกบางผิดบางก็ไม่รู้


ก็หาเรื่องแถไปเรื่อยๆโดยไม่ยอมตอบคำถามเสียที

ถามง่ายๆแค่สามคำถาม เป็นคำถามที่อยู่ในประเด็นเสียด้วย
แต่ก็ไม่กล้าตอบ
ฟุ้งออกไปเรื่องโน้นเรื่องนี้ หาว่าคนนั้นคนนี้อ่านอภิธรรมไม่รู้เรื่องบ้างอะไรบ้าง
ทั้งๆที่จริงๆแล้วสิ่งที่ต้องการคือหลบเลี่ยงการตอบคำถามที่ผมถามไปเรื่อยๆ

เอาล่ะ เมื่ออ้างว่าเป็นการตีความของใครก็ไม่รู้ ผิดถูกก็ไม่รู้
ก็ดูเอาว่าเป็นตามคุณว่าหรือไม่
มีการบิดเบือนเนื้อหาหรือไม่


คุณลองดูว่ามันเหมือนกันตรงไหนหา ไอ้ที่คุณยกมาตอนแรกแล้วอ้างว่าเป็นอรรกถาน่ะ
มันก็แค่ความเห็นที่เกิดจากการตีความ วันหลังบอกว่าอรรกถา มันต้องยกอรรถกถาแท้ๆมา

การที่คุณเอาความเห็นแบบนั้นมา มันก็เหมือนกับที่คุณว่าผมจิ้นธรรมเอาเอง
คนที่เขียนเนื้อหานั้น มันก็เข้าข่ายจิ้นเหมือนกัน แถมจิ้นผิดจิ้นถูก แล้วผมจะบอกว่าผิดต้องไหน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ม.ค. 2014, 18:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


cantona_z เขียน:
เวลาคุณแย้งผม ผมหาหลักฐานได้ตลอด
คุณก็๋เปลี่ยนเรื่องหาว่าผมอ่านอภิธรรมไม่รู้เรื่องบ้าง หาว่าอย่างโน้นอย่างนี้บ้าง
อ้างหลักภาษาไทยบ้าง ทั้งๆที่ผมก็ยังไม่เห็นว่าแต่ละเรื่องผมอ้างผิดตรงไหน
แต่ไอ้ที่ตัวเองตอบมา ไปมั่วเอาเรื่องโน้นเรื่องนี้ โดยไม่มีที่มาที่ไป


ผมจะบอกให้มันเป็นคุณที่จะต้องตั้งสติ ต้องรู้ว่า.....ขณะนี้คุณกำลังถกธรรม
หรือพูดให้ตรงไปเลยก็คือ เรากำลังโต้แย้งกันอยู่

เมื่อเรากำลังโต้แย้งกันอยู่ มันเป็นธรรมดาอยู่เอง ที่เราจะไม่ยอมรับความเห็นของอีกฝ่าย
ที่สำคัญเราจะมาตัดสินกันเองว่า ของฉันถูกของแกผิดไม่ได้

ด้วยเหตุนี้ เมื่ออีกฝ่ายแสดงความเห็นแล้ว ก็ต้องยอมรับว่าเขาแสดงความเห็นแล้ว
ไม่ใช่จะขยันขยอให้เขาแสดงความเห็นให้ตรงกับใจตนเอง
นี้แค่บอกถึงมรรยาทเล็กๆน้อยๆครับ :b13:


cantona_z เขียน:

หลบเลี่ยงประเด็นนึกว่าผมไม่รู้เหรอครับ

จนถึงตอนนี้ ผมยังไม่เห็นพ่อคนเก่งแสดงหลักฐานสิ่งที่แย้งผมตั้งแต่ต้นกระทู้แม้แต่เรื่องเดียว

ผมบอกหลายครั้งแล้วว่าเอาตรงนี้ก่อน
เรื่องพุทธทาสไม่เกี่ยวกับกระทู้นี้ แยกออกไปตั้งกระทู้อื่นก็ได้
อย่าคิดว่าทำเนียนแตกประเด็นแล้วผมจะลืม


ก็บอกแล้วไงว่า บอกไปแล้วและอธิบายไปแล้ว อีกทั้งยังโดนคุณสวนว่า...ผมจิ้นไปเอง
คุณไปสังเกตุหรือว่า ผมตอบแทบจะทุกประโยคคำพูดของคุณ ไม่เป็นไรเดียวผมจะตอบให้ใหม่

แล้วเรื่องพุทธทาส รู้สึกว่าคุณเป็นคนทำให้มันเกิดประเด็นขึ้นเองน่ะครับ
ผมแค่บอกที่มาของการตั้งกระทู้ คุณดันไปเอาธรรมที่ท่านพุทธทาสสอนมาโพส
แล้วก็พูดในทำนองติเตียน แถมยังท้าให้ผมแก้ต่างให้ท่านพุทธทาส
คุณเป็นโรคความจำสั้นหรือเปล่า อย่าให้ความโกรธมาเป็นอุปสรรคในการพิจารณาธรรมซิครับ :b13:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ม.ค. 2014, 18:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


cantona_z เขียน:

อ้างคำพูด:
ไอ้ที่ว่าจิตเกิดดับ ท่านให้ความหมายว่า จิตที่มีต่อผัสสะ เมื่อเกิดผัสสะแล้วจิตที่มีต่อผัสสะก็ดับ
หมายความว่าผัสะดับหรืออาการณุ้นั้นดับไป


คำพูดที่คุณกล่าวมาข้างบน เอามาจากไหนครับ


ผมบอกไปแล้วว่า ในพระไตรปิฎก ไม่ใช่แค่อ่านบัญญัติหรือคำศัพท์
เราต้องพิจารณาไล่หาเหตุของบัญญัตินั้น

พระไตรปิฎก ไม่ได้มีไว้อ่านในลักษณะท่องจำคำศัพท์
แต่เนื้อหาในพระไตรปิฎก เราจะต้องใช้หลักของพระพุทธที่บอกว่า...
ให้ใช้โยนิโสมนัสสิการและธัมมวิจยะ

ถ้าจะให้อ้างพระไตรปิฎก ผมต้องใช้หน้ากระทู้กี่หน้าถึงจะพอ
การศึกษาธรรมในลักษณะนี้เขาเรียกว่า....อธิปัญญา

ทางเป็นทางโลก ก็เหมือนเรียนเริ่มต้นชั้นอนุบาลขึ้นไปเรื่อยๆ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ม.ค. 2014, 18:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


cantona_z เขียน:
คำถามแรก
จิตกับวิญญาณขันธ์ เป็นคนละตัวกัน คุณเอามาจากไหนครับ

คำถามที่สอง
จิตเป็นอัตตา คุณเอามาจากไหนครับ

คำถามที่สาม

อ้างคำพูด:
ไอ้ที่ว่าจิตเกิดดับ ท่านให้ความหมายว่า จิตที่มีต่อผัสสะ เมื่อเกิดผัสสะแล้วจิตที่มีต่อผัสสะก็ดับ
หมายความว่าผัสะดับหรืออาการณุ้นั้นดับไป


คำพูดที่คุณกล่าวมาข้างบน เอามาจากไหนครับ


ก่อนจะตอบคำถามซ้ำซากของคุณ ขอทำความเข้าใจก่อนน่ะครับ
ถ้าผมยกพระไตรปิฎกมาอ้างอิงเทียบเคียง มันต้องรู้ด้วยน่ะว่าเป็นพระไตรปิฎก
ไม่ใช่ผมอ้างพระไตรปิฎก คุณดันเอาพระอภิธรรมมัตถฯมาแย้ง
หรือผมยกพระอภิธรรมมัตถ์ฯ คุณดันเอาอรรถกถามาแย้ง บอกไว้แต่เนิ่นๆว่ามันคนล่ะเรื่อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ม.ค. 2014, 19:03 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มี.ค. 2013, 20:15
โพสต์: 91

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เรื่องอรรถกถา ที่ผมยกมาเป็นอรรถกถาแปลไทย
จากพระไตรปิฏกและอรรถกถาแปลไทยชุดมหามงกุฏ 91 เล่ม

ย้ำอีกทีว่าไม่ได้เอามาจากอภิธัมมัตถสังคหะ
บนหน้ากระดาษก็มีแสดงให้เห็น ยังหาเรื่องแถออกไปโน่นอีก

แต่ถ้าบอกว่าอันนี้แปลไทยต้องการอรรถกถาแท้ๆ เชิญไปหยิบฉบับบาลีมาแปลเอาเองครับ



และที่สำคัญ
ผ่านไปอีก 3 ความเห็น ไม่มีคำตอบแม้แต่คำตอบเดียว
โยกโย้อ้างโน่นอ้างนี่่ ไม่ตอบเสียที

เสียเวลาคุยครับ

ก็เป็นอันได้รับทราบว่าศักดิ์ศรีโฮฮับแห่งลานธรรมจักรก็มีแค่นี้
ตอนเปิดกระทู้ว่าคนอื่น ทำเป็นห้าวหาญประกาศเรียกแขกเสียงก้อง
พอถูกซักจริงๆว่าเหตุผลที่หยิบมาแย้งเอามาจากไหนเข้าก็ก็เป็นแค่พวกดีแต่พูด
รำมวยอ้อมไปอ้อมมา ไม่กล้าตอบ

งั้นผมขอจบความเห็นผมแต่เพียงเท่านี้แล้วกันครับ
ส่วนคุณจะลีลารำมวยต่อในกระทู้แค่ไหนก็เชิญ

สวัสดี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ม.ค. 2014, 19:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


cantona_z เขียน:
เรื่องอรรถกถา ที่ผมยกมาเป็นอรรถกถาแปลไทย
จากพระไตรปิฏกและอรรถกถาแปลไทยชุดมหามงกุฏ 91 เล่ม

ย้ำอีกทีว่าไม่ได้เอามาจากอภิธัมมัตถสังคหะ
บนหน้ากระดาษก็มีแสดงให้เห็น ยังหาเรื่องแถออกไปโน่นอีก

แต่ถ้าบอกว่าอันนี้แปลไทยต้องการอรรถกถาแท้ๆ เชิญไปหยิบฉบับบาลีมาแปลเอาเองครับ



และที่สำคัญ
ผ่านไปอีก 3 ความเห็น ไม่มีคำตอบแม้แต่คำตอบเดียว
โยกโย้อ้างโน่นอ้างนี่่ ไม่ตอบเสียที

เสียเวลาคุยครับ

ก็เป็นอันได้รับทราบว่าศักดิ์ศรีโฮฮับแห่งลานธรรมจักรก็มีแค่นี้
ตอนเปิดกระทู้ว่าคนอื่น ทำเป็นห้าวหาญประกาศเรียกแขกเสียงก้อง
พอถูกซักจริงๆว่าเหตุผลที่หยิบมาแย้งเอามาจากไหนเข้าก็ก็เป็นแค่พวกดีแต่พูด
รำมวยอ้อมไปอ้อมมา ไม่กล้าตอบ

งั้นผมขอจบความเห็นผมแต่เพียงเท่านี้แล้วกันครับ
ส่วนคุณจะลีลารำมวยต่อในกระทู้แค่ไหนก็เชิญ

สวัสดี


อย่าเอาอารมณ์มาเพ้อเจ้อน่า กำลังเรียบเรียบพระธรรมอยู่
อยากให้อ่านง่าย ๆ ทั้งๆที่รู้ว่าเสียเวลาเปล่า อ่านไม่รู้เรื่องแหง่ :b32:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 220 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8 ... 15  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร