วันเวลาปัจจุบัน 20 ก.พ. 2020, 01:52  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 9 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ต.ค. 2012, 12:20 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ต.ค. 2012, 20:20
โพสต์: 6


 ข้อมูลส่วนตัว


ผมสงสัยระหว่างมองโลกในแง่ดี กับ ของทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอนมันต่างกันอย่างไรครับ เพราะตอนนี้เกิดเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นกะผม ผมชอบมีความสุขทุกอย่างที่อยู่ใกล้ตัว อาบน้ำก็มีความสุข กินกาแฟก็มีความสุข ได้ทำงานหรือทำงานเสร็จก็มีความสุข แต่พอเห็นสัตว์ตาย คนพิการ หรือคนสูงอายุ พอผมเมตตาให้ ผมก็รู้สึกว่าชีวิตไม่มีความแน่นอน ไม่มีความยั่งยืน ถ้าเกิดอย่างนี้บ่อย จะเกิดอะไรขึ้นไหม และสิ่งใดที่ถูกต้อง ที่เราต้องพิจารณากับสิ่งที่เกิดขึ้น ว่ามองในแง่ดีหรือ ไม่แน่นอนครับ
ขอแสดงความนับถือ ขอบคุณครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ต.ค. 2012, 16:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มี.ค. 2010, 16:12
โพสต์: 2275

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


มองโลกในแง่ดี คือ
พยายามมองให้เห็นส่วนที่ดีของคนอื่น สิ่งอื่นแม้จะมีน้อย ..

อะไรก็ไม่แน่นอน คือ .. แปรผันตลอดเวลา เช่น
เช้าหัวร่อ ฮ่า ฮ่า บ่ายกลับม้วยมรณาเสียแล้ว ท่านสอนไม่ให้ประมาท ..

อาการที่เกิดเรียกว่า สลดสังเวช ว่าวันหนึ่งเราต้องเป็นอย่างนั้น มันหดหู่ลงไป
สลดสังเวชตัวของตน เข้าใจว่าได้ของดี จะมีอายุยืน จะมีสุขภาพดี แท้ที่จริงมันได้ของตาย
ของอสุภะ ปฏิกูล ของชำรุดทรุดโทรมทั้งนั้น ...


อาการที่เกิด เรียกว่าเห็นเทวทูต เกิดบ่อย ๆ อาจจะได้ออกบวช
แถมบวชไม่สึกนะ .. :b4: :b20: ..

ส่วนข้าน้อย ยังโง่อยู่ ยังเห็นว่าชีวิตน่าภิรมย์ ชมชื่น
คงติดอยู่ในโลกนี้อีกนาน ...อิอิ .. :b32: :b13:

.....................................................
"พุทโธ .. พุทโธ .. พุทโธ"
ภาวนาวันละนิด จิตแจ่มใส


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ต.ค. 2012, 17:49 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ธ.ค. 2011, 16:32
โพสต์: 324


 ข้อมูลส่วนตัว


หมีน้อยคอยรัก เขียน:
ผมสงสัยระหว่างมองโลกในแง่ดี กับ ของทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอนมันต่างกันอย่างไรครับ เพราะตอนนี้เกิดเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นกะผม ผมชอบมีความสุขทุกอย่างที่อยู่ใกล้ตัว อาบน้ำก็มีความสุข กินกาแฟก็มีความสุข ได้ทำงานหรือทำงานเสร็จก็มีความสุข แต่พอเห็นสัตว์ตาย คนพิการ หรือคนสูงอายุ พอผมเมตตาให้ ผมก็รู้สึกว่าชีวิตไม่มีความแน่นอน ไม่มีความยั่งยืน ถ้าเกิดอย่างนี้บ่อย จะเกิดอะไรขึ้นไหม และสิ่งใดที่ถูกต้อง ที่เราต้องพิจารณากับสิ่งที่เกิดขึ้น ว่ามองในแง่ดีหรือ ไม่แน่นอนครับ
ขอแสดงความนับถือ ขอบคุณครับ

สวัสดีครับ :b8:
มองโลกในแง่ดีนั้นก็ดี แต่ยังเป็นเพราะปรุงแต่งอยู่ครับ ถ้าเอามาใช้ในชีวิตทั่วๆไปก็ถือว่าพอมีประโยชน์บ้างพอสมควรครับ
ส่วนการเห็นว่าสิ่งทั้งหลายไม่แน่นอนนั้น ยอดของมันคือการเห็นที่ไม่มีการปรุงแต่งครับ ถ้าทำได้ก็เรียกว่าเข้าถึงสภาวะธรรมนั้นๆครับ เห็นอันนี้ดีกว่ามองโลกในแง่ดีมากมายครับ
ขอบคุณครับ :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ต.ค. 2012, 17:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.พ. 2012, 12:01
โพสต์: 376


 ข้อมูลส่วนตัว


หมีน้อยคอยรัก เขียน:
ผมสงสัยระหว่างมองโลกในแง่ดี กับ ของทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอนมันต่างกันอย่างไรครับ เพราะตอนนี้เกิดเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นกะผม ผมชอบมีความสุขทุกอย่างที่อยู่ใกล้ตัว อาบน้ำก็มีความสุข กินกาแฟก็มีความสุข ได้ทำงานหรือทำงานเสร็จก็มีความสุข แต่พอเห็นสัตว์ตาย คนพิการ หรือคนสูงอายุ พอผมเมตตาให้ ผมก็รู้สึกว่าชีวิตไม่มีความแน่นอน ไม่มีความยั่งยืน ถ้าเกิดอย่างนี้บ่อย จะเกิดอะไรขึ้นไหม และสิ่งใดที่ถูกต้อง ที่เราต้องพิจารณากับสิ่งที่เกิดขึ้น ว่ามองในแง่ดีหรือ ไม่แน่นอนครับ
ขอแสดงความนับถือ ขอบคุณครับ


มองโลกในแง่ดีก็เป็นเรื่องที่ดีแล้วค่ะ คุณก็เข้าใจแล้วว่าการมองโลกในแง่ดีคืออะไร ก็ดีแล้วค่ะ

การมองโลกในแง่ดีเป็นอารมณ์ทางโลก ส่วน การมองเห็นว่าทุกอย่างไม่เที่ยงเป็นอารมณ์ทางธรรม
การมองเห็นตามสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น คุณกำลังสับสนระหว่า 2 สิ่งนี้ในเวลาที่คุณเกิดเมตตา
หรือรู้สึกสงสาร

สิ่งที่คุณต้องทำความเข้าใจก็คือมองโลกในแง่ดีก็เป็นอีกอารมณ์นึง การเห็นสรรพสิ่งเปลี่ยนแปลงก็
เป็นอีกเรื่องนึง อีกอารมณ์นึง การที่สรรพสิ่งเปลี่ยนแปลงไป คือสภาพที่เกิดขึ้นจริง เป็นเรื่องที่ต้องเกิด
แม้ไม่อยากให้เกิด เราเปลี่ยนแปลงไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนการมองโลกในแง่ดีก็คือ แม้ว่าเราจะอยู่ในที่แย่ๆ
ในเวลาที่แย่ๆ เห็นคนที่แย่ๆ แต่เราสามารภปรับอารมณ์ความคิดของเราให้มองในมุมที่ดี พยายามมอง
สภาพแวดล้อมรอบๆ ในทางที่ดี ซึ่งก็เป็นอีกอารมณ์นึงค่ะ ไม่เกี่ยวกัน ต้องแยกให้ออกค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ต.ค. 2012, 19:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4936

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


ความสุขที่เราว่ามันสุข มันก็ไม่ได้สุขไปทุกๆขณะ พอเราตามดูว่ามันจะสุขไปถึงไหนหนอ ดื่มกาแฟมันจะสุขไปได้ถึงไหนหนอ จิบแรก แหม แฮปปี้จัง จิบสองก็ยังแฮปปี้อยู่ พอหมดแก้ว "ว๊า...หมดซะแล้ว เสียดายจัง" เอ๊ะ แล้วอย่างนี้ยังสุขอยู่ไหม? เริ่มไม่สุขแล้ว อยากดื่มอีกสักนิด เสียดาย จะสั่งอีกแก้วก็ แหม แพงจัง ไม่ก็ แหม คาเฟอีนเยอะไป

เอ๊ะ มันสุขไปตลอดจริงหรือแบบนี้ มันก็ไม่สุขแล้ว




.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ต.ค. 2012, 22:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 เม.ย. 2011, 01:57
โพสต์: 324

แนวปฏิบัติ: อริยสัจ4
อายุ: 27
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว


เราทุกคนรู้ดีว่าทุกข์มันแย่ยังไง น่ากลัวยังไง ดังนั้น หากปรับมุมมองให้มีความสุขมากขึ้นได้ ย่อมดีกว่ามุมมองเดิมที่ทำให้เราทุกข์

แต่เราก็รู้ดีอีกไม่ใช่หรือ ว่าไม่มีความสุขใดจะอยู่กับเราไปได้ตลอดเวลา และไม่มีทุกข์ใดจะอยู่กับเราไปได้ตลอดเวลาเช่นกัน ทุกข์และสุขต่างก็หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันไปมาอยู่ตลอด ไม่มีอะไรแน่นอน

หลวงพ่อชาท่านเปรียบเทียบว่าทุกข์ กับสุข เหมือนคมมีด กับสันมีด ท่านถามไว้น่าคิดว่า เราจะเอาแต่สุข ลองคิดดูสิ หยิบมีดจะเอาแต่สัน หรือจะเอาแต่คม มีใครทำได้หรือ เพราะมันเป็นอันเดียวกัน แยกจากกันไม่ได้ ถ้าเอาอันหนึ่ง จะได้อีกอันด้วยเสมอ

เพราะเมื่อเราให้ค่าสิ่งหนึ่งว่าทำให้เรามีความสุข ก็เท่ากับว่าเราให้ค่าสิ่งตรงข้ามหรือการเสียสิ่งนั้นไปว่าเป็นทุกข์โดยอัตโนมัติด้วยทุกครั้ง

มองโลกในแง่ดีกับทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอน เหมือนกันตรงที่ว่ามองแล้วทำให้มีความสุขขึ้น
มองโลกในแง่ดีกับทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอน ต่างกันตรงที่ว่าการมองโลกในแง่ดี คือการมองสิ่งเดิมในมุมตรงข้าม ทำให้เห็นข้อดีของสิ่งนั้น ส่วนการมองว่าทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอน คือผลจากการมีมุมมองที่สมบูรณ์ คือการเห็นสิ่งๆนั้นแล้วทั้งสองด้าน และยอมรับ ว่าสิ่งใดๆก็ตาม ล้วนมีทั้งด้านดีและด้านร้าย

หลวงปู่ขาวกล่าวไว้ว่า "จงมองดูโลกทั้งสองมุม คือมุมมืดและมุมสว่าง ทางปัญญาจึงจะเกิด"

ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนแล้วละ ว่าจะพอใจอยู่กับมุมมองใหม่ที่ได้มา หรือจะปรับมุมมองนั้นให้ก้าวหน้าไปจนกลายเป็นภาพที่สมบูรณ์ขึ้นมา

:)

.....................................................
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นคือความจริง การฝืนความจริงทำให้เกิดทุกข์ การเห็นและยอมตามความจริงทำให้หายทุกข์

คนที่รู้ธรรมะ มักจะชอบเอาชนะผู้อื่น แต่คนเข้าใจธรรมะ มักจะเอาชนะใจตนเอง

สัพเพ ธัมมา อะนัตตาติ ยะทา ปัญญายะ ปัสสะติ
เมื่อใดบุคคลเห็นด้วยปัญญาว่า, ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา

อะถะ นิพพินทะติ ทุกเข เอสะ มัคโค วิสุทธิยา
เมื่อนั้น ย่อมเหนื่อยหน่ายในสิ่งที่เป็นทุกข์ ที่ตนหลง,
นั่นแหละเป็นทางแห่งพระนิพพานอันเป็นธรรมหมดจด

.....ติลักขณาทิคาถา.....


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ต.ค. 2012, 01:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ธ.ค. 2009, 00:22
โพสต์: 223

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


มองโลกในแง่ดี :b12: (โดยอยู่ในศีลธรรม)เป็นการหมั่นเจริญกศุลความดีในจิต(ลักษณะจิตน้อมไปควรแก่การงาน)กับ ของทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอน (ไม่เที่ยง คงทนอยู่ไม่ได้ ไม่เป็นตัวตน)
จิตควร onion แก่การงานมาใช้ ( Onion_no อวิชา) Onion_R โดย s006........การเข้าไปเห็นความจริงของกายและใจ :b20:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ต.ค. 2012, 14:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 08:10
โพสต์: 2781

แนวปฏิบัติ: ขันธ์5ด้วยการสังเกตุ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และอินทรีย์22
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระสุตตันตปิฎก
อายุ: 0
ที่อยู่: ระยอง อุบลราชธานี

 ข้อมูลส่วนตัว


หมีน้อยคอยรัก เขียน:
ผมสงสัยระหว่างมองโลกในแง่ดี กับ ของทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอนมันต่างกันอย่างไรครับ เพราะตอนนี้เกิดเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นกะผม ผมชอบมีความสุขทุกอย่างที่อยู่ใกล้ตัว อาบน้ำก็มีความสุข กินกาแฟก็มีความสุข ได้ทำงานหรือทำงานเสร็จก็มีความสุข แต่พอเห็นสัตว์ตาย คนพิการ หรือคนสูงอายุ พอผมเมตตาให้ ผมก็รู้สึกว่าชีวิตไม่มีความแน่นอน ไม่มีความยั่งยืน ถ้าเกิดอย่างนี้บ่อย จะเกิดอะไรขึ้นไหม และสิ่งใดที่ถูกต้อง ที่เราต้องพิจารณากับสิ่งที่เกิดขึ้น ว่ามองในแง่ดีหรือ ไม่แน่นอนครับ
ขอแสดงความนับถือ ขอบคุณครับ



ธรรม2อย่างนี้ ไปด้วยกันได้ครับ ธรรมบางอย่างไปด้วยกันไม่ได้ เช่น อยากเด่นดัง แต่ อยากอยู่อย่างสงบ ธรรมสองอย่างนี้ ไปด้วยกันไม่ได้ ต้องเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง

.....................................................
อย่าท้อถอยต่อการปฏิบัติ อย่าปล่อยให้ความขุ่นเคืองเข้าแทรก สร้างพลังด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า รำลึกและตอบแทนพระคุณมารดา และบิดา มองโลกด้วยใจเป็นกลาง ระลึกเสมอว่าเรายังด้อยปัญญาหากยังไม่ได้ปัญญา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ต.ค. 2012, 22:40 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ต.ค. 2012, 20:20
โพสต์: 6


 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณจากใจจริงครับ ผมจะนำไปปฏิบัติจนกว่าจะหมดลมหายใจครับ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 9 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร