วันเวลาปัจจุบัน 25 ก.พ. 2021, 10:08  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 31 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ก.ย. 2013, 21:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2013, 06:03
โพสต์: 95

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


บุคคลพึงล่วงทุกข์ได้ด้วย......ความเพียร


อิริยาบถ......บนเส้นทางแห่งความเพียร เป็นอย่างไร


......อิริยาบถ คือ อะไร
......อิริยาบถ เป็นอย่างไร
......ด้วยเหตุเพียงเท่าใด จึงได้ชื่อว่า

......อิริยาบถ......บนเส้นทางแห่งความเพียร


อิริยาบถ หมายถึง ......อาการที่ร่างกายอยู่ในท่าใดท่าหนึ่ง คือ ยืน เดิน นั่ง นอน


ความเพียร หมายถึง ......ความไม่เกียจคร้าน ความพยายาม ความอุตสาหะ
ความหมั่น ความบากบั่น ความขยัน ความกล้าแข็ง ความพยายามจนกว่าจะสำเร็จ


อิริยาบถ......บนเส้นทางแห่งความเพียร นี้ จึงหมายถึง


......บุคคลผู้ปรารภความเพียร ความพยายาม ความไม่เกียจคร้าน ความอุตสาหะ
ความหมั่น ความบากบั่น ความขยัน ......ในอาการที่ร่างกายอยู่ในท่าใดท่าหนึ่ง
คือ ยืน เดิน นั่ง นอน หรือ ในอิริยาบถ 4 นั่นเอง



อิริยาบถ......บนเส้นทางแห่งความเพียร เป็นบุคคลผู้ปรารภความเพียร
ความมีสติ ความเป็นผู้รู้สึกตัว มีความเพียร อย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ เพื่อหวัง
ประโยชน์ในธรรม 4 ประการ คือ

......เพื่อจะละอกุศลธรรม ที่ยังไม่เกิด

......เพื่อจะละอกุศลธรรม ที่เกิดขึ้นแล้ว

......เพื่อความเกิดขึ้นแห่ง กุศลธรรม

......เพื่อจะยังกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ให้ถึงพร้อม


ขอให้เจริญในความเพียร อันยิ่งขึ้นไปทุกท่านนะครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ก.ย. 2013, 04:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ผมว่าจขกทขาดความเข้าใจในเรื่อง อินทรีย์๕ และเรื่องพละ๕ นะครับ
จขกทกำลังเอา บัญญัติ "อิริยาบท" มาปรุงแต่งจนทำให้องค์ธรรมในเรื่องอินทรีย์๕ และพละ๕ ผิดเพี้ยน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ย. 2013, 16:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2013, 06:03
โพสต์: 95

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ตอบความเห็นของ คุณโฮฮับ


ข้อ 1 ในกระทู้นี้ผมไม่ได้กล่าวถึง อินทรีย์ 5 พละ 5 นะครับ กรุณากลับไปอ่าน
ซ้ำ ๆ อีกครั้งหนึ่ง ถ้าจะสนทนาในกระทู้นี้ ช่วยสนทนาให้ตรงประเด็นด้วยครับ


ข้อ 2 การปรารภความเพียร ในการ นั่ง ยืน เดิน นอน ผมศึกษาการปฏิบัติมาจาก
คำสอนของสาย หลวงปู่มั่น กับ หลวงพ่อชา ดังนี้


“......ฉะนั้น จะพูดอะไร จะทำอะไร ก็ให้รู้สึกว่าเรามาทำอะไรที่นี้
อยากกินดี นั่งดี นอนดี อะไรทั้งหลายนั้นไม่ได้
ที่เรามาทำอะไร ถ้าเราคิดอย่างนี้อยู่เสมอ มันก็จะผูกใจเราตลอดเวลา
ไม่เผลอ ผูกใจเสมอ แม้ท่านจะยืนอยู่ ท่านก็จะปรารภความเพียร
จะเดินอยู่ก็ปรารภความเพียร จะนอนอยู่ก็ปรารภความเพียร......”


ธรรมโอวาท
ของ
พระโพธิญาณเถร
(หลวงพ่อชา สุภทฺโท)
วัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี รายละเอียด ทำ Link ไม่เป็น


อ่านจากกระทู้ชื่อ 38519. รวมคำสอน หลวงพ่อชา สุภทฺโท จาก บอร์ดรวมคำสอน
ของครูบาอาจารย์ ในเวปนี้นะครับ



ข้อ 3 อีกบทหนึ่งคือ ......วิริยสมาธิและปธานสังขาร......

อ่านจากพระไตรปิฎกนะครับ



คุณโฮฮับ ลองเข้าไปอ่านดูก่อน จบแล้วจะโต้แย้งอย่างไร เป็นอีกประเด็นหนึ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ย. 2013, 18:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สัมมาทิฏฐิ เขียน:
ตอบความเห็นของ คุณโฮฮับ
ข้อ 1 ในกระทู้นี้ผมไม่ได้กล่าวถึง อินทรีย์ 5 พละ 5 นะครับ กรุณากลับไปอ่าน
ซ้ำ ๆ อีกครั้งหนึ่ง ถ้าจะสนทนาในกระทู้นี้ ช่วยสนทนาให้ตรงประเด็นด้วยครับ

ที่คุณเข้าใจว่า ผมพูดไม่ตรงประเด็น นั้นเป็นเพราะคุณ
ไปเอาอินทรีย์๕และพละ๕มาพูดผิดทีผิดทางโดยไม่รู้ตัวครับ

ความเพียรที่นำมาใช้กับการปฏิบัติเขาเรียก วิริยินทรีย์
การทำอิริยาบทเป็นการปฏิบัติอย่างหนึ่ง

การปฏิบัตินั้นจะต้องอาศัยอินทรีย์๕และพละ๕ร่วมด้วย
วิริยินทรีย์หรือความเพียร ก็เป็นหนึ่งในอินทรีย์๕นี่

จากคำพูดของคุณสัมมาทิฐิ..........
"...บุคคลผู้ปรารภความเพียร ความพยายาม ความไม่เกียจคร้าน ความอุตสาหะ
ความหมั่น ความบากบั่น ความขยัน ......ในอาการที่ร่างกายอยู่ในท่าใดท่าหนึ่ง
คือ ยืน เดิน นั่ง นอน หรือ ในอิริยาบถ 4 นั่นเอง "


คำพูดของคุณพูดถึงความเพียรคลาดเคลื่อนจากความเป็นโพธิปักขิยธรรม

ความเพียรที่ว่า ไม่ใช่ ความขยันในอาการหรืออิริยาบทที่คุณว่าครับ
ความเพียรเขาใช้กับสัมมัปปธาน๔ คือ....

......เพียรละอกุศลธรรม ที่ยังไม่เกิด

......เพียรละอกุศลธรรม ที่เกิดขึ้นแล้ว

......เพีนรให้เกิดขึ้นแห่ง กุศลธรรม

......เพียรยังกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ให้ถึงพร้อม

สัมมาทิฏฐิ เขียน:

ข้อ 2 การปรารภความเพียร ในการ นั่ง ยืน เดิน นอน ผมศึกษาการปฏิบัติมาจาก
คำสอนของสาย หลวงปู่มั่น กับ หลวงพ่อชา ดังนี้


“......ฉะนั้น จะพูดอะไร จะทำอะไร ก็ให้รู้สึกว่าเรามาทำอะไรที่นี้
อยากกินดี นั่งดี นอนดี อะไรทั้งหลายนั้นไม่ได้
ที่เรามาทำอะไร ถ้าเราคิดอย่างนี้อยู่เสมอ มันก็จะผูกใจเราตลอดเวลา
ไม่เผลอ ผูกใจเสมอ แม้ท่านจะยืนอยู่ ท่านก็จะปรารภความเพียร
จะเดินอยู่ก็ปรารภความเพียร จะนอนอยู่ก็ปรารภความเพียร......”

ข้อ 3 อีกบทหนึ่งคือ ......วิริยสมาธิและปธานสังขาร......

อ่านจากพระไตรปิฎกนะครับ
คุณโฮฮับ ลองเข้าไปอ่านดูก่อน จบแล้วจะโต้แย้งอย่างไร เป็นอีกประเด็นหนึ่ง

คุณไปยกคำของหลวงพ่อชามา เป็นตัวคุณที่จะต้องอธิบายว่า
หลวงพ่อจะสื่ออะไร นั้นคืออธิบายคำพูดของหลวงพ่อ ผมถึงจะแสดงความเห็นได้
โปรดเข้าใจตามนี้ครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ย. 2013, 18:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33871

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โฮฮับ เขียน:
ผมว่าจขกทขาดความเข้าใจในเรื่อง อินทรีย์๕ และเรื่องพละ๕ นะครับ
จขกทกำลังเอา บัญญัติ "อิริยาบท" มาปรุงแต่งจนทำให้องค์ธรรมในเรื่องอินทรีย์๕ และพละ๕ ผิดเพี้ยน


ก็นำหลักมาวางให้เขาดูซี่ อินทรีย์ ๕ คือ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า พละ ๕ คือ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า มีอะไรบ้างก็ว่าไป


บัญญัติ หมายถึงอะไรก็บอกเขา พูดอยู่นั่นแล้ว บัญญัิติๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อะไรบัญญัติ คนพูดเข้าใจว่ายังไง

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ย. 2013, 18:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33871

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


บางครั้งเราคิดมากเกินไป คิดเลยไป คิดจนเกร็ง เกร็งกับคำ ธรรมะ ในบางรายนะ เดินปกติเดินได้ปร๋อ พอบอกว่า เดิน "จงกรม" เดินไม่ได้ เกร็งไปหมด เกร็งจนตะคิวกิน มันก็ธรรมดาๆนี่เอง อิริยาบถ คือ การเคลื่อนไหว อิริยาบถใหญ่ มี 4 คือ ยืน เดิน นั่ง นอน อิริยาบถย่อย เยอะแยะ :b1: หยิบ-วางนั่นนี่ เปิดประตูห้องเป็นต้น เรียกว่าอิริยาบถย่อย

มันยังงี้ คือ ท่านใช้ (เอา) การเคลื่อนไหวนี่แหละเป็นฐานเป็นที่ฝึกสติสัมปชัญญะ เป็นต้น แค่นี้เอง :b1: จัดลงได้ในกายานุปัสสนา ฯลฯ ไม่เห็นมีอะไรลึกลับซับซ้อนเลย ถึงได้พูดว่าคิดมากเกินไป คิดเลยไป

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ย. 2013, 19:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2013, 06:03
โพสต์: 95

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เข้ามาสนทนาธรรมต่อ


วันนี้มีเวลาว่าง นั่งอ่านกระทู้ทั้งหมด เข้าใจ คุณโฮฮับ แล้วว่า

......คุณมองธรรม อย่างไร
......ผมมองธรรม อย่างไร


การสนทนากันต่อไป ไม่มีทางได้บทสรุปที่เป็นประโยชน์


การสนทนาจะต้องเริ่มต้นกันใหม่ ทั้งคุณ และ ผม กล่าวคือ เริ่มต้นใหม่ทั้งหมด
การสนทนาที่ผ่านมาในทุกกระทู้ ผมขอจบ และลืมเรื่องเดิมทั้งหมดด้วย

......เราจะสนทนากันในกระทู้นี้เท่านั้น และยินดีต้อนรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
ที่ต้องการมีส่วนร่วมในการสนทนา


บนพื้นฐานของหลักธรรม ดังนี้


......แสดงความเห็นในแนวสร้างสรรค์ และ จรรโลงหลักธรรม ความดีงาม
อันจะก่อให้เกิดความอาจหาญ ร่าเริงในสัมมาปฏิบัติให้ยิ่งขึ้นไป

......งดเว้น การใช้วาจาหยาบคาย ส่อเสียด ใส่ความ กล่าวหาให้ร้าย
ดูหมิ่น หมิ่นประมาท

......พึงพูดคุยกันเยี่ยงบัณฑิตทั้งหลายคุยกัน มีเมตตา เคารพในเหตุผลด้วยสุภาพ
มีความเอื้ออาทรต่อกันและกัน


ในกรณีที่ คุณโฮฮับ ยินดีที่จะสนทนากับผม ดังเช่นที่คุณกล่าวไว้ ในอีกกระทู้หนึ่ง
ให้เข้ามาตอบรับ ผมจะเป็นบุคคลแรกที่เริ่มต้น บทสนทนา ซึ่งอาจจะมีหายไปบ้าง
ในกรณีที่ผมติดภารกิจ


ในกรณีที่ คุณโฮฮับ ไม่ยินดีที่จะสนทนากับผม ไม่ต้องเข้ามาตอบรับก็ได้นะครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.ย. 2013, 04:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
บางครั้งเราคิดมากเกินไป คิดเลยไป คิดจนเกร็ง เกร็งกับคำ ธรรมะ ในบางรายนะ เดินปกติเดินได้ปร๋อ พอบอกว่า เดิน "จงกรม" เดินไม่ได้ เกร็งไปหมด เกร็งจนตะคิวกิน มันก็ธรรมดาๆนี่เอง อิริยาบถ คือ การเคลื่อนไหว อิริยาบถใหญ่ มี 4 คือ ยืน เดิน นั่ง นอน อิริยาบถย่อย เยอะแยะ :b1: หยิบ-วางนั่นนี่ เปิดประตูห้องเป็นต้น เรียกว่าอิริยาบถย่อย

มันยังงี้ คือ ท่านใช้ (เอา) การเคลื่อนไหวนี่แหละเป็นฐานเป็นที่ฝึกสติสัมปชัญญะ เป็นต้น แค่นี้เอง :b1: จัดลงได้ในกายานุปัสสนา ฯลฯ ไม่เห็นมีอะไรลึกลับซับซ้อนเลย ถึงได้พูดว่าคิดมากเกินไป คิดเลยไป

ไอ้อิริยาบทที่ว่า เขาไม่ได้ให้ดู อิริยาบท ในเนื้อแท้แล้ว ท่านให้ดู.....
จิตสังขารที่ไปปรุงแต่งจนเกิดกายสังขารขึ้น

ที่มักจะบริกรรม เยื่องหนอ ย่างหนอ เหยียบหนอ เขาให้ดูลงไปที่จิต
ที่กำลังสั่ง่ให้กายนั้นกระทำตาม ดังนั้นความสำคัญมันอยู่ที่จิต ไม่ใช่กาย

ถ้าจะกล่าวว่า อิริยาบทเป็นหมวดหนึ่งใน กายานุปัสสนา
จะไม่เรียกการกระทำนี่ว่าเป็นการฝึกสติ แต่เป็นการใช้สติที่มีอยู่แล้วในองค์ธรรม
ที่บอกว่ามีอยู่แล้วในองค์ธรรมหมายถึง มีสิ่งที่ให้จิตไประลึกถึงแล้ว นั้นก็คือไตรลักษณ์

การทำกายานุปัสสนา หรือการให้สติอยู่ที่ฐานกาย จึงไม่ใช่การฝึกสติ
แต่เป็นการกระทำเพื่อละกิเลสในเรื่องของสักกายทิฐิ

การละกิเลสต้องอาศัยสติที่มีกำลังดีแล้ว ดังนั้นอิริยาบทในหมวดกายาฯ
จึงไม่ใช่การฝึกสติ เข้าใจมั้ยกรัชกาย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.ย. 2013, 04:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33871

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โฮฮับ เขียน:
กรัชกาย เขียน:
บางครั้งเราคิดมากเกินไป คิดเลยไป คิดจนเกร็ง เกร็งกับคำ ธรรมะ ในบางรายนะ เดินปกติเดินได้ปร๋อ พอบอกว่า เดิน "จงกรม" เดินไม่ได้ เกร็งไปหมด เกร็งจนตะคิวกิน มันก็ธรรมดาๆนี่เอง อิริยาบถ คือ การเคลื่อนไหว อิริยาบถใหญ่ มี 4 คือ ยืน เดิน นั่ง นอน อิริยาบถย่อย เยอะแยะ :b1: หยิบ-วางนั่นนี่ เปิดประตูห้องเป็นต้น เรียกว่าอิริยาบถย่อย

มันยังงี้ คือ ท่านใช้ (เอา) การเคลื่อนไหวนี่แหละเป็นฐานเป็นที่ฝึกสติสัมปชัญญะ เป็นต้น แค่นี้เอง :b1: จัดลงได้ในกายานุปัสสนา ฯลฯ ไม่เห็นมีอะไรลึกลับซับซ้อนเลย ถึงได้พูดว่าคิดมากเกินไป คิดเลยไป

ไอ้อิริยาบทที่ว่า เขาไม่ได้ให้ดู อิริยาบท ในเนื้อแท้แล้ว ท่านให้ดู.....
จิตสังขารที่ไปปรุงแต่งจนเกิดกายสังขารขึ้น

ที่มักจะบริกรรม เยื่องหนอ ย่างหนอ เหยียบหนอ เขาให้ดูลงไปที่จิต
ที่กำลังสั่ง่ให้กายนั้นกระทำตาม ดังนั้นความสำคัญมันอยู่ที่จิต ไม่ใช่กาย

ถ้าจะกล่าวว่า อิริยาบทเป็นหมวดหนึ่งใน กายานุปัสสนา
จะไม่เรียกการกระทำนี่ว่าเป็นการฝึกสติ แต่เป็นการใช้สติที่มีอยู่แล้วในองค์ธรรม
ที่บอกว่ามีอยู่แล้วในองค์ธรรมหมายถึง มีสิ่งที่ให้จิตไประลึกถึงแล้ว นั้นก็คือไตรลักษณ์

การทำกายานุปัสสนา หรือการให้สติอยู่ที่ฐานกาย จึงไม่ใช่การฝึกสติ
แต่เป็นการกระทำเพื่อละกิเลสในเรื่องของสักกายทิฐิ

การละกิเลสต้องอาศัยสติที่มีกำลังดีแล้ว ดังนั้นอิริยาบทในหมวดกายาฯ
จึงไม่ใช่การฝึกสติ เข้าใจมั้ยกรัชกาย



สั้นๆ จิตสังขาร ได้แก่อะไร ?

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.ย. 2013, 04:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สัมมาทิฏฐิ เขียน:
เข้ามาสนทนาธรรมต่อ


วันนี้มีเวลาว่าง นั่งอ่านกระทู้ทั้งหมด เข้าใจ คุณโฮฮับ แล้วว่า

......คุณมองธรรม อย่างไร
......ผมมองธรรม อย่างไร


การสนทนากันต่อไป ไม่มีทางได้บทสรุปที่เป็นประโยชน์


การสนทนาจะต้องเริ่มต้นกันใหม่ ทั้งคุณ และ ผม กล่าวคือ เริ่มต้นใหม่ทั้งหมด
การสนทนาที่ผ่านมาในทุกกระทู้ ผมขอจบ และลืมเรื่องเดิมทั้งหมดด้วย

......เราจะสนทนากันในกระทู้นี้เท่านั้น และยินดีต้อนรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
ที่ต้องการมีส่วนร่วมในการสนทนา


บนพื้นฐานของหลักธรรม ดังนี้


......แสดงความเห็นในแนวสร้างสรรค์ และ จรรโลงหลักธรรม ความดีงาม
อันจะก่อให้เกิดความอาจหาญ ร่าเริงในสัมมาปฏิบัติให้ยิ่งขึ้นไป

......งดเว้น การใช้วาจาหยาบคาย ส่อเสียด ใส่ความ กล่าวหาให้ร้าย
ดูหมิ่น หมิ่นประมาท

......พึงพูดคุยกันเยี่ยงบัณฑิตทั้งหลายคุยกัน มีเมตตา เคารพในเหตุผลด้วยสุภาพ
มีความเอื้ออาทรต่อกันและกัน


ในกรณีที่ คุณโฮฮับ ยินดีที่จะสนทนากับผม ดังเช่นที่คุณกล่าวไว้ ในอีกกระทู้หนึ่ง
ให้เข้ามาตอบรับ ผมจะเป็นบุคคลแรกที่เริ่มต้น บทสนทนา ซึ่งอาจจะมีหายไปบ้าง
ในกรณีที่ผมติดภารกิจ


ในกรณีที่ คุณโฮฮับ ไม่ยินดีที่จะสนทนากับผม ไม่ต้องเข้ามาตอบรับก็ได้นะครับ


บอกสนทนาธรรมต่อ อยากรู้ครับ เมื่อไรจะเข้าเนื้อหาธรรมเสียที่ครับ

ผมเห็นคุณหายไปตั้งนาน คิดว่าจะไปหาเหตุผลหาเนื้อหาธรรมมาสนทนา

ที่ไหนได้กลับมาแล้ว ก็ยังเวียนมาบ่นอยู่แต่เรื่องเดิมๆ :b13:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.ย. 2013, 04:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33871

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โฮฮับ เขียน:
สัมมาทิฏฐิ เขียน:
เข้ามาสนทนาธรรมต่อ


วันนี้มีเวลาว่าง นั่งอ่านกระทู้ทั้งหมด เข้าใจ คุณโฮฮับ แล้วว่า

......คุณมองธรรม อย่างไร
......ผมมองธรรม อย่างไร


การสนทนากันต่อไป ไม่มีทางได้บทสรุปที่เป็นประโยชน์


การสนทนาจะต้องเริ่มต้นกันใหม่ ทั้งคุณ และ ผม กล่าวคือ เริ่มต้นใหม่ทั้งหมด
การสนทนาที่ผ่านมาในทุกกระทู้ ผมขอจบ และลืมเรื่องเดิมทั้งหมดด้วย

......เราจะสนทนากันในกระทู้นี้เท่านั้น และยินดีต้อนรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
ที่ต้องการมีส่วนร่วมในการสนทนา


บนพื้นฐานของหลักธรรม ดังนี้


......แสดงความเห็นในแนวสร้างสรรค์ และ จรรโลงหลักธรรม ความดีงาม
อันจะก่อให้เกิดความอาจหาญ ร่าเริงในสัมมาปฏิบัติให้ยิ่งขึ้นไป

......งดเว้น การใช้วาจาหยาบคาย ส่อเสียด ใส่ความ กล่าวหาให้ร้าย
ดูหมิ่น หมิ่นประมาท

......พึงพูดคุยกันเยี่ยงบัณฑิตทั้งหลายคุยกัน มีเมตตา เคารพในเหตุผลด้วยสุภาพ
มีความเอื้ออาทรต่อกันและกัน


ในกรณีที่ คุณโฮฮับ ยินดีที่จะสนทนากับผม ดังเช่นที่คุณกล่าวไว้ ในอีกกระทู้หนึ่ง
ให้เข้ามาตอบรับ ผมจะเป็นบุคคลแรกที่เริ่มต้น บทสนทนา ซึ่งอาจจะมีหายไปบ้าง
ในกรณีที่ผมติดภารกิจ


ในกรณีที่ คุณโฮฮับ ไม่ยินดีที่จะสนทนากับผม ไม่ต้องเข้ามาตอบรับก็ได้นะครับ


บอกสนทนาธรรมต่อ อยากรู้ครับ เมื่อไรจะเข้าเนื้อหาธรรมเสียที่ครับ

ผมเห็นคุณหายไปตั้งนาน คิดว่าจะไปหาเหตุผลหาเนื้อหาธรรมมาสนทนา

ที่ไหนได้กลับมาแล้ว ก็ยังเวียนมาบ่นอยู่แต่เรื่องเดิมๆ :b13:


เพื่อบีบวงล้อมแห่งการสนทนาธรรมให้แคบเข้า เรารู้ความหมายคำว่า "ธรรม" (ธมฺม) ก่อน ธรรมะ ได้แก่ อะไร ?

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.ย. 2013, 05:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
โฮฮับ เขียน:
สัมมาทิฏฐิ เขียน:
เข้ามาสนทนาธรรมต่อ


วันนี้มีเวลาว่าง นั่งอ่านกระทู้ทั้งหมด เข้าใจ คุณโฮฮับ แล้วว่า

......คุณมองธรรม อย่างไร
......ผมมองธรรม อย่างไร


การสนทนากันต่อไป ไม่มีทางได้บทสรุปที่เป็นประโยชน์


การสนทนาจะต้องเริ่มต้นกันใหม่ ทั้งคุณ และ ผม กล่าวคือ เริ่มต้นใหม่ทั้งหมด
การสนทนาที่ผ่านมาในทุกกระทู้ ผมขอจบ และลืมเรื่องเดิมทั้งหมดด้วย

......เราจะสนทนากันในกระทู้นี้เท่านั้น และยินดีต้อนรับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
ที่ต้องการมีส่วนร่วมในการสนทนา


บนพื้นฐานของหลักธรรม ดังนี้


......แสดงความเห็นในแนวสร้างสรรค์ และ จรรโลงหลักธรรม ความดีงาม
อันจะก่อให้เกิดความอาจหาญ ร่าเริงในสัมมาปฏิบัติให้ยิ่งขึ้นไป

......งดเว้น การใช้วาจาหยาบคาย ส่อเสียด ใส่ความ กล่าวหาให้ร้าย
ดูหมิ่น หมิ่นประมาท

......พึงพูดคุยกันเยี่ยงบัณฑิตทั้งหลายคุยกัน มีเมตตา เคารพในเหตุผลด้วยสุภาพ
มีความเอื้ออาทรต่อกันและกัน


ในกรณีที่ คุณโฮฮับ ยินดีที่จะสนทนากับผม ดังเช่นที่คุณกล่าวไว้ ในอีกกระทู้หนึ่ง
ให้เข้ามาตอบรับ ผมจะเป็นบุคคลแรกที่เริ่มต้น บทสนทนา ซึ่งอาจจะมีหายไปบ้าง
ในกรณีที่ผมติดภารกิจ


ในกรณีที่ คุณโฮฮับ ไม่ยินดีที่จะสนทนากับผม ไม่ต้องเข้ามาตอบรับก็ได้นะครับ


บอกสนทนาธรรมต่อ อยากรู้ครับ เมื่อไรจะเข้าเนื้อหาธรรมเสียที่ครับ

ผมเห็นคุณหายไปตั้งนาน คิดว่าจะไปหาเหตุผลหาเนื้อหาธรรมมาสนทนา

ที่ไหนได้กลับมาแล้ว ก็ยังเวียนมาบ่นอยู่แต่เรื่องเดิมๆ :b13:


เพื่อบีบวงล้อมแห่งการสนทนาธรรมให้แคบเข้า เรารู้ความหมายคำว่า "ธรรม" (ธมฺม) ก่อน ธรรมะ ได้แก่ อะไร ?


นี่ก็อีก คนหนึ่งเข้ามาบ่นเรื่องเดิมๆ อีกคนมาพูดมาถามเรื่องเดิม เรื่องที่เคยคุยกันไป
ไม่รู้กี่สิบกระทู้แล้ว
เซ็งเป็ด! เช้านี้ต้องกินข้าวมันไก่แทน ข้าวหน้าเป็ดซะแล้ว :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.ย. 2013, 06:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2013, 06:03
โพสต์: 95

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คุณโฮฮับกล่าว

บอกสนทนาธรรมต่อ อยากรู้ครับ เมื่อไรจะเข้าเนื้อหาธรรมเสียที่ครับ

ผมเห็นคุณหายไปตั้งนาน คิดว่าจะไปหาเหตุผลหาเนื้อหาธรรมมาสนทนา

ที่ไหนได้กลับมาแล้ว ก็ยังเวียนมาบ่นอยู่แต่เรื่องเดิมๆ



ผมไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ

ไปทำงานครับ วันนี้ เข้ามาคงอ่านได้เท่านี้ ต้องไปทำงานก่อน

ผมไม่แน่ใจคำตอบของ คุณโฮฮับ แต่เมื่อเข้ามาสนทนา แสดงว่าตอบรับ

ขอไปทำงานก่อนนะครับ เสร็จงานจะเข้ามาสนทนาต่อ ./


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.ย. 2013, 12:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33871

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คุณสัมมาครับ คุณจะเอาอะไรนักหนากับพี่โฮของกรัชกายครับ คุณชวนเค้าสนทนาธรรม ก็พี่โฮของโผมรู้จักธรรมสะที่ไหนล่ะขอรับน่ะ เห็นไหมครับที่ถามว่า ธรรมะ (ธมฺม) มีความหมายอย่างไร พี่โฮของโผมเลี่ยงไปน้ำขุ่นๆเป็นครั้งที่ร้อยแล้ว

นี่พูดจริงๆนะ พี่โฮเนี่ยนะ เหมาะกับห้อง ความรัก-ความผูกพัน-พลัดพราก :b2: ที่สุดไม่ต้องอะไรมาก คือช่วยปลอบใจผู้ที่ผิดหวังจากความรักได้ดี คือพูดกลิ้งไปกลิ้งมา ชักแม่น้ำทั้ง 5 จนเค้าหัวเราะทั้งน้ำตาได้ :b32:

พี่โฮกินข้าวมันไก่ แ่ต่กรัชกายยังไม่รู้จะกินข้าวกับอะไรดี ขำ :b9:

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.ย. 2013, 12:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


สนทนาธรรมมะ บางทีไร้สาระบ้างก็ได้นะ555 ลดแรงกดดัน :b32: เด่วคุณน้องจะจัดการ ตบพี่โฮฮับให้เอง555+ :b32: :b32:
ถ้าเปรียบเทียบตัวละครในเทคเคน พี่โฮฮับน่าจะเหมาะเป็น king :b32: :b32: ขนาดยัยalisaจอมโหด ยังโดนจนอ่วมอรทัย wink (สงสัยจะได้วิ่งกันป่าราบจริงๆ :b32: :b32: )
http://www.youtube.com/watch?v=iMTqx4yEEY8 :b13:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 31 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 11 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร