วันเวลาปัจจุบัน 25 ต.ค. 2020, 03:38  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 120 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5 ... 8  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มิ.ย. 2012, 18:13 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ธ.ค. 2011, 21:40
โพสต์: 952


 ข้อมูลส่วนตัว


ท่านเห็น อนิจจัง เห็น ทุกขัง เห็น อนัตตา เห็นอย่างไร ทั้งในรูปแบบของขันธ์5 และ อื่นๆ ครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มิ.ย. 2012, 19:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 มี.ค. 2010, 19:57
โพสต์: 1014

โฮมเพจ: http://www.vitwong.blogspot.com
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ผมเห็น มาจากการได้อ่าน ได้ฟังมา แล้วเอามาคิดวิเคราะห์ สรุปเอา
ซึ่งไม่ทราบได้ว่า จิตเราเห็นตระหนักอย่างนั้นหรือไม่ เพราะจิตไม่ใช่เรา

รูป เป็นขันธ์
เวทนา เป็นขันธ์
สัญญา เป็นขันธ์
สังขาร เป็นขันธ์
วิญญาณ เป็นขันธ์

นิพพาน ไม่เป็นขันธ์

Quote Tipitaka:
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ภาค ๑-หน้าที่ 682

อรรถกถาอุทยัพพยญาณนิทเทส

พระโยคาวจรนั้น เมื่อเห็นความเกิดและความเสื่อมของขันธ์ ๕ อย่างนี้

ย่อมรู้อย่างนี้ ว่า การรวมเป็นกองก็ดี การสะสมก็ดี ย่อมไม่มีแก่ขันธ์ที่ยังไม่

เกิดก่อนแต่ขันธ์เหล่านี้เกิด, ชื่อว่าการมา โดยรวมเป็นกอง โดยความ

สะสม ย่อมไม่มีแม้แก่ขันธ์ที่เกิดขึ้น, ชื่อว่าการไปสู่ทิศน้อยใหญ่ ย่อมไม่มีแม้

แก่ขันธ์ที่ดับ, ชื่อว่าการตั้งลงโดยรวมเป็นกอง โดยสะสม โดยเก็บไว้ในที่

แห่งหนึ่ง ย่อมไม่มีแม้แก่ขันธ์ที่ดับแล้ว. เหมือนนักดีดพิณ เมื่อเขาดีดพิณอยู่

เสียงพิณก็เกิด, มิใช่มีการสะสมไว้ก่อนเกิด, เมื่อเกิดก็ไม่มีการสะสม, การ

ไปสู่ทิศน้อยใหญ่ออกเสียงพิณที่ดับไปก็ไม่มี, ดับแล้วไม่ว่าที่ไหนก็ไม่สะสมตั้ง

ไว้, ที่แท้แล้วพิณก็ดี นักดีดพิณก็ดีอาศัยความพยายามอันเกิดแต่ความ

พยายามของลูกผู้ชายไม่มีแล้วยังมีได้, ครั้นมีแล้วยังเสื่อมได้ฉันใด, ธรรมมีรูป

และไม่มีรูปแม้ทั้งหมดก็ฉันนั้นไม่มีแล้วยังมีได้ ครั้นมีแล้วยังเสื่อมได้ พระ

โยคาวจรย่อมเห็นด้วยประการฉะนี้แล.

.....................................................
ยังงมงาย...
เมื่อเห็นว่าพระไตรปิฏก มีส่วนถูก มีส่วนจริงแค่ 20 ถึง 30 เปอร์เซนต์ เท่านั้น

เลิกงมงาย..
เมื่อเห็นว่า พระไตรปิฏก มีส่วนถูก ส่วนจริง เกินกว่า 80 ถึง กว่า 90 เปอร์เซนต์

http://www.youtube.com/user/govit2554#g/u


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มิ.ย. 2012, 20:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


เห็นด้วยตัวเองเจ้าค่ะ และได้กัลยามิตรชี้ทางให้ บรรลุเป็นโสดาบัณเลย :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มิ.ย. 2012, 23:12 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4985


 ข้อมูลส่วนตัว


เห็นจากนิมิต

เห็นเป็นภาพ ฟองน้ำ เห็นลวดลายที่ปรากฎเมื่อน้ำต้องแสง เห็น...
ซึ่งการเห็นนั้น มันรู้ไปในตัวเลยว่า สิ่งใดแทนอะไร สะท้อนนัยยะอะไร

เป็นนิมิตที่เป็นอารมณ์ที่ติดตา ติดใจมานับแต่บัดนั้น

วันนั้นพอเห็นเสร็จออกมา
เป็นครั้งแรกที่เห็นแสงแดดเป็นสีออกประกายส้มทอง
(เป็นครั้งแรก อิอิ แสดงว่ามีครั้งต่อ ๆ มา ... :b32: )

ราวกับว่าก่อนหน้านี้นัยน์ตาเรานั้นมีตะกอน และเหมือนกับว่าเราถูกล้างตา .. :b1:

และต่อมาก็ได้มาเจอที่เป็นภาษา (ก็หลังจากนั้นเกือบยี่สิบปี)

๓. เผณปิณฑสูตร
ว่าด้วยอุปมาขันธ์ ๕
[๒๔๒] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำคงคาใกล้อยุชฌบุรี. ณ ที่นั้นแล
พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาแล้วตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่น้ำคงคานี้ พึงนำ
กลุ่มฟองน้ำใหญ่มา บุรุษผู้มีจักษุพึงเห็น เพ่ง พิจารณากลุ่มฟองน้ำใหญ่นั้น โดยแยบคาย เมื่อ
บุรุษนั้นเห็น เพ่ง พิจารณาอยู่โดยแยบคาย กลุ่มฟองน้ำนั้น พึงปรากฏเป็นของว่างเปล่า
หาสาระมิได้เลย สาระในกลุ่มฟองน้ำ พึงมีได้อย่างไร แม้ฉันใด. ดูกรภิกษุทั้งหลาย รูปอย่าง
ใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน ฯลฯ อยู่ในที่ไกลหรือในที่ใกล้ ภิกษุย่อมเห็น
เพ่ง พิจารณารูปนั้นโดยแยบคาย เมื่อภิกษุนั้นเห็น เพ่ง พิจารณาอยู่โดยแยบคาย รูปนั้นย่อม
ปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาสาระมิได้ สาระในรูปพึงมีได้อย่างไร ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๒๔๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อฝนเมล็ดหยาบตกอยู่ในสรทสมัย ฟองน้ำในน้ำ ย่อม
บังเกิดขึ้นและดับไป บุรุษผู้มีจักษุ พึงเห็น เพ่ง พิจารณาฟองน้ำนั้นโดยแยบคาย เมื่อบุรุษนั้น
เห็น เพ่ง พิจารณาอยู่โดยแยบคาย ฟองน้ำนั้น พึงปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาสาระมิได้เลย
สาระในฟองน้ำนั้นพึงมีได้อย่างไร แม้ฉันใด. เวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต
และปัจจุบัน ฯลฯ อยู่ในที่ไกลหรือในที่ใกล้ ภิกษุย่อมเห็น เพ่ง พิจารณาอยู่โดยแยบคาย
เวทนานั้นย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาสาระมิได้ สาระในเวทนาพึงมีได้อย่างไร ฉันนั้น
เหมือนกัน.
[๒๔๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อเดือนสุดท้ายแห่งฤดูร้อนยังอยู่ พยับแดด ย่อมเต้น
ระยิบระยับในเวลาเที่ยง บุรุษผู้มีจักษุพึงเห็น เพ่ง พิจารณา พยับแดดนั้นโดยแยบคาย เมื่อ
บุรุษนั้นเห็น เพ่ง พิจารณาอยู่โดยแยบคาย พยับแดดนั้น พึงปรากฏเป็นของว่างเปล่า ฯลฯ
สาระในพยับแดดพึงมีได้อย่างไร แม้ฉันใด. สัญญาอย่างใดอย่างหนึ่ง ฯลฯ ก็ฉันนั้นเหมือนกันแล.
[๒๔๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุรุษผู้มีความต้องการด้วยไม้แก่น เสาะหาไม้แก่น เที่ยว
แสวงหาไม้แก่นอยู่ ถือเอาจอบอันคม พึงเข้าไปสู่ป่า บุรุษนั้นพึงเห็นต้นกล้วยใหญ่ ตรง ใหม่
ยังไม่เกิดแก่นในป่านั้น พึงตัดโคนต้นกล้วยนั้นแล้วจึงตัดปลาย แล้วจึงปอกกาบใบออก บุรุษ
นั้นปอกกาบใบออก ไม่พึงได้แม้กระพี้ในต้นกล้วยใหญ่นั้น จะพึงได้แก่นแต่ที่ไหน บุรุษผู้มีจักษุ
พึงเห็น เพ่ง พิจารณาอยู่โดยแยบคาย ซึ่งต้นกล้วยใหญ่นั้น เมื่อบุรุษนั้นเห็น เพ่ง พิจารณา
อยู่โดยแยบคาย ต้นกล้วยใหญ่นั้น พึงปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาแก่นมิได้ แก่นในต้นกล้วย
พึงมีได้อย่างไร แม้ฉันใด. สังขารเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน ฯลฯ
อยู่ในที่ไกลหรือในที่ใกล้ ภิกษุย่อมเห็น เพ่ง พิจารณาสังขารนั้นโดยแยบคาย เมื่อภิกษุนั้นเห็น
เพ่ง พิจารณาอยู่โดยแยบคาย สังขารนั้น ย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาสาระมิได้ สาระใน
สังขารทั้งหลายพึงมีได้อย่างไร ฉันนั้นเหมือนกันแล.
[๒๔๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย นักเล่นกลหรือลูกมือนักเล่นกล พึงแสดงกลที่หนทางใหญ่
สี่แพร่ง บุรุษผู้จักษุพึงเห็น เพ่ง พิจารณากลนั้นโดยแยบคาย เมื่อบุรุษนั้นเห็น เพ่ง พิจารณา
อยู่โดยแยบคาย กลนั้น พึงปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาสาระมิได้ สาระในกลพึงมีได้อย่างไร
แม้ฉันใด. วิญญาณอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน ฯลฯ อยู่ในที่
ไกลหรือในที่ใกล้ ภิกษุย่อมเห็น เพ่ง พิจารณาอยู่โดยแยบคาย เมื่อภิกษุเห็น เพ่ง
พิจารณาวิญญาณนั้นโดยแยบคาย วิญญาณนั้น ย่อมปรากฏเป็นของว่างเปล่า หาสาระมิได้
สาระในวิญญาณพึงมีได้อย่างไร ฉันนั้นเหมือนกันแล. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้สดับแล้ว
เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในรูป ทั้งในเวทนา ทั้งในสัญญา ทั้งในสังขาร ทั้งในวิญญาณ
เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัด ย่อมหลุดพ้น เมื่อหลุดพ้นแล้ว ย่อมมี
ญาณหยั่งรู้ว่า หลุดพ้นแล้ว รู้ชัดว่า ฯลฯ กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ดังนี้.
พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยากรณภาษิตนี้จบลงแล้ว จึงได้ตรัสคาถา
ประพันธ์ต่อไปว่า
[๒๔๗] พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระอาทิตย์ ทรงแสดงแล้วว่า
รูปอุปมาด้วยกลุ่มฟองน้ำ เวทนาอุปมาด้วยฟองน้ำ สัญญาอุปมาด้วย
พยับแดด สังขารอุปมาด้วยต้นกล้วย และวิญญาณอุปมาด้วยกล.
ภิกษุย่อมเพ่งพิจารณาเห็นเบญจขันธ์นั้นโดยแยบคายด้วยประการ
ใดๆ เบญจขันธ์นั้น ย่อมปรากฏเป็นของว่าง เป็นของเปล่า
ด้วยประการนั้นๆ ก็การละธรรม ๓ อย่าง อันพระพุทธเจ้า ผู้มี
ปัญญาดังแผ่นดิน ปรารภกายนี้ทรงแสดงแล้ว ท่านทั้งหลาย
จงดูรูปอันบุคคลทิ้งแล้ว. อายุ ไออุ่น และวิญญาณย่อมละ
กายนี้เมื่อใด เมื่อนั้น กายนี้อันเขาทอดทิ้งแล้วย่อมเป็นเหยื่อ
แห่งสัตว์อื่น หาเจตนามิได้ นอนทับถมแผ่นดิน. นี้เป็น
ความสืบต่อเช่นนี้ นี้เป็นกลสำหรับหลอกลวงคนโง่ เบญจขันธ์
เพียงดังว่าเพชฌฆาตผู้หนึ่ง เราบอกแล้ว สาระย่อมไม่มีใน
เบญจขันธ์นี้. ภิกษุผู้มีความเพียรอันปรารภแล้วมีสัมปชัญญะ มีสติ
พึงพิจารณาขันธ์ทั้งหลายอย่างนี้ ทั้งกลางวัน ทั้งกลางคืน. ภิกษุเมื่อ
ปรารถนาบทอันไม่จุติ (นิพพาน) พึงละสังโยชน์ทั้งปวง พึงกระทำ
ที่พึ่งแก่ตน พึงประพฤติ ดุจบุคคลผู้มีศีรษะอันไฟไหม้ ดังนี้.

จบ สูตรที่ ๓.


แก้ไขล่าสุดโดย eragon_joe เมื่อ 09 มิ.ย. 2012, 23:45, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มิ.ย. 2012, 23:43 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


ฝึกจิต เขียน:
ท่านเห็น อนิจจัง เห็น ทุกขัง เห็น อนัตตา เห็นอย่างไร ทั้งในรูปแบบของขันธ์5 และ อื่นๆ ครับ


กระผมยังไม่เห็น... s002

แต่ขอมาชมอำนาจวาสนาบารมี..ของเพื่อน ๆ ..ไปพลาง ๆ ก่อน :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มิ.ย. 2012, 00:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2009, 10:41
โพสต์: 4463

อายุ: 0
ที่อยู่: วัฏสงสาร

 ข้อมูลส่วนตัว


รอให้เป็นโคตรภูบุคคล โสดา สกิทาคมี อานาคามี อรหันต์ก่อนถึงกล่าวคำว่า เห็น
จักขุกรณี ญานกรณี........


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มิ.ย. 2012, 00:45 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4985


 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
กระผมยังไม่เห็น... s002
แต่ขอมาชมอำนาจวาสนาบารมี..ของเพื่อน ๆ ..ไปพลาง ๆ ก่อน :b32: :b32:

ที่เห็นน่ะ ทุกข์นะนั่น
ตอนนั้นยังเป็นนักเรียน ยังไม่ได้สนใจศึกษาศาสนา
ดังนั้น เมื่อเจออาการภายในอย่างนั้น แต่เมื่อออกมาก็เจอกับโลกภายนอกอีกอย่าง
โหย .. มันเกิดเป็นสองสิ่งตีกัน
อันไหนจริง อันไหนไม่จริง
ไม่รู้จะยืนอยู่ฝั่งไหน

คือ หลาย ๆ กรณี ที่เคยเห็น ๆ
คือพอเห็นเสร็จ ก็จะเห็นคือในจิตรู้ว่าเขาอยู่ในโซนมาร/อสูร
เข้ามารายงานตัวว่าเป็นฝีมือเขาเอง

คือ เจอมาก ๆ ก็เกิดอาการอยากจะเข้าศรีธัญญาเอาน่ะสิ่ ... :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มิ.ย. 2012, 00:47 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ธ.ค. 2011, 21:40
โพสต์: 952


 ข้อมูลส่วนตัว


หลับอยุ่ เขียน:
รอให้เป็นโคตรภูบุคคล โสดา สกิทาคมี อานาคามี อรหันต์ก่อนถึงกล่าวคำว่า เห็น
จักขุกรณี ญานกรณี........


กระผมขอโทษนะครับ ที่กล่าวผิด
งั้นเปลี่ยนเป็นว่า เข้าใจกันว่าไงและปฏิบัติกันอย่างไรเพื่อให้เห็นไตรลักษณ์ ดีมั้ยครับท่าน

*** เข้าใจใน อนัตตา หมดสงสัยเรื่อง กรรม และเหตุที่พระพุทธองค์ ไม่กล่าวถึง สิ่งเริ่ม ของการเกิดทุกข์

สาธุครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มิ.ย. 2012, 00:53 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


กระผมว่า...ต้องอนาคาขึ้นไป...ควรเรียกว่าเห็น..อนิจจัง...ทุกขัง..อนัตตา..ชัด

วันหนึ่ง...จะเข้าบ้าน...กำลังจะเปิดประตูรั่ว..
ประตูเหล็กมันสั่น.....ระริก..ๆ

ถอดแว่น...จ่องเข้าไปใกล้..ๆ..อีก....มันก็ระริก..ๆ..อย่างนั้น

ปะตูเหล็ก...ระริกยังกะพยับแดด.. :b32: (ลอกเอก่อน..นิดหน่อย...ก็ไม่รู้นะใช้คำไหนให้เห็นภาพได้)
ก็เลยพิจารณา...โอ้หนอ...เหล็กที่ว่าแน่...ก็ไม่มีอยู่จริง...

ของที่จับต้องได้...คิดว่ามีอยู่...ถึงเวลา...มันก็เป็นเพียงคลื่น..หาของจริงไม่ได้เลย

เราเอง...ก็แค่ช่วงคลื่นหนึ่งเท่านั้น.


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มิ.ย. 2012, 00:58 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ธ.ค. 2011, 21:40
โพสต์: 952


 ข้อมูลส่วนตัว


ดูลงทั้งภายนอกและภายในใช่มั้ยครับท่านกบ ดีแท้หนอ
:b8:
ท่านกบ เข้าใจใน อนัตตา อย่างไรครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มิ.ย. 2012, 01:04 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4985


 ข้อมูลส่วนตัว


คือ จะเป็นอะไรก็อีกเรื่อง

แต่จริง ๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นอะไร
ถ้าไม่มีสิ่งใดมาให้เห็นแล้วจะเห็นได้มั๊ย

การเห็นมันเป็นไปด้วยปัจจัย ไม่ได้เป็นอะไร


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มิ.ย. 2012, 01:06 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ธ.ค. 2011, 21:40
โพสต์: 952


 ข้อมูลส่วนตัว


eragon_joe เขียน:
คือ จะเป็นอะไรก็อีกเรื่อง

แต่จริง ๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นอะไร
ถ้าไม่มีสิ่งใดมาให้เห็นแล้วจะเห็นได้มั๊ย

การเห็นมันเป็นไปด้วยปัจจัย ไม่ได้เป็นอะไร


กระผม งง ครับท่านเอก่อน :b23:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มิ.ย. 2012, 01:08 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


พรุ่งนี้ค่อยมาต่อ....

อิ...อิ...อิ...
:b30: :b30:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มิ.ย. 2012, 01:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


คุนน้องเป็นแบบพี่เอกอนเลย.... อยากเข้าศรีธัญญา :b32:
ตอนแรกก็เห็น..ขอทาน..จิตใจสลดหดหู่..ทำไมหนอพวกเขาถึงต้องเป็นแบบนี้ สงสาร ทำบุญ ทำทาน เจอขอทานที่ไหนให้ด้วยความสงสาร ทำมาตลอดตั้งแต่เด็กจนโต(ตอนนั้นเริ่มจำความได้)
ต่อมา..เริ่มเป็นสาว..เริ่มเห็นความรัก..ทำไมหนอ..เรารักใครทำไมไม่เคยสมหวัง..ไม่เคยเจอคนจริงใจเลย
ไหนจะสภาวะรอบข้างที่เจอแต่..เสือ..สิง..กระทิง..แรด โกรธ..อิจฉา..ริษยา..อาฆาต.พยาบาท.. รบกันเข้าไป..รบกับมารทุกวัน..กลับมานอนก็ฝันร้ายรบกับมารในฝันอีก(เวรกรรม)...พอแต่งงานคิดว่าทุกอย่างประสบความสำเร็จแล้ว..
กลับสูญเสียคนที่ตัวเองรักอีก...... อนิจจัง..ทุกขัง..อนัตตา..ของแท้ :b43: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มิ.ย. 2012, 01:15 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


เอก่อนพูดถูก....

เห็น..ด้วยอายาตน..นี้...เห็นอย่างไร...ก็อยู่ที่บารมีสะสมมาเป็นปัจจัย

มันแค่..เห็น..ก่อน...แต่ยังไม่เป็น

เป็น...นี้...มันเกิดที่ภายใน
:b30: :b30:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 120 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5 ... 8  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 13 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร


cron