วันเวลาปัจจุบัน 04 ส.ค. 2020, 03:49  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 117 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5 ... 8  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 พ.ค. 2012, 10:57 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 พ.ค. 2012, 19:48
โพสต์: 28


 ข้อมูลส่วนตัว


เมื่อหลายปีก่อน ผมภาวนาอย่างต่อเนื่องโดยกำหนดพุทโธพร้อมกับดูลมหายใจเข้าออก ระหว่าภาวนารู้สึกร่างกายเบามากแต่ก็ไม่สนใจ บริกรรมต่อไป สักพักพุทโธ(คำบริกรรม)หายคิดยังไงก็คิดไม่ออก สิ่งที่เหลือคือลมหายใจที่ละเอียดมากเบาบางนุ่มละมุลละไม แล้วผมก็ภาวนาต่อไปโดยดูลมหายใจ สิ่งที่เกิดขึ้นคือลมหายใจละเอียดเข้าไปทุกทีจนสุดท้ายลมหายใจก็หายไป ไม่มีเลย คำบริกรรม,ลมหายใจ,และร่างกาย ในตอนนั้นก็หายไป เหลือแต่สติปัญญาที่เด่นดวงมาก แต่ผมก็ยังภาวนาต่อไปในสตินั้นยังมีความรู้หรือที่เรียกกันว่าวิญญาณอยู่ด้วย ผมจึงใช้สติปัญญาจ่อเข้าไปที่ความรู้ที่เด่นตรงนั้น ไม่นานความรู้(วิญญาณ)นั้นก็กระเด็นหายไปทันทีหายไปพร้อมกับสติปัญญา หมด .....ตอนหายหายไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้นานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่สติกระเพื่อมตัวออกมาเองคือความรู้(วิญญาณ)เกิด แต่มันนิ่งๆไม่คิดอะไร สักพักความคิดก็กระเพื่อมตัวออกมาเอง จึงได้มีความคิดสติปัญญาครบถ้วน จากนั้นจึงได้ตรวจเช็คตัวเองจึงพบว่าไม่มีลมหายใจไม่มีร่างกาย มีแต่ความรู้ที่เด่นจริงๆ และต่อมาไม่นานลมหายใจก็เริ่มปรากฏจากละเอียดแล้วค่อยๆเยอะขึ้นๆหยาบขึ้นๆและร่างกายก็ค่อยๆปรากฏตามมาๆ ....เรื่องก็มีประมาณนี้ มีใครพอทราบไหมครับว่าช่วงที่ความรู้ที่เด่นนั้นดับไปสติดับไปปัญญาดับไปช่วงนั้นคือสภาวะอะไร


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 พ.ค. 2012, 12:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


มัชฌิมา ปฏิปทา เขียน:
เมื่อหลายปีก่อน ผมภาวนาอย่างต่อเนื่องโดยกำหนดพุทโธพร้อมกับดูลมหายใจเข้าออก ระหว่าภาวนารู้สึกร่างกายเบามากแต่ก็ไม่สนใจ บริกรรมต่อไป สักพักพุทโธ(คำบริกรรม)หายคิดยังไงก็คิดไม่ออก สิ่งที่เหลือคือลมหายใจที่ละเอียดมากเบาบางนุ่มละมุลละไม แล้วผมก็ภาวนาต่อไปโดยดูลมหายใจ สิ่งที่เกิดขึ้นคือลมหายใจละเอียดเข้าไปทุกทีจนสุดท้ายลมหายใจก็หายไป ไม่มีเลย คำบริกรรม,ลมหายใจ,และร่างกาย ในตอนนั้นก็หายไป เหลือแต่สติปัญญาที่เด่นดวงมาก แต่ผมก็ยังภาวนาต่อไปในสตินั้นยังมีความรู้หรือที่เรียกกันว่าวิญญาณอยู่ด้วย ผมจึงใช้สติปัญญาจ่อเข้าไปที่ความรู้ที่เด่นตรงนั้น ไม่นานความรู้(วิญญาณ)นั้นก็กระเด็นหายไปทันทีหายไปพร้อมกับสติปัญญา หมด .....ตอนหายหายไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้นานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่สติกระเพื่อมตัวออกมาเองคือความรู้(วิญญาณ)เกิด แต่มันนิ่งๆไม่คิดอะไร สักพักความคิดก็กระเพื่อมตัวออกมาเอง จึงได้มีความคิดสติปัญญาครบถ้วน จากนั้นจึงได้ตรวจเช็คตัวเองจึงพบว่าไม่มีลมหายใจไม่มีร่างกาย มีแต่ความรู้ที่เด่นจริงๆ และต่อมาไม่นานลมหายใจก็เริ่มปรากฏจากละเอียดแล้วค่อยๆเยอะขึ้นๆหยาบขึ้นๆและร่างกายก็ค่อยๆปรากฏตามมาๆ ....เรื่องก็มีประมาณนี้ มีใครพอทราบไหมครับว่าช่วงที่ความรู้ที่เด่นนั้นดับไปสติดับไปปัญญาดับไปช่วงนั้นคือสภาวะอะไร

ที่บอกว่า สติปัญญาเด่นดวง สติปัญญาหายไป
อยากถามครับ คุณรู้ได้ไงครับว่า เป็นสติปัญญา
ไหนช่วยบอกหน่อยซิมันมีลักษณะอย่างไร
:b13:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 พ.ค. 2012, 12:50 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 พ.ค. 2012, 19:48
โพสต์: 28


 ข้อมูลส่วนตัว


สติปัญญาในที่นี้ เป็นสติรู้รอบที่ไม่ส่งออกนอก เป็นสติที่รู้อยู่กับตัวเอง ชัดๆ ครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 พ.ค. 2012, 14:21 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


สติหายไป....แล้วรู้ว่าสติหายไป..!!!.

s006 s006

ขอนั่งชมไปก่อนดีกว่า...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 พ.ค. 2012, 14:26 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:
สาธุอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่งกับคุณมัชฌิมา ปฏิปทา ครับ
:b48:
ตอนที่ทุกสิ่งทุกอย่างดับหายไปหมดนั้น เราอาจเรียกว่า "จิตเข้าภวังค์" "จิตเข้าอัปนาฌาณ" "จิตดับ"
หรือจะเรียก "นิโรธตัวอย่าง" ก็ได้ครับ นี่เป็นการค้นพบโดยธรรมชาติ โดยไม่ตั้งใจ ไม่มีเป้าหมาย ไร้ความอยากและเจตนา จึงเข้าถึงสภาวะที่ว่าได้ง่าย แต่หลังจากนั้น อยากจะเข้าไปสู่สภาวะอย่างนั้นกลับเข้าไม่ได้หรือเข้าได้ยาก

:b27:
ทัั้งหมดนี้ถ้าคุณเป็นผู้ใหม่ แสดงว่ามีบุญเก่าสร้างสมไว้เยอะ ถ้าได้พบกัลยาณมิตรแนะนำ ต่อยอดไปอีกสักนิดคุณก็จะพิชิตความเห็นผิดให้ขาดสะบั้นได้โดยเร็ว
:b41:
เหตุการณ์ทั้งหมดที่คุณเล่ามาเป็นประสบการณ์จริงที่จะบันทึกไว้ในสัญญาความจำอย่างแน่นแฟ้นและประทับใจ ขอให้นำมวิเคราะห์วิจัยยละเอียดอีกหลายๆรอบเพื่อจะได้นำกลับมาใช้เป็นแบบสำหรับปฏิบัติในคราวต่อๆไป สิ่งที่คุณจะต้องต่อ ยอดจากนี้ก็คือพึงไปศึกษาเรื่องของวิปัสสนาภาวนาหรือการเจริญปัญญาตามวิธีการของพระพุทธเจ้าแล้วเอามาปฏิบัติต่อยอดไปอีก อ้อ หากัลยาณมิตรที่รู้จริงสอนได้มาเป็นพี่เลี้ยงสักระยะหนึ่งนะครับจนกว่าจะเดินมรรคเองได้
:b11:
สิ่งพึงระวังคือ ความรู้ที่คุณจะศึกษาเพิ่มเติมตอนนี้ จะจากเพื่อนกัลยามิตรผู้หวังดีในลานธรรมทั้งหลาย และที่พึงจะได้จากที่อื่นๆ ต้องใช้หลักกาลามสูตรมากลั่นกรองให้มากขึ้น เพราะถ้าไปเห็นผิดยึดผิดในรูปแบบวิธีการใดวิธีการหนึ่งที่ไม่ได้คัดกรองสอบเทียบกับหัวใจการค้นพบของพระพุทธเจ้า คือ อริยสัจ 4 และมรรค 8 คุณอาจหลงทางแฉลบออกนอกทางก็ได้ครับ
:b12:
หากคุณเป็นผู้เก่า คือคร่ำหวอดมาแล้วกับการปฏิบัติภาวนา ก็ต้องขออภัย ถ้าผมเอาไก่มาปล่อยให้ดูนะครับ
:b8: :b8:
เจริญธรรมยิ่งๆขึ้นไปจนความเห็นผิดยึดผิดมลายสิ้นจากใจโดยเร็วพลันนะครับ สาธุ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 พ.ค. 2012, 14:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 17:53
โพสต์: 4999

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


มัชฌิมา ปฏิปทา เขียน:
สติปัญญาในที่นี้ เป็นสติรู้รอบที่ไม่ส่งออกนอก เป็นสติที่รู้อยู่กับตัวเอง ชัดๆ ครับ

ถามครับ สติปัญญากับปัญญาเหมือนกันมั้ยครับ

แล้วรู้กับระลึกรู้เหมือนกันมั้ยครับ :b13:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 พ.ค. 2012, 15:01 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 พ.ค. 2012, 19:48
โพสต์: 28


 ข้อมูลส่วนตัว


@คุณ asoka สาธุครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 พ.ค. 2012, 15:50 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 พ.ค. 2012, 19:48
โพสต์: 28


 ข้อมูลส่วนตัว


@คุณโฮฮับ ....ความรู้ผมน้อย ผมขอเป็นผู้ถามดีกว่าเป็นผู้ตอบนะครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 พ.ค. 2012, 16:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7098

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
...สภาวะธรรมของจิตสงบที่มั่นคงไม่คิดฟุ้งซ่านรำคาญสิ่งใดเลย...
...ขณะที่จิตรู้เด่นอยู่อย่างนั้นพร้อมกับคำบริกรรมหายไปหมด...
...สติรู้อยู่อย่างนั้น...เสมือนไม่มีกาย.เสมือนไม่มีเวทนา...
...นี้คือสภาวะที่เกิดธรรมของจริงเรียกชื่อว่าสติปัฏฐานสี่ที่เป็นโลกุตรธรรม...
...ไม่ใช่สภาวะธรรมที่จดจำและท่องจำได้เป็นแต่เพียงคำพูดที่เป็นโลกียธรรม...
...ความรู้นี้เป็นความรู้ของจิตที่เข้าถึงฌาณที่ผ่านสมาธิทุกขั้นมาแล้ว...
...การเกิดปิติ-สุข-เอกัคตารมณ์และจิตสงบรู้อารมณ์เดียวไม่ฟุ้งซ่านรำคาญ...
...คือจิตขณะนั้นรู้ว่ามีกายแต่ไม่รู้สึกถึงเวทนาหากแต่มีสติรู้ธรรมตามเป็นจริง...
...ท่านได้รู้ธรรมของจริงเป็นผลการปฏิบัติแล้ว...ขอให้ไปอ่านเกี่ยวกับสมาธิและฌาณเพิ่มเติม...
...แล้วจะทำให้จิตใจท่านมีศรัทธามั่นคงในพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า...
...ว่าทรงตรัสสั่งสอนแต่ความจริงทุกคำ...ปฏิบัติจริงก็จะได้เห็นของจริง...
...ศึกษาในตำราแล้วนำมาเทียบกับของจริงที่ปฏิบัติก็เป็นเครื่องยืนยันว่าจิตนี้เข้าถึงธรรมได้...
...นี่แหละที่เรียกว่าปริยัติ-ปฏิบัติ-ปฏิเวธ...
:b44: :b44:
:b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 พ.ค. 2012, 16:48 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ธ.ค. 2011, 21:40
โพสต์: 952


 ข้อมูลส่วนตัว


มัชฌิมา ปฏิปทา เขียน:
เมื่อหลายปีก่อน ผมภาวนาอย่างต่อเนื่องโดยกำหนดพุทโธพร้อมกับดูลมหายใจเข้าออก ระหว่าภาวนารู้สึกร่างกายเบามากแต่ก็ไม่สนใจ บริกรรมต่อไป สักพักพุทโธ(คำบริกรรม)หายคิดยังไงก็คิดไม่ออก สิ่งที่เหลือคือลมหายใจที่ละเอียดมากเบาบางนุ่มละมุลละไม แล้วผมก็ภาวนาต่อไปโดยดูลมหายใจ สิ่งที่เกิดขึ้นคือลมหายใจละเอียดเข้าไปทุกทีจนสุดท้ายลมหายใจก็หายไป ไม่มีเลย คำบริกรรม,ลมหายใจ,และร่างกาย ในตอนนั้นก็หายไป เหลือแต่สติปัญญาที่เด่นดวงมาก แต่ผมก็ยังภาวนาต่อไปในสตินั้นยังมีความรู้หรือที่เรียกกันว่าวิญญาณอยู่ด้วย ผมจึงใช้สติปัญญาจ่อเข้าไปที่ความรู้ที่เด่นตรงนั้น ไม่นานความรู้(วิญญาณ)นั้นก็กระเด็นหายไปทันทีหายไปพร้อมกับสติปัญญา หมด .....ตอนหายหายไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้นานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่สติกระเพื่อมตัวออกมาเองคือความรู้(วิญญาณ)เกิด แต่มันนิ่งๆไม่คิดอะไร สักพักความคิดก็กระเพื่อมตัวออกมาเอง จึงได้มีความคิดสติปัญญาครบถ้วน จากนั้นจึงได้ตรวจเช็คตัวเองจึงพบว่าไม่มีลมหายใจไม่มีร่างกาย มีแต่ความรู้ที่เด่นจริงๆ และต่อมาไม่นานลมหายใจก็เริ่มปรากฏจากละเอียดแล้วค่อยๆเยอะขึ้นๆหยาบขึ้นๆและร่างกายก็ค่อยๆปรากฏตามมาๆ ....เรื่องก็มีประมาณนี้ มีใครพอทราบไหมครับว่าช่วงที่ความรู้ที่เด่นนั้นดับไปสติดับไปปัญญาดับไปช่วงนั้นคือสภาวะอะไร


สุดยอดเลยครับท่าน s005 ผมไม่เคยเจอสภาวะที่ว่า
..........แต่สติปัญญาที่เด่นดวงมาก มันเป็นยังไง ผมเคยแต่ มีแต่เห็นว่างๆเท่านั้น ที่เหลือไม่มี
..........ความรู้ที่เด่นตรงนั้น :รู้อะไรครับ งง งง แล้วเอาสติปัญญา หรือ ตาในครับที่ว่าจ่อเข้าไป
..........ความรู้(วิญญาณ) :ท่านเห็นวิญญาณ ด้วยหรือครับ มันเป็นอย่างไร

ไม่ได้กวนนะครับ แต่ไม่เข้าใจสภาวะแบบนี้จริงๆ เลยถามเอาไว้ เป็นเกร็ดความรู้ลงในสัญญาหน่อย :b8:

ขอบคุณนะครับที่ตอบ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 พ.ค. 2012, 17:54 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 พ.ค. 2012, 19:48
โพสต์: 28


 ข้อมูลส่วนตัว


@คุณ Rosarin สาธุครับ เจริญในธรรมนะครับ

@คุณ ฝึกจิต ความรู้(วิญญาณ) ก็คือการรับรู้เป็นหนึ่งในขันธ์5 (รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) ในวิญญาณนี้มันมีสติอยู่ด้วย สติเป็นนามธรรมอย่างนึงวิญญาณก็อย่างนึง แต่มันอยู่ด้วยกัน พอกายดับไปเราก็ทราบว่ามันดับแต่ความรู้นี้ยังไม่ดับมันก็ทราบชัด มันจึงเป็นคนละอันกัน มันก็เลยเกิดเป็นปัญญายั่งทราบไปทีละส่วนๆตามความเป็นจริง "ความรู้"นี้ไม่มีกายเนื้ออยู่ไม่มีความฟุ้งซ่านจึงเห็นชัดจึงเป็นความรู้ที่เด่น ความรู้ที่เด่นตรงนั้นรู้อะไร ตอบครับ รู้อยู่เฉยๆ รู้เป็นธาตุรู้ แต่ตัวที่ไม่อยู่เฉยคือสติและปัญญา "แล้วเอาสติปัญญา หรือ ตาในครับที่ว่าจ่อเข้าไป" ตอบครับ เอาสติปัญญาครับที่จ่อเข้าไป จ่อเข้าไปที่รู้ ที่ความรู้ หรือที่ผู้รู้ แล้วแต่จะเรียก (สติปัญญา หรือ ตาใน ที่คุณว่า น่าจะเป็นตัวเดียวกันนะครับ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 พ.ค. 2012, 18:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


มัชฌิมา ปฏิปทา เขียน:
เมื่อหลายปีก่อน ผมภาวนาอย่างต่อเนื่องโดยกำหนดพุทโธพร้อมกับดูลมหายใจเข้าออก ระหว่าภาวนารู้สึกร่างกายเบามากแต่ก็ไม่สนใจ บริกรรมต่อไป สักพักพุทโธ(คำบริกรรม)หายคิดยังไงก็คิดไม่ออก สิ่งที่เหลือคือลมหายใจที่ละเอียดมากเบาบางนุ่มละมุลละไม แล้วผมก็ภาวนาต่อไปโดยดูลมหายใจ สิ่งที่เกิดขึ้นคือลมหายใจละเอียดเข้าไปทุกทีจนสุดท้ายลมหายใจก็หายไป ไม่มีเลย คำบริกรรม,ลมหายใจ,และร่างกาย ในตอนนั้นก็หายไป เหลือแต่สติปัญญาที่เด่นดวงมาก แต่ผมก็ยังภาวนาต่อไปในสตินั้นยังมีความรู้หรือที่เรียกกันว่าวิญญาณอยู่ด้วย ผมจึงใช้สติปัญญาจ่อเข้าไปที่ความรู้ที่เด่นตรงนั้น ไม่นานความรู้(วิญญาณ)นั้นก็กระเด็นหายไปทันทีหายไปพร้อมกับสติปัญญา หมด .....ตอนหายหายไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้นานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่สติกระเพื่อมตัวออกมาเองคือความรู้(วิญญาณ)เกิด แต่มันนิ่งๆไม่คิดอะไร สักพักความคิดก็กระเพื่อมตัวออกมาเอง จึงได้มีความคิดสติปัญญาครบถ้วน จากนั้นจึงได้ตรวจเช็คตัวเองจึงพบว่าไม่มีลมหายใจไม่มีร่างกาย มีแต่ความรู้ที่เด่นจริงๆ และต่อมาไม่นานลมหายใจก็เริ่มปรากฏจากละเอียดแล้วค่อยๆเยอะขึ้นๆหยาบขึ้นๆและร่างกายก็ค่อยๆปรากฏตามมาๆ ....เรื่องก็มีประมาณนี้ มีใครพอทราบไหมครับว่าช่วงที่ความรู้ที่เด่นนั้นดับไปสติดับไปปัญญาดับไปช่วงนั้นคือสภาวะอะไร

คุณน้องว่า จขกท อยู่ในสภาวะฌาน 4 เพราะจากที่ศึกษามาสภาวะนี้จะมีการ เฉย ไม่รู้สึกอะไร ไม่เห็นอะไร
ไม่ได้ยินอะไร ไม่รู้ว่าตัวเองมีลมหายใจ มีแต่จิต มีแต่ ความว่าง เด่วคัดลอกข้อความมาให้ท่าน จขกท อ่านแล้วพิจารณา
ถ้าทำสมาธิจนถึงระดับนี้แล้ว................
ถ้านั่งอยุ่ก็ไม่ต้องทำอะไร มันเฉยไปเองครับ มันไม่มีอะไร มันไม่มีกาย มันไม่มีลมหายใจ มันไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น มันเหมือนเราไม่ได้นั่งอยู่กะอะไร
มันมีแต่จิต จิตอันเดียวเท่นั้นแล้วมันก็ไม่ได้คิดอะไรด้วย จิตมันอยู่นิ่งๆของมัน

สรุป ที่คุณถามาถ้าถึงขั้นนั้น มันไม่มีอะไรเลยครับ ว่างเปล่า

ไม่มีเห็น เลข ไม่เห็นชาติก่อน ไม่เห็นสัตว์ ไม่เห็นคน ไม่บ้าน ไม่เห็นวัง

เมื่อเกิด ฌาณ 4 ปฏิบัติอย่างไร

ก็ไม่ต้องทำอะไร เมื่อความรู้สึกมันมีแค่จิตไม่มีกาย
ถามว่าถ้าได้ฌาณ 4 แล้วจิตในฌาณ 4 ปฏิบัติต่ออย่างไร
ตอบว่าก็ให้ได้ ฌาณ 4 ก่อน ท่านจะทราบเองว่า จิตเป็นอย่างไร

อนุโมทนาด้วยนะเจ้าค่ะ คุนน้องก็ไม่เคยเข้าสภาวะนั้นได้เลย :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 พ.ค. 2012, 19:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


ฝึกจิต เขียน:
มัชฌิมา ปฏิปทา เขียน:
เมื่อหลายปีก่อน ผมภาวนาอย่างต่อเนื่องโดยกำหนดพุทโธพร้อมกับดูลมหายใจเข้าออก ระหว่าภาวนารู้สึกร่างกายเบามากแต่ก็ไม่สนใจ บริกรรมต่อไป สักพักพุทโธ(คำบริกรรม)หายคิดยังไงก็คิดไม่ออก สิ่งที่เหลือคือลมหายใจที่ละเอียดมากเบาบางนุ่มละมุลละไม แล้วผมก็ภาวนาต่อไปโดยดูลมหายใจ สิ่งที่เกิดขึ้นคือลมหายใจละเอียดเข้าไปทุกทีจนสุดท้ายลมหายใจก็หายไป ไม่มีเลย คำบริกรรม,ลมหายใจ,และร่างกาย ในตอนนั้นก็หายไป เหลือแต่สติปัญญาที่เด่นดวงมาก แต่ผมก็ยังภาวนาต่อไปในสตินั้นยังมีความรู้หรือที่เรียกกันว่าวิญญาณอยู่ด้วย ผมจึงใช้สติปัญญาจ่อเข้าไปที่ความรู้ที่เด่นตรงนั้น ไม่นานความรู้(วิญญาณ)นั้นก็กระเด็นหายไปทันทีหายไปพร้อมกับสติปัญญา หมด .....ตอนหายหายไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้นานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่สติกระเพื่อมตัวออกมาเองคือความรู้(วิญญาณ)เกิด แต่มันนิ่งๆไม่คิดอะไร สักพักความคิดก็กระเพื่อมตัวออกมาเอง จึงได้มีความคิดสติปัญญาครบถ้วน จากนั้นจึงได้ตรวจเช็คตัวเองจึงพบว่าไม่มีลมหายใจไม่มีร่างกาย มีแต่ความรู้ที่เด่นจริงๆ และต่อมาไม่นานลมหายใจก็เริ่มปรากฏจากละเอียดแล้วค่อยๆเยอะขึ้นๆหยาบขึ้นๆและร่างกายก็ค่อยๆปรากฏตามมาๆ ....เรื่องก็มีประมาณนี้ มีใครพอทราบไหมครับว่าช่วงที่ความรู้ที่เด่นนั้นดับไปสติดับไปปัญญาดับไปช่วงนั้นคือสภาวะอะไร


สุดยอดเลยครับท่าน s005 ผมไม่เคยเจอสภาวะที่ว่า
..........แต่สติปัญญาที่เด่นดวงมาก มันเป็นยังไง ผมเคยแต่ มีแต่เห็นว่างๆเท่านั้น ที่เหลือไม่มี
..........ความรู้ที่เด่นตรงนั้น :รู้อะไรครับ งง งง แล้วเอาสติปัญญา หรือ ตาในครับที่ว่าจ่อเข้าไป
..........

ไม่ได้กวนนะครับ แต่ไม่เข้าใจสภาวะแบบนี้จริงๆ เลยถามเอาไว้ เป็นเกร็ดความรู้ลงในสัญญาหน่อย :b8:

ขอบคุณนะครับที่ตอบ

คุนน้องขอสอดตอบด้วยละกัน ถึงจะมีแต่ความว่าง แต่สติปัญญาเราไม่ได้ว่างกลวงไปกับสภาวะนั้น จิตเรายังแน่วแน่ รู้อยู่ นิ่งอยู่ อธิบายแค่นี้พอจะเข้าใจป่าวนะ และเราสามารถพิจารณา ขันธ์ 5ได้ในฌาน เพราะสติปัญญาก็ยังกำหนดรู้อยู่ :b44:

อ้างคำพูด:
ความรู้(วิญญาณ) :ท่านเห็นวิญญาณ ด้วยหรือครับ มันเป็นอย่างไร

ท่าน จขกท ไม่ได้เห็นวิญญาณ วิญญาณ คือ ตัวรู้ ท่านยังไม่เข้าใจอีกหรอว่า วิญญาณทำหน้าที่รู้ เมื่อจิตแยกออกจากวิญญาณ จะเอาอะไรไปรู้ เหลือแต่ จิต จะไปกำหนดรู้ได้ไง เข้าใจ จิต เจตสิก รูป นิพพานไหม :b10:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 พ.ค. 2012, 19:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2007, 09:55
โพสต์: 1632


 ข้อมูลส่วนตัว


มัชฌิมา ปฏิปทา เขียน:
เมื่อหลายปีก่อน ผมภาวนาอย่างต่อเนื่องโดยกำหนดพุทโธพร้อมกับดูลมหายใจเข้าออก ระหว่าภาวนารู้สึกร่างกายเบามากแต่ก็ไม่สนใจ บริกรรมต่อไป สักพักพุทโธ(คำบริกรรม)หายคิดยังไงก็คิดไม่ออก สิ่งที่เหลือคือลมหายใจที่ละเอียดมากเบาบางนุ่มละมุลละไม แล้วผมก็ภาวนาต่อไปโดยดูลมหายใจ สิ่งที่เกิดขึ้นคือลมหายใจละเอียดเข้าไปทุกทีจนสุดท้ายลมหายใจก็หายไป ไม่มีเลย คำบริกรรม,ลมหายใจ,และร่างกาย ในตอนนั้นก็หายไป เหลือแต่สติปัญญาที่เด่นดวงมาก แต่ผมก็ยังภาวนาต่อไปในสตินั้นยังมีความรู้หรือที่เรียกกันว่าวิญญาณอยู่ด้วย ผมจึงใช้สติปัญญาจ่อเข้าไปที่ความรู้ที่เด่นตรงนั้น ไม่นานความรู้(วิญญาณ)นั้นก็กระเด็นหายไปทันทีหายไปพร้อมกับสติปัญญา หมด .....ตอนหายหายไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้นานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่สติกระเพื่อมตัวออกมาเองคือความรู้(วิญญาณ)เกิด แต่มันนิ่งๆไม่คิดอะไร สักพักความคิดก็กระเพื่อมตัวออกมาเอง จึงได้มีความคิดสติปัญญาครบถ้วน จากนั้นจึงได้ตรวจเช็คตัวเองจึงพบว่าไม่มีลมหายใจไม่มีร่างกาย มีแต่ความรู้ที่เด่นจริงๆ และต่อมาไม่นานลมหายใจก็เริ่มปรากฏจากละเอียดแล้วค่อยๆเยอะขึ้นๆหยาบขึ้นๆและร่างกายก็ค่อยๆปรากฏตามมาๆ ....เรื่องก็มีประมาณนี้ มีใครพอทราบไหมครับว่าช่วงที่ความรู้ที่เด่นนั้นดับไปสติดับไปปัญญาดับไปช่วงนั้นคือสภาวะอะไร


อาการที่คุณเล่ามา ถ้าจะให้กล่าวอย่างเข้าใจง่ายและสั้นๆ เรียกว่า "หลับใน"ขอรับ ถ้าจะอธิบายให้ละเอียดอีกสักหน่อย ก็เกิดจาก ตอนก่อนที่คุณจะภาวนา หรือปฏิบัติสมาธิ คุณได้ทำงานที่ใช้สมองและกำลังกายไปตามสมควรของงานที่คุณกระทำ แต่งานที่คุณได้ทำไปก่อนที่จะมานั่งภาวนาหรือนั่งสมาธินั้น ทำให้สมองของคุณทำงานหนัก พอคุณมานั่งภาวนา หรือปฏิบัติสมาธิ ทั้งๆที่คุณควรจะนอนหลับพักผ่อน ก็ทำให้สมองบางส่วนบริเวณสมองส่วนกลางหยุดทำงาน ไม่ส่งคลื่นต่อไปยังสมองส่วนอื่นๆ จึงทำให้เกิดอาการอย่างนั้น
ส่วนที่คุณบอกว่า ต่อมา พอมีสติปัญญาครบถ้วน จึงได้ตรวจเช็คตัวเอง พบว่าไม่มีลมหายใจในร่างกาย ขอถาม คุณฝันไปหรือเปล่าขอรับ การตรวจลมหายใจก็ย่อมตรวจตรงจมูก แสดงว่า คุณครึ่งหลับครึ่งตื่น ระบบประสาททำงานไม่เต็มร้อย จึงทำให้ไม่รู้สึกว่ามีลมหายใจ ก็เท่านั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย พอระบบประสาททำงานเต็มร้อย คุณก็สามารถรับความรู้สึกของลมหายใจ ธรรมด๊า ธรรมดา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 พ.ค. 2012, 19:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


พระพุทธองค์จะทรงเมตตา คนที่ศรัธทราต่อพระพุทธองค์อย่างแท้จริง ทำในสิ่งที่เชื่อเชื่อในสิ่งที่ทำ ไม่ต้องหวั่นไหวต่อสิ่งใด
อนุโมทนานะเจ้าค่ะด้วยกับ จขกท ขอให้เจริญในธรรม :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 117 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5 ... 8  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 13 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร